Chapter 627
628 / 1162
8 min read
Chapter 627: I Will End Your Sinful Existence!
Published Apr 1, 2026, 03:04 PM
บทที่ 627: ข้าจะจบสิ้นตัวตนอันเป็นบาปของเจ้าเอง!
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย” เอฟีเมราเอ่ยขณะจ้องมองไปยังวัยรุ่นผมสีเงินที่เธอต้อนจนจนมุม ณ ขอบลานประลอง
ทันทีที่การต่อสู้เริ่มขึ้น เอฟีเมราก็ได้ปลดปล่อยพลังของเธอและเข้าปะทะกับเคนเนธนับครั้งไม่ถ้วน
ในทุกการปะทะ เคนเนธรู้สึกถึงความเจ็บปวดแสบร้อนที่หัวไหล่ หากเป็นไปได้ เขาไม่อยากเผชิญหน้าตรงๆ กับสตรีผู้งดงามจากสมาพันธ์มือปืน (Gunner Federation) เลยแม้แต่น้อย ทว่าเขาแทบไม่มีทางเลือก เพราะคู่ต่อสู้ของเขานั้นเหนือกว่าทั้งด้านความเร็วและพละกำลัง
“แค่กระโดดลงไปจากลานประลองซะ” เอฟีเมรากล่าวขณะที่ดาบสีทองในมือของเธอส่งเสียงคำรามด้วยพลังงาน “ไม่มีความน่าอับอายในการพ่ายแพ้ต่อข้าหรอก เจ้าไม่มีโอกาสชนะตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว”
เคนเนธมองนักรบตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย เขากระชับด้ามดาบสั้นในมือแน่นขณะที่ดวงตาสแกนหาจุดบอดที่พอจะใช้ประโยชน์ได้ เพื่อที่จะหาทางกลับเข้าสู่ใจกลางลานประลองอีกครั้ง
เป็นอย่างที่เอฟีเมราว่าไว้ เขาอยู่ตรงขอบลานประลองพอดิบพอดี เพียงก้าวเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้เขาร่วงหล่นลงไปโดยสมบูรณ์
‘สงสัยข้าคงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทุ่มสุดตัวแล้วสินะ’ เคนเนธคิดในใจ ‘มันยากจริงๆ ที่จะรับมือกับหนึ่งในเจ็ดคุณธรรม (Seven Virtues)’
ดวงตาของเคนเนธทอประกายจางๆ ในขณะที่เขาเตรียมพร้อมรับการโจมตีของเอฟีเมรา
เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้ไม่มีความปรารถนาที่จะยอมแพ้ เอฟีเมราก็พยักหน้าอย่างชื่นชม ความจริงแล้วเธอเองก็นับถือเคนเนธ เพราะเขาสามารถมาถึงรอบรองชนะเลิศได้ด้วยความสามารถเพียงน้อยนิดที่มี
เอฟีเมราคิดว่าเอลฟ์ผมเงินคนนี้แค่โชคดีที่เจอคู่ต่อสู้ที่ไม่ตึงมือนัก เธอเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าทันทีที่เส้นทางของเคนเนธมาบรรจบกับเธอ โชคของเขาก็ได้หมดลงแล้ว
“เพื่อเป็นการให้เกียรติในความกล้าหาญของเจ้า ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เจ้าถึงแก่ชีวิต” เอฟีเมราประกาศ “อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้าตั้งใจจะทุ่มสุดตัว ข้าจึงไม่สามารถรับรองความปลอดภัยของเจ้าได้ นี่คือคำเตือนสุดท้าย ยอมแพ้ตอนนี้ หรือจะบาดเจ็บสาหัส เจ้าจะเลือกทางไหน?”
“ขอบคุณสำหรับข้อเสนอ” เคนเนธตอบกลับ “แต่ข้าขอปฏิเสธ การแข่งขันนี้สำคัญกับข้ามาก”
“นั่นคือคำตอบสุดท้ายของเจ้าใช่ไหม?”
“ใช่”
คมดาบสีทองบนดาบเรเปียร์ของเอฟีเมราแผ่ซ่านด้วยพลัง เคนเนธไม่มีทางหนีอีกแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เธอต้องทำมีเพียงปลดปล่อยการโจมตีสุดท้ายเพื่อจบศึกนี้
แม้เธอจะดูท่าทางสบายๆ แต่สตรีที่มาจากสมาพันธ์มือปืนก็ไม่ใช่คนโง่ เธอพููดได้เลยว่าเคนเนธยังไม่ได้ละทิ้งความหวัง ซึ่งนั่นหมายถึงสิ่งเดียวเท่านั้น
‘เขายังมีไพ่ตายซ่อนอยู่’ เอฟีเมราคิดขณะเตรียมปลดปล่อยการโจมตี ‘ไม่ว่าเป็นอะไรก็ช่างเถอะ ข้าอยากเห็นนักว่าเจ้าจะทำอะไรได้ในสถานการณ์แบบนี้!’
“เอ็กซ์โพลชัน อินเฟอร์นาล! (Explosion Infernale!)” เอฟีเมราตะโกนพร้อมฟาดฟันออกไปในแนวขวาง ไม่เหลือช่องว่างให้เคนเนธหลบหลีกได้เลย
แรงระเบิดมหาศาลเกิดขึ้นจนทำให้ม่านพลังสองชั้นที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรจากลานประลองแตกกระจาย โชคดีที่มีม่านพลังกั้นไว้ถึงห้าชั้น แรงระเบิดจึงไม่แผ่ขยายออกไปกว้างจนเกินไป
เอฟีเมราหรี่ตาลงเพราะเธอเชื่อว่าเคนเนธไม่มีทางรอดจากการโจมตีของเธอไปได้ ทว่าในตอนที่เธอเกือบจะคลายการป้องกันลง เงาร่างหนึ่งก็พุ่งทะลุผ่านกำแพงเปลวเพลิงตรงดิ่งมาทางเธอ
ฝูงชนต่างอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นวัยรุ่นผมสีเงินรอดพ้นจากการโจมตีอันทรงพลังของเอฟีเมรามาได้
เจ้าหญิงซิโดนีซึ่งประทับอยู่ในห้องรับรอง VIP พร้อมกับสมาชิกราชวงศ์เครเตอร์คนอื่นๆ แทบไม่เชื่อสายตาในสิ่งที่เห็น
‘มะ-ไม่นะ เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้’ ดวงตาของเจ้าหญิงซิโดนีเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
[ เรื่องนี้... ไม่ผิดแน่ หล่อนคือพวกเดียวกับเรา ]
มอร์กาน่าเองก็มองไปที่เคนเนธอย่างไม่อยากเชื่อเช่นกัน เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าอดีตเพื่อนร่วมห้องของวิลเลียมจะซ่อนตัวตนเอาไว้ได้ลึกซึ้งขนาดนี้ เจ้าหญิงซิโดนีและมอร์กาน่าเคยเข้าหาเคนเนธมาแล้วสองสามครั้งในอดีต แต่ไม่เคยมีใครตรวจพบสิ่งผิดปกติในตัวเขาเลย
หญิงสาวทั้งสองเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงปฏิเสธที่จะยอมแพ้ตามคำแนะนำของเอฟีเมราก่อนหน้านี้
เคนเนธวิ่งตรงไปหาเอฟีเมรา ขณะที่เส้นผมสีเงินยาวสลวยของเขาพลิ้วไหวในอากาศราวกับสิ่งมีชีวิต เพียงแค่มองแวบเดียวก็สามารถกะได้ว่ามันยาวอย่างน้อยถึงสามเมตร
เอฟีเมรากัดฟันกรอดพลางกวัดแกว่งอาวุธเพื่อฟาดฟันคู่ต่อสู้ ซึ่งด้วยเหตุผลบางประการ เขากลับปลดปล่อยพลังที่ทัดเทียมกับตัวเธอออกมา
เส้นผมของเคนเนธพันรอบอาวุธของเอฟีเมราเอาไว้ ขัดขวางไม่ให้เธอโจมตีต่อไปได้ และเมื่อเขาเข้าถึงระยะจู่โจม เขาก็ซัดฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของคู่ต่อสู้เข้าอย่างจัง
เอฟีเมราโคจรพลังเวทไปที่หน้าอกเพื่อลดแรงกระแทกจากฝ่ามือของเคนเนธ ทว่ามันก็ยังรุนแรงพอที่จะส่งร่างของเธอกระเด็นลอยไปในอากาศหลายเมตร
“ที่แท้นี่คือร่างจริงของเจ้าสินะ!” เอฟีเมราเอ่ยด้วยความชิงชังขณะร่อนลงสู่พื้น “เจ้าคือหนึ่งในนังพวกนั้น!”
เคนเนธเพิกเฉยต่อคำพูดนั้น เขายืนนิ่งโดยมีเส้นผมโบกสะบัดไปตามสายลม
“ยอมแพ้ซะ” เคนเนธกล่าว “ข้าขอคืนคำพูดเดียวกับที่เจ้ามอบให้ข้าก่อนหน้านี้”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยและโทนเสียงที่ใช้ก็เป็นกลาง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ต้องการจะล่วงเกิน ‘คุณธรรมแห่งความยุติธรรม’ ถึงอย่างนั้น เอฟีเมรากลับรู้สึกว่าคำพูดของเขาดูถูกเธออย่างยิ่ง เธอจึงเมินเฉยต่อคำเตือนและปลดปล่อยพลังแห่งเทวภาพ (Divinity) ออกมาอย่างเต็มที่
“ข้าจะจบสิ้นเจ้าและตัวตนอันเป็นบาปของเจ้าเอง!” เอฟีเมราตะโกนขณะที่ปีกสีทองคู่หนึ่งงอกออกมาจากแผ่นหลัง เธอทะยานขึ้นสู่เวหาและรวมรวบพลังแห่งเทวภาพเข้าสู่อาวุธ
“ฟราป ดู ดรากอน ราดิยอง! (Frappe Du Dragon Radieux!)” เอฟีเมราคำราม และการระเบิดที่ทำให้ตาพร่ามัวก็ดังกึกก้องไปทั่วลานประลอง
นี่คือการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอซึ่งมีไว้เพื่อทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า มันคือเวอร์ชันที่รวบรวมพลังทั้งหมดจากการโจมตีของโซเลย (Soleil) เอาไว้
แม้ว่าระยะของมันจะครอบคลุมเพียงทั้งลานประลอง แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้จักรพรรดิเลโอนิดัสและมหาจอมเวทเอเว็กซิอุสต้องร่วมมือกันกางม่านพลังและเสริมความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องทุกคนภายในลานประลอง
“นั่นเป็นการโจมตีที่รุนแรงนะ แต่น่าเสียดายที่มันยังช้าเกินไป”
เสียงที่นุ่มนวลราวกับผ้าไหมกระซิบจากด้านหลังของเอฟีเมรา
ชั่วครู่ต่อมา มือที่บอบบางคู่หนึ่งก็กดลงบนไหล่ของเธอ
“ขอโทษด้วย ข้าจำเป็นต้องชนะศึกนี้” เคนเนธกระซิบข้างหูของเอฟีเมรา “อย่าถือสากันเลยนะ”
ก่อนที่สตรีผู้ยึดมั่นในยุติธรรมจะได้ทันตอบโต้คำพูดของเคนเนธ เธอสัมผัสได้ว่าโลกรอบตัวเริ่มช้าลงอย่างน่าใจหาย ภายในโลกที่เคลื่อนที่อย่างเชื่องช้านั้น เคนเนธเคลื่อนไหวอย่างปกติและผลักเอฟีเมราออกไป
สตรีผู้งดงามรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอกำลังร่วงหล่นสู่พื้น ทว่าเธอกลับทำอะไรไม่ได้เลย การทำงานของสมองเธอช้าลงอย่างมาก แม้ว่าเธออยากจะขยับตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองร่วงลงไป แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนองเร็วพอที่จะทำตามความคิดได้
การกระทำของเธอนั้นช้ายิ่งกว่าหอยทาก ดังนั้นไม่ว่าเธอจะทำอย่างไร เธอก็ไม่สามารถหยุดยั้งสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นี้ได้เลย
ทันทีที่ร่างกายกระแทกพื้น เอฟีเมราก็รู้ตัวว่าเธอพ่ายแพ้แล้ว เคนเนธใจดีพอที่จะไม่ผลักเธอลงไปในหลุมลึกที่สตรีจากสมาพันธ์มือปืนเป็นคนสร้างขึ้นหลังจากปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงที่สุดออกมา
เคนเนธลอยตัวอยู่เหนือลานประลองโดยมีเส้นผมพัดโบกในอากาศราวกับปีกนก
‘ไม่ดีแล้ว’ เคนเนธคิด ‘ข้าเริ่มรู้สึกง่วงแล้วสิ’
จากนั้นเขาก็เหลือบมองไปยังห้องที่แอชและเจ้าหญิงซิโดนีประทับอยู่ เขาบินตรงไปยังที่นั่นโดยไม่ลังเล
ทันทีที่เคนเนธร่อนลงข้างๆ แอช เขาก็ล้มฟุบลงกับพื้นและหลับไป เส้นผมที่ยาวเฟื้อยของเขาหดสั้นลงจนกลับสู่ความยาวปกติ
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะหลับตาลง เขาได้ส่งข้อความไปหาแอช เขารู้ดีว่าเจ้าหญิงซิโดนีไม่ชอบหน้าเขา ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจฝากความหวังไว้ที่คนรักของวิลเลียมแทน
เคนเนธรู้ถึงร่างจริงของเอียนอยู่แล้ว เขาจึงตัดสินใจเสี่ยงดวงและขอความช่วยเหลือจากเธอ เขาไม่สามารถไว้ใจใครให้มาดูแลเขาได้ในขณะที่เขาหมดสติ
แอชมองไปที่อดีตเพื่อนร่วมห้องของวิลเลียมด้วยสายตาที่ซับซ้อนก่อนจะถอนหายใจออกมาลึกๆ
หลังจากได้ยินคำพูดของเคนเนธ แอชก็มีหน้าที่ต้องปกป้องเขาให้ปลอดภัย เพราะข้อความที่เขาส่งผ่านทางโทรจิตมาหาเธอนั้นคือคำว่า
“ข้ามีข้อความจากแม่ของวิลเลียม ปกป้องข้าให้ปลอดภัย เพื่อที่ข้าจะได้ส่งข้อความสำคัญนี้ให้กับลูกชายของนาง”
แอชคงโกหกหากจะบอกว่าเธอไม่สนใจที่จะฟังข้อความจากแม่ของวิลเลียม ลูกครึ่งเอลฟ์คนนั้นเคยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแม่ของเขาให้เธอฟังมาบ้าง
นางเงือกสาวปรารถนาที่จะพบแม่สามีในอนาคตมานานแล้ว และอยากรู้ว่านางเป็นคนอย่างไร ในเมื่อเคนเนธเป็นผู้นำสารของนาง เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปกป้องเขาจากเจ้าหญิงที่อยู่ข้างกาย ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนจะมีความคิดอยากจะฆ่าเอลฟ์ผมเงินคนนี้ในขณะที่เขากำลังหลับใหลอยู่เต็มที
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.