ตอนที่ 1124
1124 / 1536
อ่าน 9 นาที
Chapter 1124: Fighting The Demons
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 09:02
## บทที่ 1124: ประจัญบานเหล่ามารร้าย
เหล่ามารร้ายที่ยืนตระหง่านอยู่บนฟากฟ้าต่างแผดเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังกึกก้อง หลังจากสิ้นคำประกาศของจางเฟย มารอสูรที่เฟิงเหยาเคยชี้ให้ดูเมื่อครู่แค่นเสียงเย็นชา ดวงตาที่มองลงมาเต็มไปด้วยความดูแคลนและรอยยิ้มหยันที่มุมปาก
หลงโหยวเจียซึ่งยืนอยู่รั้งท้ายเองก็ลอบหัวเราะเยาะจางเฟยในใจ เขาคิดว่าชายผูนี้ช่างโอหังยิ่งนัก ทั้งที่มีตบะเพียงระดับราชันสวรรค์ 1 สุริยัน แต่กลับบังอาจริอ่านท้าทายมารอสูรที่มีตบะสูงส่งถึงระดับจักรพรรดิสวรรค์ 1 สุริยัน
‘หึ! ข้าก็อยากจะเห็นนักว่าบุรุษที่องค์จักรพรรดิยกย่องนักหนาจะมีดีเพียงใด! หากเขามิอาจสยบมารตนนั้นได้ คำสรรเสริญที่เขาได้รับมาก็คงเป็นเพียงเรื่องโกหกที่เกินจริง!’
เถียนสุ่ยเซียงก้าวเข้ามายืนเคียงข้างจางเฟย ก่อนจะกระซิบเตือนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่จริงจัง “ท่านห้ามประวิงเวลาในการต่อสู้กับมันเด็ดขาด ต้องสังหารมันให้สิ้นซากก่อนที่มันจะใช้เทคนิคการตื่นของสายเลือด มิเช่นนั้นท่านจะไม่มีโอกาสชนะ และต้องจบชีวิตลงที่นี่”
“ตกลง” จางเฟยพยักหน้ารับ เขาไม่เคยดูแคลนคำเตือนของเถียนสุ่ยเซียง เพราะนางเองก็เป็นมารอสูรเช่นกัน ทันใดนั้นเขาก็เรียก ‘กระบี่สยบมาร’ ออกมา ตัวกระบี่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ราวกับมันมิอาจอดรำใจรอที่จะลิ้มรสเลือดของเผ่ามารได้อีกต่อไป
“เจ้ามั่นใจแน่หรือว่าจะเผชิญหน้ากับมารตนนั้นได้?” เทียนซือเซิ่งเจี๋ยเอ่ยถามด้วยความกังวล
จางเฟยส่งยิ้มให้แววตาเป็นประกาย “หากข้าสู้ไม่ได้ ข้าก็แค่ต้องวิ่งหนีมิใช่หรือ?”
สิ้นคำกล่าวของเขา หลงโหยวเจียและเหล่าเผ่าอสูรต่างพากันระเบิดเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมาทันที ทว่าจางเฟยกลับไม่ได้ใส่ใจในปฏิกิริยาเหล่านั้น ผิดกับเทียนซือเซิ่งเจี๋ยที่ปลดปล่อยจิตสังหารอันเข้มข้นออกมา จนพวกเขาทั้งหมดต้องหุบปากฉับด้วยความหวาดพรั่น
ในขณะที่เผ่าปักษาไม่ได้ร่วมวงเยาะเย้ยหรือด่าทอแต่อย่างใด พวกเขากลับเฝ้ารอด้วยใจระทึกที่จะได้ประจักษ์ในฝีมือการต่อสู้ของชายหนุ่ม
“ท่านควรเรียกคนของท่านที่ทะลวงผ่านระดับห้าเทวสวรรค์ออกมาได้แล้ว” จางเฟยหันไปกล่าวกับเฟิงเหยาโดยตรง “พวกเขาทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา ถึงเวลาแล้วที่จะพิสูจน์ผลลัพธ์ของการฝึกตน อีกทั้งมารส่วนใหญ่เหล่านี้ยังอยู่ในระดับราชันสวรรค์ ซึ่งเป็นคู่มือที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพวกเขา ส่วนพวกมารที่ถึงระดับจักรพรรดิสวรรค์และมหาจักรพรรดิสวรรค์ พวกเราจะกันพวกมันไว้เอง”
เป่ยหมิงโหย่วหวง, ลั่วเฟิงหาน, เถียนสุ่ยเซียง, เย่จือเย่, ฮวาเซี่ยงเอ๋อร์, เถียนหวงจิน และเทียนซือเซิ่งเจี๋ย ต่างพยักหน้าเห็นพ้องกับเฟิงเหยา มีเพียงอวี่ซานที่ดูจะมึนงงกับคำขอของจางเฟย เพราะเขายังไม่รู้จักชายผูนี้ดีพอ
จางเฟยไม่รอช้า เขาทำการอัญเชิญสัตว์อสูรจำนวนมหากาฬออกมาจากมิติสัตว์อสูรทันที
เหล่ามังกรอันเกรียงไกรปรากฏกายขึ้น นำโดย หลงจี๋ซาน, หลงเฉียง และหลงจิ่วเซียว
ตามมาด้วยหงส์เพลิงผู้สง่างาม เฟิงเหยียนซี
พยัคฆ์ขาวผู้น่าเกรงขาม ไต้หูไป๋ และ ไต้หยี่ซู
เต่าดำผู้มั่นคง หวังอู่กุ่ย และ หวังอี้เทา
วิหคชาดผู้ร้อนแรง จูตานชิง และ จูเจิ้น
สัตว์อสูรเหนียน นู่เสิน และ นู่อิ่ง
กวางสวรรค์ ฟู่ซิน และ ฟู่อิน
เหล่ยหั่วถิง ในร่างกิเลนสายฟ้า และ อวี่เหวินซิ่งหยวน ในร่างอสูรคุนเผิง
นอกจากนี้ จางเฟยยังได้อัญเชิญสามสัตว์อสูรจากมุกผนึกโลกออกมาด้วย ได้แก่ ชาหั่วเหยัน—อสูรฟ้าสามตาผู้บ้าคลั่ง, โส่วอวิ๋นจือ—อสูรยักษ์สุริยันเพลิง และ เซี่ยงจ้าน—พยัคฆ์คชสารสงคราม
‘บ้าน่า! เขามีสัตว์เทพอยู่เคียงข้างมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรกัน!’ หลงโหยวเจียและสมาชิกเผ่าอสูรต่างกรีดร้องอยู่ในใจด้วยความตกตะลึง
ทว่าความตื่นตะลึงยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อจางเฟยเปิดประตูมิติแห่งการฝึกตนออกมา ผู้ที่ก้าวออกมาเป็นคนแรกคือ หงซินซิน ตามมาด้วย เฟิงชิงเหมิง, จูเหลียวเหยา, จูซานเหนียง, นู่ฉีเฉิน, หูหลี่ห่าวห่าว, หูหลี่เซียนเหนียง, หูหลี่จือเสิน และเฟิงอี้เฉิน
‘เจ้าเด็กนี่มันบ้าไปแล้ว! เขากุมอำนาจเหนือเผ่าอสูรมากมายเพียงนี้เชียวหรือ! แถมหนึ่งในนั้นยังมีหงส์ดำซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่สาบสูญไปจากดินแดนนี้แล้วด้วย!’ หลงโหยวเจียและพวกพ้องลอบกรีดร้องในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังจากนั้น เหล่าภรรยาและสหายที่เป็นมนุษย์ของจางเฟยต่างก็ทยอยเดินออกมา นำโดย ซ่างกวนเยี่ยน, ต้วนหมู่ลั่วหลาน, เลิ่งเสวี่ยเยี่ยน, เว่ยเสี่ยวหยา, ตั้นไถหลิงเยี่ยน, เฉียนส่วง, สวี่อิ่นอิ่ง, หวังโหย่วโหรว, เถียนหยวนหลิง, ซ่างอวี่เม่ย, ซ่างเหยาลิน และซ่างซินอวี่ ตามมาด้วย หลินม่อเซียน, สวี่หงเยี่ยน, เฉียวเลี่ยงเหริน, อู๋เสวียหมิง, ซ่างอิ่งเย่ว์, เหยียนอิ่นฉิง, จิ้งชิวเย่ว์, สวี่ชิวเว่ย, ม่ายเสี่ยวเหมิง, จินหรูเย่ว์, ตู้อวี่เจีย, เจี้ยนอู่เฟิง และโหย่วซิ่งหลาน
การปรากฏตัวของเหล่าภรรยาของจางเฟยทำให้อวี่ซาน, เป่ยหมิงโหย่วหวง, ฮวาเซี่ยงเอ๋อร์ รวมถึงหลงโหยวเจียและคนอื่นๆ ถึงกับตกตะลึงจนยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ
แม้ว่าจำนวนของพวกมารจะนับพัน แต่การปรากฏตัวของกลุ่มคนเหล่านี้กลับสร้างความกังวลให้พวกมันไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัมผัสได้ว่าในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เทพในตำนาน
“พวกมารงั้นหรือ?” หลินม่อเซียนเปรยตามองเหล่ามารร้ายเหล่านั้น
“ศิษย์น้อง เจ้าต้องการให้พวกเราลงมือจัดการพวกมันเลยหรือไม่?”
“เฮ้ อิ่งเย่ว์! ตอนนี้ศิษย์น้องของพวกเรากลายเป็นลูกเขยของเจ้าไปแล้วนะ จำไม่ได้หรือ?” เหยียนอิ่นฉิงเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ทำให้ซ่างอิ่งเย่ว์ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
จางเฟยพยักหน้าให้พวกเขา “ข้าจะจัดการกับมารอสูรตนนั้นเอง ส่วนคนอื่นๆ จะรับผิดชอบพวกมารระดับจักรพรรดิสวรรค์และมหาจักรพรรดิสวรรค์ เพราะฉะนั้นพวกเจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องพวกมัน และจัดการกับมารที่เหลือได้เลย”
“ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ! พวกเราเก็บตัวฝึกฝนมาตลอดสองทศวรรษ ข้าอยากจะระบายโทสะกับพวกมันใจจะขาดแล้ว” สวี่หงเยี่ยนสะบัดแส้ออกมา ตามด้วยคนอื่นๆ ที่ต่างชักศาสตราคู่กายออกมาเตรียมพร้อมประจัญบาน
“ให้พวกเรานำไปก่อน” ลั่วเฟิงหานและคนอื่นๆ ทะยานเข้าหาเหล่ามารร้าย โดยมีเฟิงเหยาตามไปติดๆ
หั่วหลิงซัดเปลวเพลิงสีแดงฉานนับสิบสายเข้าใส่เหล่ามารระดับจักรพรรดิสวรรค์และมหาจักรพรรดิสวรรค์ บังคับให้พวกมันต้องแยกตัวออกจากกองกำลังหลัก เมื่อสบโอกาส จางเฟยจึงนำเหล่าภรรยา ทาสรับใช้ และสหายบุกเข้าโจมตีทันที
ลั่วเจิ้นอวี่, ลั่วเจียเสวียน, เฉิงเมิ่งเหยา และปิงซิงอิ่ง ก็เข้าร่วมวงต่อสู้ด้วยเช่นกัน แม้ว่าตบะของพวกเขาจะก้าวข้ามพวกมารไปไกลแล้วก็ตาม
หลงโหยวเจีย สมาชิกเผ่าอสูร และเผ่าปักษาต่างยังคงปักหลักอยู่ที่เดิม พวกเขาเฝ้าดูการต่อสู้อันดุเดือดที่อุบัติขึ้นบนฟากฟ้า โดยเฉพาะการปะทะกันระหว่างคนของจางเฟยกับเหล่ามารร้าย
แม้ว่าตบะของพวกจางเฟยส่วนใหญ่จะต่ำกว่าพวกมารอยู่สองขั้นย่อย แต่หลงโหยวเจียและคนอื่นๆ กลับพบว่าพวกเขาสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบเหนือเหล่ามารร้ายอย่างเห็นได้ชัด
.
.
.
ในขณะเดียวกัน จางเฟยยืนตระหง่านเผชิญหน้ากับมารอสูรที่ถลึงตาจ้องมองเขาอย่างเคียดแค้น กระบี่สยบมารในมือเขายังคงสั่นระริก และแรงสั่นสะเทือนนั้นก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ตามคำแนะนำของเถียนสุ่ยเซียง จางเฟยเปิดฉากจู่โจมมารอสูรเพศผู้ตนนั้นทันทีด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาจะทำได้ ต่างจากในอดีตที่เขาต้องพึ่งพาเทคนิคการเสริมพลังอื่นๆ ครั้งนี้เขาอาศัยเพียงพละกำลังและความเร็วอันบริสุทธิ์ของตนเองเท่านั้น
ถึงกระนั้น มารอสูรตนนั้นยังคงมั่นใจว่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัย เพราะตบะของมันสูงกว่าจางเฟยถึงหนึ่งขั้นใหญ่ มันไม่ได้สะทกสะท้านต่อความเร็วของเขาเลยแม้แต่น้อย และใช้กระบี่ของมันปัดป้องการฟาดฟันของกระบี่สยบมารได้อย่างง่ายดาย
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” มารอสูรหัวเราะลั่น “ความกล้าและความเร็วของเจ้าในฐานะมนุษย์นั้นน่าประทับใจยิ่งนัก แต่เจ้าก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของข้า ข้าคือมารอสูร และสงครามคือลมหายใจของข้า ในเมื่อเจ้ากล้าท้าทายข้า ข้าก็จะสนองให้ด้วยความตายในวันนี้!”
จางเฟยไม่ได้เอ่ยคำใด เขาเปิดใช้งานทั้ง ‘เขตแดนแสง’ และ ‘เขตแดนกระบี่’ พร้อมกัน สร้างความตกใจให้แก่มารอสูรจนมันต้องรีบพุ่งทะยานหนีออกไปให้พ้นระยะเขตแดน
เมื่อเห็นศัตรูถอยรั้ง จางเฟยจึงรังสรรค์กระบี่ทองคำยักษ์ขึ้นมา เฉกเช่นเดียวกับที่เขาเคยใช้ทะลวงผ่านระดับห้าเทวสวรรค์เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาตวัดกระบี่สยบมารออกไปสุดแรง “กระบวนท่าสุดท้าย: ตัดสิ้นวิถีสวรรค์!”
กระบี่ทองคำยักษ์พุ่งทะยานเข้าหามารอสูรด้วยความเร็วสูง แต่สิ่งที่ทำให้จางเฟยต้องแปลกใจคือมารตนนั้นก็ปลดปล่อยท่าไม้ตายออกมาเช่นกัน “กระบี่อสูรผลาญสิ้น!”
กระบี่สีแดงฉานขนาดมหึมาพุ่งทะยานออกมาจากกระบี่ของมารอสูร เข้าปะทะกับกระบี่ทองคำยักษ์ของจางเฟยกลางอากาศจนเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง
*ตูม!*
ทั้งจางเฟยและมารอสูรต่างถูกแรงอัดมหาศาลจากคลื่นกระแทกซัดจนร่างกระเด็นถอยหลังไปคนละทิศละทาง
คลื่นกระแทกนั้นยังแผ่ซ่านออกไปโดยรอบ รบกวนการต่อสู้ของผู้อื่นที่อยู่รายล้อม
หลงโหยวเจียและคนอื่นๆ สัมผัสได้ถึงอานุภาพการปะทะอันน่าสะพรึงกลัวจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ‘ให้ตายเถอะ! เทพกระบี่ที่มีอายุเพียงสี่สิบต้นๆ งั้นหรือ!’
จางเฟยที่อาบกระบี่ด้วยธาตุแสงเคลื่อนย้ายพริบตาไปปรากฏกายด้านหลังมารอสูรแล้วตวัดกระบี่ฟันเข้าที่กลางหลัง ทว่ามารอสูรกลับหมุนตัวกลับมาต้านทานได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งคู่ต้องกระเด็นถอยหลังไปอีกครั้งจากแรงปะทะ
จางเฟยไม่ปล่อยให้เสียเวลาเปล่า เขาพุ่งเข้าหามารอสูรอีกครั้ง พร้อมกับใช้ ‘ท่าเท้ามายา’ ที่บรรลุถึงระดับสิบ สร้างร่างแยกเงาขึ้นมาสิบคนพุ่งเข้าใส่ศัตรูจากทุกทิศทาง
นัยน์ตาของมารอสูรพลันเปล่งประกายสีแดงก่ำ มันโยกหลบการโจมตีของจางเฟยและร่างเงาทั้งสิบได้อย่างคล่องแคล่ว “ขีดจำกัดของเจ้ามีเพียงเท่านี้เองรึ เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ? หากความสามารถของเจ้ามีเพียงแค่นี้ ข้าล่ะผิดหวังจริงๆ”
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.