Chapter 1733
1733 / 2354
6 min read
Chapter 1733 Inevitable Involvement
Published Apr 5, 2026, 01:44 AM
## บทที่ 1733: พัวพันมิอาจเลี่ยง
“สรุปว่าจุดหมายของเจ้าคือเทือกเขามังกรขดในสวรรค์ชั้นเจ็ดงั้นรึ เจ้าตั้งใจจะมุ่งตรงไปที่นั่นเลยใช่ไหม?” เคแลนเอ่ยถามหลังจากได้รับฟังแผนการของอีกฝ่าย
“เรื่องนั้น... ข้ายังไม่แน่ใจนัก ข้าเกรงว่าหากทะยานขึ้นสู่เบื้องบนตามครรลองปกติ ตัวตนของข้าอาจถูกเปิดเผย” หยวนส่ายหน้าช้าๆ พลางขมวดคิ้วมุ่น
ยามใดที่ผู้เล่นทะยานขึ้นสู่ดินแดนถัดไปได้สำเร็จ เสียงประกาศก้องย่อมแผดคำรามไปทั่วหล้า เพื่อเปิดเส้นทางให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ได้ก้าวตามขึ้นไป ทว่านั่นก็เปรียบเสมือนการจุดพลุไฟบอกตำแหน่งของเขาให้ศัตรูได้รับรู้
“แต่หากจะให้ข้ารอผู้เล่นคนอื่นทะยานขึ้นไปแทน มันคงต้องใช้เวลานานเกินไป”
เคแลนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อ “จะว่าไป เหตุใดเจ้าต้องคอยหลบซ่อนจากจักรพรรดิเทพด้วย? เจ้าไปทำอะไรให้เขาขุ่นเคืองถึงเพียงนั้น?”
“ข้าก็มิทราบได้” หยวนตอบพลางส่ายหน้า
ทว่าในความเป็นจริง หยวนพอจะเดาออกว่าเหตุใดจักรพรรดิเทพจึงตามล่าตนเอง เพียงแต่เขาไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องราวในอดีตชาติหากไม่จำเป็น นอกจากพรรคผนึกมารและเหล่าผู้ติดตามที่ใกล้ชิดแล้ว ย่อมไม่มีใครอื่นล่วงรู้ถึงความลับแห่งการเวียนว่ายตายเกิดของเขา
“เหล่าจ้าวสวรรค์สามารถช่วยเจ้าได้นะรู้ไหม? ข้าไม่รู้ว่าคนอื่นในพรรคจะคิดอย่างไร แต่สำหรับจ้าวสวรรค์สวี่ นางย่อมไม่ลังเลที่จะเผชิญหน้ากับจักรพรรดิเทพเพื่อเจ้าแน่ หากเจ้าแสดงพรสวรรค์ให้ประจักษ์ ข้าเชื่อว่าคนอื่นๆ ก็พร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยเช่นกัน” เคแลนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ในฐานะหนึ่งในขุมอำนาจที่ทรงพลังที่สุดในเก้าชั้นฟ้า เหล่าจ้าวสวรรค์มิได้มีดีแค่ชื่อเสียง หากพวกเขาต้องการจริงๆ แม้แต่ตัวตนที่สูงส่งอย่างจักรพรรดิเทพก็อาจถูกบีบบังคับให้ต้องยอมถอยร่น
ทว่าหยวนปฏิเสธทันควัน “ไม่ ข้าไม่อาจลากพรรคเข้ามาพัวพัน โดยเฉพาะในยามที่จักรพรรดิเทพแสดงท่าทีเป็นศัตรูต่อข้าอย่างชัดเจนเช่นนี้ ข้าไม่อยากนำพาสิ่งเลวร้ายมาสู่พวกเจ้า”
เคแลนขมวดคิ้วแน่นและเอ่ยขัด “ผิดแล้ว ในเมื่อเจ้าเป็นสมาชิกของเหล่าจ้าวสวรรค์ เราย่อมมีพันธะต้องปกป้องเจ้า—เว้นแต่เจ้าจะก่อกบฏหรือทำสิ่งที่มิอาจให้อภัยได้ อย่างเช่นการสังหารผู้บริสุทธิ์หรือฝักใฝ่ในวิถีมาร”
“เจ้าเคยทำสิ่งใดที่เสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของเราหรือไม่?” เคแลนเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงแฝงความประหม่าเล็กน้อย เขาจะไม่แปลกใจเลยหากหยวนไปก่อเรื่องที่เหนือความคาดหมายเข้า
“อะไรกัน? แน่นอนว่าไม่ ข้าไม่เคยทำเรื่องเช่นนั้นเลยในชีวิตนี้” หยวนตอบ
เคแลนรู้สึกว่ารูปประโยคของหยวนดูประหลาดและเจาะจงแปลกๆ แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรมากนัก
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาหากเหล่าจ้าวสวรรค์จะยื่นมือเข้าช่วย หากจักรพรรดิเทพตามล่าเจ้าจริงๆ ไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องเข้าไปพัวพันอยู่ดี”
“...”
หยวนตกอยู่ในความเงียบงัน เขาไม่แน่ใจว่าควรดึงเหล่าจ้าวสวรรค์เข้ามาเสี่ยงด้วยหรือไม่
‘ไม่สิ... หากลองตรองดูให้ดี การปะทะกันระหว่างเหล่าจ้าวสวรรค์และจักรพรรดิเทพอาจเป็นเรื่องที่มิอาจเลี่ยงได้ เพราะเหล่าจ้าวสวรรค์ถูกก่อตั้งขึ้นโดยหนึ่งในอดีตชาติของข้าเอง...’
หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หยวนจึงพยักหน้า “ตกลง ทว่าอย่างไรเสีย อย่าให้จักรพรรดิเทพล่วงรู้ว่าข้ายังอยู่ในคัลทิเวชันออนไลน์—เก้าชั้นฟ้า เพื่อความปลอดภัย”
เคแลนพยักหน้ารับ “ข้าจะแจ้งให้จ้าวสวรรค์สวี่ทราบ... หรือให้ตายเถอะ เจ้าไปบอกนางเองจะดีกว่า ข้าไม่แน่ใจว่าตนเองจะห้ามนางไม่ให้บุกไปพังประตูตำหนักจักรพรรดิเทพด้วยโทสะได้หรือไม่”
“ข้าบอกนางเองได้ แล้วข้าจะได้พบกับนางเมื่อไหร่?”
“ในเมื่อเจ้าอยู่ที่นี่ เราสามารถขอให้จ้าวสวรรค์ไป๋พานางมายังโลกนี้ได้ และเรายังต้องสะสางสถานการณ์กับจ้าวสวรรค์ชิงที่จะมาเชื้อเชิญเจ้าด้วย”
“เจ้าจัดการเรื่องนั้นเองเถอะ ก็เจ้าเป็นคนก่อเรื่องวุ่นวายนี้ขึ้นมาไม่ใช่หรือไง” หยวนรีบสวนกลับทันควัน
“อะไรกัน?! เจ้าจะโยนความผิดทั้งหมดมาให้ข้าได้อย่างไร! หากเจ้าไม่ปกปิดตัวตน ข้าก็คงไม่ต้องติดต่อพวกเขา!”
“เรื่องนั้นไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้เรามาโฟกัสเรื่องที่ว่าข้าจะทะยานขึ้นสู่สวรรค์ชั้นเจ็ดโดยไม่ให้จักรพรรดิเทพไหวตัวได้อย่างไรดีกว่า” หยวนตัดบท
หวังซิ่วอิงโพล่งขึ้นทันที “แล้วถ้าให้ใครสักคนพาเจ้าขึ้นไปล่ะ? เหมือนตอนที่ข้าถูกพามายังสวรรค์ชั้นสองหลังจบภารกิจในแดนลึกลับไง”
เคแลนส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ได้หรอก เราไม่สามารถพาใครขึ้นไปได้โดยไร้ข้อจำกัด มันมีกฎเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตาม การพาใครสักคนขึ้นสู่สวรรค์ชั้นสองจากสวรรค์ชั้นล่างอาจมีข้อจำกัดน้อยกว่า แต่ในสวรรค์ระดับสูงนั้นต่างออกไป ท้ายที่สุดแล้ว เราคงมิอาจพาเขาขึ้นไปยังเบื้องบนพร้อมกับปกปิดตัวตนไปพร้อมกันได้”
“แอบลักลอบพาเขาขึ้นไปไม่ได้งั้นหรือ?” อู๋จ้าวเอ่ยถาม
“มันมีม่านพลังที่แบ่งกั้นทุกชั้นฟ้าในเก้าชั้นฟ้าอยู่ ซึ่งมันจะสกัดกั้นตัวตนที่ไม่ได้รับอนุญาตมิให้ผ่านไปได้ เราอาจจะฝ่ามันไปได้ด้วยกำลัง แต่นั่นย่อมเป็นการแจ้งเตือนให้จักรพรรดิเทพรู้ตัวในทันที” เคแลนอธิบาย
“แล้วถ้าพวกเราปีนบันไดสู่สวรรค์แทนเเจ้าล่ะ?” เหมยซิ่วเสนอขึ้นมา “ข้าคิดว่าด้วยระดับของพวกเราในตอนนี้ น่าจะมีโอกาสทะยานขึ้นไปได้สำเร็จ”
เคแลนมองนางแล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าคงไม่มีปัญหาในการทะยานสู่สวรรค์ชั้นห้าหรือแม้แต่ชั้นหก แต่สวรรค์ชั้นเจ็ดนั้นต่างออกไป มันคือบททดสอบที่โหดเหี้ยมกว่านั้นมาก นอกจากหยวนและหลี่จินซีแล้ว ข้าไม่คิดว่าจะมีใครในที่นี้ผ่านมันไปได้ในเร็วๆ นี้”
ทว่าหยวนกลับส่ายหน้าแล้วยิ้มบางๆ “ไม่เป็นไร ข้าคิดว่าข้ามีวิธีอื่นที่จะทะยานขึ้นสู่เบื้องบนได้โดยไม่ทำให้จักรพรรดิเทพไหวตัวทัน”
“หืม? วิธีใดกัน?” เคแลนมองเขาด้วยความใคร่รู้อย่างจริงจัง “ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก แต่ข้ารู้จักใครบางคนที่อาจจะรู้” หยวนกล่าวทิ้งท้ายไว้เป็นปริศนา
“เอาเป็นว่า ในเมื่อพวกเราเข้าใจสถานการณ์ของข้าแล้ว คราวนี้มาคุยเรื่องของพวกเจ้าบ้าง”
“พวกเรา?” หวังหมิงและคนอื่นๆ ชี้ที่ตัวเองด้วยความสงสัย
“ใช่ เพื่อป้องกันมิให้จักรพรรดิเทพตามล่าพวกเจ้าเพราะความพัวพันที่มีต่อข้า ข้าจำต้องจำกัดการติดต่อกับพวกเจ้าไว้ชั่วคราว และในเมื่อพวกเจ้าฝึกฝนกับเคแลนมาตลอดสามปีที่ผ่านมาจนรุดหน้าไปมาก ข้าจึงคิดว่าน่าจะดีหากพวกเจ้าติดตามและฝึกฝนภายใต้การดูแลของเขาต่อไป”
หยวนหันไปมองเคแลนแล้วเอ่ยถาม “เจ้าคงไม่ขัดข้องที่จะดูแลพวกเขาต่ออีกสักหน่อยใช่ไหม? ข้าสามารถไปขอให้ผู้อาวุโสไป๋จัดการแทนได้หากเจ้าไม่ว่าง”
“ข้าไม่ขัดข้องหรอก ความจริงข้ามีแผนสำหรับพวกเขาอยู่แล้ว ในเมื่อไม่มีใครสักคนที่เอาชนะเจ้าได้ในการประลองครั้งนี้” เคแลนตอบพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบ
เหล่าสมาชิกพรรคผนึกมารต่างพากันสั่นสะท้านเมื่อได้เห็นรอยยิ้มนั้น
“ทว่ามันย่อมมิใช่การช่วยเหลือที่สูญเปล่า เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ข้าต้องการให้เจ้าประลองกับข้าที่นี่... เดี๋ยวนี้” เคแลนจ้องมองหยวนด้วยดวงตาที่ลุกโชนด้วยความตื่นเต้นและกระหายการต่อสู้อย่างปิดไม่มิด
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


