ตอนที่ 434
435 / 552
อ่าน 14 นาที
Chapter 434 - Outer God (3)
เผยแพร่เมื่อ 7 เม.ย. 2569 16:21
บทที่ 434: ตอนที่ 82 – เทพนอกสารบบ (3)
[อะแฮ่ม ข้าหาใช่จางฮายองอะไรนั่นไม่... ข้าเป็นเพียงผู้ที่สัญจรผ่า... โธ่เว้ย! นี่แน่ะ ศิษย์ซุน! มารับยาอายุวัฒนะนี่ไปได้แล้ว!]
เทพธิดาภูเขาผมทองทิ้งบทบาทที่แสดงอยู่ทันควันแล้วเอ่ยเรียกข้า
เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในไซอิ๋วฉบับดั้งเดิม
[ผู้ตัดสินส่วนหนึ่งกำลังบ่นว่าไม่เห็นจำเป็นต้องลอกเลียนแบบฉากเช่นนี้เลย]
[ได้รับคะแนนเพิ่มเติมหนึ่งแต้ม]
จู่ๆ ก็มีวิญญาณปรากฏกายขึ้นจากความว่างเปล่าและยื่นมือเข้าช่วยเหลือคณะเดินทาง โดยอ้างว่าเป็นประสงค์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรืออะไรทำนองนั้น การช่วยเหลือราวกับพระเจ้าประทานพรที่ปราศจากเหตุผลและหลักความน่าจะเป็นใดๆ เช่นนี้เกิดขึ้นดาษดื่นในไซอิ๋วต้นฉบับ มากเสียจนข้าอดสงสัยไม่ได้ว่านี่อาจเป็นนิยายเรื่องแรกสุดในประวัติศาสตร์ที่ใช้พล็อตแนว 'มอบโชคทั้งหมดให้ตัวละครเพียงคนเดียว' หรือไม่
ข้าโค้งคำนับอย่างนอบน้อมพร้อมกล่าว “ขอบคุณที่คอยช่วยเหลือพวกเราเสมอมา”
[...ก็แค่ทำตามบัญชาเท่านั้นแหละ] บางทีอาจนึกถึงใครบางคนขึ้นมา จางฮายองจึงแหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยสีหน้าเจ็บแค้นและพึมพำกับตัวเอง [นับว่าเจ้าโชคดีมาก... หากข้ามาไม่สาย บทบาท ‘ราชันย์อสูรแห่งการไถ่บาป’ นั่นคงตกเป็นของข้าไปแล้ว...]
ช่างหลุดปากออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติเสียจริง ดูเหมือนว่าบทบาทนี้ควรจะเป็นของจางฮายองจริงๆ
“...เหตุใดท่านจึงต้องการแสดงบทบาทนี้?”
นางมองข้าด้วยแววตาเหม่อลอย ก่อนจะส่ายหน้าพร้อมกับแสยะยิ้ม
[ก็นะ เจ้าคงไม่รู้หรอกว่า ‘ราชันย์อสูรแห่งการไถ่บาป’ นั้นสุดยอดเพียงใด]
ข้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักใคร่...ที่มีต่อตัวเอง “ข้าเองก็ชื่นชอบ ‘ราชันย์อสูรแห่งการไถ่บาป’ มากเช่นกัน”
[โอ้ งั้นรึ? เจ้าเคยได้ยิน ‘ตำนาน’ เกี่ยวกับเขามาบ้างสินะ?]
“ตัวอย่างเช่น ตำนาน ‘ผู้ปลดปล่อยนิคมอุตสาหกรรม’ ที่เขาได้รับในโลกอสูร”
[โอ้-โอ้ว?]
คำพูดนั้นคงไปสะกิดถูกปุ่มอะไรบางอย่างของนางเข้า เพราะจางฮายองพลันเริ่มร่ายยาวถึงเรื่องราวการผจญภัยของตนเอง หากให้สรุปเนื้อความพอสังเขปก็จะเป็นประมาณนี้
[คืออย่างนี้นะ ตอนนั้นน่ะ ข้าช่วยชีวิต ‘ราชันย์อสูรแห่งการไถ่บาป’ ที่กำลังจะตายเอาไว้ได้! พูดให้ถึงที่สุดแล้ว ข้าต่างหากคือผู้ที่ช่วย ‘ราชันย์อสูรแห่งการไถ่บาป’ เอาไว้ไงล่ะ! เป็นไง? สนุกล่ะสิ? ไม่สนุกเหรอ...? ช่างเถอะ เราบรรลุความเข้าใจซึ่งกันและกันใต้รากเหง้าแห่งความมืดและร่วมสาบานเป็นพี่น้องกัน เราผนึกกำลังกันปลดปล่อย ‘นิคมอุตสาหกรรม’ จากเงื้อมมือของดยุคอสูรผู้ชั่วร้าย และ...!]
...เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ถูกต้อง แต่ข้ากลับไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับมานั่งฟังคนอ่านนิยายให้ฟังเช่นนี้
[และแล้ว ‘ราชันย์อสูรแห่งการไถ่บาป’ ก็จ้องมองมาที่ข้าด้วยนัยน์ตาอันแสนมืดมนก่อนจะเอ่ยว่า “สหายรักของข้า จงมาเป็นนักรบผู้ต่อสู้เพื่อข้าเถิด”]
ข้าเริ่มสงสัยว่าเป็นการดีแล้วหรือที่จะปล่อยให้เรื่องเล่าไร้มูลเช่นนี้ล่องลอยต่อไป แต่ก่อนที่ข้าจะได้ทำอะไร ข้อความจำนวนมหาศาลก็พลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[ผู้ตัดสิน ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังวิจารณ์เรื่องไร้สาระของเทพธิดาภูเขา!]
[ผู้ตัดสิน ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังโต้เถียงว่าตนต่างหากคือผู้ที่สร้างวีรกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอสูร!]
[ผู้ตัดสิน ‘เหม่ยโหวหวัง’ กำลังเยาะเย้ย ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’]
[ผู้ชมจำนวนมากกำลังให้ความสนใจในตำนานของเนบิวลา <คณะคิมดกจา>]
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ข้าก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าพวกเรากำลังอยู่ใน [ไซอิ๋ว] หรือ [มหกรรมรวมพลการผจญภัยสุดอลหม่านของคณะคิมดกจา] กันแน่
บางที นี่อาจเป็นสิ่งที่ฮันซูยองตั้งใจเอาไว้
ยิ่ง ‘ตำนาน’ ของ <คณะคิมดกจา> แข็งแกร่งขึ้นเท่าใด ‘มหาตำนาน’ ที่พวกเราจะได้รับจาก [ไซอิ๋วฉบับรีเมค] นี้ก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น
[ตำนานของ <คณะคิมดกจา> กำลังแพร่สะพัดไปทั่ว ผ่านการบอกเล่าปากต่อปาก]
เอาเถอะ คงต้องรอดูกันต่อไปว่าท้ายที่สุดแล้วนี่จะเป็นการตัดสินใจที่ดีหรือไม่
เวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว? อีจีฮเยหาวหวอดด้วยความเบื่อหน่ายพลางเอ่ยขึ้น “โอ๊ย รีบๆ จบเรื่องแล้วส่งยาอายุวัฒนะมาได้แล้วน่า”
[...เอ้านี่]
*
อีกหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
พวกเราปราบโยไกนับไม่ถ้วน และยังต้องเผชิญหน้ากับเหล่าดวงดาราจาก <จักรพรรดิ> ที่ปรากฏตัวขึ้นเพื่อทวงคืนสัตว์อสูรเหล่านั้นในภายหลัง
[โยไกที่เจ้าเพิ่งกำราบไปคือสัตว์ที่ข้าเลี้ยงไว้ในสวนหลั....]
“ไสหัวไป”
ยูจุงฮยอกเป็นผู้เตะพวกมันกระเด็นไปแทนข้า ด้วยท่าทีที่ต้องการหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับ ‘จอมราชันย์ผู้พิชิต’ ตือโป๊ยก่าย เหล่าดวงดาราของ <จักรพรรดิ> จึงยอมล่าถอยไปอย่างว่าง่ายแม้จะแสดงความไม่พอใจออกมาก็ตาม
[เปอร์เซ็นต์ความคืบหน้าการกลายเป็นเทพนอกสารบบ: 95%]
[อัตราการกลายเป็นเทพนอกสารบบของคุณช้าลง]
อัตราการแปรสภาพสู่การเป็นเทพนอกสารบบไม่ได้คืบหน้าไปมากนักในช่วงเวลานั้น ในทางกลับกัน อัตราการดำเนินเรื่องในไซอิ๋วของกลุ่มเรากลับรวดเร็วอย่างน่าตกตะลึง
[อัตราความคืบหน้าของไซอิ๋วในปัจจุบัน: 94%]
ในที่สุดเราก็ทะลุผ่านหลัก 90% มาได้
อีจีฮเยกล่าวขณะหอบหายใจ “ว้าว นี่มันหนักหนาสาหัสจริงๆ”
“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะวันนี้”
“พูดอะไรของเจ้า? เจ้าก็แค่นั่งรถสบายๆ ไม่ใช่รึไง?”
ข้าเมินคำเหน็บแนมของนางแล้วหันไปตรวจสอบอันดับห้องตำนานแทน
[อันดับปัจจุบันของห้องตำนานที่เกี่ยวข้องคืออันดับที่ 4]
[คะแนน: 21912]
[ผู้ชมจำนวนมากกำลังทึ่งในอัตราการเติบโตอันน่าทึ่งของห้องตำนานนี้]
ยังไม่ถึงสิบวันดีด้วยซ้ำ แต่พวกเรากลับปาดหน้าห้องตำนานที่โด่งดังกว่าห้องอื่นๆ จนไต่ขึ้นมาถึงอันดับที่ 4 ได้แล้ว ข้าอดไม่ได้ที่จะนับถือในพรสวรรค์ของฮันซูยอง แม้ใจจะไม่อยากยอมรับก็ตาม
[อันดับหนึ่งในปัจจุบันคือ ‘ไซอิ๋วของจริง’]
[คะแนน: 30408]
ด้วยความเร็วขนาดนี้ ข้าคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไล่ตามเฟยหู่ ผู้ครองอันดับหนึ่งอย่างไร้ข้อกังขาอยู่ในขณะนี้ให้ทัน
แน่นอนว่ายังเร็วเกินไปที่จะเฉลิมฉลอง การแข่งขันยังไม่จบสิ้นแม้เราจะแซงหน้าห้องของเฟยหู่ขึ้นไปครองอันดับหนึ่งได้ก็ตาม
เพราะผู้ชนะโดยรวมจะถูกตัดสินหลังจากรวบรวมคะแนนโหวตทั้งหมดและความเห็นของเหล่าผู้ตัดสิน
ข้าแหงนมองดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่บนฟากฟ้ายามค่ำคืน—มองไปยังเหล่าดวงดาราที่บัดนี้ถูกระบุเป็นเพียงผู้ชมไร้นาม
[ผู้ชมส่วนหนึ่งกำลังแสดงความเป็นปรปักษ์ต่อท่าน]
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า <จักรพรรดิ> ต้องกำลังจับตาดูอันดับที่พุ่งสูงขึ้นของพวกเราอยู่แน่
⸢ความภาคภูมิใจที่ <จักรพรรดิ> มีต่อ ‘มหาตำนาน’ ของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่มหาศาล⸥
พวกเขาไม่มีวันยอมให้ ‘มหาตำนาน’ ของตนถูกสืบทอดโดยเนบิวลาเล็กๆ ที่อ่อนแอเป็นแน่ นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลอันควรที่พวกเขาจะรู้สึกไม่พอใจพวกเราอีกด้วย
เช่น...
“ตอนนี้พวกมันมีจำนวนมากโขเลยนะ”
...กลุ่มของ ‘โยไก’ ที่กำลังติดตามพวกเราอยู่
แถวขบวนของเหล่าโยไกที่แน่นขนัดอยู่บนเส้นทางภูเขานั้นยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตาจนข้ามองไม่เห็นปลายแถวอีกต่อไป
ทุกตัวตนล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่พวกเราไว้ชีวิต
[ข้อตกลงกับราชาวินนี่กำลังดำเนินอยู่]
[เพื่อบรรลุข้อตกลง ท่านจำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนของ ‘เทพนอกสารบบ’ ในตำนานนี้ให้เกิน 30%]
[ปัจจุบัน สัดส่วนของ ‘เทพนอกสารบบ’ ในสถานการณ์นี้คือ 15.772%]
การเดินทางสู่ตะวันตกใกล้ถึงบทสรุปแล้ว แต่สัดส่วนของ ‘เทพนอกสารบบ’ กลับยังคงต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าใจหาย ข้าช่วยชีวิตโยไกไว้มากมายขนาดนั้น แต่เปอร์เซ็นต์กลับเพิ่งจะเกิน 15...
แต่ก็นั่นแหละ เหตุผลมันชัดเจนอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีจำนวนมาก แต่พวกมันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเรื่องราวของพวกเรามากนัก ความหมายคือ แก่นแท้ของ ‘ไซอิ๋ว’ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง พวกมันเข้าร่วมในฐานะ ‘ตัวประกอบ’ บนเวทีนี้เท่านั้น ไม่ใช่นักแสดงหลัก
เหตุผลเดียวที่สัดส่วนของพวกมันเพิ่มขึ้นเกิน 15% ได้ก็เพราะผู้ชมจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจในสถานการณ์ที่ผิดปกตินี้ก็เท่านั้นเอง
[ผู้ชมจำนวนมากกำลังมองดู ‘การจาริกแสวงบุญ’ ด้วยความยำเกรง]
[ผู้ตัดสินส่วนหนึ่งกำลังจับจ้องไปยังความเป็นไปได้ของ ‘ไซอิ๋ว’ รูปแบบใหม่]
[ผู้ตัดสินจำนวนน้อยกังวลเกี่ยวกับการบิดเบือนต้นฉบับ...]
ขบวนทัพของเหล่าโยไกนี้ถึงกับได้รับสมญานามด้วยซ้ำ นั่นคือ: การจาริกแสวงบุญ
เหล่าโยไกนับไม่ถ้วนกำลังเดินทางสู่ชมพูทวีป เพื่อการตรัสรู้ถึงการดำรงอยู่ของพวกมัน
[ผู้ชมส่วนหนึ่งกำลังเข้าสู่สถานการณ์ปัจจุบันเพื่อรับชม ‘การจาริกแสวงบุญ’]
ให้ตายเถอะ ยังมีกระทู้แนะนำห้องตำนานของพวกเราปรากฏขึ้นในบอร์ดแนะนำ ‘ไซอิ๋ว’ อีกด้วย
[ตือโป๊ยก่ายสุดเท่กับซัวเจ๋ง ถังซัมจั๋งผู้น่ารัก และซุนหงอคงผู้แสนอ่อนโยน]
ผู้เขียน: uri9158
– รีวิว: ตือโป๊ยก่ายเท่มาก ส่วนถังซัมจั๋งก็น่ารักสุดๆ
[‘ผมกลายเป็นซุนหงอคงแรงค์ SSSSS ที่เกษียณแล้ว’ ผลงานชิ้นเอกที่ตอนแรกนึกว่าเป็นตำนานดาษดื่น]
ผู้เขียน: ผู้สร้างสรรค์สายไม่ผลิตซ้ำ
– รีวิว: พูดตามตรง ตัวเอกที่แท้จริงของ ‘ไซอิ๋ว’ คือ ‘โยไก’ ซุนหงอคง ตือโป๊ยก่าย ซัวเจ๋ง พวกเขาทั้งหมดคือ ‘โยไก’ แต่แก่นเรื่องของไซอิ๋วกลับใกล้เคียงกับ ‘มนุษยนิยม’ อย่างไม่สิ้นสุด นั่นก็เพราะโยไกทั้งหมดที่ปรากฏในต้นฉบับล้วนถูกทำให้มีความเป็นมนุษย์อย่างสุดโต่งจากมุมมองของมนุษย์ ความหมายคือ โยไกจากไซอิ๋วต้องใช้ชีวิตเยี่ยง ‘มนุษย์’ หลังจากที่สถานะความเป็นโยไกของพวกเขาถูกช่วงชิงไป...
...ข้ารู้สึกราวกับว่าชื่อของผู้เขียนเหล่านี้ช่างคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่นั่นคงเป็นข้าที่คิดไปเองแน่ๆ
ไม่ว่ากรณีจะเป็นเช่นไร พวกเราก็ได้รับคำแนะนำที่น่าฉงนอยู่ไม่น้อย
“พวกมันยังตามเรามาอยู่เลย...”
ชินยูซึงที่เดินรั้งท้ายอยู่ข้างข้าเหลือบมองไปด้านหลังไม่หยุดราวกับมีบางสิ่งรบกวนจิตใจ นางดูลังเลเล็กน้อย แต่แล้วก็ยื่นมือออกไปหาโยไกตัวหนึ่งที่ทำท่าทางเหมือนลูกสุนัขอยู่แทบเท้านาง
“...ดีจ้ะ?”
ข้าแอบกังวลว่าโยไกตัวนั้นจะจู่โจมนาง แต่โชคดีที่สิ่งที่ข้ากลัวไม่ได้เกิดขึ้น
โยไกตัวนั้นหมอบลงเหมือนลูกสุนัขที่เชื่องเชื่อและใช้จมูกของมันถูไถกับปลายนิ้วของนาง เจ้าตัวนี้ไม่ใช่ ‘เทพนอกสารบบ’ ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่ข้ารู้จักอีกต่อไป
[ซอวาร์มซอวาร์มซอวาร์มซอวาร์ม]
พวกมันไม่ใช่ ‘สัตว์อสูร’ ที่ชินยูซึงสามารถทำให้เชื่องได้ ก็นะ ‘เทพนอกสารบบ’ ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เป็นมิตรอยู่แล้ว พวกมันเป็นเพียง ‘สิ่งของ’ ที่หมดประโยชน์และร่อนเร่อยู่นอกขอบเขตของสถานการณ์
ถึงกระนั้น ชินยูซึงก็ยังคงให้ความสนใจพวกมันอย่างระมัดระวังด้วยสีหน้าจริงจัง
[ยูซึงยูซึงยูซึงยูซึงยูซึง]
[ชื่อข้าชื่อข้าชื่อข้าชื่อข้าชื่อข้า]
นางเข้าใจพวกมันจริงๆ หรือ?
นางสามารถเข้าใจคำพูดและมองเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของพวกมันได้งั้นหรือ?
ข้าลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม “เจ้าไม่กลัวเหรอ?”
“ไม่เลยค่ะ มันเหมือนกับว่า พอหนูมองพวกมันไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าพวกมันน่ารักดีเหมือนกันนะคะ แล้วก็...”
หนวดเล็กๆ ที่คล้ายกับหนวดปลาหมึกจั๊กจี้ที่หลังมือของนางราวกับขนนก
“...คนคนหนึ่งที่หนูชอบเคยปรากฏตัวในลักษณะนี้มาก่อนค่ะ”
ทันใดนั้น อาการปวดศีรษะและวิงเวียนก็ถาโถมเข้ามาพร้อมกับความรู้สึกแปลบปลาบในหัว
[ทักษะพิเศษ ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ระดับ 2 ถูกบังคับใช้งาน!]
⸢บางที ครั้งนี้เขาอาจจะอยู่กับพวกเราที่นี่ด้วยก็เป็นได้⸥
ข้ามองเห็นแววตาอันมุ่งมั่นของนางที่กวาดสำรวจไปทั่วขบวนทัพโยไกและกัดริมฝีปากแน่น
[ประกาศถึงเหล่าดวงดาราทุกท่านที่กำลังเข้าร่วมในสถานการณ์]
เสียงประกาศที่ไม่เคยมีมาก่อนดังขึ้นจากที่ใดสักแห่ง
บรรยากาศโดยรอบสั่นสะเทือน เหล่าโยไกทั้งหมดเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยสีหน้ากังวล
[พวกมันกำลังมาพวกมันกำลังมาพวกมันกำลังมา]
[ไม่ชอบไม่ชอบไม่ชอบไม่ชอบไม่ชอบ]
เสียงร้องของ ‘เทพนอกสารบบ’ ดังระงมขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ
มหาทกแกบีในร่างกึ่งโปร่งแสงกำลังถูกฉายภาพขึ้นบนท้องฟ้าเบื้องบน
[สถานการณ์ ‘ไซอิ๋วฉบับรีเมค’ กำลังคืบคลานเข้าสู่บทสรุปอย่างช้าๆ ข้าได้ยินมาว่าเมื่อเร็วๆ นี้ เนื่องจากช่องว่างของคะแนนระหว่างอันดับสูงๆ กับอันดับกลางนั้นห่างกันเกินไป เหล่าดวงดาราหลายท่านจึงพากันถอดใจจากสถานการณ์นี้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง]
ช่างเป็นคำเปิดฉากที่ฟังดูเป็นลางร้ายเสียนี่กระไร
[ นั้นมอบโอกาสอย่างยุติธรรม ปลาไหลที่ดิ้นรนสามารถกลายเป็นมังกรได้ และในทางกลับกัน มังกรผู้ปกครองฟากฟ้าก็สามารถร่วงหล่นสู่พื้นดินได้เช่นกัน]
ชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนมหาทกแกบีจะเหลือบมองมาทางพวกเรา
[ดังนั้น การจะจบเรื่องกันแต่เพียงเท่านี้คงจะทิ้งรสขมขื่นเอาไว้ไม่น้อย ว่าไหมล่ะ?]
“เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้น?!”
พร้อมกับเสียงตะโกนดังลั่นของอีจีฮเย ทิวทัศน์รอบตัวเราก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่อแสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องวาบขึ้น กลุ่มของเรารวมถึงเหล่าโยไกก็ถูกเคลื่อนย้ายมายังริมฝั่งของแม่น้ำขนาดมหึมา
[ห้องตำนานกำลังถูกรวมเข้าด้วยกัน!]
[‘ผมกลายเป็นซุนหงอคงแรงค์ SSSSS ที่เกษียณแล้ว’ ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ‘มหาตำนาน’]
(ซุนหงอคงรู้ว่านี่คือแม่น้ำสายใด)
(บัดนี้พวกเขาอยู่ที่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำทงเทียน นี่คืออุปสรรคสุดท้ายก่อนจะไปถึงชมพูทวีป)
มหาทกแกบีหัวเราะ [การตัดสินอันดับหนึ่งด้วยคะแนนเพียงอย่างเดียวมันช่างน่าเบื่อนัก ทว่า ‘การเฟ้นหาว่า ‘ตำนาน’ ใดแข็งแกร่งกว่า’ นั่นต่างหากคือกฎธรรมชาติแห่ง มิใช่หรือ?]
[ผู้ชมจำนวนมากกำลังโห่ร้องเห็นด้วยกับคำประกาศนั้น!]
[ผู้ชมจำนวนน้อยกำลังเลียปาก!]
[ผู้ตัดสินส่วนหนึ่งกำลังขมวดคิ้วให้กับการแทรกแซงของมหาทกแกบี]
ขณะที่ข้อความหลั่งไหลเข้ามา เสาแสงขนาดใหญ่ก็เริ่มปรากฏขึ้นตามจุดต่างๆ ของริมฝั่งแม่น้ำ
[ห้องตำนานที่ 421 ถูกรวมเข้าด้วยกัน!]
[‘ซุนหงอคงของฉันพังไปแล้วตั้งแต่จุดหนึ่ง’ ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ‘มหาตำนาน’]
ณ ที่แห่งนั้น พวกเราพบกลุ่มอื่นที่เหมือนกับกลุ่มของเราไม่มีผิด
อีกิลยองที่ยืนตะลึงงันตะโกนขึ้น “พวกนั้นเป็นใครกัน?!”
กลุ่มนั้นก็มีทั้งซุนหงอคง ถังซัมจั๋ง ตือโป๊ยก่าย ซัวเจ๋ง และม้ามังกรขาวเช่นกัน
ใช่แล้ว พวกเขาคือคณะเดินทาง ‘ไซอิ๋ว’ จากห้องตำนานอื่น
[ห้องตำนานที่ 7133 ถูกรวมเข้าด้วยกัน!]
[‘นึกว่าเป็นซุนหงอคง ที่แท้ก็แค่ลิงธรรมดา’ ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ‘มหาตำนาน’]
[ห้องตำนานที่ 6523 ถูกรวมเข้าด้วยกัน!]
[‘มุมมองกระบองยู่อี่ของซุนหงอคงผู้รอบรู้’ ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ‘มหาตำนาน’]
ขณะที่เสาแสงยังคงสาดส่องลงมาไม่หยุด ‘ซุนหงอคง’ มากมายก็ปรากฏกายขึ้นบนริมฝั่งแม่น้ำ บางตนมีสถานะที่อ่อนแอ ในขณะที่บางตนก็มีสถานะอันทรงพลัง และแล้ว...
[ห้องตำนานอันดับที่ 1 ถูกรวมเข้าด้วยกัน!]
[‘ไซอิ๋วของจริง’ ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ‘มหาตำนาน’]
...บางตนกระทั่งมีสถานะที่เหนือล้ำกว่าอย่างมหาศาลเช่นกัน
ทุกตัวตนที่ประกอบขึ้นเป็นห้องตำนานนั้นล้วนเป็นหนึ่งในสุดยอดหัวกะทิของเหล่าดวงดาราทั้งสิ้น
‘ซุนหงอคง’ ผู้ครองอันดับหนึ่งในปัจจุบันกำลังจ้องมองมาทางพวกเรา ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าอมเขียวอันน่าขนลุก
...เป็นไปตามคาด ในที่สุดก็มาถึงจุดนี้จนได้
ข้าคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์ทำนองนี้อาจเกิดขึ้น เพราะหากปล่อยให้เรื่องดำเนินต่อไปเช่นนี้ ฝ่ายของเฟยหู่คงต้องพ่ายแพ้ให้แก่เราในด้านคะแนนรวมเป็นแน่
[ผู้ตัดสินส่วนหนึ่งกำลังเป็นห่วงความปลอดภัยของท่าน]
[ผู้ตัดสิน ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังเดือดดาลกับสถานการณ์นี้!]
[ผู้ตัดสิน ‘ปี้หม่าเหวิน’ กำลังรู้สึกใคร่รู้เกี่ยวกับบทสรุปของสถานการณ์นี้]
[ผู้ตัดสิน ‘เหม่ยโหวหวัง’ สั่งให้ท่านกวาดล้างคนพวกนี้ให้สิ้นซาก!]
ไม่เพียงเท่านั้น เหล่าผู้ตัดสินหลักก็เข้าข้างพวกเราแล้วเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าฝ่ายนั้นคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายลงไปกว่านี้สำหรับพวกเขา
[รายละเอียดของสถานการณ์หลักได้รับการอัปเดต!]
เสียงของมหาทกแกบีดังขึ้นอีกครั้ง
[และแล้ว อีเวนต์สุดท้ายของ ‘ไซอิ๋วฉบับรีเมค’ จะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้]
<ตอนที่ 82. เทพนอกสารบบ (3)> จบ.
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.