Chapter 22
22 / 89
8 min read
Chapter 22 Shopping and Expenses
Published Apr 9, 2026, 03:04 PM
ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีความสูงถึงสิบแปดชั้น และมีสินค้าวางจำหน่ายทุกประเภท ตั้งแต่ของวิเศษ (Magical Artifacts) ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ก้าวเท้าเข้ามาในอ้างขนาดใหญ่เช่นนี้ มันใหญ่โตสมคำร่ำลือด้วยร้านค้านานาแบรนด์ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง
ลำดับแรกฉันเดินตรงไปยังโซนเสื้อผ้า เพราะฉันกำลังขาดแคลนเสื้อผ้าอย่างหนัก ทั้งสำหรับใส่ในชีวิตประจำวันและสำหรับการออกผจญภัย
ฉันเลือกเสื้อผ้าตามแฟชั่นสมัยนิยมในปัจจุบัน ชุดสำหรับใส่ออกผจญภัยและฝึกซ้อมนั้นทำเอาฉันต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายไปไม่น้อยเลย และไม่ใช่แค่เพียงเสื้อผ้าเท่านั้น ฉันยังจัดการซื้อเครื่องประดับและอุปกรณ์เสริมจนครบชุด ทั้งรองเท้า ถุงมือ และอื่นๆ อีกมากมาย
หลังจากจัดการเรื่องเสื้อผ้าเสร็จ ฉันก็เดินมุ่งหน้าไปยังแผนกอุปกรณ์นักผจญภัยเพื่อเลือกซื้อของที่จำเป็นสำหรับการออกไปใช้ชีวิตข้างนอกเมือง ทั้งเป้สะพายหลัง เต้นท์สนาม และกล่องเก็บรักษาที่จำเป็นสำหรับการกักเก็บวัตถุดิบที่ได้จากสัตว์อสูร
กล่องเก็บรักษานี้มีความพิเศษมาก แม้ตอนปกติมันจะมีขนาดเท่าหัวแม่มือ แต่ทว่ามันสามารถขยายขนาดขึ้นได้จนถึงหนึ่งเมตรครึ่งเลยทีเดียว
ลำดับถัดไปฉันต้องไปซื้อสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือน้ำยาวิเศษและเวชภัณฑ์ที่อยู่บนชั้นที่สิบสาม
เมื่อก้าวเข้าสู่โซนน้ำยาวิเศษ ฉันก็ต้องตกใจกับขวดน้ำยาที่ส่องประกายระยิบระยับวางเรียงรายกันอยู่นับร้อยนับพันชนิด
ฉันไม่เคยศึกษาเรื่องน้ำยาวิเศษอย่างจริงจังจากอินเทอร์เน็ตมาก่อน แต่พอได้เห็นราคาป้ายของเจ้าขวดหลากสีขนาดเท่าหัวแม่มือพวกนี้ ฉันถึงกับนิ่งอึ้งจนแทบจะหงายหลังล้ม
ราคาเฉลี่ยของขวดพวกนี้สูงถึงหนึ่งหมื่นเครดิตเลยทีเดียว น้ำยาที่มีราคาถูกที่สุดก็คือสามพันห้าร้อยเครดิต ซึ่งนั่นคือน้ำยาเพิ่มมานาเกรด 1 ระดับต่ำ (Grade 1 low-level Mana supplement potion) หรือที่คนทั่วไปเรียกสั้นๆ ว่า 'น้ำยามานา' ซึ่งใช้สำหรับผู้เริ่มฝึกตนขั้นพลทหารระดับ 1
นี่คือน้ำยาไอ้ขวดที่จิมกระดกเข้าไปในสนามรบเพื่อหามานามาเติมในส่วนที่แห้งขอด และมันก็คือจุดประสงค์ที่ฉันดั้นด้นมาที่นี่ด้วยเช่นกัน
เพียงแต่น้ำยาที่ฉันเลือกซื้อคือน้ำยาเกรด 1 ระดับกลาง ซึ่งมีราคาสูงถึงขวดละหกพันเครดิต ฉันตัดสินใจซื้อมาสามขวด รวมเป็นเงินหนึ่งหมื่นแปดพันเครดิต
ความจริงฉันอยากจะซื้อน้ำยาสมานแผล (Healing potion) ด้วย แต่พอได้เห็นราคาที่พุ่งสูงถึงสองหมื่นเครดิต ฉันจึงตัดสินใจหันไปซื้อยาทาแผลชนิดครีมแทนเพื่อประหยัดเงิน
หลังจากนั้นฉันก็เดินซื้อของจิปาถะอื่นๆ จนครบตามรายการที่จดไว้ ทั้งหวีอันใหม่ให้แอชลิน ผ้าพันแผล และของใช้อื่นๆ
ยอดรวมการช้อปปิ้งครั้งนี้สูงถึงสามหมื่นสองพันเครดิต ซึ่งสิ่งที่แพงที่สุดคือเป้สะพายหลังใบใหม่ของฉันนั่นเอง ราคาของมันสูงถึงเจ็ดพันเครดิต แต่เมื่อพิจารณาจากฟังก์ชันการใช้งานแล้ว ฉันก็มองว่ามันคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
ตัวเป้เป็นสีดำขลับดูโฉบเฉี่ยว มันสามารถทนทานต่อการโจมตีจากอสูรระดับผู้เชี่ยวชาญได้ และจุดที่สำคัญที่สุดคือมันเป็นระบบกึ่งอัตโนมัติ
ในยามที่กำลังรบพุ่งกันอยู่ หากฉันต้องการสิ่งของใดๆ ในเป้ ฉันแค่เพียงพูดออกคำสั่งด้วยเสียง ตัวเป้ก็จะทำการส่งของสิ่งนั้นออกมาให้โดยที่ฉันไม่ต้องเปิดเป้ให้เสียเวลาเลยสักนิด
มันเป็นฟังก์ชันที่ยอดเยี่ยมมากจนทำให้ฉันยอมควักเงินจ่าย ทั้งที่เป็นเป้ราคาที่ถูกที่สุดในบรรดเป้ระบบกึ่งอัตโนมัติแล้วก็ตาม
เมื่อได้ข้าวของที่ต้องการครบถ้วนแล้ว ถึงแม้จะหลงลืมอะไรไปบ้างฉันก็สามารถสั่งซื้อผ่านเว็บและรอรับของที่จะมาส่งถึงมือได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก ฉันก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วเริ่มตรวจสอบบริการต่างๆ ที่โรงฝึกนำเสนอ
พวกเขามีบริการที่ได้มาตรฐานสำหรับการฝึกซ้อมส่วนตัว ทั้งพื้นที่ฝึกกว้างขวาง ระบบจำลองการต่อสู้กับหุ่นยนต์มนุษย์และสัตว์อสูร และอื่นๆ อีกมากมาย
ค่าบริการโรงฝึกจัดว่าแพงเอาเรื่อง ฉันต้องจ่ายถึงเดือนละเจ็ดพันเครดิตสำหรับแพ็กเกจขั้นต่ำ แต่จากที่ได้อ่านรีวิวมาทุกคนก็บอกว่ามันคุ้มค่า ฉันจึงตัดสินใจสมัครสมาชิกทันที
จากเงินห้าหมื่นเครดิตที่ได้จากการขายผลึกอสูร บัดนี้เหลืออยู่ในบัญชีเพียงหนึ่งหมื่นหนึ่งพันเครดิตเท่านั้น และฉันก็ไม่คิดว่ามันจะเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตไปอีกสิบวันได้เลย
ทั้งค่าเช่า ค่าอาหาร และค่าฝึกซ้อม เบ็ดเสร็จแล้วฉันต้องควักเงินจ่ายถึงสองหมื่นเครดิต ซึ่งนี่เป็นเพียงแค่ค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่นักผจญภัยจำเป็นต้องมีเท่านั้น
ทว่าหากต้องการความก้าวหน้าที่รวดเร็วขึ้นไปอีก ระดับของน้ำยาวิเศษและยารักษาก็ต้องสูงตามไปด้วย และการจะเอาชีวิตรอดจากทั้งสัตว์อสูรและมนุษย์ด้วยกันเอง ก็จำเป็นต้องมีทั้งอาวุธและชุดเกราะที่มีคุณภาพ
ฉันวางแผนจะออกเดินทางจากเมืองในอีกสามวันข้างหน้า ทว่าก่อนหน้านั้นฉันต้องฝึกฝนร่างกายในโรงฝึกให้พร้อมเสียก่อน จิมเคยเตือนไว้ว่าในป่านั่นอสูรไม่ใช่เพียงความอันตรายเดียว ทว่ามนุษย์ด้วยกันเองนี่แหละที่น่ากลัวที่สุด เพราะในป่านั่นคนฆ่าคนเป็นเรื่องปรกติ
เขาบอกว่าการสู้กับอสูรและการสู้กับคนนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ก่อนจะออกไปเผชิญของจริงข้างนอก ฉันควรจะลองสู้กับหุ้นจำลองมนุษย์เพื่อหัดจับทิศทางลมให้ได้เสียก่อน
ขอบคุณผลบุญจากการรบหนักในสนามรบ ครั้งนี้ความบริสุทธิ์ของมานาฉันพุ่งขึ้นถึง 61% แล้ว เหลืออีกเพียงสี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นก็จะถึงค่ามาตรฐาน 65%
ธรรมชาติของความบริสุทธิ์มานาไม่ว่าจะเป็นจากพรสวรรค์ที่มีมาแต่เกิดหรือปัจจัยภายนอกอย่างน้ำยาวิเศษหรือชิ้นส่วนส่วนสัตว์อสูร มันมีเพดานกั้นอยู่ที่ 65% เท่านั้น หลังจากนั้นไม่ว่าจะใช้พรสวรรค์สูงแค่ไหนหรือกน้ำยาไปกี่ขวดมันก็จะไม่บริสุทธิ์ไปกว่านี้แล้ว
ทางเดียวที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ไปได้คือการลงมือฝึกฝนอย่างหนักหน่วงด้วยตนเอง และนั่นคือหน้าที่สำคัญที่สุดของเครื่องยนต์ขัดเกลามานาที่จำนำพาฉันก้าวต่อไป
ยิ่งมานาบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ โอกาสที่คุณจะเลื่อนระดับและวิวัฒนาการไปสู่ขั้นถัดไปก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ใครก็ตามที่มานาขาดความบริสุทธิ์ย่อมมีโอกาสน้อยมากที่จะก้าวหน้าไปบนเส้นทางผู้ใช้พลังในระดับที่สูงขึ้น
หากใครอยากจะสร้างโทเท็มขึ้นมา ความบริสุทธิ์มานาต้องมีอย่างน้อย 70% ยิ่งมานาบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ โทเท็มที่สร้างขึ้นก็จะยิ่งทรงพลังมหาศาลมากขึ้นเท่านั้น
นั่นคือเหตุผลที่หลายคนยอมรอคอยนานนับสิบปีกว่าจะเลื่อนระดับไปสู่ขั้นนายทหาร เพื่อเคี่ยวกรำมานาให้บริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะพวกเขามีโอกาสสร้างโทเท็มได้เพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น
ในตอนนี้ถังบรรจุส่วนกลางของฉันเต็มเปี่ยมแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือการขัดเกลามานาซ้ำเพื่อยกระดับความบริสุทธิ์ ฉันนั่งลงในท่าขัดสมาธิบนเตียงและเริ่มกระบวนการขัดเกลามานาในทันที
กระบวนการทั้งหมดช่างดูน่าเบื่อและจำเจ ฉันต้องบังคับทิศทางมานาจากถังบรรจุส่วนกลางเข้าสู่โซนขัดเกลา แล้วส่งต่อไปยังโซนควบแน่นก่อนจะไหลกลับเข้าสู่ถังบรรจุส่วนกลางอีกรอบ
ก่อนจะเกิดศึกใหญ่ที่อุโมงค์ ฉันขัดเกลามานาได้เพียงชั่วโมงเดียวก็แทบจะสลบแล้ว ทว่าตอนนี้ฉันขัดเกลาต่อเนื่องมาสามชั่วโมงเต็มแต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเท่าที่ควร ดูเหมือนว่าในศึกนั่นสภาวะจิตของฉันจะได้รับการขัดเกลาจนแข็งแกร่งขึ้นมาก และฉันอยากจะทดสอบทฤษฎีนี้ด้วยการฝึกวิชาการต่อสู้เสรีระดับสูงสุดดูสักหน่อย
ทว่าห้องพักในอพาร์ตเมนต์นี่มันเล็กเกินกว่าจะร่ายรำวิชาใดๆ ได้ หากฉันลงมือฝึกที่นี่คงมีหวังได้พังห้องลงไปครึ่งหนึ่งแน่ๆ ฉันจึงต้องมุ่งหน้าไปที่โรงฝึกซ้อมแทน
ฉันเปลี่ยนมาใช้ชุดฝึกซ้อมสีขาวชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ "แอชลิน เธอจะรออยู่ในห้องหรือจะเข้าไปอยู่ในร่างฉันดีล่ะ?" ฉันถามเธอ เพราะในโรงฝึกนั้นไม่อนุญาตให้นำสัตว์อสูรออกมาเดินเพ่นพ่าน
"จิ๊บ..." เธอร้องบอกด้วยท่าทางขัดใจเล็กน้อยก่อนจะสลายร่างเข้ามาในตัวฉัน ฉันหัวเราะให้กับท่าทางของเธอ อย่างน้อยเธอก็ยังมองเห็นทุกสิ่งที่ฉันเห็นผ่านดวงตาคู่นี้นี่นะ
'ตื๊ด' เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นบนนาฬิกาขณะที่ฉันกำลังเดินมุ่งหน้าไปรที่ลิฟต์ ฉันจึงเปิดอ่านดู
มันเป็นประกาศจากฝ่ายบริหารอาคารที่แจ้งว่าวันนี้พวกเขาได้เชิญผู้ใช้วิชาขั้นจ่า (Sergeant stage) มาให้คำแนะนำและบรรยายความรู้ ซึ่งในข้อมูลอพาร์ตเมนต์ระบุไว้ว่าในทุกๆ เดือนจะมีการเชิญยอดฝีมือมาให้ความรู้เกี่ยวกับการฝึกเวทมนตร์เสมอ
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นฉันจึงตัดสินใจเข้าร่วมฟังบรรยายด้วย เพราะมันเป็นการบรรยายเพียงหนึ่งชั่วโมงและจะเริ่มในอีกสิบนาทีข้างหน้านี้แล้ว ไม่เสียหายอะไรที่จะลองไปนั่งฟังดู แม้มันอาจจะน่าเบื่อแต่ก็แค่เสียเวลาไปเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้นแหละ
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.