Chapter 3866
3866 / 5804
12 min read
Chapter 3866
Published Apr 11, 2026, 11:06 AM
บทที่ 3866 ช่างน่าตื่นเต้นเร้าใจเสียนี่กระไร
วันถัดมา หยางไค่ยังคงก้าวเดินตรวจตราไปตามแนวเขตแดนในความดูแลของตน คอยประคับประคองเหล่าต้นไม้วิเศษด้วยความใส่ใจ ทว่าในชั่วขณะที่เขากำลังก้มลงกำจัดศัตรูพืชบนกิ่งก้านของต้นไม้ต้นหนึ่ง พลันมีน้ำเสียงอันแสนคุ้นเคยแว่วกังวานมาจากที่ไกลๆ
“หยางไค่?”
หยางไค่เงยหน้าขึ้นมอง พลันพบกับเงาร่างอันสละสลวยสะดุดตาโดดเด่นท่ามกลางฉากหลังสีแดงเพลิงของแมกไม้ นางกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความประหลาดใจ แววตาที่ดูคล้ายยังไม่ตื่นดีนั้นเต็มไปด้วยความฉงนสงสัย
“แม่นางเตี๋ยโยว?” หยางไค่เผยยิ้มด้วยความยินดี “ไฉนท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
เตี๋ยโยวสาวเท้าเข้ามาหา พลางกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ “ข้าต่างหากที่ต้องถามคำถามนั้นกับเจ้า เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่? แปลงที่ดินผืนนี้มิใช่ของเซี่ยงหยงหรอกหรือ?”
“บัดนี้มันเป็นของข้าแล้ว” หยางไค่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “หรือว่าแปลงที่ดินของท่านจะอยู่ใกล้ๆ นี้?”
เตี๋ยโยวพยักหน้าพลางชี้ไปทางด้านข้าง
หยางไค่พยักหน้าตามพลางรำพึง “มิน่าเล่า... มิน่าถึงได้เรียกว่า ‘สรวงสวรรค์บนดิน’ ข้าเข้าใจแจ้งแล้ว!”
“สรวงสวรรค์บนดินอันใดกัน?” เตี๋ยโยวขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
“ไม่มีอะไรหรอก” หยางไค่ส่ายหน้าโดยมิได้อธิบายความ เมื่อวานตอนที่เซี่ยงหยงเรียกขานที่นี่ว่าสรวงสวรรค์บนดินเขายังนึกฉงน สำหรับผู้อื่น ที่นี่อาจมิได้แตกต่างจากแปลงอื่นใดในสวนผลไม้ แต่สำหรับเซี่ยงหยงแล้ว คงไม่มีที่ใดในสวนจะล้ำค่าไปกว่าที่นี่ มิน่าเล่า... เมื่อวานตอนที่โจวจิ้งจะย้ายที่ทางของเขา ชายผู้นั้นถึงได้แสดงท่าทีคุ้มคลั่งปานนั้น
ตอนที่โจวจิ้งพาหยางไค่มาที่นี่ เซี่ยงหยงไม่อยู่ให้เห็นหน้า เห็นชัดว่าคงไปตามตอแยเตี๋ยโยวเป็นแน่ แล้วเขาจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลแปลงที่ดินกว้างขวางปานนี้ ในเมื่อใจเขาทั้งดวงไปจดจ่ออยู่ที่นางเสียหมด?
ปริศนาเรื่องกระท่อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะก็กระจ่างชัด ชายผู้นั้นคงแทบไม่ได้กลับไปเหยียบที่พักเลยเสียด้วยซ้ำ
บัดนี้ดูเหมือนว่าหมากที่โจวจิ้งเลือกใช้นั้นมิใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการคำนวณมาอย่างถ้วนถี่ เขาย่อมล่วงรู้ถึงความรู้สึกที่เซี่ยงหยงมีต่อเตี๋ยโยว จึงจงใจมอบแปลงที่ดินผืนนี้ให้หยางไค่ครอบครอง หากเซี่ยงหยงไม่ชิงชังน้ำหน้าเขาจนเข้ากระดูกดำก็คงจะเป็นเรื่องแปลกพิสดารแล้ว
“เซี่ยงหยงไปทำอะไรมา? เหตุใดเจ้าถึงได้รับช่วงต่อแปลงนี้แทนเขา?” เตี๋ยโยวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
หยางไค่เผยยิ้มขื่น “เรื่องมันยาวนัก...”
“เช่นนั้นก็ค่อยๆ เล่ามาเถิด” เตี๋ยโยวเม้มริมฝีปากพลางหัวเราะคิกคัก
ในเมื่อไม่มีงานเร่งด่วน และทั้งคู่ก็ถือเป็นมิตรสหายกัน หยางไค่จึงเริ่มถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อได้ยินว่าหยางไค่ค้นพบ ‘เพลิงทองเมฆาแดงระดับสี่’ มือเรียวงามของเตี๋ยโยวก็ยกขึ้นป้องริมฝีปากชาดด้วยความตื่นตะลึง หยางไค่ผู้สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่มิเพียงได้รับรางวัลอย่างงามจากตู้หรูเฟิ่ง แต่ยังถูกย้ายมาประจำการที่แปลงที่ดินแห่งนี้
ทว่าเขากลับต้องล่วงเกินโจวจิ้ง และบัดนี้ยังพ่วงเอาเซี่ยงหยงเข้ามาอีกคน นับว่าเป็นทั้งวาสนาและคราวเคราะห์ในเวลาเดียวกันโดยแท้
“ชีวิตของเจ้าช่างมีสีสันเร้าใจเสียนี่กระไร” เตี๋ยโยวหัวเราะเสียงหวาน แววตาหยาดเยิ้มโค้งมนดุจจันทร์เสี้ยว
หยางไค่หรี่ตามองนาง “ไฉนข้าถึงรู้สึกว่าท่านกำลังสนุกบนความทุกข์ของข้ากันเล่า?”
“หามิได้ หามิได้” เตี๋ยโยวโบกมือพัลวัน “เพียงแต่ข้าไม่เคยพบเจอคนงานคนไหนที่เข้ามาก่อเรื่องราวใหญ่โตได้เพียงไม่กี่เดือนเช่นเจ้ามาก่อน มิหนำซ้ำยังไม่นับรวมเรื่องของท่านแม่ทัพใหญ่นั่นอีกนะ” ขณะที่นางพูด เตี๋ยโยวก็หยิบหนอนไหมอัคคีหยกออกมาตัวหนึ่งแล้วป้อนให้แก่เจ้าไก่โง่ที่จิกกินอย่างเกียจคร้านโดยไร้ซึ่งวี่แววการตอบแทนใดๆ
“ท่านคิดว่าข้าปรารถนาให้มันเป็นเช่นนี้หรือ?” หยางไค่กล่าวด้วยท่าทีฟึดฟัด บางครั้งปัญหาก็มักจะวิ่งเข้าชนเขาเองโดยที่เขามิได้เรียกหา
“มันไม่สำคัญหรอก จากที่เจ้าเล่ามา เจ้ามีความชอบครั้งใหญ่ บัดนี้ท่านตู้คงจะมองเจ้าในแง่ดีและคิดจะส่งเสริมเจ้า ดังนั้นต่อให้โจวจิ้งจะไม่ชอบหน้าเจ้า เขาก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้มากนัก ทว่าข้อแม้คือเจ้าห้ามกระทำความผิดพลาดใหญ่หลวงเด็ดขาด”
“หากมันง่ายดายเช่นนั้นก็คงจะดี โจวจิ้งมิใช่คนที่รับมือได้ง่ายๆ ท่านก็น่าจะเห็นได้จากเรื่องของเซี่ยงหยง”
เตี๋ยโยวพยักหน้าช้าๆ “เขาต้องการยืมดาบฆ่าคน... และเซี่ยงหยง...” นางมีท่าทีราวกับกำลังปวดหัว ดูท่าว่านางจะถูกเจ้าหมีป่าตัวนั้นตามรบกวนจนเหลือทน “อย่ากังวลไปเลย หากเซี่ยงหยงมาหาเรื่องเจ้า ข้าจะตักเตือนเขาเอง”
“อย่าเชียว หากท่านเข้ามายุ่งยามที่เขามาหาเรื่องข้า สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก” หยางไค่รีบห้ามปรามทันควัน เขาเคยถูกเจ้าหมีนั่นขวางทางมาครั้งหนึ่งแล้วเพียงเพราะเห็นเขาไปตลาดกับเตี๋ยโยว หากเตี๋ยโยวออกหน้าแทนเขาอีกครั้ง มีหวังความเข้าใจผิดระหว่างเขากับเซี่ยงหยงคงลุกลามจนกู่ไม่กลับ
“เจ้าพูดก็มีเหตุผล” เตี๋ยโยวขมวดคิ้ว “เช่นนั้นเราควรทำอย่างไร?”
“ไม่ต้องทำอะไร ปล่อยมันไปตามทางของมันเถอะ” หยางไค่ยักไหล่ “ว่าแต่ ช่วงนี้ท่านเก็บรวบรวมหนอนไหมอัคคีหยกได้เท่าไหร่แล้ว? ส่งมันมาให้ข้าเถอะ ไหนๆ เราก็อยู่ที่นี่ด้วยกันแล้ว”
“ย่อมได้” เตี๋ยโยวส่งมอบหนอนไหมอัคคีหยกที่นางรวบรวมได้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาให้แก่หยางไค่ ชายหนุ่มรับมาพลางตบหัวท่านแม่ทัพใหญ่รุ่งอรุณเบาๆ “ได้เวลาอาหารแล้ว!”
แม้จะล่วงรู้ดีว่าเซี่ยงหยงไม่มีทางรามือและต้องกลับมาหาเรื่องเขาอีกแน่ แต่หยางไค่ก็มิคาดคิดว่าเขาจะมาเร็วปานนี้
หลังจากเตี๋ยโยวจากไปได้ไม่นาน เจ้าหมีใหญ่ก็โจนทะยานลงมาจากห้วงนภากาศ ร่อนลงตรงหน้าหยางไค่ด้วยเสียงดังสนั่น
หยางไค่กะพริบตาปริบๆ มองเขา “พี่เซี่ยงมาแล้วหรือ?”
เซี่ยงหยงข่มขวัญด้วยดวงตาที่ลุกโชนด้วยโทสะ “เจ้าคอยดูเถอะ ข้าจะกลับมาจัดการกับเจ้า!”
ทิ้งคำขู่ไว้เพียงเท่านั้น เขาก็รีบสาวเท้าก้าวพรวดๆ มุ่งหน้าไปยังแปลงที่ดินของเตี๋ยโยว ทว่าเพียงชั่วครู่ หยางไค่ก็ได้ยินเสียงแผดร้องแหลมสูง ตามมาด้วยเสียงหอนด้วยความเจ็บปวดของเซี่ยงหยงที่ดังสะท้อนมาจากส่วนลึกของสวนผลไม้
ครู่ใหญ่ต่อมา เซี่ยงหยงก็เดินกลับมาในสภาพจมูกบวมช้ำใบหน้าโย้เย้ แม้สภาพภายนอกจะดูย่ำแย่ แต่แววตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมใจ เขาเดินตรงมาหาหยางไค่พลางจ้องเขม็งลงมา “ไอ้หนู... เจ้าพอจะมีเหล้าบ้างไหม?”
หยางไค่เบือนสายตาหนี เพราะเกรงว่าหากเขายังจ้องหน้าเซี่ยงหยงตรงๆ เขาอาจจะหลุดหัวเราะออกมาได้ เขาหยิบไหน้ำเมาออกมาหนึ่งไหแล้วยื่นส่งให้
เซี่ยงหยงกระชากตราประทับที่ปากไหเหล้าออก แล้วกรอกน้ำเมาลงคอไปครึ่งไห ก่อนจะเรอออกมาเสียงดังสนั่นด้วยความพึงพอใจ “ไอ้หนู อย่างน้อยเจ้าก็ยังมีท่าทีที่เข้าท่าอยู่บ้าง!”
หยางไค่เอ่ยถามในขณะที่มือยังคงวุ่นอยู่กับงาน “พี่เซี่ยงไม่ต้องไปดูแลแปลงที่ดินของท่านหรือ? ไฉนถึงได้มีเวลาว่างมาอยู่ที่นี่ได้?”
เซี่ยงหยงถ่มน้ำลายพลางบ่นอุบ “ที่ดินเท่ารูหนูนั่นน่ะหรือจะเรียกว่าแปลงเกษตร? บิดาผู้นี้กวาดสายตาเพียงแวบเดียวก็จัดการเสร็จสิ้นแล้ว มันเล็กจนข้าคร้านจะใส่ใจ เลยโยนงานทั้งหมดให้ตาแก่นั่นจัดการไปแทน”
หยางไค่หันกลับมามองเขา “ตาแก่นั่นแซ่ฟางใช่หรือไม่?”
“เออ! เขานั่นแหละ” เซี่ยงหยงพยักหน้า “เขากังวลเรื่องของเจ้ามาก ดูท่าพวกเจ้าสองคนจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว”
หยางไค่พลันนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมรายงานตัวกับผู้เฒ่าฟางว่าเขาปลอดภัยดี หลังจากถูกโจวจิ้งพามาที่นี่เมื่อวานเขาก็ไม่มีเวลาปลีกตัวกลับไปเลย ป่านนี้ผู้เฒ่าฟางคงจะกระวนกระวายใจจนแทบแย่
“แล้วท่านได้บอกอะไรเขาบ้างไหม?”
เซี่ยงหยงแค่นเสียง “ทำไมข้าต้องบอกอะไรมันด้วยล่ะ?”
หยางไค่ถึงกับพูดไม่ออก เขาหยิบสมบัติวิเศษสื่อสารออกมาทันที หลังจากส่งข้อความหาผู้เฒ่าฟาง เขาก็ได้รับการตอบกลับในพริบตา ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นชัดว่าผู้เฒ่าฟางเฝ้ารอข่าวคราวมาตลอดสองวันที่ผ่านมา
หยางไค่ไม่ได้ลงรายละเอียดลึกซึ้ง เขาเพียงยืนยันกับผู้เฒ่าฟางว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีและขอให้วางใจ ส่วนเรื่องที่เหลือจะอธิบายให้ฟังในวันพักผ่อน
หลังจากสื่อสารกับผู้เฒ่าฟางเสร็จ หยางไค่ก็เก็บสมบัติวิเศษแล้วหันมามองเซี่ยงหยง “ดูท่าว่าแม่นางเตี๋ยโยวจะลงมือหนักเอาการเลยนะ”
ตบะของเซี่ยงหยงนั้นมิใช่ชั่ว ดังนั้นเตี๋ยโยวต้องลงมือโดยไม่ออมแรงเลยถึงจะทำให้เขาปูดบวมเขียวช้ำได้ถึงเพียงนี้
“ข้าชินแล้ว เรื่องขี้ผงน่ะ” เซี่ยงหยงจมูกฟึดฟัด
หยางไค่อดมิได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใส “พี่เซี่ยงช่างเป็นผู้ที่มั่นคงในรักโดยแท้”
“เจ้าจะไปรู้อะไร?” เซี่ยงหยงแค่นเสียง กลิ่นเหล้าฟุ้งกระจายออกจากปาก “หากมิใช่เพราะเสี่ยวเตี๋ย ข้าคงตายไปนานแล้ว! ชีวิตของข้าเป็นของนาง แค่นางลงไม้ลงมือกับข้าไม่กี่ที มันจะสลักสำคัญอะไรนักหนา?”
หยางไค่เริ่มสงสัย “แม่นางเตี๋ยโยวเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตพี่เซี่ยงงั้นหรือ?”
เซี่ยงหยงฮึดฮัด “ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับเจ้า เจ้าจะอยากรู้ไปทำไมกัน?”
“ก็แค่ชวนคุยแก้เบื่อ ไหนๆ ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”
เซี่ยงหยงขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาดูเหมือนจะเห็นพ้องว่าสิ่งที่หยางไค่พูดนั้นพอมีเหตุผล จึงอ่อนท่าทีลงเล็กน้อย “เช่นนั้นเจ้าบอกข้าที เหตุใดเสี่ยวเตี๋ยถึงไม่ชอบข้า? ข้าทำอะไรผิดพลาดไปตรงไหน?”
[ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? ท่านควรไปถามนางเองสิ ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน การที่ท่านพยายามอยู่ฝ่ายเดียวมันจะมีประโยชน์อันใด?] หยางไค่นึกในใจ
“ท่านไม่คิดว่าท่านรุกหนักเกินไปหรือ?” หยางไค่ถามลองเชิง
“รุกหนักอันใด?” เซี่ยงหยงจ้องเขม็ง
“ท่านตามตอแยนางหนักเกินไปน่ะสิ!” หยางไค่อธิบาย “ท่านลองตรองดูเถิด ท่านจะรู้สึกอย่างไรหากมีสตรีมาตามตื้อท่านทั้งวันทั้งคืนจนท่านไม่มีที่ว่างแม้แต่จะหายใจ?”
“นางงามไหมล่ะ?”
“มันเกี่ยวกันด้วยหรือ?” คราวนี้เป็นฝ่ายหยางไค่ที่ต้องจ้องกลับด้วยความอึ้ง
“เกี่ยวสิ” เซี่ยงหยงแค่นเสียง “ถ้านางสวย ข้าจะจับนางมาเป็นเมียทันที แต่ถ้านางขี้เหร่ ข้าจะซัดนางสักสามหมัดเตะอีกสองที... หือ? ไอ้หนู เจ้ากำลังจะบอกว่าบิดาผู้นี้หน้าตาอัคลักษณ์งั้นรึ? บิดาผู้นี้มีตรงไหนที่ขี้เหร่กัน!”
หยางไค่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พี่เซี่ยงช่างองอาจกล้าหาญ ดูสง่างามเหนือสามัญชนทุกระเบียดนิ้ว คำว่า ‘อัปลักษณ์’ จะมาเกี่ยวข้องกับท่านได้อย่างไร? แม่นางเตี๋ยโยวคงจะยังมองไม่เห็นความหล่อเหลาที่เปี่ยมล้นของท่านมากกว่า!” ขณะที่พูดออกไป หยางไค่รู้สึกมโนธรรมในใจสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อยอย่างบอกไม่ถูก
เซี่ยงหยงหรี่ตา “เจ้ากำลังจะบอกว่าเสี่ยวเตี๋ยตาถั่วงั้นรึ?”
หยางไค่จนปัญญาจะต่อความ จึงได้แต่โบกมือ “พี่เซี่ยง ท่านไปเถอะ ข้ามีงานต้องทำ!”
พลันฝ่ามือหนาหนักตกลงบนบ่าของหยางไค่จนเขารู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่ทำให้เข่าแทบทรุด “อย่าเพิ่งไปสิ มาคุยเรื่องนี้ให้จบก่อน” เซี่ยงหยง ‘ขอร้อง’
“จะคุยอะไรอีก?” หยางไค่หันกลับไปมอง
“บอกข้ามา ทำอย่างไรเสี่ยวเตี๋ยถึงจะยอมติดตามข้าด้วยความเต็มใจ? ตราบเท่าที่เจ้าช่วยบิดาผู้นี้ในครั้งนี้ได้ ข้าเซี่ยงหยงจะลืมเลือนเรื่องที่บาดหมางกันมาทั้งหมด!”
[ให้ตายเถอะ ข้าจะไปช่วยท่านเรื่องนี้ได้อย่างไร? มันขึ้นอยู่กับตัวท่านเองทั้งนั้น!] หยางไค่พูดไม่ออกอย่างแท้จริง
ทว่าเมื่อมองดูท่าทีแล้ว เซี่ยงหยงคงไม่ยอมปล่อยเขาไปจนกว่าเขาจะเสนอแผนการที่ดูเข้าท่าออกมา หลังจากเค้นสมองอย่างหนัก ในที่สุดเขาก็เสนอขึ้นว่า “เหตุใดท่านไม่ลองใช้กลยุทธ์ ‘ถอยเพื่อรุก’ ดูเล่า?”
ดวงตาของเซี่ยงหยงเป็นประกายวาบ เขาเหลียวมองรอบกายครู่หนึ่งก่อนจะถามด้วยเสียงกระซิบกระซาบ “ถอยเพื่อรุกนี่ทำอย่างไร?”
หยางไค่ลดเสียงต่ำลงเช่นกัน “พี่เซี่ยงตามติดแม่นางเตี๋ยโยวมาเป็นเวลานานจนนางคงจะเคยชินกับการมีท่านมาหาทุกวันแล้ว ในกรณีนี้ หากท่านจู่ๆ ก็หายหน้าไป ไม่ไปหานางเลย นางย่อมต้องรู้สึกประหลาดใจเป็นธรรมดา จากนั้นนางจะเริ่มสงสัยว่าท่านกำลังยุ่งกับอะไร หรือกังวลว่าท่านได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ตราบใดที่นางมีความคิดเช่นนี้ในหัว นางย่อมจะเริ่มใส่ใจท่าน บุรุษและสตรีก็เหมือนกัน เรามักจะโหยหาสิ่งที่มิอาจครอบครองได้โดยง่าย หากท่านเอาตัวเข้าแลกแจกแถมอยู่ตลอดเวลานางย่อมมิเห็นค่า พี่เซี่ยงต้องทำให้นางเห็นว่าท่านมิใช่ของตาย!”
หัวใจของเซี่ยงหยงเต้นระรัวเมื่อได้ฟังดังนั้น ใบหน้าเขาแดงซ่านยามจินตนาการถึงภาพอนาคตอันงดงาม เขาเลียริมฝีปากพลางถามย้ำ “วิธีนี้จะได้ผลจริงหรือ?”
“ไม่ลองก็ไม่รู้ อย่างไรเสีย พี่เซี่ยงก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว หากไม่ได้ผล เราค่อยหาทางอื่นกันต่อ”
“ข้าจะทำ!” เซี่ยงหยงกำหมัดทุบฝ่ามือเสียงดังปัง “ตกลงตามแผนของเจ้า ข้าควรเริ่มเมื่อไหร่ดี?”
“เริ่มตอนนี้เลย”
“ดี!” เซี่ยงหยงสาวเท้าก้าวเดินอย่างมั่นคง “งั้นข้ากลับก่อนล่ะ หากเสี่ยวเตี๋ยถามถึงข้าขึ้นมาเมื่อไหร่ อย่าลืมรีบไปบอกข้าด้วยนะ!”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.