ตอนที่ 1150
1150 / 1536
อ่าน 9 นาที
Chapter 1150: Fei Yinglin
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 09:04
## บทที่ 1150: เฟยอิงหลิน
“ให้ข้าได้ลองดู” จางเฟยเอ่ยขึ้นพร้อมกับทะยานร่างเข้าสู่ใจกลางทะเลสาบ ร่างของเขาลอยเด่นอยู่เหนือผิวน้ำก่อนจะทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิ ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์ของชิงชิวเอ๋อร์ เพราะในทะเลสาบแห่งนี้มีเพียง ‘ปราณหยิน’ อันหนาวเหน็บอัดแน่นอยู่เท่านั้น
ทันใดนั้น จางเฟยได้เปิดมิติบ่มเพาะออก ร่างของจางเฟยอีกคนหนึ่งก้าวเดินออกมา ก่อนจะแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็นสตรีโฉมงาม สร้างความตกตะลึงจนตาค้างให้แก่ชิงชิวเอ๋อร์ที่เฝ้ามองอยู่
จางเฟยปลดปล่อยดวงวิญญาณของตนออกมา ขณะที่ร่างจำแลงในคราบสตรีขยับเข้าซ้อนทับด้านหลัง ฝ่ามือเรียวบางทาบลงบนแผ่นหลังของเขาอย่างแผ่วเบา
มวลปราณหยินจากทะเลสาบถูกร่างจำแลงดูดซับและส่งผ่านเข้าสู่ร่างกายและวิญญาณของจางเฟย ก่อนที่มันจะถูก ‘ดอกบัวขาว’ ภายในห้วงวิญญาณกลืนกินเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม
‘นั่นคือหนึ่งในความสามารถของมารราคะอย่างนั้นหรือ? ข้าเคยได้ยินมาว่ามารราคะนั้นไร้เพศสภาพ สามารถเปลี่ยนร่างเป็นชายหรือหญิงได้ตามใจปรารถนา’ ชิงชิวเอ๋อร์ลอบสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของปราณหยินที่ไหลบ่าเข้าสู่ร่างจำแลง และถูกกลั่นกรองก่อนจะซึมซับเข้าสู่ดอกบัวขาวในวิญญาณของจางเฟยอย่างต่อเนื่อง ‘เขาไปเอาความคิดนี้มาจากไหนกัน? ในเมื่อระดับการบ่มเพาะวิญญาณของทั้งคู่เท่ากัน และแท้จริงแล้วก็คือคนคนเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงทรงพลังมหาศาลเช่นนี้’
*ตึก*
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นข้างกาย ทำให้ชิงชิวเอ๋อร์หันไปมองสตรีผู้มาใหม่ “เจ้าต้องการมาบ่มเพาะที่นี่ด้วยหรือ เฟยอิงหลิน?”
เฟยอิงหลิน ผู้นี้มีดวงตาเรียวยาวประดับด้วยคิ้วบางโก่งโค้ง ใบหน้าของนางนวลเนียนหมดจดราวกับสลักเสลาจากหยกเนื้อดี กึ่งกลางหน้าผากมีปานประดับเล็กๆ แวววาวดุจอัญมณี เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยทิ้งตัวลงระบ่า ริมฝีปากอิ่มเอิบถูกแต้มด้วยสีชมพูระเรื่อชวนหลงใหล นางอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีม่วงเรียบหรู ดีไซน์เปิดเปลือยช่วงไหล่ เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าที่งดงามและเนินอกอวบอิ่มพองาม เอวคอดกิ่วถูกเน้นให้เด่นชัดด้วยเข็มขัดสีทองอร่าม ขับเน้นรูปร่างที่สมส่วนและสูงโปร่งให้ดูสง่างามเกินบรรยาย
“โยวสือเยี่ยนเพิ่งออกไปทำภารกิจพร้อมกับคนอื่นๆ ข้าเลยมาที่นี่เพื่อบ่มเพาะเจ้าค่ะ ท่านเจ้าสำนัก” เฟยอิงหลินเอ่ยเสียงใส ก่อนจะตวัดสายตามองไปยังทะเลสาบ “คนพวกนั้นคือใครกัน?”
“บุรุษผู้นั้นคือผู้อาวุโสคนใหม่ของสำนักเรา จางเฟย” คำตอบของชิงชิวเอ๋อร์ทำให้เฟยอิงหลินเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “ส่วนสตรีที่อยู่ด้านหลังเขานั้นข้าเองก็ไม่ทราบฐานะที่แน่ชัด แต่สตรีอีกสองคนที่กำลังบ่มเพาะอยู่ในน้ำคือภรรยาของเขา ซือหม่าฮุ่ยชิงและเหยียนจินอู่... เจ้าได้ยินประกาศล่าสุดแล้วใช่ไหม?”
เฟยอินหลินพยักหน้าช้าๆ “ท่านเอาจริงหรือที่จะเปลี่ยนสำนักแห่งนี้ให้กลายเป็นสำนักสายสามัญ? ท่านแน่ใจหรือว่ามันจะไปรอดกับชื่อเสียงอันย่ำแย่ที่พวกเรามี?”
“อิอิ” ชิงชิวเอ๋อร์หัวเราะร่วนพลางชี้ไปทางจางเฟย “ลำพังพวกเราทำเองคงไม่สำเร็จหรอก แต่การมีเขาอยู่จะช่วยให้เราทำได้สำเร็จ แม้ระดับการบ่มเพาะของเขาจะยังอยู่ที่ขอบเขตจ้าวนภาหนึ่งสุริยัน แต่เขากลับครอบครองฐานะที่ไม่มีผู้บ่มเพาะคนใดในประวัติศาสตร์เคยมีมาก่อน”
เฟยอิงหลินหันกลับไปจ้องมองจางเฟยอีกครั้ง “เขามีฐานะอะไรกันแน่ด้วยอายุเพียงเท่านี้?”
“นักหลอมโอสถระดับเทพเจ้า จอมดาบระดับเทพเจ้า และยังมีอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน” คำบอกเล่าของชิงชิวเอ๋อร์ทำให้เฟยอิงหลินตกอยู่ในอาการตะลึงลาน “เจ้าไม่จำเป็นต้องสงสัยในคำพูดของข้า เพราะข้า ซูเหยา และน้องสาวของข้า ต่างก็ได้ประจักษ์ในความสามารถของเขาด้วยตาตัวเองมาแล้ว ข้าถึงได้แต่งตั้งเขาเป็นผู้อาวุโส และคนของเขาก็จะมาช่วยพวกเราฟื้นฟูสำนักขึ้นมาใหม่”
“ข้าไม่เคยสงสัยในการตัดสินใจของท่าน และในเมื่อท่านเชื่อมั่น ข้าก็จะเชื่อตามนั้น” เฟยอิงหลินนิ่งไปครู่หนึ่ง “ถ้าเขาทำสำเร็จในการเปลี่ยนสำนักบ่มเพาะคู่ให้กลายเป็นสำนักสายสามัญได้จริง มันย่อมส่งผลกระทบอันยิ่งใหญ่ต่อพวกเราทุกคน ทว่า... เราไม่สามารถนำศิษย์ทุกคนมาไว้ในที่เดียวกันได้ โดยเฉพาะเมื่อศิษย์ส่วนใหญ่ชิงชังพวกบ่มเพาะคู่เข้ากระดูกดำ”
ชิงชิวเอ๋อร์พยักหน้าเห็นด้วย “เรื่องนั้นพวกเราตระหนักดี เราจึงวางแผนจะสร้างหอต่างๆ ไว้ที่เชิงเขา รวมถึงที่พักแห่งใหม่ ศิษย์ใหม่จะไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่น”
“แล้วใครจะเป็นผู้ดูแลหอเหล่านั้น?” ชิงชิวเอ๋อร์จึงเอ่ยชื่อบุคคลใกล้ชิดของจางเฟยหลายคนที่เริ่มลงมือแผ้วถางพื้นที่เชิงเขาแล้ว “ระดับการบ่มเพาะอาจการันตีความแข็งแกร่ง แต่ไม่ได้การันตีพรสวรรค์ในเส้นทางที่หลากหลาย หากคนพวกนั้นมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมจริง ข้าเชื่อว่าแผนการของท่านจะสำเร็จ แต่การเปลี่ยนแปลงคงไม่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น”
“นั่นคือเรื่องจริง” ชิงชิวเอ๋อร์เอ่ยถามต่อ “แล้วเจ้ายังจะบ่มเพาะที่นี่ต่อไหม?”
“พวกเราทุกคนต่างก็เป็นผู้บ่มเพาะคู่ ข้าไม่จำเป็นต้องอับอายต่อหน้าเขา” เฟยอิงหลินเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ นางปลดเปลื้องชุดกระโปรงสีม่วงออกอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้อาภรณ์ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ก่อนจะก้าวเดินลงสู่ทะเลสาบ เพียงชั่วอึดใจนางก็เข้าสู่ภวังค์แห่งการบ่มเพาะ โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างหรือการคงอยู่ของจางเฟยแม้แต่น้อย
ริมฝีปากของชิงชิวเอ๋อร์หยักโค้งเป็นรอยยิ้มประหลาด นางรีบเปลื้องผ้าแล้วตามลงไปร่วมวงบ่มเพาะในทะเลสาบเช่นกัน
.
.
.
ในขณะเดียวกัน เทียนสื่อเซิ่งเจี๋ยและหลงโยวเจียได้ยืนอยู่เบื้องหน้าหลงอู่จ้าว โดยมีบิดาของทั้งคู่ยืนอยู่ด้านหลัง มังกรสวรรค์สาวรีบรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในดินแดนต้องห้ามทันที โดยเฉพาะเรื่องการรุกรานของเหล่าปีศาจและสัตว์อสูรร้าย รวมถึงจุดจบของพวกมัน “ฝ่าบาท ตามคำบอกเล่าของจักรพรรดินีฮั่ว สัตว์ร้ายตัวนั้นคือสัตว์อสูรโบราณที่เป็นลูกผสมระหว่างมังกรสวรรค์โบราณและกวางอายุวัฒนะ นอกจากนี้ พ่อค้าผู้นั้นไม่ได้มาจากแดนสุขาวดี แต่มาจากแดนโบราณ และดินแดนต้องห้ามก็คือพรมแดนที่เชื่อมต่อระหว่างสองโลกเข้าด้วยกันเจ้าค่ะ”
หลงอู่จ้าว, หลงซวี่คง และเทียนสื่อไป๋หลง ไม่ได้มีท่าทีแปลกใจนักกับคำอธิบายนี้ ในความเป็นจริง พวกเขาล่วงรู้อยู่แล้วว่ามีโลกอื่นอยู่นอกเหนือจากแดนสุขาวดี และสงสัยมานานว่าพ่อค้าผู้นั้นมาจากโลกแห่งนั้น ทว่าพวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าดินแดนต้องห้ามจะเป็นจุดเชื่อมต่อ และไม่เคยพบเส้นทางข้ามผ่านไปยังโลกใบนั้นเลยสักครั้ง
“พี่น้องทั้งหลาย ข้อสันนิษฐานของข้าถูกต้องจริงๆ จักรพรรดินีฮั่วเหยียนหลิงคือกายจุติของเผ่าพันธุ์โบราณอย่างไม่ต้องสงสัย” หลงซวี่คงเอ่ยขึ้น
เทียนสื่อไป๋หลงพยักหน้าเห็นด้วย “มิน่าเล่า ในอดีตจักรพรรดินีฮั่วถึงสามารถสยบพวกเราทั้งสามคนลงได้อย่างง่ายดาย”
“แล้วจักรพรรดินีฮั่วได้ฝากอะไรถึงเจ้าบ้างไหม เซิ่งเจี๋ย?” หลงอู่จ้าวถาม
เทียนสื่อเซิ่งเจี๋ยส่ายหน้า “นางไม่ได้บอกอะไรข้าเลยเจ้าค่ะ แต่ข้ามีข่าวชิ้นหนึ่งที่จะทำให้พวกท่านทั้งสามต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน”
“ข่าวอะไรกัน?”
“แม้จักรพรรดินีฮั่วจะยังไม่ยอมรับจางเฟย แต่บิดามารดาของนางกลับยอมรับเขาเป็นลูกเขยเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” เทียนสื่อเซิ่งเจี๋ยหัวเราะร่วนเมื่อเห็นมังกรเฒ่าทั้งสามนิ่งอึ้งไป “นอกจากนี้ เขายังตัดสินใจเข้าร่วมสำนักจันทราพิศวาสในฐานะผู้อาวุโส และจะเปลี่ยนสำนักแห่งนั้นให้เป็นสำนักสายสามัญด้วยเจ้าค่ะ”
“ฝ่าบาท! ท่านพ่อ! ท่านอาไป๋หลง! ข้ามีเรื่องสงสัยเกี่ยวกับจางเฟยเจ้าค่ะ” มังกรเฒ่าทั้งสามหันไปมองหลงโยวเจีย “ตอนนั้นพวกท่านบอกว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มอายุเพียงยี่สิบต้นๆ แต่ความจริงเขากลับมีอายุราวสี่สิบปีแล้ว และระดับการบ่มเพาะของเขาก็พุ่งไปถึงขอบเขตจ้าวนภาหนึ่งสุริยันแล้วด้วย”
“เรื่องจริงหรือ เซิ่งเจี๋ย?” เทียนสื่อไป๋หลงหันไปถามบุตรสาว
เทียนสื่อเซิ่งเจี๋ยพยักหน้ายืนยัน “โยวเจียพูดความจริงเจ้าค่ะข้าเองก็สับสนว่าเหตุใดจางเฟยถึงอายุเพิ่มขึ้นรวดเร็วปานนั้น เพราะเมื่อห้าปีก่อนที่ข้าและเทียนหวงจินพบเขาที่สถานพำนักบัวอมตะ เขายังอายุแค่ยี่สิบต้นๆ และเพิ่งจะทะลวงผ่านขอบเขตแผ่ขยายเทวะมาได้เอง แต่ตอนนี้เขากลับไปถึงขอบเขตจ้าวนภาแล้ว”
“เขาทำได้อย่างไรกัน พี่อู่จ้าว?”
หลงอู่จ้าวส่ายหน้าช้าๆ “ข้ายังไม่เคยพบจางเฟยเป็นการส่วนตัว จึงยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด ในเมื่อเขาต้องการฟื้นฟูสำนักจันทราพิศวาส เขาคงจะยุ่งมากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ข้าจะรอให้เขาจัดการธุระให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วค่อยไปหา”
“ฝ่าบาท ข้าคิดว่าท่านไม่ควรไปพบจางเฟยในตอนนี้ แต่ควรรอให้เขามาที่อาณาเขตของพวกเราเองจะดีกว่าเจ้าค่ะ” เทียนสื่อเซิ่งเจี๋ยอธิบายเหตุผลตรงๆ ซึ่งทำให้มังกรเฒ่าทั้งสามถึงกับลอบถอนหายใจออกมา
“เจ้าพูดถูก ข้าไม่ควรไปหาเขา” หลงอู่จ้าวหันไปขอความเห็นจากสหายทั้งสอง “พวกเจ้าคิดว่าเราควรส่งคนรุ่นเยาว์ไปช่วยงานที่สำนักเขาบ้างไหม?”
หลงซวี่คงรีบให้ความเห็นทันที “ส่งไปได้ แต่ไม่ควรส่งคนที่เป็นสัตว์มายาไป”
“ข้าเห็นด้วยกับท่านพี่ซวี่คง” เทียนสื่อไป๋หลงกล่าวเสริม “เราสามารถส่งสัตว์เทวะที่มีระดับบ่มเพาะสูงกว่าเขาไปช่วยได้ แต่ต้องรอจนกว่าสำนักจะพร้อมเป็นสำนักสายสามัญเสียก่อน”
“ตกลงตามนั้น” หลงอู่จ้าวหันไปกำชับเทียนสื่อเซิ่งเจี๋ย “เจ้ารู้จักจางเฟยดีกว่าพวกเรา ข้าอยากให้เจ้าเป็นคนเลือกสัตว์เทวะที่จะไปเข้าร่วมสำนักของเขา”
“ข้าจะไปคัดเลือกประเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ ฝ่าบาท”
หลังจากเทียนสื่อเซิ่งเจี๋ยและหลงโยวเจียจากไป หลงอู่จ้าวก็ได้หารือบางอย่างกับมังกรเฒ่าทั้งสอง ไม่นานนัก หลงซวี่คงและเทียนสื่อไป๋หลงก็รีบทะยานร่างออกจากอาณาเขตไปอย่างเร่งรีบ
.
.
.
ณ อาณาเขตรัศมี (Radiance Domain), เทียนหวงจิน, เทียนฮั่วเทียน และเทียนจื่อหลิง ยืนเด่นอยู่เบื้องหน้าเหล่าอาวุโสสูงสุดของเผ่าปักษ์สวรรค์ พวกเขารายงานเหตุการณ์ทั้งหมดในดินแดนต้องห้าม รวมถึงเรื่องการปรากฏตัวของบรรพบุรุษรุ่นแรก
“พวกเจ้าคิดอย่างไรกับเด็กสาวตัวน้อยคนนั้น? เราควรพาตัวนางมาที่อาณาเขตนี้ดีหรือไม่?” ผู้อาวุโสสูงสุดหญิงผู้หนึ่งเอ่ยถามความเห็นจากคนอื่นๆ
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.