ตอนที่ 3444
3444 / 5804
อ่าน 11 นาที
Chapter 3444 - Blood Arena
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 10:32
บทที่ 3444 ลานประลองโลหิต
“ข้าต้องการพวกมัน” หยางไค่เอ่ยปากโดยไร้ซึ่งท่าทีต่อรอง ในเมื่อสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ต่อเขา การครอบครองพวกมันย่อมเป็นเรื่องสามัญยิ่ง
พนักงานร้านดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันควัน
“ทว่าข้าไม่มีผลึกอสูรแม้แต่เม็ดเดียว” หยางไค่กล่าวประโยคถัดมา
รอยยิ้มบนใบหน้าของพนักงานพลันแข็งค้าง เขามองหยางไค่ด้วยสายตาที่ราวกับจะถามว่า ‘ท่านล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?’
หยางไค่สะบัดมือคราหนึ่ง นำน้ำเต้าขนาดครึ่งตัวคนซึ่งแผ่ซ่านไปด้วยไออสูรอันเข้มข้นออกมา พนักงานร้านสะดุ้งสุดตัวด้วยนึกว่าตนเองกำลังจะถูกปล้น แต่แล้วก็ได้ยินเสียงของหยางไค่เอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย “พวกเจ้าจะรับสิ่งนี้แทนได้หรือไม่?”
เมื่อนั้นพนักงานร้านจึงเข้าใจเจตนาของหยางไค่ เขารีบเช็ดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดพรายบนหน้าผาก พลางตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “ปกติทางร้านเราไม่รับแลกเปลี่ยนเช่นนี้ แต่ดูเหมือนศาสตราอสูรของท่านจะมีระดับที่ไม่ธรรมดา ข้าจะลองไปถามเถ้าแก่ให้ขอรับ”
“ตกลง” หยางไค่พยักหน้า พนักงานร้านจึงรีบหมุนตัวเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ทันที
ที่เคาน์เตอร์นั้นดูเหมือนจะว่างเปล่า แต่พนักงานกลับไปยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับมาด้วยรอยยิ้ม “เถ้าแก่ต้องการพบท่านขอรับ”
หยางไค่เหลือบมองเขาด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเดินตามไปยังเคาน์เตอร์ พนักงานร้านชี้มือลงไปด้านล่างพลางกล่าวว่า “นี่คือเถ้าแก่ของพวกเราขอรับ”
หยางไค่มองตามปลายนิ้วไปจึงได้พบกับคนแคระผู้หนึ่งที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ เขาสูงเพียงครึ่งเดียวของมนุษย์ปกติและถูกเคาน์เตอร์ทรงสูงบดบังเสียมิดชิด มิน่าเล่าหยางไค่ถึงมองไม่เห็นในตอนแรก ไม่ทราบว่าคนแคระผู้นี้มาจากเผ่าพันธุ์ใด รูปลักษณ์ดูแปลกประหลาดด้วยศีรษะที่โตผิดกับร่างกายที่เล็กสั้น ทว่าดวงตาทั้งคู่กลับฉายแววเจ้าเล่ห์เฉลียวฉลาด เขาจ้องมองหยางไค่หัวจรดเท้าก่อนจะเอ่ยถาม “ข้าได้ยินว่าเจ้าต้องการนำศาสตราอสูรมาแลกกับแผนที่และรถศึกหัวพยัคฆ์อย่างนั้นรึ?”
หยางไค่วางน้ำเต้าลงบนเคาน์เตอร์แล้วพยักหน้า “ถูกต้อง ลองดูสิ่งนี้สิ ว่ามันมีค่าเท่าใด?”
คนแคระยื่นมือออกไปสัมผัสน้ำเต้าพลางปลดปล่อยสัมผัสวิญญาณเข้าไปสำรวจ เพียงครู่เดียวเขาก็เลิกคิ้วขึ้นพร้อมอุทานออกมา “ศาสตราอสูรระดับราชา!”
สิ่งที่เรียกว่าศาสตราอสูรระดับราชา ย่อมเป็นศาสตราที่คู่ควรกับ ‘ราชาอสูร’ เท่านั้น หยางไค่มีของพวกนี้อยู่มากมาย ซึ่งล้วนเป็นของกำนัลที่เขา ‘หยิบยืม’ มาจากเหล่าราชาอสูรที่ถูกเขาสังหารไปในช่วงก่อนหน้านี้
เหล่านักล่าในดินแดนดาราไม่อาจใช้งานศาสตราของเผ่าอสูรได้ แต่พวกเขามักจะรวบรวมมันไว้เป็นจำนวนมากหลังจบศึกที่เมืองเสือคำราม หยางไค่เองก็เช่นกัน
เมื่อลองนึกดูแล้ว เขาควรจะเก็บรวบรวมผลึกอสูรมาด้วย แต่ในตอนนั้นสิ่งเหล่านั้นเต็มไปด้วยไออสูรซึ่งไร้ประโยชน์สำหรับเขา เขาจึงมิได้ใส่ใจ หากรู้ว่าจะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาคงเก็บผลึกอสูรพวกนั้นไว้เพื่อลดความยุ่งยากไปแล้ว
คนแคระตรวจสอบคุณภาพและระดับของน้ำเต้าอย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “ปกติร้านเราไม่รับของพวกนี้ แต่ในเมื่อมันเป็นศาสตราอสูรระดับราชา ข้าจะยอมผ่อนปรนให้เป็นกรณีพิเศษ ทว่าสิ่งนี้มีค่าเพียงหนึ่งล้านผลึกอสูรระดับสูงเท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลจากราคาของที่เจ้าต้องการนัก เจ้ายังมีสิ่งอื่นมาแลกอีกหรือไม่?”
หากมิใช่เพราะเห็นแก่ศาสตราอสูรระดับราชานี้ เถ้าแก่ย่อมไม่เสียเวลาเสวนากับหยางไค่ ทว่าการที่ชายหนุ่มผู้นี้สามารถนำของล้ำค่าเช่นนี้ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ย่อมหมายความว่าเขาต้องมีของดีอื่นซุกซ่อนอยู่อีกแน่ หากเขาสามารถรับซื้อและนำไปขายต่อได้ ย่อมต้องทำกำไรมหาศาล
“หนึ่งล้านรึ?” หยางไค่หันไปมองเสี่ยวอู่อย่างขอความเห็น เขาไม่รู้ราคาตลาดในดินแดนอสูรเลยแม้แต่น้อย จึงทำได้เพียงขอคำชี้แนะจากสาวใช้ผู้นี้
เสี่ยวอู่รีบส่งกระแสจิตบอกเขาทันที “ราคานี้ต่ำไปเล็กน้อยเจ้าค่ะ ท่านลองต่อรองเพิ่มขึ้นอีกนิดดู”
หากต่ำไปเพียงเล็กน้อย ย่อมเป็นสิ่งที่ยอมรับได้
หยางไค่พยักหน้าก่อนจะสะบัดมือวูบหนึ่ง ทันใดนั้นเสียงเคร้งคร้างก็ดังสนั่นพร้อมกับศาสตราอสูรอีกห้าชิ้นที่มีรูปร่างและขนาดต่างกันปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เขาหันไปถามคนแคระอย่างเรียบเฉย “เท่านี้พอหรือไม่?”
ทั้งเถ้าแก่คนแคระและพนักงานร้านต่างยืนตะลึงจนตาค้าง ศาสตราอสูรที่ปรากฏขึ้นใหม่ล้วนแผ่ซ่านไปด้วยไออสูรอันเข้มข้น มิต่ำไปกว่าน้ำเต้าใบเมื่อครู่เลย และบางชิ้นดูเหมือนจะล้ำค่ายิ่งกว่าเสียด้วยซ้ำ!
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นศาสตราอสูรระดับราชาทั้งสิ้น!
ศาสตราอสูรระดับราชาสามารถใช้งานได้โดยราชาอสูรเท่านั้น การที่ชายหนุ่มนิรนามผู้นี้นำพวกมันออกมามากมายในคราวเดียว ย่อมมิได้หมายความว่ามันเป็นของเขาแต่เดิม แต่มันหมายความว่าเยาวชนผู้นี้ต้องผ่านการสังหารและชิงปล้นผู้คนมานับไม่ถ้วน
หากศาสตราแต่ละชิ้นหมายถึงราชาอสูรหนึ่งตน...
ในชั่วพริบตา สายตาที่เถ้าแก่และพนักงานมองหยางไค่ก็เปลี่ยนไป พวกเขารู้สึกราวกับมีกลิ่นอายโลหิตอันเยียบเย็นแผ่ซ่านออกมาปกคลุมร่างกาย
เถ้าแก่คนแคระไม่กล้าชักช้า รีบเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม “โปรดรอสักครู่ท่านจอมยุทธ์ ให้ข้าได้ตรวจสอบพวกมันอย่างละเอียดก่อน”
หลังจากตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง คนแคระก็มั่นใจว่าทั้งหมดคือศาสตราอสูรระดับราชา และแต่ละชิ้นมีค่าอย่างน้อยหนึ่งล้านผลึกอสูรระดับสูง บางทีเขาอาจจะรู้ตัวแล้วว่าหยางไค่มิใช่บุคคลที่ควรล่วงเกิน เขาจึงเป็นฝ่ายเสนอเพิ่มราคาศาสตราอสูรสามชิ้นให้เองโดยไม่ต้องร้องขอ
ในท้ายที่สุด ศาสตราอสูรทั้งหกชิ้นถูกตีราคาไว้ที่ 6.9 ล้านผลึกอสูรระดับสูง ซึ่งเกินพอที่จะแลกแผนที่และรถศึกหัวพยัคฆ์มาครอง
ครู่ต่อมา หยางไค่เดินออกมาจากร้านพร้อมกับเสี่ยวอู่ เขาเก็บแผนที่และรถศึกไว้ในแหวนมิติ ในขณะที่ในมือถือแหวนมิติอีกวงซึ่งบรรจุผลึกอสูรระดับสูงส่วนเกินอีกเก้าแสนเม็ดเอาไว้
จุดประสงค์หลักของการมาครั้งนี้คือแผนที่ ในเมื่อเป้าหมายสำเร็จแล้ว หยางไค่จึงไม่มีความจำเป็นต้องซื้อสิ่งใดเพิ่มอีก
ขณะที่เดินทอดน่องไปกับเสี่ยวอู่ เขาหยิบแผนที่ออกมาแล้วใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบเพื่อทำความคุ้นเคยกับภูมิศาสตร์ของดินแดนอสูร สัมผัสวิญญาณของเขาโลดแล่นไปตามแผนที่ ชื่อของทวีปต่างๆ ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงทีละทวีป หยางไค่จดจำข้อมูลเหล่านั้นอย่างเงียบเชียบ พลางคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องสืบหาที่อยู่ของ ‘จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จันทรากระจ่าง’
ในเมื่อ ‘จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ความลับสวรรค์’ และคนอื่นๆ ต้องการให้เขามาช่วยเหลือจักรพรรดิจันทรากระจ่าง สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือระบุตำแหน่งที่แน่นอนให้ได้เสียก่อน จึงจะเริ่มแผนการขั้นถัดไปได้
ขณะที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิด หยางไค่พลันได้ยินเสียงโห่ร้องแผดคำรามดังลั่น ซึ่งดึงดูดความสนใจของเขาในทันที
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ก็พบกับอาคารทรงโดมขนาดยักษ์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองศักดิ์สิทธิ์ ประตูทางเข้ามีอสูรที่แข็งแกร่งหลายตนเฝ้ายามอย่างเข้มงวด และเสียงกึกก้องเมื่อครู่ย่อมดังมาจากภายในอาคารแห่งนั้น ดูท่าทางจะคึกคักมิน้อย
“นั่นคือที่ใดกัน?” หยางไค่เอ่ยถามพลางชี้ไปยังอาคารทรงโดม อาคารที่เขาเคยเห็นมาก่อนหน้าไม่มีที่ใดใหญ่โตขนาดนี้ สถานที่แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางมหาศาล เห็นได้ชัดว่าต้องมีผู้หนุนหลังที่ยิ่งใหญ่
“ลานประลองโลหิตเจ้าค่ะ” เสี่ยวอู่เม้มริมฝีปากพลางเหลือบมองไปยังทางนั้น แววตาของนางฉายแววหวาดหวั่น ราวกับว่านางหวาดกลัวสถานที่แห่งนั้นเป็นอย่างยิ่ง
“มันมีไว้ทำอะไรรึ?” หยางไค่ถามด้วยความใคร่รู้
เสี่ยวอู่จึงอธิบายว่า “เรียนท่านจอมยุทธ์ มันคือสถานที่สำหรับประลองยุทธ์เจ้าค่ะ ยอดฝีมือมากมายจะเข้าไปประชันฝีมือกัน ผู้ชนะจะได้รางวัลที่ทางลานประลองจัดเตรียมไว้ ส่วนผู้แพ้อาจต้องสูญเสียทุกสิ่ง แม้กระทั่งชีวิตของตนเอง”
“มีรางวัลให้ด้วยรึ?” หยางไค่รู้สึกประหลาดใจ
เสี่ยวอู่พยักหน้า “เจ้าค่ะ และบ่อยครั้งที่รางวัลนั้นล้ำค่ามหาศาลยิ่งนัก นอกจากนี้ผู้คนยังสามารถเข้าไปเพื่อวางเดิมพันได้อีกด้วย บางคนร่ำรวยเพียงชั่วข้ามคืน ในขณะที่บางคนกลับต้องกลายเป็นยาจกในพริบตา!”
“วางเดิมพันได้ด้วยรึ!” ดวงตาของหยางไค่พลันเป็นประกายขึ้นมาทันที เมื่อครู่เขาเพิ่งเสียเงินไป 6 ล้านเพื่อแลกกับแผนที่และรถศึก แม้ศาสตราอสูรจะแลกมาได้ 6.9 ล้าน แต่ตอนนี้เขาก็เหลือเงินติดตัวเพียงเก้าแสนเม็ดเท่านั้น เขาต้องพำนักอยู่ในดินแดนอสูรอีกนาน การจะเคลื่อนไหวโดยไม่มีผลึกอสูรย่อมมิใช่เรื่องง่าย เขาเพิ่งจะคิดหาวิธีหาเงินเพิ่มอยู่พอดี ไม่นึกเลยว่าโอกาสจะลอยมาอยู่ตรงหน้าเช่นนี้
“เข้าไปดูกันเถิด” หยางไค่นำเสี่ยวอู่ตรงไปยังลานประลองโลหิตด้วยความสนใจเปี่ยมล้น
ที่หน้าประตูมีทหารยามเฝ้าอยู่ และผู้ที่จะเข้าไปข้างในต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า เนื่องจากการต่อสู้อันดุเดือดตื่นเต้นภายในลานประลองมิใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเข้าไปดูได้ฟรีๆ ค่าธรรมเนียมนี้จึงเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของลานประลองโลหิต
ผลึกอสูรระดับสูงหนึ่งหมื่นเม็ดต่อคน คือราคาที่คนธรรมดาสามัญมิอาจเอื้อมถึง
โชคดีที่ตอนนี้หยางไค่มีเงินติดตัวอยู่บ้าง มิเช่นนั้นเขาคงต้องพึ่งพาเงินของเสี่ยวอู่เสียแล้ว
หลังจากจ่ายค่าธรรมเนียม หยางไค่ได้รับป้ายผ่านทางมาสองใบแล้วมุ่งหน้าเข้าไปทันที
นี่เป็นครั้งแรกของเสี่ยวอู่ที่ได้ย่างกรายเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ นางจึงรู้สึกประหม่าเล็กน้อยและก้าวเดินตามหลังหยางไค่ไปติดๆ
เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินอันยาวเหยียด ทั้งสองก็มาถึงพื้นที่ภายในอันกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา มันคือลานประลองวงกลมที่ครอบคลุมพื้นที่หลายสิบไร่ เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า ปกคลุมพื้นดินจนขาวโพลน และสิ่งที่ทำให้หยางไค่ต้องประหลาดใจคือ ภายในลานประลองนั้นกลับมีเทือกเขาที่สูงชันและทุรกันดารตั้งตระหง่านอยู่หลายลูก
อัฒจันทร์โดยรอบถูกจัดวางเรียงลดหลั่นกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู สูงขึ้นไปทีละขั้น มันสามารถรองรับผู้ชมได้พร้อมกันถึงสี่ถึงห้าหมื่นคนในเวลาเดียวกัน
ในยามนี้ แม้ที่นั่งจะยังไม่เต็มพิกัด แต่ก็มีผู้คนเข้ามาจับจองพื้นที่แล้วกว่าร้อยละแปดสิบ
ผู้ชมแต่ละคนต้องจ่ายค่าเข้าหนึ่งหมื่นผลึกอสูรระดับสูง ด้วยจำนวนผู้ชมกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ย่อมหมายความว่าลานประลองโลหิตสามารถกวาดรายได้จากการเก็บค่าเข้าชมเพียงอย่างเดียวได้ถึงหลายร้อยล้านผลึกอสูร
ก่อนหน้านี้ หยางไค่ยังนึกสงสัยว่าลานประลองโลหิตจะนำรางวัลล้ำค่ามาจากที่ใด และจะทำกำไรจากธุรกิจนี้ได้อย่างไร แต่ยามนี้เขาเข้าใจแล้วว่านี่คือธุรกิจที่ ‘ไม่มีวันขาดทุน’ โดยแท้จริง
ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งที่ทำให้หยางไค่ตกใจยิ่งกว่าคือ พื้นที่ภายในลานประลองโลหิตแห่งนี้ดูเหมือนจะแตกต่างออกไป เพราะฉากการต่อสู้เบื้องหน้านั้นดูเล็กลงกว่าความเป็นจริงกว่าสิบเท่า กล่าวอีกนัยหนึ่ง ลานประลองกว้างหลายสิบไร่ที่เห็นอยู่นี้ แท้จริงแล้วอาจมีขนาดหลายร้อยหรือหลายพันไร่ เพียงแต่ถูกบีบอัดด้วยวิธีการพิเศษบางอย่าง
[วิชามิติอย่างนั้นรึ?]
หยางไค่หรี่ตาลง [อวี่หรูเมิ่งเคยกาล่าวมิใช่รึว่า ไม่มีผู้ใดในดินแดนอสูรที่เชี่ยวชาญมรรคแห่งมิติ? หากเป็นเช่นนั้น ใครกันที่เป็นผู้บีบอัดพื้นที่ของลานประลองแห่งนี้?]
เขาหันไปถามเสี่ยวอู่ จึงได้รู้ความจริงว่ามันมิใช่อย่างที่เขาคิด
พื้นที่ในลานประลองโลหิตเดิมทีเป็นเศษซากทวีปขนาดเล็กที่แตกสลาย ซึ่งถูกอวี่หรูเมิ่งเคลื่อนย้ายมาที่นี่ด้วยพลังมหาศาลของนาง จากนั้นจึงให้นักอาคมผู้เก่งกาจหลอมรวมมันเข้ากับลานประลองเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้
[ข้าว่าแล้วเชียวว่าลานประลองโลหิตต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังที่แข็งแกร่ง] ที่แท้นี่คือกิจการส่วนตัวของอวี่หรูเมิ่งนั่นเอง นางคือนายเหนือหัวแห่งทวีปเสน่หา การที่นางจะทำเรื่องเช่นนี้ย่อมมิใช่เรื่องแปลก
เสี่ยวอู่กล่าวต่อว่า “บ่าวเองก็เพิ่งเคยเข้ามาเป็นครั้งแรกเช่นกันเจ้าค่ะ แต่บ่าวเคยได้ยินมาว่าลานประลองโลหิตแห่งนี้มีสภาพแวดล้อมและภูมิประเทศให้เลือกหลายสิบแบบ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการเปิดใช้งานค่ายกลอาคมต่างๆ เจ้าค่ะ”
“โอ้?” หยางไค่เลิกคิ้วขึ้น [นางหมายความว่าฉากหิมะเบื้องหน้าสามารถเปลี่ยนเป็นสภาพแวดล้อมอื่นได้งั้นรึ?]
หากเป็นเช่นนั้น ความหลากหลายของสนามประลองย่อมสูงยิ่งนัก ยอดฝีมือที่มีความแข็งแกร่งสูสีกันอาจจะชิงความได้เปรียบได้ หากสภาพแวดล้อมนั้นเอื้ออำนวยต่อตนเอง
ขณะที่พวกเขากำลังสนทนากัน เสียงโห่ร้องแผดคำรามก็ดังสะท้านขึ้นอีกครั้งจากผู้ชมโดยรอบ ดูเหมือนว่าผลการต่อสู้ในลานประลองโลหิตจะได้ข้อสรุปแล้ว
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.