Chapter 5503
5516 / 6921
8 min read
Chapter 5503 Fake Dragon Scale?
Published Apr 7, 2026, 08:18 AM
**บทที่ 5503: เกล็ดย้อนมังกรปลอม?**
“สิ่งที่เจ้าปรารถนาจะดูดซับ มิใช่เกล็ดย้อนชิ้นนี้... และต่อให้เป็นเหล่านักรบโลหิตมังกรของเจ้า ก็มิควรดูดซับเกล็ดย้อนชิ้นนี้เช่นกัน” สุ้มเสียงของราชันมังกรโกลาหลดังขึ้นอย่างสุขุม
หลงเฉินถึงกับชะงักงันด้วยความตระหนก จากน้ำเสียงของราชันมังกร มันราวกับว่าเกล็ดย้อนชิ้นนี้ต่ำต้อยเกินกว่าที่พวกเขาจะชายตาแล ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นตะลึงยิ่งนัก
“เจตจำนงแห่งเกล็ดย้อนนี้ได้สลายไปเนิ่นนานแล้ว มันมิอาจถูกดูดซับได้อีก” ราชันมังกรโกลาหลทอดถอนใจ
“สลายไปงั้นหรือ?” หลงเฉินเอ่ยถามด้วยความฉงน
พลานุภาพของเกล็ดย้อนนี้ช่างมากล้นจนน่าใจหาย ถึงขนาดต่อกรกับเจตจำนงของจักรพรรดิปรโลกได้ แล้วมันจะมีส่วนใดที่ผิดพลาดไปได้อีก?
ราชันมังกรโกลาหลเงียบงันไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “เป็นเพราะเผ่าพันธุ์มังกรที่มันปกปักรักษามาตลอดหลายปีนั้นมิอาจบรรลุถึงข้อกำหนดของมันได้ วิญญาณมังกรจึงค่อยๆ สูญสิ้นความเชื่อมั่นและความอดทน หลังจากกำเนิดวิญญาณที่แปลกแยก มันจึงดูดซับพลังส่วนหนึ่งของเกล็ดย้อนแล้วจากดินแดนมังกรไป เพื่อเสาะหาผู้ที่คู่ควรจะสืบทอดเจตจำนงของมัน สิ่งที่หลงเหลืออยู่จึงเป็นเพียงเกล็ดย้อนที่ไร้ซึ่งวิญญาณ นั่นคือเหตุผลที่จักรพรรดิปรโลกมิได้เห็นว่ามันเป็นภัยคุกคาม หากมิใช่เพราะกองพลโลหิตมังกรสามารถอดทนและเค้นพลังแห่งโลหิตมังกรเพื่อชักนำมันออกมา เกล็ดย้อนนี้ก็คงเป็นเพียงของประดับที่ไร้ค่าชิ้นหนึ่งเท่านั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลงเฉินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสั่นสะท้านในใจ เผ่าพันธุ์มังกรช่างหยิ่งทระนงยิ่งนัก แม้แต่เกล็ดย้อนก็ยังมีเจตจำนงและศักดิ์ศรีเป็นของตนเอง เพียงเพราะเหล่าอัจฉริยะในดินแดนมังกรมิอาจได้รับความยอมรับจากมัน มันถึงกับเลือกที่จะทอดทิ้งพวกเขาไปเสียดีกว่าจะลดระดับข้อกำหนดของตนลง มันจากไปโดยมิแยแสว่าดินแดนมังกรจะอยู่หรือตาย... ช่างไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้
ทันใดนั้น หลงเฉินก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดผู้ทำลายล้างความว่างเปล่าผมเงินจึงกล้าบุกมาที่นี่ ทั้งที่รู้ว่าเกล็ดย้อนนี้มีตัวตนอยู่ เขาต้องล่วงรู้ความลับนี้อย่างแน่นอน มิเช่นนั้นคงไม่กล้าแสดงท่าทีสามหาวในดินแดนมังกรถึงเพียงนี้
ไม่ว่าจะเป็นผู้ทำลายล้างความว่างเปล่าผมเงินหรือจักรพรรดิปรโลก ต่างก็รู้ดีว่าเกล็ดย้อนนี้มิอาจสั่นคลอนพวกเขาได้ พวกเขาจึงกล้าบุกรุกเข้ามาอย่างยโสโอหัง
ทว่าสิ่งที่จักรพรรดิปรโลกมิเคยคาดคิดคือการแทรกแซงของราชันมังกรโกลาหล ผ่านมือของหลงเฉิน ราชันมังกรได้ขับเคลื่อนพลังของเกล็ดย้อนและสร้างบาดแผลให้กับจักรพรรดิปรโลกได้สำเร็จ
“เจ้าเก็บพลังส่วนหนึ่งของมันเอาไว้ได้ก็นับว่าดีแล้ว... เอาเถิด เปลี่ยนแผนเสียใหม่ ข้าจะถ่ายทอดวิชาลับแห่งเผ่ามังกรให้แก่เจ้า เจ้าสามารถใช้มันเพื่อเปิดโลกใบเล็กแห่งใหม่ขึ้นมา แต่การกระทำเช่นนั้นต้องใช้พลังทั้งหมดของเจ้า ดังนั้นเจ้าควรพักผ่อนเสียก่อน” ราชันมังกรโกลาหลกล่าว
ยามนี้ เหล่าบรรพชน ผู้นำเผ่า และระดับสูงของดินแดนมังกรต่างมารวมตัวกัน ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หลงเฉินด้วยความเคารพเลื่อมใส แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงนักบุญสวรรค์ แต่พวกเขากลับมิหลงเหลือความทะนงตนใดๆ ต่อหน้าเขาอีกต่อไป
พลังที่สั่นสะเทือนฟ้าดินและสติปัญญาอันล้ำเลิศของหลงเฉินได้ชนะใจพวกเขาอย่างราบคาบ นี่คือเสน่ห์อันเปี่ยมล้นของผู้นำที่ไร้เทียมทานอย่างแท้จริง
ที่สำคัญที่สุด แม้แต่เกล็ดย้อนราชันมังกรที่พวกเขามิอาจปลุกให้ตื่นขึ้นได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลับถูกกระตุ้นขึ้นได้ด้วยน้ำมือของหลงเฉิน บรรดาผู้ที่เคยเย้ยหยันข่าวลือเกี่ยวกับเกล็ดย้อนราชันมังกร บัดนี้ต่างเชื่อถืออย่างหมดใจ
แม้แต่เหล่าบรรพชนก็ยังปฏิบัติต่อหลงเฉินด้วยความนอบน้อม เฝ้ารอคำสั่งจากเขา
“เหล่าบรรพชนทุกท่าน ลำบากพวกท่านแล้ว โปรดรวบรวมนักรบทุกคนที่เข้าร่วมศึกครั้งนี้ และเร่งฟื้นฟูพลังของพวกท่านเสีย อีกประเดี๋ยวข้าจะมีข่าวดีแจ้งแก่ทุกท่าน ส่วนเด็กๆ ที่มิได้เข้าร่วมศึก ให้พวกเขาช่วยทำความสะอาดสนามรบเสีย ศพของพวกกบฏทรยศอย่าได้โยนทิ้งหรือทำลาย ให้รวบรวมพวกมันมาให้ข้า” หลงเฉินออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด
ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ยอดฝีมือส่วนใหญ่ของดินแดนมังกรต่างเตรียมใจตายไว้แล้ว ทว่ายังมีบางส่วนที่อ่อนแอเกินไปและจำต้องซ่อนตัวอยู่ในรังมังกรหมื่นลี้
ยามนี้เป็นโอกาสดีที่พวกเขาจะได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์ สำหรับพวกเขาแล้วหลงเฉินประหนึ่งเทพเจ้า พวกเขาจึงเริ่มลงมือทำงานทันทีโดยมิมีคำปริวิตกใดๆ
เกล็ดย้อนราชันมังกรยังคงแขวนเด่นอยู่บนฟากฟ้า แสงรัศมีของมันแผ่ปกคลุมไปทั่วสมรภูมิ ดังที่ราชันมังกรโกลาหลกล่าวไว้ ยามนี้มันเป็นเพียงวัตถุที่ไร้วิญญาณ หลังจากถูกหลงเฉินเรียกออกมา มันก็มิได้แสดงเจตจำนงใดๆ ของตนเอง ตราบใดที่หลงเฉินมิได้เรียกใช้ มันก็เพียงแต่ลอยนิ่งอยู่บนเวหา
สงครามเพิ่งจะจบลง ดินแดนมังกรบอบช้ำอย่างหนัก มีเพียงเกล็ดย้อนชิ้นนี้เท่านั้นที่สามารถปกปักรักษาพวกเขาได้ เมื่อมันยังคงอยู่ตรงนั้น ก็มิมีผู้ใดกล้าคิดทำการอันใดที่เหลวไหล
เหล่าลูกหลานมังกรต่างทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ทว่าด้วยความขาดประสบการณ์ พวกเขาจึงจัดระเบียบได้ไม่ดีนักและทำงานได้ค่อนข้างตะกุกตะกัก ในที่สุด เหล่าผู้นำระดับสูงที่ทนมองไม่ได้จึงต้องยื่นมือเข้ามาชี้นำด้วยตนเอง
หลงเฉินยังคงอยู่กับเหล่านักรบโลหิตมังกร พวกเขาทุกคนต่างตื่นเต้นเร้าใจจนยากจะสงบลงได้ พวกเขาเพิ่งจะได้ปะทะกับจักรพรรดิปรโลกมาเชียวนะ! เพียงแค่ได้เอ่ยอ้างว่าครั้งหนึ่งเคยประมือกับเขา ก็เพียงพอจะทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนตระหนกจนขวัญกระเจิงได้แล้ว
มนุษย์ทุกคนต่างมีความภาคภูมิใจในตนเอง นักรบโลหิตมังกรก็มิใช่ข้อยกเว้น แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้แสดงออกชัดเจนเหมือนกัวหรานและไป๋เสี่ยวเล่อที่ตื่นเต้นจนแทบจะร่ายรำ
ไป๋เสี่ยวเล่อถึงกับคุกเข่าลงแล้วตะโกนก้อง “ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกของท่านยามนี้สามารถต่อกรกับจักรพรรดิปรโลกได้แล้ว!”
ในขณะที่กัวหรานพยายามทำตัวให้ดูสุขุม แต่เขากลับมิอาจนั่งนิ่งได้แม้เพียงชั่วอึดใจ เขาพยายามหาจังหวะอวดอ้างตนเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นภาพที่ชวนขันยิ่งนัก
ทว่ามิมีใครหัวเราะเยาะพวกเขา เพราะนั่นคือจักรพรรดิปรโลก หนึ่งในยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า แม้ต้องจบชีวิตด้วยน้ำมือของเขาก็ยังนับว่ามีเกียรติเพียงพอจะจารึกนามไว้ในประวัติศาสตร์
ในทางกลับกัน หลงเฉินมิได้ใส่ใจในตัวจักรพรรดิปรโลกแม้แต่น้อย เพราะเขาได้รับสืบทอดมรดกจากเจ้าแห่งเก้าดารา ผู้ที่เคยบดขยี้ทั้งจักรพรรดิปรโลกและราชันภูตผีมาแล้วในอดีต การปะทะกันเพียงเล็กน้อยนี้จึงมิใช่เรื่องใหญ่อันใดสำหรับเขา
หลงเฉินนั่งขัดสมาธิกลางอากาศ เข้าสู่สภาวะสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังทันที เมื่อเห็นเช่นนั้น คนอื่นๆ จึงรู้สึกละอายใจและเริ่มเร่งฟื้นฟูร่างกายของตนตามไปด้วย
เมื่อได้เห็นหลงเฉินเข้าสู่สภาวะสมาธิได้ในทันทีท่ามกลางความตื่นเต้นรอบกาย เหล่ายอดฝีมือแห่งดินแดนมังกรต่างพากันอัศจรรย์ใจ ยอดฝีมือไร้เทียมทานเป็นเช่นไร? หลงเฉินคือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด!
แม้ต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิปรโลกที่น่าสะพรึงกลัว หลงเฉินกลับไร้ซึ่งความหวาดหวั่น และมิได้ลุ่มหลงไปกับข้อเสนอของจักรพรรดิปรโลกแม้แต่น้อย หลังจากขับไล่ศัตรูไปได้ เขาก็ไม่ได้จมอยู่กับความลำพองใจ เหล่ายอดฝีมือดินแดนมังกรจึงตระหนักได้ว่า ความยิ่งใหญ่ของหลงเฉินมิได้อยู่ที่วรยุทธ์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ในทุกๆ ด้านของตัวเขา
โม่หยาง ชื่ออู่เฟิง และเหล่าอสูรที่เคยหยิ่งยโส ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสาบานว่าจะท้าชิงกับหลงเฉิน บัดนี้ต่างยอมรับในความต่ำต้อยของตนเอง ทว่าแทนที่จะสิ้นหวัง พวกเขากลับรู้สึกถึงพลังใจที่พลุ่งพล่าน การได้ร่วมเดินไปพร้อมกับบุคคลไร้เทียมทานเช่นนี้ถือเป็นเกียรติยศสูงสุด พวกเขาไม่จำเป็นต้องคิดฟุ้งซ่านถึงเส้นทางของตนอีกต่อไป เพียงแค่ก้าวตามรอยเท้าของเขาไป ก็จะนำพาพวกเขาไปสู่จุดสูงสุดของโลกใบนี้ได้เอง
เมื่อเห็นหลงเฉินและคนอื่นๆ มุ่งมั่นกับการฟื้นฟูพลัง เหล่ายอดฝีมือดินแดนมังกรจึงค่อยๆ สงบใจลงและเริ่มทำสมาธิเช่นกัน
สามวันผ่านไป สนามรบถูกทำความสะอาดจนเรียบร้อย ทุกคนฟื้นฟูพลังกลับมาจนเต็มเปี่ยม ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากผ่านพ้นมหาสงครามครั้งนี้ เหล่ายอดฝีมือดินแดนมังกรต่างได้รับการขัดเกลาจนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอายของพวกเขาเฉียบคมและจดจ่อมากขึ้น ราวกับดาบที่เพิ่งผ่านการหลอมตีด้วยเปลวเพลิงแห่งสงคราม
ในทางกลับกัน บรรดาพรรพชนกลับดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด พลังชีวิตของพวกเขาลดถอยไปมาก และดูแก่ชราลงกว่าเดิมหลายเท่านัก สงครามที่ดุเดือดได้ผลาญอายุขัยของพวกเขาไปจนสิ้น ทิ้งไว้เพียงร่างกายที่โรยรา ทว่าดวงตาของพวกเขากลับเปล่งประกายด้วยความปิติ การฟื้นคืนของดินแดนมังกรได้เติมเต็มหัวใจของพวกเขาด้วยความหวัง
เหล่าลูกหลานมังกรได้ตื่นรู้แล้ว และภายใต้การนำของหลงเฉิน พวกเขากำลังก้าวเดินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง
อีกไม่นาน เด็กเหล่านี้จะก้าวข้ามพวกเขาไป และกลายเป็นเสาหลักที่เข้มแข็งของเผ่าพันธุ์มังกรในภายภาคหน้า เหล่าบรรพชนไม่จำเป็นต้องฝืนยื้อชีวิตเพื่อปฏิบัติหน้าที่อีกต่อไป ยามนี้พวกเขาพร้อมจะปล่อยวางทุกสิ่งด้วยความสงบ เมื่อรู้ว่าอนาคตของเผ่านั้นมั่นคงแล้ว
ในวินาทีนั้นเอง เสียงของราชันมังกรโกลาหลก็ดังกังวานขึ้นในห้วงสำนึกของหลงเฉิน
“เจ้าเริ่มลงมือได้แล้ว”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.