Chapter 568
568 / 2354
7 min read
Chapter 568 - A Worthy Opponent
Published Apr 5, 2026, 12:52 AM
บทที่ 568 - คู่มือที่คู่ควร
“บัดนี้ การประลองรอบแรกได้สิ้นสุดลงแล้ว จากนี้จะเป็นช่วงเวลาพักครึ่งชั่วโมงเพื่อให้พวกเจ้าได้ฟื้นฟูพละกำลัง ทว่าจงจำไว้... ห้ามผู้ใดออกจากบริเวณนี้ และห้ามใช้โอสถที่เร่งการฟื้นฟูโดยเด็ดขาด” เสียงของผู้ประกาศดังก้องไปทั่วลานประลอง
เหล่าผู้เข้าแข่งขันที่คว้าชัยในรอบแรกต่างรีบเร่งรุดไปนั่งสมาธิเพื่อโคจรพลังฟื้นฟูเรี่ยวแรงให้กลับคืนมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีเพียงหยวนเท่านั้นที่เดินไปนั่งพักบนม้านั่งอย่างผ่อนคลาย โดยมีหวางหมิงขยับเข้ามานั่งลงข้างกาย
“เจ้าจะไม่โคจรพลังหน่อยหรือ?” หวางหมิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ข้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น...” หยวนตอบกลับพลางรู้สึกถึงความสมบูรณ์พร้อมของร่างกายที่ยังมีพลังงานหลั่งไหลอยู่เต็มเปี่ยม
“เจ้านี่มันเป็นตัวประหลาดข้ามรุ่นจริงๆ สินะ...” หวางหมิงส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มขื่นๆ
ทว่ายังมีผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่งที่ไม่แยแสการพักผ่อน นางคือหลี่จินซี ผู้ซึ่งแทบไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อยในการสยบคู่ต่อสู้ก่อนหน้านี้ นางเพียงยืนนิ่งสนิท สายตาเย็นเยียบจับจ้องตรงมาที่หยวนอย่างไม่วางตา
เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันนั้น หยวนจึงกระซิบถามหวางหมิง “นางกำลังมองมาทางเรา เจ้าคิดว่านางต้องการอะไรจากเรางั้นหรือ?”
หวางหมิงเหลียวไปมองหลี่จินซีพลางหัวเราะเบาๆ “เรางั้นหรือ? ข้าว่าในสายตาของนางตอนนี้มีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้นแหละ นางคงกำลังสงสัยว่าเจ้าจะสามารถเป็นคู่มือที่น่าตื่นเต้นให้นางได้หรือไม่ เพราะในสำนักแห่งนี้ นางไร้ซึ่งคู่ปรับที่สูสี แม้แต่เหล่าอาวุโสสูงสุดก็ยังมิอาจต้านทานพละกำลังของนางได้”
“อะไรนะ? แม้อาวุโสสูงสุดก็ยังพ่ายแพ้นางงั้นหรือ?” หยวนอุทานด้วยความประหลาดใจ
“หลี่จินซีอาจจะอยู่เพียงระดับยอดนักรบวิญญาณขั้นสูงสุด แต่พละกำลังมหาศาลของนางนั้นมันอยู่อีกระดับหนึ่ง หากวัดกันที่ประสบการณ์และทักษะ เหล่าอาวุโสย่อมเหนือกว่าแน่นอน แต่ในการต่อสู้จริง พละกำลังที่ท่วมท้นของหลี่จินซีมักจะกดดันจนทุกคนต้องสยบ... ทว่ามันก็ไม่ใช่ว่าพวกท่านจะไม่มีโอกาสชนะเลย หากสู้กันสิบครั้ง หลี่จินซีคงจะคว้าชัยไปได้สักหกถึงเจ็ดครั้งเห็นจะได้”
“อย่างนี้นี่เอง...” หยวนพยักหน้ารับเบาๆ
“ข้าว่านางจะเป็นคู่มือที่คู่ควรสำหรับเจ้า หยวน... แล้วเจ้าจะเข้าใจเองเมื่อได้ก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีเดียวกับนาง” หวางหมิงกล่าวพลางหัวเราะร่วน
สามสิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผู้ประกาศขานเรียกผู้เข้าแข่งขันที่เหลืออยู่ทั้งสี่คนกลับขึ้นสู่เวทีเพื่อจับสลากเลือกหมายเลขอีกครั้ง
หยวนก้มมองหมายเลขในมือหลังจากจับสลาก... หมายเลข ‘2’
“ใครได้หมายเลขหนึ่ง?” ผู้ประกาศถามขึ้น
“ข้าเอง” อู๋จ่าวชูแขนขึ้น พร้อมแผ่นกระดาษหมายเลข ‘1’ ในมือ
“แล้วใครได้หมายเลขสอง?”
“ข้า” หลี่จินซีเอ่ยเสียงเรียบ
“ไอหยา...” อู๋จ่าวถึงกับหลุดเสียงถอนหายใจออกมาดังลั่น เมื่อตระหนักได้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาคือ ‘สตรีจอมพลัง’ อย่างหลี่จินซี แม้เขาจะใช้พัดด้ามจิ๋วปัดป้องการโจมตีจากหอกของซือหลางมาได้ แต่ดาบยักษ์ที่หนุนด้วยพลังทำลายล้างของนางนั้นมันเป็นคนละเรื่องกันเลย
‘ถ้าอย่างนั้น คู่ต่อสู้ของข้าก็คือเขาสินะ?’ หยวนหันไปมองหงซิ่วเฉวียน ผู้สวมถุงมือเหล็ก ซึ่งฝ่ายนั้นก็กำลังจ้องมองหยวนด้วยความคิดที่ไม่ต่างกัน
“คุณชายหยวน คุณชายหง เชิญพวกท่านลงจากเวทีก่อนเพื่อให้การประลองเริ่มขึ้น” ผู้ประกาศเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพ
ทันทีที่พวกเขาลงจากเวที หลี่จินซีและอู๋จ่าวก็ได้รับอาวุธคู่กาย
“คู่ประลองนี้ดูยังไงก็ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด”
“นั่นสิ อู๋จ่าวไม่มีทางใช้พัดจิ๋วนั่นต้านทานแรงปะทะของนางได้หรอก”
“คอยดูแล้วกันว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ยังไง หวังว่าคงไม่ยืนบื้ออยู่เป็นนาทีก่อนจะเริ่มสู้นะ”
เหล่าผู้ชมต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
“โปรดออมมือให้ข้าด้วย” อู๋จ่าวประสานมือคารวะหลี่จินซี แต่นางยังคงยืนนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาบนใบหน้าที่งดงามดุจสลักจากน้ำแข็ง
ชั่วอึดใจต่อมา เสียงตะโกนของผู้ประกาศก็แผดก้อง “เริ่มการประลอง!”
หลี่จินซีพุ่งทะยานเข้าหาอู๋จ่าวด้วยความดุดันและกระหายชัยชนะในทันที ท่าทางของนางแตกต่างจากรอบแรกอย่างสิ้นเชิง!
“เหวอ!”
อู๋จ่าวไม่กล้าแม้แต่จะรับแรงกระแทกตรงๆ เขาถอยร่นหนีอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าเขาก็ยังระแวดระวังไม่ยอมหันหลังให้นาง จึงได้แต่วิ่งถอยหลังวนไปรอบเวทีเพื่อรักษาระยะห่าง
“ใ-ใจเย็นๆ ก่อนศิษย์พี่หลี่! เหตุใดท่านถึงรีบร้อนอยากจบการประลองนักเล่า? เรามาสนุกกันหน่อยดีไหม?” อู๋จ่าวพยายามใช้คำพูดละลายความตึงเครียด
หลี่จินซีแค่นเสียงเย็นชาตอบกลับ “ยิ่งข้ากำจัดเจ้าเร็วเท่าไหร่ ข้าก็จะได้ประชันกับ ‘คนผู้นั้น’ เร็วขึ้นเท่านั้น! ข้าไม่อยากเสียเวลากับพวกอ่อนแออย่างพวกเจ้า!”
“คนผู้นั้น? เจ้าหมายถึงผู้เล่นหยวนงั้นหรือ? มั่นใจขนาดนั้นเชียวว่าเขาจะล้มหงซิ่วเฉวียนได้?”
“หงซิ่วเฉวียนไม่มีทางชนะคนผู้นั้นได้... เขาอ่อนแอเกินไป” หลี่จินซีกล่าวอย่างตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ
“ของแบบนี้มันต้องดูกันจนจบการประลองสิ”
“เจ้ากำลังจะบอกว่า เจ้ามีโอกาสจะเอาชนะข้าได้งั้นหรือ?” หลี่จินซีขมวดคิ้วมุ่น
“ข-ข้าไม่ได้พูดแบบนั้น— เหวอ!”
หลี่จินซีเร่งความเร็วขึ้นกะทันหัน พุ่งไล่ตามอู๋จ่าวไปรอบเวทีประหนึ่งพยัคฆ์ร้ายไล่ต้อนเหยื่อ
“ข้าผิดไปแล้วศิษย์พี่หลี่! เมตตาข้าด้วย!” อู๋จ่าวร้องลั่นขณะที่ยังวิ่งหนีไม่คิดชีวิต
ทว่าในจังหวะต่อมา อู๋จ่าวกลับเปลี่ยนทิศทางกะทันหันและพุ่งเข้าหาหลี่จินซีเสียเอง! ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของนางเพื่อที่จะจู่โจมทีเผลอ
“อู๋จ่าว เจ้าคิดว่าข้าอ่านลูกไม้ตื้นๆ ของเจ้าไม่ออกงั้นหรือ? คิดว่าจะทำตัวเป็นแมวขโมยมาลอบกัดข้าด้วยแผนการสับปลับแบบนี้ได้หรือไง!” หลี่จินซีไม่แม้แต่จะสั่นสะท้าน นางคาดการณ์ไว้แล้วตั้งแต่เขาวิ่งวนไปมา
พริบตานั้น หลี่จินซีวาดดาบยักษ์ขนานไปกับพื้นในแนวนอน ปิดเส้นทางหลบหนีของอู๋จ่าวทุกทิศทาง
“ชิ!”
อู๋จ่าวขบกรามแน่น ยกพัดขึ้นมากันหน้าอกเพื่อรับแรงปะทะ เขาพยายามจะเบี่ยงทิศทางของดาบเพื่อลดแรงกระแทก
ทว่าพละกำลังของหลี่จินซีนั้นหนักหน่วงเกินกว่าที่มนุษย์จะทนทาน ทันทีที่ดาบปะทะกับพัด ร่างของอู๋จ่าวก็ปลิวละลิ่วกระเด็นตกเวทีไปเหมือนกับสี่มู่หรงก่อนหน้านี้ไม่ผิดเพี้ยน!
โชคยังดีที่อู๋จ่าวไม่ได้ถูกดาบฟันเข้าเต็มรัก บาดแผลของเขาจึงไม่สาหัสนัก จะมีก็เพียงนิ้วมือและข้อมือที่หักพังไปบ้าง... อย่างน้อยก็ยังดีกว่าสภาพของสี่มู่หรง
‘นางอสูรกายจอมพลัง...! นางแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ได้ยังไงในเวลาเพียงสามเดือน? ร่างกายนางทำด้วยอะไรกันแน่? นางไม่มีขีดจำกัดเลยหรือไง?’ อู๋จ่าวสบถสาปแช่งในใจขณะถูกหามออกไปบนเปลสนามโดยเหล่าแพทย์
หวางหมิงลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็นภาพนั้น “ข้าคิดไปเองหรือเปล่า... หรือว่านางแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว?” เขาพึมพำเสียงแผ่ว
ขณะเดียวกัน หยวนภายใต้หน้ากากมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
‘นางแข็งแกร่งมาก... ข้าจะสามารถโค่นคนแบบนางได้จริงๆ หรือ?’ หยวนรำพึงในใจ ความมั่นใจของเขาเริ่มสั่นคลอนหลังจากได้ประจักษ์ถึงพละกำลังที่เหนือมนุษย์ของหลี่จินซี
ครู่ต่อมา ผู้ประกาศก็ขานเรียกหยวนและหงซิ่วเฉวียนขึ้นสู่เวที
“มือของเจ้ายังไหวอยู่หรือไม่? หากเจ้าสู้ไม่ไหว...” หยวนถามหงซิ่วเฉวียนด้วยความห่วงใย เพราะเขาไม่อยากเอาชนะคนที่แม้แต่จะขยับแขนยังลำบาก
“ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ข้ายังสู้ได้” หงซิ่วเฉวียนตอบกลับด้วยสายตามุ่งมั่น
“ถ้าเจ้าว่าเช่นนั้น...” หยวนพยักหน้ารับ เตรียมพร้อมรับมือการประลองที่กำลังจะมาถึง
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

