ตอนที่ 90
86 / 3263
อ่าน 8 นาที
Chapter 90 - Strike!
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 03:59
บทที่ 90 - ฟาด!
เมื่อพลาดการโจมตีเข้าที่หัวของพยัคฆ์วิญญาณ ซุนเถาแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาวูบหนึ่งก่อนจะแค่นเสียงเย็นชา “แกโชคดีนะเจ้าสัตว์เดรัจฉาน!”
“แก... รนหาที่ตาย!”
แสงสีแดงดั่งปีศาจวูบผ่านนัยน์ตาของซูจื่อโม่ขณะที่เขาคำรามออกมา ทันใดนั้นเขาก็พุ่งไปปรากฏตัวตรงหน้าซุนเถาด้วยก้าวเดียวที่ข้ามระยะห่างถึงยี่สิบฟุต!
นั่นคือ ‘ย่างก้าวทลายสวรรค์’
แม้ดูเรียบง่ายแต่มันกลับน่าเกรงขามจนซุนเถาตื่นตระหนกจนใบหน้าซีดเผือด เขารู้สึกราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คน แต่เป็นสัตว์โบราณ!
จิตสังหารของซูจื่อโม่ท่วมท้น เขาตวัดมือกลับหลังฟาดลงไปที่แก้มของซุนเถา
ปัง!
ซุนเถาสุดจะต้านทาน สิ่งสุดท้ายที่เขารับรู้คือความมืดมิดที่เข้าครอบงำดวงตา เขากระเด็นร่วงลงจากแรงฟาดของซูจื่อโม่! ร่างของเขากระแทกพื้นจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่รอบศีรษะ ซุนเถาสลบเหมือดในทันทีโดยมีเลือดไหลซึมออกมาจากทั้งตาทั้งจมูก หู และปาก!
“เอ๊ะ?”
เหนือลานประลองวิญญาณที่อยู่ไกลออกไปเกินกว่าสายตาจะมองเห็น มีเสียงพึมพำด้วยความประหลาดใจดังขึ้น ปีกยักษ์คู่หนึ่งที่แทบมองไม่เห็นปรากฏขึ้นพร้อมกับดวงตาสองข้างที่เฝ้ามองทุกอย่างเบื้องล่างอย่างเย็นชา
“แปลกจริง... ทำไมเลือดของเจ้าเด็กนั่นถึงได้...”
เสียงพึมพำแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินดังมาจากฟากฟ้า
ณ ลานประลองวิญญาณ...
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดสร้างความแตกตื่นไปทั่ว
มันเริ่มต้นจากการลอบโจมตีของซุนเถาที่ทำให้พยัคฆ์วิญญาณของซูจื่อโม่บาดเจ็บ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนยังยอมรับได้ในความเป็นจริง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นทำเอาทุกคนอึ้งไปตามๆ กัน
กว่าที่ไอ้อ้วนจะคิดห้ามปราม มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
ไม่มีใครคาดคิดว่าซูจื่อโม่จะกล้าลงมือกับซุนเถา ไม่เพียงเท่านั้น ซุนเถายังถูกซัดจนสลบด้วยการตบเพียงครั้งเดียว จนไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่!
“ประมาท! มันต้องเป็นเพราะความประมาทแน่ๆ!”
นั่นคือความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวของทุกคน
ซุนเถาเป็นผู้ฝึกตนขัดเกลาปราณระดับ 8 ของยอดเขาแห่งจิตวิญญาณ การที่เขาจะถูกผู้ฝึกตนขัดเกลาปราณระดับ 6 ของยอดเขาอาวุธปราบลงได้ในการโจมตีเดียว ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือเขาประมาทไป
“จบกัน จบกันแน่! พี่ชายเล่นเมินกฎสำนักแล้วลงมือกับศิษย์ร่วมสำนักนอกลานประลอง! ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าซุนเถายังมีชีวิตอยู่ไหม! งานเข้าแล้ว!”
ไอ้อ้วนเกาหัวเกาหูอย่างร้อนรน พยายามคิดหาทางออก
“อวดดี!”
“โอหังนัก!”
“ซูจื่อโม่ แกกล้าดียังไงถึงละเมิดกฎสำนักแล้วทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก! แกนั่นแหละที่รนหาที่ตาย!”
ศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณจำนวนมากพุ่งตัวออกมาจากกลุ่มและล้อมซูจื่อโม่ไว้ พวกเขาตะคอกใส่เขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
เฟิงฮ่าวอวี่ที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล ดวงตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมน้ำหน้า “ดูท่าฉันคงไม่ต้องลงมือเองแล้วสินะ เจ้าคนโง่เอ๊ย หึหึ”
สีหน้าของซูจื่อโม่ยังคงนิ่งเฉยขณะมองศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณที่ล้อมรอบเขาไว้อย่างเย็นชา เขานั่งยองๆ ลงไปทายาที่แผลของพยัคฆ์วิญญาณ
พยัคฆ์วิญญาณทนความเจ็บปวดแล้วมองซูจื่อโม่ด้วยสายตาที่กะพริบถี่ๆ มันสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่ไหลเวียนอยู่ในหัวใจ
เลิ่งโหรวที่อยู่ข้างๆ พยักหน้ายอมรับเมื่อเห็นภาพนั้น
ตัดเรื่องอื่นออกไป การที่ซูจื่อโม่สามารถรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้ต่อหน้าศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณนับพันคนนั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นทางจิตใจของเขา
เธอยอมรับว่าตัวเธอเองคงไม่อาจเทียบความนิ่งสงบของซูจื่อโม่ได้เลย
“ทุกคน โปรดอย่าเพิ่งใจร้อน อย่าเพิ่งวู่วามกันเลยน่า!”
ไอ้อ้วนกระโดดออกมาแล้วโค้งคำนับทุกคนพร้อมหัวเราะแห้งๆ “ถ้าพวกนายลงมือ นั่นก็แปลว่าทุกคนกำลังทำผิดกฎสำนักเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณหลายคนก็ดูลังเล พวกเขายืนนิ่งงัน รู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะลงมือ
สายตาของเฟิงฮ่าวอวี่วูบไหว เขาโน้มตัวลงไปกระซิบกับศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณที่อยู่ข้างๆ
ศิษย์ผู้นั้นพยักหน้ารับ ก่อนจะขี่กระบี่บินพุ่งตรงไปยังวังของยอดเขาแห่งจิตวิญญาณ
แววตาของเลิ่งโหรวฉายความรังเกียจเมื่อเห็นเช่นนั้น
เธอไม่ต้องเดาก็รู้ เฟิงฮ่าวอวี่ต้องสั่งให้คนไปฟ้องเพื่อเรียกผู้อาวุโสของสำนักมาจัดการซูจื่อโม่
“ซูจื่อโม่ แกกล้าทำร้ายคนของเราในที่ของเรา คิดว่ายอดเขาแห่งจิตวิญญาณอ่อนแอนักหรือไง?”
ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากัน เฟิงฮ่าวอวี่ก็โพล่งขึ้นมา
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวใจของไอ้อ้วนก็ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ช่างเป็นคนที่ชั่วร้ายนัก!
คำพูดนั้นจงใจกระตุ้นอารมณ์ของทุกคนเพื่อให้ซูจื่อโม่ลงมือปะทะกับศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณ!
ยิ่งเรื่องนี้บานปลายเท่าไหร่ โทษของซูจื่อโม่ก็จะยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น!
จริงดังคาด หลังจากเฟิงฮ่าวอวี่พูดจบ ศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณที่ตอนแรกยังลังเลก็ดูมุ่งมั่นขึ้นมาก พวกเขาค่อยๆ เอื้อมมือไปที่ถุงเก็บของ เตรียมพร้อมจะโจมตีได้ทุกเมื่อ
ในที่สุดศิษย์คนหนึ่งของยอดเขาแห่งจิตวิญญาณก็ทนไม่ไหว ด้วยความมั่นใจในพละกำลังทางกายเพราะเคยฝึกวิชาขัดเกลากายมาก่อน เขาแค่นเสียงเย็นชาแล้วเดินตรงไปคว้าผมของซูจื่อโม่พร้อมตะคอกว่า “ซูจื่อโม่! เราถามแกอยู่นะ! อย่าทำเป็นใบ้!”
“ไสหัวไป!”
ซูจื่อโม่ไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ตวัดแขนออกไป แม้ดูเหมือนไร้เรี่ยวแรง แต่เสียงดังปังคล้ายแส้ฟาดก็ดังสนั่น!
เพียะ!
ก่อนที่ฝ่ามือของศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณจะทันได้แตะตัวซูจื่อโม่ เขาก็ถูกตบจนกระเด็นหายเข้าไปในฝูงชน! ฟันของเขาแตกกระเด็นพร้อมเลือดที่พุ่งออกมาจากปาก ก่อนจะสิ้นสติไปบนพื้น
ทุกคนแตกตื่นกันไปหมด!
ไอ้อ้วนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว
เขาพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย แต่ตอนนี้ ทุกสิ่งที่เขาทำไปกลับไร้ผล!
การโจมตีของซูจื่อโม่รวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะตั้งตัวทัน!
ตอนนี้เขาทำให้ศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณโกรธแค้นไปหมดแล้ว
ศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณจำนวนมากเรียกกระบี่บินของตนออกมาลอยอยู่กลางอากาศ พร้อมจะจู่โจมได้ทุกเมื่อ!
ศิษย์ยอดเขาอาวุธหลายสิบคนก็ล้อมซูจื่อโม่ไว้พร้อมเรียกกระบี่บินออกมาเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายต่างชี้กระบี่เข้าหากัน สงครามกำลังจะอุบัติขึ้น!
ดวงตาของเฟิงฮ่าวอวี่ฉายแววสะใจยิ่งกว่าเดิม
“อย่าตีกัน อย่าตีกัน!”
เมื่อไอ้อ้วนเห็นเช่นนั้น เขาก็ยิ่งกลุ้มใจจึงหยิบขวานยักษ์ออกมาจากถุงเก็บของ เขาหยิบยันต์ใบหนึ่งด้วยมือซ้ายแล้วตบลงไปที่หลังของซูจื่อโม่
ทันใดนั้น ม่านพลังแสงก็ปรากฏขึ้นรอบตัวซูจื่อโม่
มันคือยันต์คุ้มกาย
แทนที่จะใช้กับตัวเอง ไอ้อ้วนกลับมอบมันให้ซูจื่อโม่
การกระทำนั้นทำให้ซูจื่อโม่รู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่ง
สิ่งที่ไอ้อ้วนทำย่อมส่งผลให้เขาผิดใจกับศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณเพื่อนร่วมสำนักของเขาเอง
“ไอ้อ้วนสารเลว! แกอยู่ข้างไหนกันแน่!” ศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณคนหนึ่งตะโกน
ทันใดนั้นสีหน้าของไอ้อ้วนก็เปลี่ยนเป็นดุดัน รอยยิ้มหายไปก่อนจะตะคอกกลับว่า “ส้นตีนเถอะ! พวกแกจะเดือดร้อนทำไมว่าฉันอยู่ข้างใคร!”
เสียงตะโกนของไอ้อ้วนทำให้ศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณหลายคนชะงัก
ตั้งแต่เข้ามาในสำนัก ไม่มีใครเคยเห็นไอ้อ้วนโกรธมาก่อน เขาเอาแต่ยิ้มแย้มและเป็นมิตรเสมอ อันที่จริงเขามีเพื่อนมากกว่าเฟิงฮ่าวอวี่เสียด้วยซ้ำ
เมื่อรู้ตัวว่าอาจจะแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมไป ไอ้อ้วนก็เบะปาก “ฉันเป็นไอ้อ้วนก็เรื่องของฉัน แต่ฉันเกลียดที่สุดเวลาคนมาเรียกว่าไอ้อ้วนสารเลว...”
ทันใดนั้น เสียงตะโกนก็ดังสนั่นมาจากที่ไกลๆ
“ทุกคน แยกย้าย!”
ลำแสงพุ่งตรงมาและปรากฏขึ้นเหนือหัวทุกคน มีผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานระยะต้นยืนอยู่บนกระบี่บิน ข้างหลังเขาคือศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณที่ไปฟ้องนั่นเอง
“คารวะศิษย์พี่เฉิน”
“มาได้จังหวะพอดีเลยศิษย์พี่เฉิน โปรดให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย ซูจื่อโม่แห่งยอดเขาอาวุธละเมิดกฎสำนักทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักครับ!”
ศิษย์ยอดเขาแห่งจิตวิญญาณหลายคนประสานมือคารวะเมื่อจำได้ว่าคนที่มาถึงคือใคร
ไอ้อ้วนรีบกระซิบ “พี่ชาย อย่าไปหาเรื่องคนผู้นี้ เขาคือศิษย์ในของหอวินัย เฉินอวี่ เขาต้องมาหาเรื่องพี่แน่เพราะสนิทกับเฟิงฮ่าวอวี่ พี่อดทนไว้หน่อยเถอะ”
ไอ้อ้วนหยุดคิดเล็กน้อยแล้วพูดต่อเพราะกลัวซูจื่อโม่จะไม่เข้าใจความร้ายแรงของสถานการณ์ “เราไปหาเรื่องศิษย์ในไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นหลังจากเลื่อนเป็นศิษย์ในเราจะซวยเอาได้ อีกอย่างเขายังเป็นคนของหอวินัยอีกด้วย”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.