ตอนที่ 5577
5575 / 5804
อ่าน 13 นาที
Chapter 5577, Frequent Attacks
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 15:27
บทที่ 5577, การโจมตีที่ไม่หยุดหย่อน
ผู้แปล: ศิลวินทร์ และ อาชิช
ผู้ตรวจทานคำแปล: ปิ้วปิ้วเลเซอร์กัน
บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร: ลีโอแห่งภูผาสิงขร และ เดล ไลเกอร์คีย์
"พี่โอวหยางเลี่ยอยู่ที่ไหน? เขาคุ้นเคยกับท่านผู้บัญชาการกองทัพที่สุด และยังรู้จักหนามทะลวงวิญญาณดีกว่าใคร" เฉินหยวนกวาดสายตามองไปรอบๆ และในไม่ช้าก็พบโอวหยางเลี่ยยืนอยู่ที่มุมห้อง เขาจึงเอ่ยถามอย่างสุภาพ "พี่โอวหยาง ท่านอยู่ที่นี่เอง..."
"ไปให้พ้น! ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น อย่ามาถามข้า!" โอวหยางเลี่ยสะบัดหน้าและเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว
เฉินหยวนได้แต่เกาศีรษะ เขาไม่รู้เลยว่าตนเองไปสร้างความขุ่นเคืองให้โอวหยางเลี่ยได้อย่างไร
หลังจากการต่อสู้อันดุเดือดครั้งนั้น อาณาเขตห้วงลึกเร้นลับก็กลับสู่ช่วงเวลาแห่งความสงบอีกครั้ง กระนั้นก็ตาม ทั้งเผ่าหมึกดำและเผ่ามนุษย์ต่างรู้ดีว่าความสงบนี้เป็นเพียงชั่วคราว และพายุลูกใหม่กำลังก่อตัวขึ้นในไม่ช้า
ขณะที่กองทัพเผ่ามนุษย์กำลังฟื้นฟูอย่างขะมักเขม้น ขวัญและกำลังใจของเผ่าหมึกดำกลับพังทลายลง
พวกเขายังคงล้มเหลวในการหยุดยั้งนักฆ่าผู้นั้น แม้จะสละชีพเจ้าครองอาณาเขตไปถึงสามตนก็ตาม เรื่องนี้ทำให้เจ้าหกกรพิโรธอย่างยิ่ง ในขณะที่โม่น่าเย่เองก็รู้สึกขุ่นเคืองอย่างสุดแสน
แผนการเดิมของเขาคือการสังหารหยางไค่ด้วยการประสานงานของเจ้าครองอาณาเขตทั้งห้า แต่เห็นได้ชัดว่ากลยุทธ์นี้ไร้ผลโดยสิ้นเชิง ความสามารถในการหลบหนีของหยางไค่นั้นอยู่ในระดับสูงสุด เขาปฏิเสธที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขาตรงๆ ทำให้โม่น่าเย่ไม่มีโอกาสใช้กลยุทธ์นี้ได้เลย
หยางไค่เปรียบเสมือนหนามยอกอกของพวกเขาอย่างแท้จริง นับตั้งแต่พวกเขาออกจากมหาพันธนาการต้นกำเนิดสวรรค์บรรพกาล เหล่าเจ้าครองอาณาเขตไม่เคยพบศัตรูที่รับมือได้ยากและน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน
เผ่าหมึกดำไม่มีหนทางรับมือกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้เลย
สิ่งเดียวที่พวกเขายังพอใจชื้นได้คือในหมู่มนุษย์มีหยางไค่เพียงคนเดียว! หากมีปรมาจารย์เผ่ามนุษย์เช่นเขาอีกสักสองสามคน เผ่าหมึกดำคงตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างใหญ่หลวง
แม้ว่าเซี่ยงซานจะแข็งแกร่ง แต่เหล่าเจ้าครองอาณาเขตก็ไม่ได้หวาดกลัวเขามากนัก เพราะพวกเขามองเห็นขีดจำกัดความแข็งแกร่งของเขาได้ ในทางกลับกัน หยางไค่นั้นหยั่งไม่ถึงโดยสิ้นเชิง
สองปีต่อมา หยางไค่ออกจากสมาธิบำเพ็ญเพียรและเรียกประชุมเหล่าปรมาจารย์ขั้นแปดเพื่อหารือเกี่ยวกับการส่งกองกำลัง แม้ว่าจะไม่มีอะไรต้องหารือมากนัก ด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่จากการต่อสู้ครั้งล่าสุด สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือใช้กลยุทธ์เดิมซ้ำอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่าเผ่าหมึกดำไม่มีทางโต้กลับกลยุทธ์นี้ได้ ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตั้งรับหากกองทัพเผ่ามนุษย์โจมตี ตราบใดที่เผ่าหมึกดำยังคงตั้งรับ หยางไค่ก็จะมีโอกาสสังหาร
มันอาจเป็นกลยุทธ์ที่เรียบง่าย แต่ตราบใดที่มันยังได้ผล ก็ไม่สำคัญ
หลังจากการสั่งการและจัดทัพ เหล่าปรมาจารย์ขั้นแปดก็แยกย้ายกันไป
ในทางกลับกัน โอวหยางเลี่ยกลับมองมายังหยางไค่ด้วยสีหน้าขมขื่นก่อนจะจากไป ประหนึ่งภรรยาผู้ถูกสามีกระทำผิดต่อหน้า ทิ้งให้หยางไค่รู้สึกงุนงงไม่น้อย
กองทัพเผ่ามนุษย์เปิดฉากโจมตีอีกครั้ง แม้ว่าพวกเขาจะสูญเสียกำลังพลไปบ้างในการต่อสู้ครั้งล่าสุด แต่หอรับสมัครในอาณาเขตสวรรค์ชั้นสูงกลับมีผู้ลงชื่อเข้าร่วมรบเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ดังนั้นกองบัญชาการสูงสุดจึงได้ส่งกำลังเสริมมาตลอดสองปีที่ผ่านมา หยางไค่ยังได้ดึงทหารอีก 100,000 นายจากกองทัพเสริม ทำให้กองทัพห้วงลึกเร้นลับแข็งแกร่งกว่าครั้งที่แล้ว
เมื่อเผ่าหมึกดำได้รับข่าวว่ามนุษย์เคลื่อนทัพอีกครั้ง สีหน้าเคร่งขรึมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจ้าครองอาณาเขตทุกคน
พวกเขาเสียเจ้าครองอาณาเขตไปสามตนในการโจมตีครั้งล่าสุดของมนุษย์ แล้วใครจะรู้ว่าครั้งนี้จะต้องสังเวยไปอีกกี่ชีวิต?
แม้ว่าเหล่าเจ้าครองอาณาเขตจะไม่มั่นใจในการโค่นล้มหยางไค่ แต่พวกเขาก็ได้วางมาตรการตอบโต้ต่างๆ เพื่อรับมือกับวิธีการของเขา
ท้ายที่สุดแล้ว เหล่าเจ้าครองอาณาเขตยังคงมีจำนวนมากกว่าปรมาจารย์ขั้นแปด ไม่ต้องพูดถึงว่ามีเจ้าครองอาณาเขตอีกหลายตนที่มาจากด่านไร้หวนเพื่อช่วยเหลือ
หนึ่งวันต่อมา การต่อสู้ระหว่างสองเผ่าพันธุ์ก็ปะทุขึ้น ทั้งสองฝ่ายปะทะกันกลางห้วงอวกาศอันว่างเปล่า สะเทือนไปทั้งจักรวาล
กองทัพเผ่ามนุษย์มิได้ออมมือในครั้งนี้ พวกเขาอัญเชิญหอกเทพชำระปีศาจออกมาทันที หลังจากการสะสมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสองปี กองทัพห้วงลึกเร้นลับก็มีทุนมากพอที่จะใช้หอกเทพชำระปีศาจได้อย่างสิ้นเปลืองในระยะเวลาสั้นๆ
ดวงตะวันสีขาวส่องสว่างวาบขึ้นกลางความมืดมิดทีละดวง แม้ว่าเผ่าหมึกดำจะได้เปรียบอย่างเด็ดขาดในด้านจำนวน แต่พวกเขากลับเป็นฝ่ายที่ถูกกดดันในการต่อสู้ครั้งนี้ สมาชิกเผ่าหมึกดำนับไม่ถ้วนล้มตายภายใต้แสงอันเจิดจ้านี้ ทำให้รูปแบบการต่อสู้จำนวนมากล่มสลาย
ทุกคนในกองทัพห้วงลึกเร้นลับต่างรู้แผนการรบดี เรือรบทั้งหมดเคลื่อนทัพไปข้างหน้าและถอยกลับอย่างเป็นระเบียบ ดังนั้นจึงไม่มีเรือรบลำใดไล่ตามศัตรูอย่างบ้าบิ่น แต่กลับมุ่งเน้นไปที่การรักษาตำแหน่งของตนเอง ไม่ว่าพวกเขาจะได้เปรียบมากเพียงใดก็ตาม
ในขณะเดียวกัน หยางไค่ก็ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือด ค้นหาเป้าหมายดุจดั่งนักล่าที่กำลังซุ่มรอเหยื่อ
เผ่าหมึกดำฉลาดขึ้นในครั้งนี้ ไม่มีเจ้าครองอาณาเขตคนใดออกปฏิบัติการตามลำพังเหมือนครั้งที่แล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้ดีว่าเมื่ออยู่ตามลำพัง พวกเขาจะกลายเป็นเหยื่อการล่าของหยางไค่
เจ้าครองอาณาเขตทั้งหมดเคลื่อนไหวเป็นกลุ่ม กลุ่มละสามหรือสี่ตน ทุกคนในทีมคอยระวังหลังให้กันและกัน ทำให้หยางไค่ลอบโจมตีได้ยากขึ้นมาก
หลังจากค้นหาเป็นเวลานาน ในที่สุดหยางไค่ก็ตัดสินใจลงมือ
เขาตั้งเป้าไปที่กลุ่มเจ้าครองอาณาเขตสามตน บังเอิญว่ามีปรมาจารย์ขอบเขตสวรรค์เปิดขั้นแปดสองคนกำลังต่อสู้กับพวกเขาอยู่ และปรมาจารย์ขั้นแปดทั้งสองนี้ได้ใช้หอกเทพชำระปีศาจไปแล้วถึงห้าเล่ม แต่ทั้งหมดที่ทำได้คือทำให้ความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ลดลงเล็กน้อยเท่านั้น พวกเขาไม่สามารถสร้างความได้เปรียบใดๆ ได้เลย
โชคดีที่เหล่าเจ้าครองอาณาเขตก็ไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดเช่นกัน เจ้าครองอาณาเขตทุกคนได้แบ่งกำลังส่วนหนึ่งไว้เพื่อป้องกันการลอบโจมตีที่อาจซุ่มซ่อนอยู่เบื้องหลัง เช่นเดียวกับการต่อสู้ครั้งก่อน
ดังนั้น แม้ว่าปรมาจารย์ขั้นแปดทั้งสองจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่พวกเขาก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้
เมื่อความผันผวนของพลังงานจิตวิญญาณปรากฏขึ้นในบริเวณใกล้เคียง ปรมาจารย์ขั้นแปดทั้งสองซึ่งเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ก็ใช้เคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดเข้าโจมตีคู่ต่อสู้ทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เจ้าครองอาณาเขตทั้งสามตนเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา แต่ในชั่วพริบตานั้น ความหงุดหงิดและความขุ่นเคืองก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา ไม่อาจเข้าใจได้ว่าเหตุใดตนจึงโชคร้ายเช่นนี้ มีเจ้าครองอาณาเขตมากมายในสนามรบ แต่หยางไค่กลับเลือกเป้าหมายมาที่พวกเขา
แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ตอบโต้ ศีรษะของพวกเขาก็พลันส่งเสียงก้องกังวาน พร้อมกับความเจ็บปวดแสนสาหัสราวกับดวงวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชาก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาถูกโจมตีด้วยหนามทะลวงวิญญาณ
โชคดีที่เจ้าครองอาณาเขตทั้งสามตนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ดังนั้นแม้ว่าความเสียหายต่อดวงวิญญาณของพวกเขาจะทนไม่ได้ แต่พวกเขาก็ยังคงความกระจ่างใสพอที่จะถอยหนีตามสัญชาตญาณ กระนั้นก็ตาม ปรมาจารย์ขั้นแปดที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็ได้โจมตีหนึ่งในเจ้าครองอาณาเขตพร้อมกันอย่างทันท่วงที หยุดยั้งเขาไว้ได้
ในขณะเดียวกัน หยางไค่ก็ปรากฏตัวขึ้นและตวัดทวนมังกรครามเข้าใส่เจ้าครองอาณาเขตอีกสองตน
เขาได้ยิงหนามทะลวงวิญญาณออกไปสามดอกในเวลาเกือบจะทันที ดังนั้นความเจ็บปวดในดวงวิญญาณของเขาจึงรุนแรงกว่าครั้งก่อน เขาทรมานอย่างยิ่งจนรู้สึกราวกับว่าศีรษะทั้งใบกำลังจะระเบิดออก
ดังนั้น หยางไค่จึงไม่สามารถใช้พลังเต็มที่ได้
ผลก็คือเจ้าครองอาณาเขตทั้งสองตนสามารถฝ่าเขาไปได้ด้วยการร่วมมือกันก่อนจะหลบหนีไปในพริบตา เมื่อหยางไค่ต้องการจะหยุดพวกเขา ก็สายเกินไปเสียแล้ว
เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความเด็ดขาดของเจ้าครองอาณาเขตเหล่านี้
โดยไม่เสียดายแม้แต่น้อย เขาหันกลับไปอย่างเด็ดขาดและพุ่งเข้าใส่เจ้าครองอาณาเขตคนสุดท้ายที่ถูกหยุดไว้
มันคือการต่อสู้สามต่อหนึ่ง และดวงวิญญาณของเจ้าครองอาณาเขตก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังนั้นผลลัพธ์จึงถูกตัดสินแล้ว
เจ้าครองอาณาเขตถูกสังหารโดยหนึ่งในปรมาจารย์ขั้นแปดในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ
ในขณะเดียวกัน เสียงกลองสัญญาณให้ถอยทัพก็ดังขึ้น กองทัพเผ่ามนุษย์เริ่มถอนกำลังอย่างช้าๆ
ในขณะนั้น โม่น่าเย่กำลังรีบรุดมาทางหยางไค่พร้อมกับเจ้าครองอาณาเขตอีกสี่ตน แม้ว่าโม่น่าเย่และเจ้าครองอาณาเขตคนอื่นๆ จะกลับไปมือเปล่าในครั้งที่แล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงรับผิดชอบในการจับตาดูหยางไค่ พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้เพราะภารกิจของพวกเขาคือการสังหารหยางไค่เท่านั้น เมื่อหยางไค่ปรากฏตัว พวกเขาก็พุ่งตรงเข้าหาเขาทันที ไม่สำคัญว่าจะสำเร็จหรือไม่ พวกเขาต้องทำให้แน่ใจว่าหยางไค่จะไม่สามารถอาละวาดได้อย่างตามอำเภอใจ
หยางไค่เองก็สัมผัสได้ถึงรัศมีของพวกเขา ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงไม่พยายามไล่ตามเจ้าครองอาณาเขตที่บาดเจ็บสองตนนั้น แม้ว่าเขาจะมีความสามารถที่จะหยุดยั้งอย่างน้อยหนึ่งในนั้นได้ก็ตาม
เผ่าหมึกดำไล่ตามกองทัพเผ่ามนุษย์ที่กำลังล่าถอย ทหารของทั้งสองเผ่าพันธุ์โจมตีกันข้ามห้วงอวกาศ ทิ้งไว้ซึ่งเลือดและซากศพเกลื่อนกลาดไปทุกหนทุกแห่ง เผ่าหมึกดำล่าถอยอย่างไม่เต็มใจก็ต่อเมื่อกองทัพห้วงลึกเร้นลับไปถึงแนวป้องกันของค่ายหน้าของพวกเขา
ในระยะไกล ไฟแทบจะลุกออกจากดวงตาของเจ้าครองอาณาเขตทุกคน พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะบุกเข้าใส่กองทัพมนุษย์ แต่เนื่องจากความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านของอีกฝ่าย เผ่าหมึกดำจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องล่าถอย
ผลลัพธ์ของการต่อสู้ครั้งนี้ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก แม้ว่าพวกเขาจะสังหารสมาชิกเผ่าหมึกดำไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็สามารถสังหารเจ้าครองอาณาเขตได้เพียงตนเดียว กลยุทธ์ของเหล่าเจ้าครองอาณาเขตในการรับมือกับการลอบโจมตีของหยางไค่อาจไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็ยังสามารถลดความสูญเสียได้อย่างมาก
แม้ว่าหยางไค่จะทำร้ายเจ้าครองอาณาเขตสามตนด้วยหนามทะลวงวิญญาณของเขาเช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว แต่เขาก็สามารถสังหารได้เพียงตนเดียว
เมื่อเทียบกับการสูญเสียเจ้าครองอาณาเขตสามตนในครั้งที่แล้ว การสูญเสียเจ้าครองอาณาเขตเพียงตนเดียวก็ยังอยู่ในขอบเขตที่เผ่าหมึกดำยอมรับได้
เผ่ามนุษย์จึงเข้าสู่ช่วงพักฟื้นอีกครั้ง
หลังจากนั้นอีกสองปี กองทัพเผ่ามนุษย์ก็โจมตีเป็นครั้งที่สาม
.....
หลังจากได้ลิ้มรสความสำเร็จในการโจมตีครั้งแรก กองทัพห้วงลึกเร้นลับก็จะโจมตีเผ่าหมึกดำเกือบทุกสองปี และโดยพื้นฐานแล้ว เผ่าหมึกดำจะสูญเสียเจ้าครองอาณาเขตทุกครั้ง บางครั้งก็แค่ตนเดียว และบางครั้งก็สองตน มีเพียงสองครั้งเท่านั้นที่เจ้าครองอาณาเขตทั้งหมดที่ตกเป็นเป้าหมายของหยางไค่สามารถหลบหนีไปได้ทั้งที่บาดเจ็บสาหัส
โชคเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากในสองครั้งนั้น เนื่องจากโม่น่าเย่และเจ้าครองอาณาเขตสี่ตนที่รับผิดชอบในการควบคุมหยางไค่ บังเอิญอยู่ใกล้ๆ และมาถึงอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก หยางไค่ก็ไม่ได้ดื้อรั้นที่จะพยายามจัดการเป้าหมายของเขาให้สิ้นซาก
ไม่ว่าในกรณีใด มีโอกาสมากกว่า 50% ที่เจ้าครองอาณาเขตที่โดนหนามทะลวงวิญญาณของหยางไค่จะไม่รอดพ้นความตาย แม้ว่าจะมีโม่น่าเย่และทีมของเขาคอยจับตาดูหยางไค่อย่างระแวดระวังก็ตาม
ในช่วงเวลาเพียง 30 ปี กองทัพมนุษย์ได้โจมตีกว่าสิบครั้งและสังหารเจ้าครองอาณาเขตไปได้ราว 20 ตน
นับรวมกับเจ้าครองอาณาเขตที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือของหยางไค่ก่อนหน้านี้ เผ่าหมึกดำได้สูญเสียเจ้าครองอาณาเขตโดยกำเนิดไปเกือบ 30 ตนในอาณาเขตห้วงลึกเร้นลับเพียงแห่งเดียว
นี่เป็นตัวเลขที่มหาศาล
อาณาเขตห้วงลึกเร้นลับทั้งหมดได้กลายเป็นสุสานของเหล่าเจ้าครองอาณาเขตไปโดยปริยาย
เหล่าเจ้าครองอาณาเขตที่กำลังหลับใหลอยู่ที่ด่านไร้หวนเพื่อพักฟื้น ตอนนี้ต่างหวาดกลัวที่จะถูกส่งไปยังอาณาเขตห้วงลึกเร้นลับ เพราะชื่อของหยางไค่ได้สร้างความหวาดหวั่นเข้าไปในหัวใจของพวกเขาทุกคน
ไม่ใช่ว่าเผ่าหมึกดำไม่มีทางพลิกสถานการณ์
การโจมตีของเผ่ามนุษย์เป็นไปตามรูปแบบที่ตายตัว พวกเขาจะโจมตีทุกๆ สองปี เผ่าหมึกดำคาดการณ์ว่านี่เป็นเพราะมนุษย์ต้องการเวลาพักฟื้นและจัดระเบียบใหม่ และหยางไค่ก็ต้องการเวลาในการรักษาตัวหลังจากใช้การโจมตีประหลาดนั้น
เหล่าเจ้าครองอาณาเขตไม่ได้กลัวกองทัพมนุษย์ พวกเขากลัวเพียงคนคนเดียว นั่นคือหยางไค่ ดังนั้นหลังจากที่เผชิญกับเรื่องเดิมๆ สองสามครั้ง กองทัพเผ่าหมึกดำจึงไล่ตามกองทัพห้วงลึกเร้นลับอย่างไม่ลดละเมื่อพวกเขาถอยทัพ พยายามฉวยโอกาสที่หยางไค่บาดเจ็บเพื่อสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ศัตรู
อย่างไรก็ตาม เศษเสี้ยวจักรวาลที่ซึ่งค่ายหน้าของมนุษย์ตั้งอยู่ได้กลายเป็นป้อมปราการที่ไม่มีใครสามารถทำลายได้หลังจากการเตรียมการมานานหลายทศวรรษ ด้วยการจัดเตรียมต่างๆ นานา กองทัพเผ่ามนุษย์จึงไม่ถึงกับไร้หนทางที่จะรับมือการโจมตีนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่เผ่ามนุษย์มีหอกเทพชำระปีศาจอยู่ในคลังแสงด้วย ปรมาจารย์ขั้นแปดสามารถสังหารเจ้าครองอาณาเขตโดยกำเนิดได้ด้วยความช่วยเหลือของหอกเทพชำระปีศาจหากพวกเขาโชคดี
ความปรารถนาของเผ่าหมึกดำที่จะยึดค่ายหน้าของกองทัพห้วงลึกเร้นลับนั้นไม่ต่างอะไรกับความฝันของคนโง่
เหล่าเจ้าครองอาณาเขตยิ่งทวีความโกรธและความคับข้องใจมากขึ้น
เจ้าครองอาณาเขตจำนวนมากเกินไปที่ต้องตายเพราะหยางไค่ แต่พวกเขากลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย พวกเขาจับเขาไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงการฆ่าเขาเลย ราวกับว่าอาณาเขตห้วงลึกเร้นลับทั้งหมดได้กลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ของเขาไปแล้ว ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว เจ้าครองอาณาเขตก็จะตกเป็นเหยื่อทวนของเขา ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือจะเป็นหนึ่งหรือสองตนเท่านั้น
เผ่าหมึกดำมีเจ้าครองอาณาเขตโดยกำเนิดจำนวนมาก มากกว่าจำนวนปรมาจารย์ขั้นแปด แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถทนต่อการสูญเสียเช่นนี้ได้ หากสถานการณ์นี้ดำเนินต่อไปอีกไม่นาน พวกเขาก็จะสูญเสียอาณาเขตห้วงลึกเร้นลับให้กับเผ่ามนุษย์
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.