Chapter 1211
1211 / 6921
10 min read
Chapter 1211 Bloodline Golden Flame
Published Apr 6, 2026, 02:47 AM
บทที่ 1211 เพลิงทองคำแห่งสายเลือด
“ข่ายมนตร์เพลิงคลั่ง!”
ดันชูแผดคำรามกึกก้องด้วยความคุ้มคลั่ง สุ้มเสียงในยามนี้ทั้งแหบพร่าและแห้งผากราวกับแก้วที่แตกร้าว อักขระเพลิงนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกมาจากคุกเพลิงที่โอบล้อมรอบด้าน
ในความเป็นจริง พลังส่วนใหญ่ของดันชูถูกควบแน่นไว้ภายในคุกเพลิงขนาดยักษ์นี้ เพราะเขาหวาดเกรงว่าหลงเฉินจะใช้เคล็ดวิชาลึกลับบางอย่างเพื่อหลบหนี ทว่ายามนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องดึงพลังที่ใช้สร้างคุกเพลิงออกมาตั้งรับ
เพลงดาบสามกระบวนท่าซ้อนของหลงเฉินถูกข่ายมนตร์เพลิงสกัดกั้นไว้ได้ติดๆ กัน ส่วนตัวดันชูนั้นยังคงกุมเป้ากางเกง พลางกลิ้งเกลือกไปบนพื้นและส่งเสียงโหยหวนอย่างต่อเนื่อง
ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสเกินพรรณนาทำให้เขามิอาจรวบรวมสมาธิเข้าสู่การต่อสู้ได้ หากมิใช่เพราะคุกเพลิงที่วางแผนไว้ล่วงหน้า เขาคงสิ้นชีพไปนานแล้ว 'มังกรหยก' ของเขาถูกทำลายย่อยยับ ความเจ็บปวดนั้นสาหัสสากรรจ์ยิ่งนัก แม้จะใช้พลังแห่งวิถีสวรรค์เข้าช่วยเยียวยา แต่มันก็ส่งผลต่อการฟื้นฟูรากฐานแห่งวิถีมนุษย์เพียงน้อยนิดเท่านั้น
ในเวลานี้ ดันชูทำได้เพียงใช้ข่ายมนตร์เพลิงถ่วงเวลาเพื่อระงับความเจ็บปวด ก่อนจะกลับเข้าสู่การต่อสู้อีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงการโจมตีของหลงเฉินถูกสกัดกั้นไว้ด้วยพลังป้องกันของตนอย่างต่อเนื่อง ดันชูก็เริ่มผ่อนคลายลง เขาเร่งกลืนโอสถทิพย์เพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด มิเช่นนั้นด้วยความทรมานที่กัดกินร่างกายอยู่นี้ อย่าว่าแต่จะต่อสู้เลย แม้แต่จะยืนหยัดขึ้นมาเขาก็แทบทำไม่ได้
“หลงเฉิน ข้าจะฉีกเจ้าเป็นหมื่นชิ้นให้ได้!”
ดันชูเปี่ยมไปด้วยเพลิงแค้น ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่เคยต้องรับความอัปยศถึงเพียงนี้ ลูกเตะของหลงเฉินได้ทำลายขีดความสามารถในการสืบทอดวงศ์ตระกูลของเขาไปเสียแล้ว แม้ว่าในหอคอยโอสถจะมีโอสถวิเศษนับหมื่นที่ช่วยให้มันงอกเงยขึ้นมาใหม่ได้ แต่มันก็เป็นได้เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ฟังชันก์การใช้งานของมันอาจไม่มีวันกลับมาเป็นปกติอีกเลย
หลงเฉินระดมโจมตีข่ายมนตร์เพลิงอย่างไม่ลดละ แต่ก็ยังไม่สามารถพังทลายมันลงได้ นั่นทำให้ดันชูเริ่มสงบจิตสงบใจและมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟู
เวลาผ่านไปหนึ่งนาที ในที่สุดดันชูก็สามารถสะกดความเจ็บปวดได้สำเร็จ ทว่าสีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เพราะเพียงแค่หนึ่งนาทีนี้ เขาสัมผัสได้ว่าคุกเพลิงของเขานั้นอ่อนกำลังลงไปมาก
ในขณะที่หลงเฉินระดมฟันใส่ข่ายมนตร์ป้องกันด้วยดาบ 'ผู้ดื่มโลหิต' เจ้ามังกรอัคคีกลับขดตัวอยู่รอบคุกเพลิง พลางสูบสวาปามพลังงานเข้าไปอย่างหิวกระหาย เหตุผลเดียวที่หลงเฉินโจมตีข่ายมนตร์อย่างต่อเนื่องก็เพื่อดึงความสนใจของดันชู เพื่อให้มังกรอัคคีมีเวลามากขึ้นในการกลืนกินพลังงานเพลิง
มังกรอัคคีดูดซับพลังงานเพลิงอย่างตะกละตะกลาม เปลวเพลิงสีม่วงของมันเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และกลิ่นอายพลังก็แข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย
“ไอ้สารเลว เจ้ายังกล้าขโมยพลังข้าอีกรึ!”
ตูม! ดันชูคำรามก้องจนคุกเพลิงสั่นสะท้าน เขาพยายามจะสลัดมังกรอัคคีให้หลุดพ้น แต่กลับพบว่าเพียงเวลาสั้นๆ มังกรอัคคีกลับแข็งแกร่งขึ้นจนเกินต้านทาน ในขณะที่พลังงานในคุกเพลิงของเขากลับร่อยหรอลงจนมิอาจสลัดมันทิ้งได้
“อย่าได้ใจแคบไปนักเลย พลังเพลิงในกายเจ้านั้นมากล้นจนทำให้เจ้าอารมณ์ร้ายเสียเปล่าๆ คนหนุ่มไม่ควรโกรธง่ายเช่นนี้ ดูสภาพเจ้าสิ ทั้งลนลานและเดือดดาล นั่นเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเจ้ากักเก็บความร้อนไว้มากเกินไป ข้าจึงช่วยระบายออกให้เพื่อรักษาชีวิตเจ้าอย่างไรเล่า” หลงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายเมื่อเห็นดันชูที่กำลังเสียสติ
“ตายซะ!” ดันชูคำรามก้อง เส้นผมปลิวไสวไปตามแรงกดดัน เปลวเพลิงม้วนตัวอยู่รอบกาย
ฟ้าดินสั่นสะท้าน โลกพลันกลับมาแจ่มใสขึ้นอีกครั้ง นั่นเป็นเพราะคุกเพลิงขนาดยักษ์ได้อันตรธานหายไปแล้ว หลังจากดูดซับพลังงานภายในคุกเพลิงกลับคืนมา กลิ่นอายของดันชูก็พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดในทันที เขาโบกสะบัดมือ ส่งหอกสีทองพุ่งเข้าใส่หลงเฉิน
หลงเฉินเรียกมังกรอัคคีกลับมาเช่นกัน ปราณวิญญาณจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขา เมื่อครู่นี้มังกรอัคคีไม่เพียงแต่กลืนกินพลังงานเพลิงของดันชูเท่านั้น แต่มันยังช่วงชิงปราณวิญญาณจำนวนมหาศาลกลับมาด้วย
ตูม! ดาบและหอกเข้าปะทะกันอีกครา ปลดปล่อยคลื่นความร้อนมหาศาลระเบิดออกไปทั่วทิศทาง โลกธาตุราวกับถูกแผดเผาจนห้วงมิติบิดเบี้ยว
“ไอ้เดรัจฉาน ข้าจะถลกหนังเจ้าออกมา แล้วเลาะเอ็นดึงกระดูกเจ้าออกทีละชิ้น!”
ยามนี้ดันชูเรียกคุกเพลิงกลับมาเพื่อปลดปล่อยการโจมตีเต็มกำลัง ทว่าเขากลับทำได้เพียงเสมอกับหลงเฉินเท่านั้น ไม่ใช่เพราะหลงเฉินแข็งแกร่งขึ้น แต่เป็นเพราะเขาถูกช่วงชิงปราณวิญญาณและพลังเพลิงไปมากเกินไป
นั่นทำให้ดันชูโกรธจัดจนแทบกระอักเลือด เดิมทีเขาเหนือกว่าหลงเฉินอย่างเห็นได้ชัด แต่เพราะความระมัดระวังจนเกินเหตุแท้ๆ ที่ทำให้เรื่องราวกลับกลายเป็นเช่นนี้
ทั้งสองเริ่มเข้าสู่การต่อสู้อันดุเดือด เปลวเพลิงพุ่งพล่านไปทั่วชั้นฟ้า แม้ดันชูจะโมโหสุดขีด แต่ด้วยบทเรียนที่ได้รับก่อนหน้า เขาจึงไม่กล้าเข้าประทะกับหลงเฉินในระยะประชิดอีก เขาปลดปล่อยภาพลักษณ์หอกยักษ์เข้าจู่โจมหลงเฉินจากระยะไกลแทน
หลงเฉินกวัดแกว่งดาบผู้ดื่มโลหิต เน้นการตั้งรับถึงเจ็ดส่วน เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะตรงๆ ด้วยความช่วยเหลือจากวงแหวนเทพและเพลิงม่วงกลืนวิญญาณ ทำให้เขาสามารถฟื้นฟูพลังงานได้ในขณะต่อสู้
ปราณวิญญาณที่เคยเหือดแห้งของหลงเฉินฟื้นกลับมาได้ราวหนึ่งในสามแล้ว ตราบใดที่เขาไม่ใช้กระบวนท่าใหญ่ ปราณวิญญาณก็จะฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งการต่อสู้ยืดเยื้อออกไปเท่าใด มันก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเขามากเท่านั้น
ในเวลานั้นเอง สีหน้าของดันชูก็เปลี่ยนไป เขาตระหนักได้ในที่สุดว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป สถานการณ์ของเขาจะยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อยๆ แม้ปราณวิญญาณของเขาจะฟื้นฟูได้เช่นกัน แต่มันก็ไม่รวดเร็วเท่าหลงเฉิน ยิ่งไปกว่านั้น ปราณวิญญาณอาจฟื้นฟูได้ไว แต่พลังงานเพลิงที่ถูกหลงเฉินขโมยไปนั้นไม่มีทางเรียกคืนมาได้ง่ายๆ
“เพลิงทองคำแห่งสายเลือด!” ในที่สุดดันชูก็สงบใจลง เขาขบฟันกรอดก่อนที่อักขระวงกลมจะปรากฏขึ้นบนหน้าผาก
แสงสว่างหมุนวนภายในนั้นจนกระทั่งมันกลายเป็นดวงตะวันอันโชติช่วง มวลเพลิงสีทองระเบิดออกมาจากร่างของดันชู เมื่อเพลิงทองคำปะทุขึ้น เพลิงม่วงกลืนวิญญาณของหลงเฉินก็ราวกับน้ำมันที่ถูกต้มจนเดือด มันปลดปล่อยแรงกดดันอันน่าหวาดหวั่นจนห้วงมิติสั่นสะเทือน
“หลงเฉิน เจ้าคิดหรือว่าการขโมยพลังเพลิงเพียงเล็กน้อยนั่นจะทำให้เจ้าทัดเทียมกับข้าได้? ไอ้โง่เอ๋ย เลิกฝันกลางวันเสียเถิด! ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงความแตกต่างที่แท้จริง พลังที่ขยะอย่างเจ้าต่อให้บำเพ็ญเพียรไปอีกล้านปีก็มิอาจเทียบเคียงได้!” ดันชูจ้องมองหลงเฉินจากระยะไกลด้วยสายตาเย็นชา เขาลอยตระหง่านอยู่กลางนภากาศพร้อมกับเพลิงสีทองที่พวยพุ่งออกมาจากร่าง
หลงเฉินรู้สึกสั่นสะท้านลึกๆ เพลิงสีทองนี้ราวกับเป็นราชาเหนือเพลิงทั้งปวง เพลิงอื่นใดล้วนต้องสยบให้แก่ทิพยอำนาจของมัน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง หลงเฉินกลับรู้สึกเกลียดชังและชิงเกลียดเพลิงสีทองนี้อย่างลึกซึ้งถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
ดันชูชูหอกขึ้น เพลิงทองคำพุ่งทะยานออกมาจากศาสตรา พร้อมแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ ไม่ว่าหลงเฉินจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียวหรือลงสู่ขุมนรก หอกเล่มนี้ก็จะตามล่าเขาไปทุกหนแห่ง
การถูกพันธนาการด้วยจิตสังหารอันน่าหวาดหวั่นนี้มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ทว่าหลงเฉินกลับไร้ซึ่งความยำเกรง
“ชุดรบมังกรเขียว!”
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานออกมาจากร่างของหลงเฉินเช่นกัน แท่นอมตะของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็ว ผิวหนังของหลงเฉินระเบิดออก รอยร้าวปรากฏขึ้นทั่วร่างพร้อมกับโลหิตที่สาดกระเซ็น กายหยาบของเขามิอาจรองรับพลังอันมหาศาลจากแท่นอมตะทั้ง 108,000 แท่นได้ ทั่วร่างของเขาในยามนี้จึงชุ่มไปด้วยเลือด
แต่เขาก็ยังสามารถสกัดกั้นการโจมตีเต็มกำลังของดันชูไว้ได้ ดาบและหอกปะทะกันอย่างสูสี เปลวเพลิงทำลายล้างทุกสิ่งรอบด้าน เป็นการปะทะที่สะเทือนไปทั่วพิภพ
ทั้งคู่ต่างปลดปล่อยพลังสูงสุดออกมา แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถสยบอีกฝ่ายได้ ความโกรธแค้นของดันชูแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าหลงเฉินจะมีไพ่ตายที่น่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้
“ข้าจะให้เจ้าตายอย่างสงบ” กลิ่นอายของดันชูเปลี่ยนไป ทันใดนั้นเพลิงนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าหาเขาจากทุกทิศทาง พร้อมกับเสียงสวดอ้อนวอนระงมไปทั่วชั้นฟ้า ราวกับเสียงกระซิบจากเทพเจ้า
หลงเฉินแค่นยิ้ม คัมภีร์นิพพานอย่างนั้นรึ? คิดว่าเขามิรู้จักหรืออย่างไร? ในขณะที่ดันชูเริ่มใช้คัมภีร์นิพพาน หลงเฉินก็เริ่มใช้มันเช่นเดียวกัน
เสียงสวดดังแว่วขึ้นมาทันที ทว่าเป็นเสียงที่ต่างออกไปจากก่อนหน้า มันช่างดูยิ่งใหญ่ เกรียงไกร และก้องกังวานในโสตประสาทของดันชูอย่างชัดเจน จนสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
“เหตุใดเจ้าถึงรู้จักคัมภีร์นิพพานของหุบเขาโอสถข้าได้!”
หลงเฉินเมินเฉยต่อคำถามนั้น เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดของคัมภีร์นิพพานออกมา ฟ้าดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
พลังงานเพลิงทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้าหาหลงเฉิน เปลวเพลิงรอบกายเขาดูราวกับน้ำมันที่ถูกโยนเข้าไปในกองไฟ มันพวยพุ่งพุ่งทะยานเสียดฟ้า
“นี่มัน... เป็นไปไม่ได้!!!”
ดันชูแผดคำรามอย่างคุ้มคลั่ง เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง หลงเฉินจะไปรู้จักวิชาลับของหุบเขาโอสถอย่างคัมภีร์นิพพานได้อย่างไร?
และสิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดก็คือ เมื่อหลงเฉินใช้คัมภีร์นิพพาน พลังงานเพลิงทั้งหมดที่เขารวบรวมไว้กลับถูกหลงเฉินช่วงชิงไปต่อหน้าต่อตา
ดันชูมิอาจยอมรับความจริงนี้ได้ หลงเฉินไม่เพียงแต่แย่งชิงพลังงานเพลิงจากฟ้าดินเท่านั้น แต่ยังกำลังสูบกินเพลิงต้นกำเนิดของเขาไปด้วย! หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อย่าว่าแต่จะสู้กับหลงเฉินเลย แม้แต่พลังเพลิงในกายเขาก็จะถูกสูบจนแห้งเหือด และจุดจบเดียวที่รอเขาอยู่ก็คือความตาย
ตูม! ดันชูตัดสินใจระเบิดหอกทองคำของตนทิ้งทันที หลงเฉินไม่ทันตั้งตัวจึงถูกแรงระเบิดซัดกระเด็นไปไกลหลายลี้
ในจังหวะนั้นเอง ดันชูประสานอิน หม้อปรุงยาขนาดสามพันเมตรพลันปรากฏขึ้นกลางนภากาศ
หม้อปรุงยานี้ปลดปล่อยแรงกดดันอันน่าสยดสยอง บดขยี้แม้กระทั่งฟ้าดิน สีหน้าของหลงเฉินเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หม้อใบนี้คงจะอยู่ในระดับที่สูงยิ่งกว่าศัสตราขั้นราชาเสียอีก
“ตายซะ!!!” ดันชูราวกับคนเสียสติ โลหิตสีทองไหลรินออกจากดวงตา ใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ หม้อขนาดยักษ์พุ่งเข้าบดขยี้หลงเฉินอย่างบ้าคลั่ง
เส้นขนทั่วร่างของหลงเฉินลุกชันขึ้นมาทันที สัญชาตญาณบอกเขาว่า หากถูกหม้อใบนี้กระแทกเข้าจังๆ ความตายคือสิ่งเดียวที่รออยู่
หลงเฉินเก็บดาบผู้ดื่มโลหิตลงไป มือซ้ายกุมข้อศอกขวาไว้แน่น พลังงานรูปทรงกลมเริ่มควบแน่นขึ้นเหนือฝ่ามือขวาของเขา...
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.