ตอนที่ 117
118 / 552
อ่าน 14 นาที
Chapter 117 - Abandoned World (2)
เผยแพร่เมื่อ 7 เม.ย. 2569 13:46
บทที่ 117: ตอนที่ 23 – โลกที่ถูกทอดทิ้ง (2)
ท่ามกลางความเงียบงัน หน้าต่างข้อความแจ้งเตือนพลันสว่างวาบขึ้นภายในมโนสำนึก พร้อมกับเนื้อหาของสถานการณ์ที่ชวนให้สับสนพุ่งพล่านเข้ามาในหัว
+
[สถานการณ์หลักที่ 6 – ????]
ประเภท: หลัก
ความยาก: ???
เงื่อนไขการเคลียร์: ???
จำกัดเวลา: ???
รางวัลตอบแทน: ???
บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: ―
+
“เอ๊ะ? ไม่มีระดับความยากหรือเงื่อนไขการเคลียร์งั้นเหรอ”
“...นี่มันต้องการให้พวกเราทำบ้าอะไรกันแน่? ทำไมทุกอย่างถึงมีแต่เครื่องหมายปรัศนีเต็มไปหมด!”
เสียงแห่งความโกลาหลระเบิดขึ้นรอบกาย ผู้คนต่างพยายามเรียกหน้าต่างสถานการณ์ขึ้นมาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ข้อมูลทุกอย่างยังคงถูกปกคลุมด้วยเครื่องหมายคำถามอันลึกลับ ทว่าผมไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรนัก เพราะนี่คือสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว
เป็นเพราะสถานการณ์ในครั้งนี้...
“สถานการณ์นี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม” ชายวัยกลางคนร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน
“คุณ...”
“ไม่ได้เจอกันนานนะคุณคิมดกจา นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ทักทายคุณอย่างเป็นทางการเสียที”
...อาเจิ้สซี่คนนี้ก็อยู่ที่นี่ด้วยงั้นเหรอ ผมตั้งท่าจะเอ่ยปาก แต่เขากลับชิงยื่นมือมาขอจับด้วยไมตรีเสียก่อน
“ผมจอนอิลโด หรือที่ใครต่อใครเรียกกันว่า ‘ราชาผู้เป็นกลาง’”
“ผมคิมดกจาครับ”
ราชาผู้เป็นกลาง จอนอิลโด... เขาคือหนึ่งในราชาเพียงไม่กี่คนที่ยังหลงเหลืออยู่ในกรุงโซล ผู้ซึ่งรอดชีวิตมาจากศึกแย่งชิงบัลลังก์สมบูรณ์พร้อมกับราชาไมเตรยะ ชาซังกยอง และราชาแห่งความงาม มินจีวอน
ภาพลักษณ์ของจอนอิลโดในความทรงจำของผมค่อนข้างน่าประทับใจ เพราะเขาเป็นราชาเพียงคนเดียวที่ยอมสละบัลลังก์ด้วยความสมัครใจของตนเอง
“ทั้งในช่วงศึกชิงบัลลังก์และในครั้งนี้ การเคลื่อนไหวของคุณคิมดกจาน่าประทับใจมากจริงๆ คุณไม่รู้หรอกว่าสปอนเซอร์ของผมเอาแต่พูดถึงคุณบ่อยแค่ไหน เกินครึ่งของเวลาทั้งหมดก็มีแต่เรื่องของคุณนั่นแหละ”
เขาส่งยิ้มที่ดูดีให้ผม คำพูดนั้นทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมา... สปอนเซอร์ของเขาคือใครกันแน่? ผมไม่รอช้า รีบเรียกใช้ทักษะทันที
[ทักษะเฉพาะตัว ‘รายชื่อตัวละคร’ ทำงาน]
มันคือรายการสรุปที่มีเพียงข้อมูลคุณลักษณะและสปอนเซอร์เท่านั้น
[การตั้งค่ารายการสรุปถูกปรับเปลี่ยน]
+
[สรุปรายชื่อตัวละคร]
ชื่อ: จอนอิลโด
คุณลักษณะส่วนตัว: ปัญญาชนผู้ซุ่มซ่าม (ทั่วไป), ราชาผู้เป็นกลาง (วีรบุรุษ)
สปอนเซอร์: ผู้เชี่ยวชาญการประคองดุลอำนาจ
+
...พอได้เห็นชัดๆ แบบนี้ ความสงสัยก็กระจ่างแจ้ง ที่แท้ก็เป็นกลุ่มดาวดวงนี้นี่เอง ‘ผู้เชี่ยวชาญการประคองดุลอำนาจ’ ดูเหมือนจะเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ภายในที่ซับซ้อนและหัวโบราณ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือฉายาของ ‘ราชา’ องค์หนึ่ง
[กลุ่มดาวที่สนับสนุนการทูตแบบเป็นกลางได้เปิดเผยฉายาของตน]
[กลุ่มดาว ‘ผู้เชี่ยวชาญการประคองดุลอำนาจ’ แสดงเจตจำนงที่ดีต่อคุณ]
นั่นคือฉายาของเจ้าชายควังแฮ ราชาแห่งราชวงศ์โชซอนผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากการทูตแบบเป็นกลาง มิน่าล่ะ จอนอิลโดถึงได้ครองสมญานามราชาผู้เป็นกลางด้วยเหตุผลนี้
ผมเอ่ยถามเขา “ผมอยากฟังเรื่องจากปากคุณมากกว่านี้ ที่บอกว่ามีเพียงบางคนเท่านั้นที่ทำสถานการณ์นี้ได้ หมายความว่ายังไงครับ?”
“อ้าว นี่คุณยังไม่รู้หรอกหรือ”
เหล่าราชามักจะมีหูตาที่รวดเร็วเสมอ แน่นอนว่าถึงผมจะรู้ดีที่สุด แต่การฟังจากปากพวกเขาก็ยังเป็นเรื่องจำเป็น เพราะบางทีสิ่งต่างๆ อาจเปลี่ยนไปจาก ‘หนทางเอาตัวรอด’ ที่ผมรู้จักก็ได้
“ตามข้อมูลที่เหล่าโดเกบีระดับล่างแจ้งมาเมื่อเช้า ผู้ที่จะเข้าร่วมสถานการณ์นี้จะถูกคัดเลือกจาก ‘อาสาสมัคร’ เท่านั้น”
“อาสาสมัคร?”
“ใช่แล้ว สถานการณ์นี้ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องเข้าร่วม และไม่มีบทลงโทษใดๆ สำหรับผู้ที่ไม่ขอรับคำท้า นับว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากเมื่อเทียบกับสถานการณ์โหดหินที่พวกเราผ่านมา”
เป็นไปตามคาดจริงๆ ผมชี้ไปที่หน้าจอขนาดใหญ่แล้วถามต่อ “อาสาสมัครเหล่านั้นจะต้องไปที่นั่นใช่ไหม?”
“ผมก็ได้ยินมาแบบนั้นเหมือนกัน”
สิ้นคำพูดของจอนอิลโด เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ
“อะไรนะ? ไม่ต้องไปทุกคนงั้นเหรอ!”
“บัดซบเอ๊ย รอดตายแล้วกู... เห็นไอ้พวกสัตว์ประหลาดนั่นไหม ทำไมตัวมันถึงได้ใหญ่ยักษ์ขนาดนั้นวะ?”
ในตอนนี้ เหล่าผู้จุติสามารถแบ่งออกได้เป็นสามประเภทใหญ่ๆ ประเภทแรกคือพวกที่คอยสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ คนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้มักไม่มีสังกัด และคงคิดว่าตัวเองจะรอดชีวิตได้เพียงแค่หลบซ่อนตัวไปวันๆ
ทว่านั่นคือความคิดที่ผิดมหันต์ สถานการณ์ทั้งหมดใน ‘สตาร์สตรีม’ จะทวีความยากขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อถึงจุดหนึ่ง บางทีคนพวกนี้อาจจะต้องเผชิญกับอนาคตที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย เพื่อแลกกับการไม่ได้เข้าร่วมสถานการณ์ในตอนนี้
“...มันก็น่าสนใจดีไม่ใช่เหรอ?”
ต่อมาคือประเภทที่สอง พวกเขาเริ่มปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายของสถานการณ์ได้แล้ว คนกลุ่มนี้จะพยายามรวบรวมความกล้าจากการมองหน้าจอ หรือหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ของตนล่วงหน้า บางทีพวกเขาอาจจะมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่ากลุ่มแรก
และสุดท้าย ประเภทที่สาม...
“ท่านจอนอิลโด! ท่านอยู่ที่ไหน!”
เสียงตะโกนดังแหวกฝูงชนออกมา จอนอิลโดก้มมองนาฬิกาข้อมือพลางครางในลำคอ “ถึงเวลาแล้วสินะ”
“คุณไปเถอะ ผมไม่เป็นไร”
“ไม่หรอก ผมไปคนเดียวไม่ได้หรอก มันไม่เมคเซนส์เลยสักนิด”
“...หมายความว่ายังไง?”
“คุณคิมดกจา ความจริงแล้วที่ผมมาที่นี่ก็เพื่อตามหาคุณ”
“ตามหาผม?”
จอนอิลโดพยักหน้า “โลกที่ไร้ซึ่งราชา...”
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ เพียงชั่วพริบตา ผมสัมผัสได้ว่าสายตาของผู้คนมากมายกำลังจับจ้องมาที่จุดนี้ จอนอิลโดเผยรอยยิ้มลึกลับราวกับรับรู้ถึงสายตาเหล่านั้น
“เหล่าราชาที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกที่แสนโชคร้ายใบนี้... กำลังรอคอยการมาถึงของคุณอยู่”
นี่แหละคือคนประเภทที่สาม คนที่ใช้ผู้อื่นเป็นบันไดเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด
***
ผมเดินตามจอนอิลโดไปยังสถานที่รวมตัวของเหล่าราชา
พวกเขาจัดประชุมกันที่ชานชาลากลางของสถานียงซาน โดยมีเต็นท์ขนาดใหญ่คลุมทับห้องประชุมเอาไว้ รอบเต็นท์มีทหารยามนับสิบยืนคุมเชิงอยู่ ทุกคนล้วนมีออร่าที่ไม่ธรรมดา... พวกเขาคือหน่วยรบระดับเอลิซของเหล่าราชา ในขณะที่พวกเรากำลังฟาดฟันกับชินยูซอง คนพวกนี้คงออกล่าสัตว์ประหลาดอยู่ในเขตพื้นที่อื่นเพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง
“ขออภัยด้วยครับ แต่ผู้ที่เป็นราชาเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปข้างใน” ทหารยามขวางทางพวกเราไว้ ผมจึงหันไปมองสมาชิกในกลุ่ม
จองฮีวอนและลีฮยอนซองพยักหน้าอย่างเข้าใจสถานการณ์ ผมจึงฝากยูซังอาไว้กับลีฮยอนซอง
“คุณดกจา ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้รีบตะโกนเรียกทันทีเลยนะ เข้าใจไหม?” จองฮีวอนกำชับเสียงหนัก
ผมส่งยิ้มให้เธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปแหวกม่านเปิดประตูเต็นท์เข้าไป
[ระบบป้องกันเสียงทำงานในพื้นที่]
ถึงขั้นใช้ระบบป้องกันเสียงเลยงั้นเหรอ? ดูเหมือนจะมีการเตรียมการมาอย่างดีทีเดียว ผมเดินเข้าไปข้างในและเห็นโต๊ะกลมตั้งตระหง่านอยู่ในพื้นที่กว้างขวาง บนโต๊ะมีเพียงบิสกิตและเนื้อตากแห้งวางอยู่น้อยนิด
เก้าอี้ที่แต่ละคนนั่งนั้นแตกต่างกันไป บางคนนั่งเก้าอี้พลาสติก บางคนนั่งเก้าอี้ไม้ และบางคนถึงขั้นได้นั่งโซฟา ทว่าไม่ว่าพวกเขาจะนั่งที่ไหน สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือเก้าอี้เหล่านั้นเปรียบเสมือน ‘บัลลังก์’ ของพวกเขา
เหล่าราชาผู้รอดชีวิตรวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว
“คุณบอกว่ากลุ่มของเราได้เปรียบงั้นเหรอ? เกาหลีใต้จะกลายเป็นผู้มาทีหลังนะ คุณคิดจริงๆ เหรอว่าเราจะรับมือกับพวกที่อยู่ที่นั่นก่อนแล้วได้? แต่มันจะต่างออกไปถ้ากลุ่มของผมเป็นคนไป ผมจะไปเอง...!”
เสียงคำรามกึกก้องของชายวัยกลางคนพลันเงียบสงบลงเมื่อเห็นการมาถึงของผม สายตาทุกคู่ของเหล่าราชาพุ่งตรงมาที่ผมเป็นจุดเดียว
“ราชาคนสุดท้ายมาถึงแล้ว” ราชาแห่งความงาม มินจีวอน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ผมทักทายเธอสั้นๆ ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจเหล่าราชาที่เหลือ... ไม่มียูจุงฮยอก ก็นะ มันชัดเจนอยู่แล้ว นอกจากผมแล้ว ที่นี่มีคนอยู่ทั้งหมดห้าคน
ราชาแห่งความงาม มินจีวอน
ราชาไมเตรยะ ชาซังกยอง
ราชาผู้เป็นกลาง จอนอิลโด
ราชาแห่งเหล่านักพเนจร
นี่คือสี่คนแรก และคนที่เหลืออีกหนึ่งคน...
แปลกแฮะ ผมไม่รู้จักเขา?
“คนคนนี้คือใครกัน?”
“ผมคิมดกจาครับ”
“โอ้ คุณนี่เอง... ฮึ่ม ฮึ่ม ผมคือประธานแห่งยออีโด ยูฮยอนโฮ”
ประธานแห่งยออีโด? ประธานคนก่อนตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? มินจีวอนเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “...คุณยูฮยอนโฮไม่ใช่ราชาหรอก แต่เขาเป็นผู้นำกองกำลังขนาดใหญ่ นั่นคือเหตุผลที่เขามาอยู่ที่นี่”
“ราชาอะไรกัน? พวกคุณคิดว่านี่คือยุคสมัยโชซอนจริงๆ งั้นเหรอ? พวกเรากำลังอยู่ในยุคประชาธิปไตยนะ ตื่นได้แล้ว!”
ผมเปิดใช้งานรายชื่อตัวละครอย่างเงียบเชียบ
+
[สรุปรายชื่อตัวละคร]
ชื่อ: ยูฮยอนโฮ
คุณลักษณะส่วนตัว: นักการเมืองผู้ฉ้อฉล (หายาก)
สปอนเซอร์: ปรมาจารย์แห่งการบงการราชกิจ
ทักษะเฉพาะตัว: การติดสินบน Lv.5, การบัญชาการกองทัพ Lv.4, อำนาจคอร์รัปชัน Lv.6, การควบคุมมวลชน Lv.7...
+
ความทรงจำหนึ่งพลันผุดขึ้นมา... นักการเมืองที่รอดชีวิตจากสถานการณ์แรก มีคนแบบนี้ปรากฏตัวในเส้นทางย้อนกลับหลายครั้ง โดยปกติแล้วยออีโดมักจะถูกลบหายไปในช่วงที่อสูรกายบุกทะลัก ครั้งนี้เขาคงโชคดีมากจริงๆ
[กลุ่มดาว ‘เทพเจ้าแห่งสงครามทางเรือ’ กำลังโกรธแค้นขุนนางผู้ฉ้อฉลแห่งโชซอน]
[กลุ่มดาว ‘นายพลศีรษะล้านแห่งความยุติธรรม’ เกลียดชังผู้จุติยูฮยอนโฮอย่างสุดซึ้ง]
ข้อความแจ้งเตือนเหล่านี้คงเกี่ยวข้องกับสปอนเซอร์ของยูฮยอนโฮแน่ๆ ปรมาจารย์แห่งการบงการราชกิจผู้มีชีวิตอยู่ในสมัยโชซอน...
ถ้าถ้ายูซังอาอยู่ที่นี่ ผมคงถามเธอได้มากกว่านี้
“ส่วนคนคนนี้คือคุณอีซูกยอง เธอมาเข้าร่วมด้วยเหตุผลที่คล้ายกัน ผมไม่รู้ว่าคุณเคยได้ยินไหม แต่เธอถูกเรียกว่า ราชาแห่งเหล่านักพเนจร”
ราชาแห่งเหล่านักพเนจรจ้องมองมาที่ผม เธอยังคงสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ผมจ้องมองหน้ากากนั้นอยู่ชั่วครู่ก่อนจะสะบัดหน้าไปทางซ้าย
“เลิกแนะนำตัวกันเถอะครับ ผมอยากรู้ว่าทำไมพวกคุณถึงเรียกผมมา”
จอนอิลโดที่นั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะเอ่ยขึ้นหลังจากได้ยินคำพูดของผม “พวกเรามาที่นี่เพื่อคัดเลือก ‘ตัวแทน’ ที่จะเข้าร่วมในสถานการณ์ที่หก”
นี่คือจุดประสงค์ของพวกเขา ยูฮยอนโฮชิงพูดต่อจากจอนอิลโดทันที “คนที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่คือผู้ที่มีกองกำลังแข็งแกร่งที่สุดในโซลโดม ณ ขณะนี้ คุณคิมดกจาอาจจะมีกลุ่มที่เล็กกว่าคนอื่น แต่คุณก็ได้รับเกียรติอย่างสูงในการรับเชิญเป็นพิเศษ เนื่องจากผลงานที่ยอดเยี่ยมในสถานการณ์ที่ผ่านมา”
“อา งั้นเหรอครับ?”
พิเศษ? เกียรติยศงั้นเหรอ? ช่างเป็นชายที่น่าขันสิ้นดี เขาแอบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในขณะที่ผมกำลังเคลียร์สถานการณ์แทบตาย... แต่ตอนนี้กลับมาพูดจาแบบนี้ใส่ผมเนี่ยนะ?
ยูฮยอนโฮกวาดมองไปรอบๆ แล้วกล่าวต่อ “ขอย้ำอีกครั้ง ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องหลบหนีไปจากพวกป่าเถื่อน ชั่วระยะเวลาหนึ่งที่พวกเราต้องกลับไปสู่ยุคบุพกาลและทำสงครามกลางเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าแก่นแท้ของพวกเราคือพลเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยสัญญาประชาคมอันเข้มงวด! ถ้าอย่างนั้น มันจะไม่ดีกว่าเหรอถ้าพวกเราจะเลือกผู้เข้าร่วมสถานการณ์ถัดไปโดยใช้วิถีแห่งประชาธิปไตย?”
มันก็แค่เสียงหมาเห่า แต่มันกลับฟังดูสมเหตุสมผลเพราะเขาผสมคำสวยหรูเข้าไป มินจีวอนจึงย้อนถาม “แล้ววิถีประชาธิปไตยที่คุณว่านั่นคืออะไรล่ะ?”
“อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ ผมคิดว่ามันถูกต้องแล้วที่จะจัดสรรจำนวนผู้เข้าร่วมตาม ‘ขนาด’ ของกองกำลัง”
จอนอิลโดโต้กลับทันควัน “ผมรู้ว่ากลุ่มยออีโดมีจำนวนคนมากที่สุดหากดูแค่ตัวเลข ข้อเสนอนี้มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด”
“คุณจอนอิลโด ผมเสียใจจริงๆ ที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นจากคุณ พวกเราไม่ใช่คนเกาหลีเหมือนกันหรอกเหรอ? ไม่สำคัญหรอกว่าคนจากกลุ่มไหนจะถูกเลือกไปเท่าไหร่ เพราะเมื่อเราก้าวเข้าสู่สถานการณ์ เราจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูจากต่างแดน เมื่อถึงเวลานั้นสังกัดกลุ่มก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป พวกเราจะมาสู้กันเองทั้งที่ศัตรูอยู่ตรงหน้าอย่างนั้นเหรอ?”
เขาคือนักการเมืองของแท้เลยทีเดียว แต่จอนอิลโดก็ไม่ใช่คนที่ใครจะมาเคี้ยวได้ง่ายๆ “ถ้ามันไม่สำคัญว่าใครจะถูกเลือก งั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเลือกคนจากกลุ่มคุณเป็นพิเศษนี่”
“ฮึ่ม ตามกระบวนการประชาธิปไตย พวกเรามีคนเก่งๆ มากมาย...”
ผมเริ่มรู้สึกรำคาญจนทนไม่ไหว “พวกเรามาที่นี่เพื่อคุยเรื่องแค่นี้เหรอ? ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องมาคัดเลือกคนกันตั้งแต่แรก ใครอยากไปก็แค่ส่งพวกเขาไปให้หมดก็สิ้นเรื่อง”
“ตอนแรกพวกเราก็คิดแบบนั้น แต่สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว”
“เปลี่ยนไป?”
มินจีวอนพยักหน้า “สถานการณ์นี้มีการจำกัดโควตา”
จำกัดโควตา?
“เหล่าราชาได้รับข้อความจากโดเกบี แต่คุณคงยังไม่ได้รับมันสินะ”
ในวินาทีนั้นเอง ข้อความจากระบบพลันสว่างวาบขึ้นในหัวของผม
[การจัดสรรจำนวนผู้เข้าร่วมเบื้องต้นของโซลโดมคือ 10 คน]
[จำนวนเพิ่มเติมจะถูกกำหนดตามจำนวนผู้จุติที่อยู่ในพื้นที่สถานการณ์]
โอ้... มิน่าล่ะถึงได้ทะเลาะกันเป็นวรรคเป็นเวร ต่างจากผู้จุติคนอื่นๆ เหล่าราชารู้ดีว่าการแย่งชิงพื้นที่ในสถานการณ์ช่วงแรกเป็นสิ่งสำคัญ หากพวกเขาสามารถส่งกองกำลังของตนเข้าไปในโควตาเริ่มต้นได้ พวกเขาคิดว่าจะสามารถกุมอำนาจในสถานการณ์ถัดๆ ไปได้ ในท้ายที่สุด สถานที่แห่งนี้จึงถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นสมรภูมิแย่งชิงเก้าอี้ของเหล่าราชานั่นเอง
“กลุ่มของผมจะไป ผมได้ยินมาว่ามีคนญี่ปุ่นจำนวนมากอยู่ในพื้นที่สถานการณ์ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่ผมจะนำทัพในฐานะทายาทแห่งชิลลา”
“ไม่ กลุ่มของข้าจะไปเอง แพ็กเจมีความสัมพันธ์อันดีกับญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ”
“นั่นมันแพ็กเจ สปอนเซอร์ของคุณมาจากยุคแพ็กเจหลังต่างหาก!”
“หมายความว่ายังไง? แน่นอนว่าข้าต้องไป ข้าจะเชื่อใจสปอนเซอร์หัวโบราณของคุณได้ยังไง...”
“ทุกคนเดี๋ยวก่อน โปรดอยู่ในความสงบ...”
จอนอิลโดพยายามก้าวออกมาไกล่เกลี่ย แต่เขาก็ไม่สามารถสยบความวุ่นวายนี้ได้ ผมถอนหายใจพลางมองไปรอบๆ และเห็นราชาแห่งเหล่านักพเนจร เธอกำลังเฝ้ามองผมอยู่เงียบๆ โดยไม่ปริปากพูดแม้แต่น้อย ผมมองเห็นรอยยิ้มจางๆ ภายใต้หน้ากากครึ่งหน้านั่น
ผมต้องจบเรื่องนี้เสียที เหล่าราชาที่กำลังโต้เถียงกันมีบรรยากาศที่ดุดันราวกับจะเกิดการนองเลือดได้ทุกเมื่อ
“เถียงกันไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ” เหล่าราชาหันมามองผมทันทีที่ผมเอ่ยจบ สายตาของยูฮยอนโฮสื่อความหมายว่า ‘แกหมายความว่ายังไง?’
ผมสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจางๆ จากพื้นดิน จึงเอื้อมมือไปหยิบบิสกิตบนโต๊ะขึ้นมา ในที่สุดเขาก็มาเสียที... ทำไมหมอนี่ต้องมาสายอยู่เรื่อยเลยนะ?
“ราชาคนสุดท้าย... ยังมาไม่ถึง”
ทันทีที่ผมหักบิสกิตในมือ ผนังด้านหนึ่งของเต็นท์พลันระเบิดออกกัมปนาท ประธานแห่งยออีโดผู้สถาปนาตนเองกระเด็นล้มคว่ำไปพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน
“อ๊ากกกก!”
บุคคลหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังยูฮยอนโฮ ผมมองลอดผ่านรูโหว่ของเต็นท์และเห็นร่างของทหารยามนับสิบนอนสลบไสลอยู่ข้างหลังเขา
นี่แหละคือ ‘ผู้ย้อนกลับ’ ของพวกเรา... อารมณ์ของเขาไม่เคยเปลี่ยนเลย ไม่ว่าจะผ่านการย้อนกลับไปกี่ครั้งก็ตาม แววตาดุดันอันเป็นเอกลักษณ์กวาดมองไปทั่วทั้งกลุ่ม ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ผม
“ร-ราชา!” ราชาบางคนครางออกมาด้วยความสั่นสะท้าน
จากนั้น ราชา... ยูจุงฮยอก ก็เปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง
“ข้าจะเป็นคนประกาศรายชื่อคนที่จะเข้าร่วมในสถานการณ์ต่อไปเอง”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.