ตอนที่ 4666
4664 / 5804
อ่าน 12 นาที
Chapter 4666 – Going All Out
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 13:22
บทที่ 4666 - ทุ่มสุดสรรพกำลัง
---
**ผู้แปล**: ศิลวินทร์ และ จอน
**ผู้ตรวจสอบคำแปล**: ปิ้วปิ้วเลเซอร์กัน
**บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร**: ลีโอแห่งเขาไซออน และ เดล ไลเกอร์คีย์
---
หยางไค่ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับเซี่ยหลินหลาง เขาเพียงแค่สิ้นเปลืองพลังงานไปมหาศาล ด้วยเหตุนี้จึงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการฟื้นฟูพลังส่วนใหญ่กลับคืนมา
ในช่วงเวลานี้ สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นภายในแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ เห็นได้ชัดว่าเหล่าจอมยุทธระดับสูงได้ทลายประตูมิติของม้วนภาพลงแล้ว และบัดนี้พวกเขากำลังพยายามทะลวงปราการโลกของสถานที่แห่งนี้
ทันทีที่พวกเขาสามารถสร้างรอยร้าวขึ้นมาได้ พวกเขาก็จะสามารถทะลวงผ่านและบุกรุกเข้ามา
การที่จอมยุทธระดับสูงถึงสี่คนผนึกกำลังกันนับเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัว แม้หยางไค่และเซี่ยหลินหลางจะตัดสินใจร่วมมือกัน แต่ก็ไม่มีทางเอาชนะคนทั้งสี่ได้เลย
เซี่ยหลินหลางเป็นกังวลต่อชีวิตนับล้านในแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ นางจึงไม่เต็มใจที่จะเปิดศึกในสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นหยางไค่จึงต้องคิดหาทางแก้ไขเพื่อปลดเปลื้องความกังวลนี้ของนาง เพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้พลังของแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ในการเผชิญหน้ากับศัตรู
เห็นได้ชัดว่าเซี่ยหลินหลางไม่ได้ตั้งใจจะนำชีวิตนับล้านเข้าไปไว้ในจักรวาลน้อยของนาง แม้ว่านางจะสามารถทำได้ก็ตาม
จักรวาลน้อยของจอมยุทธขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับเจ็ดได้ก่อเกิดเป็นรูปธรรมแล้ว ดังนั้นจึงสามารถรองรับชีวิตธรรมดานับล้านได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น การหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตในจักรวาลน้อยของตนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและรากฐานของเจ้าของให้มั่นคงยิ่งขึ้น เนื่องจากสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะช่วยบำรุงโลกและสร้างพลังโลกขึ้นมาได้เอง เมื่อเวลาผ่านไป มันสามารถช่วยประหยัดเวลาและความพยายามของบำเพ็ญเพียรได้อย่างมหาศาล
ทว่า หากเซี่ยหลินหลางทำเช่นนั้นจริง มันจะกลายเป็นหายนะสำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ ทันทีที่นางเข้าสู่การต่อสู้กับศัตรูที่ทรงพลัง ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นี่จะถูกสังหารอันเป็นผลมาจากความโกลาหลปั่นป่วนภายในจักรวาลน้อยของนาง
ตอนแรกหยางไค่ตั้งใจจะนำสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่เข้าไปไว้ในจักรวาลน้อยของเขา แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงจอมยุทธขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับหก แต่จักรวาลน้อยของเขาก็ได้รับการคุ้มครองจากน้ำพุโลก ด้วยเหตุนี้ สิ่งมีชีวิตในจักรวาลน้อยของเขาจะไม่ได้รับอันตรายไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
กระนั้น หากเขาทำเช่นนั้นจริง ความลับที่ว่าจักรวาลน้อยของเขาได้ก่อเกิดเป็นรูปธรรมแล้วก็จะถูกเปิดโปง
แม้ว่าเซี่ยหลินหลางจะดูเป็นห่วงเป็นใยสิ่งมีชีวิตในสถานที่แห่งนี้ แต่นางอาจไม่มีความเห็นอกเห็นใจเช่นเดียวกันต่อหยางไค่ หากนางค้นพบความลับของเขา นางอาจบังเกิดจิตคิดร้ายขึ้นมาได้
หลังจากครุ่นคิด หยางไค่รู้ว่าเขาต้องลงมืออย่างลับๆ
เหตุผลที่เขาได้หยกกลับคืนมาจากเซี่ยหลินหลางเมื่อไม่นานมานี้ก็เพื่อเตรียมการสำหรับเรื่องนี้นี่เอง
เมื่อรักษาตัวเสร็จสิ้น หยางไค่ก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือเทือกเขาแห่งหนึ่ง เมื่อทอดสายตาลงไป เขาก็เห็นว่าเทือกเขานั้นทอดยาวหลายหมื่นกิโลเมตร ดุจพญามังกรที่หลับใหล
จากนั้น เขาก็หยิบหยกชิ้นนั้นออกมาแล้วหนีบไว้ระหว่างปลายนิ้ว ขณะที่สื่อสารกับหยก เขาก็ควบคุมหลักการแห่งห้วงมิติในบริเวณนั้น ในชั่วพริบตาต่อมา พลังโลกในแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ก็พลันสั่นสะท้าน อาณาบริเวณกว้างหลายแสนกิโลเมตรก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
แม้เขาจะเป็นจอมยุทธขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับหก แต่ก็ยากที่จะทำสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ได้โดยอาศัยเพียงพลังของตนเอง ทว่า เนื่องจากเขาเป็นเจ้าของร่วมของแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ มันจึงง่ายขึ้นมากสำหรับเขาในตอนนี้
แน่นอนว่าเจ้าของร่วมอีกครึ่งหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ย่อมสามารถสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวที่รุนแรงเช่นนี้
ครู่ต่อมา เซี่ยหลินหลางซึ่งกำลังทำสมาธิอยู่ในตำหนักบุปผาสาลี่ ก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าหยางไค่ด้วยสีหน้ามืดมนพร้อมกับแผดเสียงคำราม “หยางไค่ เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?!”
นางสัมผัสได้ว่าหยางไค่กำลังพยายามตัดแยกดินแดนส่วนใหญ่ออกไปจากแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ ซึ่งกินอาณาบริเวณกว้างหลายแสนกิโลเมตร
การแยกส่วนเช่นนี้สร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อรากฐานของแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ ทันทีที่หยางไค่ทำสำเร็จ รากฐานมรดกของแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่จะลดลงถึงสองถึงสามส่วน
นั่นคือเหตุผลที่เซี่ยหลินหลางเดือดดาล
ในทางกลับกัน หยางไค่ไม่ได้ประหลาดใจกับการมาถึงของนาง ในเมื่อพวกเขาเป็นเจ้าของร่วมของแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ พวกเขาก็สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างง่ายดาย
ทว่า เขาไม่ได้ร้อนรนเลยแม้แต่น้อย ขณะที่ยังคงตัดแยกดินแดนส่วนนี้ออกไป เขาก็อธิบายว่า “เจ้าไม่เต็มใจที่จะต่อสู้กับศัตรูในแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่เพราะกังวลว่าผู้คนที่นี่จะได้รับผลกระทบ แต่ถ้าเราสามารถย้ายพวกเขาไปยังที่ปลอดภัยได้ เจ้าก็จะไร้ซึ่งความกังวลนั้นอีกต่อไป ย้อนกลับไปเมื่อข้ายังเยาว์วัยและอ่อนแอ ข้าเคยได้รับสมบัติวิเศษประเภทกักเก็บชิ้นหนึ่งมา เช่นเดียวกับม้วนภาพของเจ้า มันคือโลกผนึกที่สามารถรองรับสิ่งมีชีวิตได้ ทว่าสมบัติวิเศษชิ้นนั้นได้รับความเสียหาย แต่ด้วยความสามารถในปัจจุบันของข้า มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะสร้างสมบัติวิเศษที่คล้ายคลึงกันขึ้นมา”
เมื่อครั้งที่เขายังอยู่ในแดนดาราในอดีต หยางไค่เคยหลอมลูกปัดโลกขึ้นมาจำนวนมาก ซึ่งคล้ายกับลูกปัดโลกผนึก ในระหว่างมหาสงครามระหว่างเผ่ามนุษย์และเผ่าปีศาจ ผู้บัญชาการกองทัพทุกคนต่างก็มีลูกปัดโลก ซึ่งใช้ในการเคลื่อนย้ายทหารของตนได้อย่างง่ายดาย
ในเมื่อหยางไค่มีประสบการณ์นี้แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่จะสร้างสิ่งที่คล้ายกับลูกปัดโลกผนึกขึ้นมา
เมื่อเซี่ยหลินหลางตระหนักถึงเจตนาของเขา สีหน้าของนางก็อ่อนลง “เจ้าวางแผนที่จะย้ายผู้คนทั้งหมดที่นี่ไปยังสมบัติวิเศษชิ้นใหม่นั่นรึ?”
“ถูกต้อง” หยางไค่พยักหน้า “มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เราจะสามารถทุ่มสุดสรรพกำลังต่อกรกับศัตรูในสถานที่แห่งนี้ได้”
สีหน้าหลากหลายฉายวูบผ่านใบหน้าของเซี่ยหลินหลางขณะที่นางขมวดคิ้ว
หยางไค่แค่นเสียง “ยังจะลังเลอะไรอีก? ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงชีวิตนับล้านในที่แห่งนี้ และเจ้ากำลังวางแผนที่จะฝ่าวงล้อมออกไปเมื่อปราการโลกถูกทำลาย ทว่าหากปราศจากการคุ้มครองของเจ้า ผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ก็จะยังคงได้รับผลกระทบอยู่ดี เพราะจอมยุทธระดับสูงเหล่านั้นจะต้องโกรธเกรี้ยวเป็นแน่ ถึงตอนนั้นเจ้าก็ไม่อาจรับประกันความปลอดภัยของพวกเขาได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมเราไม่ย้ายพวกเขาไปยังที่ปลอดภัยล่วงหน้าเสียก่อนเล่า?”
ในไม่ช้าเซี่ยหลินหลางก็หยุดลังเลและพยักหน้า “เจ้าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่?”
หยางไค่พยักหน้า “หากเจ้าต้องการช่วย ก็โปรดรวบรวมผู้คนทั้งหมดในที่แห่งนี้เข้าด้วยกันในตอนนี้ เพื่อที่ข้าจะได้มีเวลามากพอที่จะย้ายพวกเขาไปยังอีกที่หนึ่ง”
หลังจากครุ่นคิด เซี่ยหลินหลางกล่าวว่า “ข้าสามารถนำพวกเขาเข้าไปไว้ในจักรวาลน้อยของข้าก่อนได้ เมื่อสมบัติวิเศษของเจ้าพร้อมแล้ว ข้าค่อยย้ายพวกเขาไป”
“ฟังดูดี”
จากนั้นเซี่ยหลินหลางก็จากไป มีผู้คนอาศัยอยู่ทั่วแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ ดังนั้นคงต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่นางจะนำพวกเขาทั้งหมดเข้าไปไว้ในจักรวาลน้อยของนางได้
หลักการแห่งห้วงมิติยังคงสั่นไหวอยู่รอบตัวหยางไค่ ด้วยการสนับสนุนจากแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ เขาใช้เวลาครึ่งค่อนวันในการตัดแยกดินแดนหลายแสนกิโลเมตรที่เขาเลือกไว้
รากฐานมรดกของแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ร่วงหล่นลงทันทีสามส่วน ส่งผลให้ท้องฟ้าซีดขาว แผ่นดินสั่นสะเทือน ราวกับวันสิ้นโลกมาเยือน
หยางไค่ปลดปล่อยสัมผัสเทวะและใช้หลักการแห่งห้วงมิติเข้าครอบคลุมดินแดนที่ถูกตัดแยกโดยไม่สนใจการสิ้นเปลืองพลังงานของตนเอง ขณะที่พลังโลกของเขาสั่นไหว เขาก็ร่ายผนึกด้วยมือทั้งสองข้าง ปล่อยลำแสงพุ่งผ่านปลายนิ้วออกไป
สามวันต่อมา ดินแดนหลายแสนกิโลเมตรได้อันตรธานหายไป และถูกแทนที่ด้วยลูกแก้วขนาดเท่าผลลำไย
เมื่อส่งสัมผัสเทวะเข้าไป หยางไค่ก็เห็นว่าดินแดนหลายแสนกิโลเมตรที่เขาตัดแยกออกมาจากแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ บัดนี้ได้อยู่ภายในลูกแก้วแล้ว
เช่นเดียวกับลูกปัดโลกผนึก ลูกแก้วนี้คือโลกอิสระในตัวเอง
ในตอนนั้นเอง เซี่ยหลินหลางก็กลับมาและทอดสายตาไปยังหยางไค่ที่ซีดเผือดพร้อมกับถามว่า “เสร็จแล้วหรือ?”
หยางไค่โยนลูกแก้วให้นาง หลังจากรับลูกแก้วไปแล้ว เซี่ยหลินหลางก็ตรวจสอบมันขณะที่มองด้วยสีหน้าซับซ้อน เป็นเวลานานกว่าที่นางจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา “ขอบคุณ”
จากนั้น หยางไค่ก็นั่งลงกับพื้น ขัดสมาธิ และกลืนยาเม็ดเปิดสวรรค์ลงไปหลายเม็ด ขณะที่ยิ้ม เขาก็ถามว่า “เจ้าพูดว่าอะไรนะ? ข้าไม่ได้ยินไม่ชัด”
เซี่ยหลินหลางถลึงตาใส่เขา “อย่าได้คืบจะเอาศอก!”
หยางไค่หัวเราะเบาๆ เป็นที่ชัดเจนว่าไม่ใช่เซี่ยหลินหลางที่ต้องการขอบคุณเขา นางเพียงแค่แสดงความขอบคุณในนามของผู้คนนับล้านที่อยู่ภายใต้การปกครองของนางเท่านั้น
จนกระทั่งถึงวินาทีนี้เองที่หยางไค่รู้สึกว่าสตรีผู้นี้เพียงต้องการน้ำพุโลกโดยไม่ได้คิดจะสังหารเขาจริงๆ จากการกระทำของนางจนถึงตอนนี้ เห็นได้ชัดว่านางคงจะรอให้เขาบรรลุถึงระดับเจ็ดแล้วจึงตัดแยกดินแดนส่วนเล็กๆ เพื่อย้ายน้ำพุโลกออกจากจักรวาลน้อยของเขา
สำหรับผู้ที่อยู่ในขอบเขตเปิดสวรรค์แล้ว ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับของตนนั้นไม่ต่างอะไรจากมดปลวก
ทว่า ก็ยังมีจอมยุทธขอบเขตเปิดสวรรค์บางคนในโลกที่ไม่สามารถมองผู้คนเป็นเพียงแมลงได้จริงๆ
เซี่ยหลินหลางนำลูกแก้วเข้าไปไว้ในจักรวาลน้อยของนาง เมื่อนางย้ายลูกแก้วออกมาอีกครั้งในครู่ต่อมา ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ภายในก็ได้ถูกย้ายเข้าไปในสมบัติวิเศษชิ้นนั้นแล้ว
แน่นอนว่าการอพยพครั้งนี้จะทำให้ผู้คนนับล้านรู้สึกไม่สบายใจ แต่มันก็ดีกว่าการต้องมองดูพวกเขาเสียชีวิต
ทันใดนั้น เซี่ยหลินหลางก็โยนลูกแก้วกลับไปให้หยางไค่ ผู้ซึ่งรับมันมาและจ้องมองนางด้วยความสับสน
เซี่ยหลินหลางกล่าวว่า “ข้าเคยเห็นความสามารถในการหลบหนีของเจ้ามาก่อน แม้ว่าโดยรวมแล้วเจ้าจะอ่อนแอกว่าข้า แต่หากศึกครั้งนี้มีผู้รอดเพียงหนึ่งเดียว คนผู้นั้นย่อมเป็นเจ้า ไม่ใช่ข้า เก็บลูกแก้วไว้ให้ข้าด้วย หากเรารอดชีวิตทั้งคู่ เจ้าค่อยนำมันมาคืนข้า ข้าสัญญากับพวกเขาแล้วว่าจะมอบที่อยู่อันปลอดภัยให้พวกเขาในภายหลัง”
หยางไค่แค่นเสียง “หลังจากอาหารถูกกินเข้าไปแล้ว มันจะกลายเป็นอย่างอื่นเมื่อมันออกมาจากร่างกาย เจ้ายังจะต้องการมันอยู่อีกหรือ?”
เซี่ยหลินหลางตวาด “ปากเสียๆ ของเจ้าไม่เคยมีอะไรดีๆ ออกมาเลย!”
หยางไค่เม้มปาก
จากนั้น เซี่ยหลินหลางก็เงยหน้ามองท้องฟ้าและกล่าวว่า “เราเหลือเวลาอย่างมากที่สุดอีกสามวัน พักผ่อนเสียตอนนี้”
เมื่อพูดจบ นางก็หันหลังและจากไป
หลังจากที่นางจากไปแล้ว หยางไค่ก็มองลงไปที่ลูกแก้วในมือ เมื่อความคิดหนึ่งวาบขึ้นในใจ เขาก็นำมันเข้าไปไว้ในจักรวาลน้อยของเขาทันที
อันที่จริง เขาจับตามองชีวิตนับล้านนี้มาโดยตลอด ด้วยน้ำพุโลกที่อยู่ในครอบครอง เขาจึงไม่ต้องกังวลว่าผู้คนที่นี่จะได้รับอันตรายขณะที่อาศัยอยู่ในจักรวาลน้อยของเขา ตอนนี้เขาอยู่เพียงระดับหก และเขาก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะไปถึงระดับแปด แต่ด้วยสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ที่อาศัยอยู่ในจักรวาลน้อยของเขา เขาสามารถย่นระยะเวลาในการบรรลุเป้าหมายของเขาได้
ทว่า เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้สิ่งมีชีวิตมาด้วยวิธีเช่นนี้
เซี่ยหลินหลางเชื่อว่านางไม่สามารถเทียบกับหยางไค่ได้ในเรื่องความสามารถในการหลบหนี ซึ่งเป็นเหตุผลที่นางปล่อยให้เขาเก็บลูกแก้วไว้
กระนั้น ก็เหมือนกับที่หยางไค่ได้กล่าวไว้ เมื่ออาหารถูกกินเข้าไปแล้ว ย่อมไม่อาจมอบคืนได้อีก ในเมื่อเซี่ยหลินหลางได้ส่งมอบผู้คนเหล่านั้นให้แก่เขาแล้ว นางก็จะไม่มีวันได้พวกเขากลับคืนไปอีก
ไม่มีที่ใดในโลกจะปลอดภัยไปกว่าจักรวาลน้อยของเขาอีกแล้วในตอนนี้ แม้ว่าเขาจะบังเอิญเสียชีวิตไป จักรวาลน้อยของเขาก็จะยังคงอยู่รอดปลอดภัยด้วยการคงอยู่ของน้ำพุโลก
ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ผู้คนที่อาศัยอยู่ในแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่ได้เผชิญกับการอพยพครั้งใหญ่ถึงสามครั้ง แรกสุดพวกเขาถูกย้ายจากแดนสวรรค์ถ้ำบุปผาสาลี่เข้าไปยังจักรวาลน้อยของเซี่ยหลินหลาง จากนั้นก็ถูกย้ายเข้าไปในลูกแก้ว และหลังจากนั้น พวกเขาก็ถูกย้ายไปยังจักรวาลน้อยของหยางไค่
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ต้องออกแรงใดๆ แต่การอพยพย่อมทำให้พวกเขารู้สึกวิตกกังวล
เมื่อหยางไค่ปล่อยพวกเขาออกจากลูกแก้วและจัดแจงให้พวกเขาตั้งรกรากในจักรวาลน้อยของเขา ผู้คนนับล้าน ไม่ว่าเพศใดวัยใด ต่างก็มีสีหน้าซีดเผือดและหวาดกลัว
หยางไค่ไม่เคยเลี้ยงดูสิ่งมีชีวิตอื่นมาก่อน แต่เขารู้ว่าพวกเขาต้องการบ้านเพื่ออยู่อาศัยและอาหารเพื่อประทังชีวิต
ในบรรดาสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ มีบางคนที่เคยบำเพ็ญเพียรมาก่อน และมีจอมยุทธขอบเขตจักรพรรดิอยู่ราวสิบกว่าคน ทว่า ไม่มีใครอยู่ในขอบเขตเปิดสวรรค์เลย
มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะเลี้ยงดูจอมยุทธขอบเขตจักรพรรดิบางคนไว้ในร่างกายของเขา แต่หยางไค่จะขับไล่จอมยุทธขอบเขตเปิดสวรรค์ออกไปอย่างแน่นอนหากมี
เมื่อความคิดหนึ่งวาบขึ้นในใจ เขาก็แอบพูดคุยกับจอมยุทธขอบเขตจักรพรรดิเหล่านั้น ซึ่งในตอนแรกก็ตกใจ แต่ในไม่ช้าก็รู้สึกสบายใจขึ้น
จากนั้น จอมยุทธขอบเขตจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขาก็ช่วยปลอบโยนฝูงชน และความโกลาหลก็ค่อยๆ สงบลง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.