Chapter 706
706 / 2354
7 min read
Chapter 706 - Array Masters Association
Published Apr 5, 2026, 12:57 AM
## บทที่ 706 - สมาคมปรมาจารย์ค่ายกล
“ที่นี่น่ะหรือคือสมาคมปรมาจารย์ค่ายกล... ตัวอาคารดูเรียบง่ายกว่าที่มองจากระยะไกลเสียอีก”
หยวนพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เนื่องจากเขาคุ้นชินกับสิ่งก่อสร้างที่หรูหราอลังการและโอ่อ่ามานับไม่ถ้วน เมื่อต้องมาเห็นที่ทำการของสมาคมปรมาจารย์ค่ายกลที่แลดูธรรมดาสามัญเช่นนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหนือความคาดหมาย
“พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ”
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวอาคาร หยวนก็พบกับฝูงชนมหาศาลที่ต่อแถวคดเคี้ยวไปตามโถงชั้นแรกจนกินพื้นที่ไปกว่าครึ่ง หากมองเพียงผิวเผิน คนเหล่านี้ดูเหมือนกำลังรอซื้อหาบางสิ่งจากเคาน์เตอร์ด้านหน้า แต่แท้จริงแล้วพวกเขาต่างได้รับกระดาษแผ่นหนึ่งก่อนจะถูกส่งตัวขึ้นไปยังชั้นสอง
หยวนกวาดสายตามองหาผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าหน้าที่ของที่นี่ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปสอบถาม
“ขออภัย ข้าสามารถหาซื้อเทคนิคค่ายกลได้ที่ไหนหรือ?”
“เจ้าหมายถึงการผสานค่ายกลอย่างนั้นรึกะ? แล้วเจ้าเป็นปรมาจารย์ค่ายกลหรือเปล่าล่ะ?” ชายผู้นั้นย้อนถามด้วยสายตาสงสัย
“ก็พอจะได้อยู่บ้าง ข้าพอจะรู้จักรหัสค่ายกลอยู่สองสามอย่าง” หยวนพยักหน้าตอบตามตรง
“หึ แค่รู้จักค่ายกลเพียงไม่กี่อย่าง ไม่ได้ทำให้เจ้ากลายเป็นปรมาจารย์ค่ายกลได้หรอกนะ เจ้าหนู” ชายคนนั้นแค่นเสียงเยาะ ก่อนจะกล่าวสืบไปว่า “การที่ใครสักคนจะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการว่าเป็นปรมาจารย์ค่ายกล เจ้าจะต้องผ่านการทดสอบประเมินผลเสียก่อน และเมื่อเจ้าได้รับตราสัญลักษณ์ปรมาจารย์ค่ายกลอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น เจ้าจึงจะมีสิทธิ์เลือกซื้อเทคนิคการผสานค่ายกลจากสมาคมปรมาจารย์ค่ายกลของเราได้”
“หมายความว่าข้าต้องเข้าร่วมกับทางสมาคมก่อน ถึงจะมีสิทธิ์ซื้ออย่างนั้นหรือ?” หยวนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน “แล้วมันจะต่างอะไรกับการเข้าสำนักเพื่อแลกกับวิชาล่ะ?”
“ข้าว่าเจ้ากำลังเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป สมาคมเราไม่ได้บังคับให้เจ้าต้องเข้าสังกัด แต่สมาคมปรมาจารย์ค่ายกลคือผู้ที่มีอำนาจในการออกใบรับรองตัวตนของปรมาจารย์ค่ายกล หากเจ้าปรารถนาจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับเรานั่นก็เป็นเรื่องของเจ้า แต่มันไม่ใช่ข้อบังคับ ปรมาจารย์ค่ายกลเก่งๆ อีกมากมายข้างนอกนั่นก็ไม่ได้ขึ้นตรงกับเรา และไม่มีบทลงโทษใดๆ สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเข้าร่วม”
เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อย่างไรก็ตาม หากเจ้าไม่เข้ารับการทดสอบเพื่อเป็นปรมาจารย์ค่ายกลอย่างเป็นทางการ เจ้าก็จะไม่ถูกยอมรับในฐานะปรมาจารย์ค่ายกลที่แท้จริง และสถานที่ส่วนใหญ่ที่ค้าขายเทคนิคค่ายกลระดับสูง ต่างก็ต้องการหลักฐานการเป็นปรมาจารย์ค่ายกลอย่างเป็นทางการทั้งสิ้น”
“เป็นเช่นนั้นเองหรือ... ถ้าอย่างนั้นข้าจะลงชื่อเข้ารับการทดสอบได้ที่ไหน?” หยวนถามต่อ
ชายผู้นั้นชี้มือไปยังแถวที่ยาวเหยียดราวกับมังกรยักษ์ภายในโถง
“ข้าก็นึกไว้แล้วเชียว...” หยวนถอนหายใจออกมาเบาๆ
เขามองไปยังฉูหลิวเซียงและคนอื่นๆ ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าตัดสินใจจะเข้ารับการทดสอบนี้ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องมารอข้าให้เสียเวลาหรอกนะ หากมีที่อื่นที่อยากไป”
“จะให้พวกเราไปไหนล่ะ? พวกเราไม่มีที่ไปหรอก อีกอย่าง... ถึงจะมี ข้าก็เลือกที่จะอยู่ที่นี่กับท่านมากกว่า” ฉูหลิวเซียงยักไหล่พร้อมรอยยิ้มละมุน
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอพักผ่อนสักครู่ หากนายน้อยต้องการข้า โปรดเรียกได้ทันทีเจ้าค่ะ” เฟิงยวี่เซียงกล่าวจบ ร่างของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นลูกไฟพวยพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขา
“ที่นี่ค่อนข้างแออัด ข้าเองก็จะขอตัวพักผ่อนเช่นกัน” หลานอิ๋งอิ๋งกล่าวเสริม ก่อนที่ร่างของนางจะกลับกลายเป็นกำไลประดับอยู่ที่ข้อมือของหยวน
ในตอนนี้จึงเหลือเพียงเสี่ยวหัว ฉูหลิวเซียง และหมินลี่ ที่ยังคงยืนเคียงข้างเขา
และแล้ว การรอคอยในแถวอันยาวเหยียดก็เริ่มต้นขึ้น
ระหว่างที่รอ หยวนสังเกตเห็นผู้คนมากมายที่เดินลงมาจากชั้นบน ส่วนใหญ่มักจะมีสีหน้าผิดหวังและหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเพิ่งจะล้มเหลวจากการทดสอบมา
เพียงในเวลาหนึ่งชั่วโมงที่เขายืนรอ หยวนนับจำนวนคนที่เดินลงมาได้ถึง 22 คน แต่มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่ดูจะมีสีหน้าปลาบปลื้มกับผลลัพธ์ที่ได้
‘การทดสอบนี้คงจะยากเย็นไม่น้อย โดยเฉพาะสำหรับคนอย่างข้า... ที่เพิ่งจะเริ่มศึกษาเรื่องค่ายกลได้เพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น...’ หยวนทอดถอนใจอยู่ภายใน
เมื่อถึงคิวของเขา ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะลงทะเบียนก็เอ่ยถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “ชื่ออะไร? แล้วอายุเท่าไหร่?”
“หยวน อายุสิบแปดปี”
“ระดับการบ่มเพาะล่ะ?”
“ขอบเขตจ้าววิญญาณ ขั้นที่สอง”
“...”
ชายวัยกลางคนชะงักงันไปทันที เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองหยวนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ทว่าเขาไม่ได้ปักใจเชื่อคำพูดของหยวนในทันที จึงตัดสินใจใช้สัมผัสเทพของตนสำรวจกลิ่นอายพลังของเด็กหนุ่มตรงหน้า
‘นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!? เขาอยู่ขอบเขตจ้าววิญญาณจริงๆ! แถมอายุยังแค่สิบแปดปี? เจ้าสัตว์ประหลาดนี่มาจากที่ไหนกันแน่!’ ชายผู้นั้นร่ำร้องอยู่ในใจหลังจากยืนยันความจริงได้สำเร็จ
“อะ... แล้วเจ้าศึกษาเรื่องค่ายกลมานานเท่าไหร่แล้ว?” เขาถามต่อหลังจากตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง
“ไม่นานนัก น่าจะราวๆ หนึ่งสัปดาห์ได้ตั้งแต่ข้าเริ่มเรียนรู้เรื่องรหัสค่ายกล” หยวนตอบด้วยความสัตย์จริง
“หนึ่งสัปดาห์...?”
หากไม่ใช่เพราะระดับพลังของหยวนสูงล้ำกว่าตัวเขาเอง ชายวัยกลางคนคนนี้คงจะสบถด่าและขับไล่หยวนออกไปจากอาคารตั้งนานแล้ว เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครคนหนึ่งจะกลายเป็นปรมาจารย์ค่ายกลได้จากการศึกษาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ หากทำได้จริง คนทั้งโลกก็คงเป็นปรมาจารย์ค่ายกลกันหมดแล้ว
“เอาเถอะ... รับกระดาษแผ่นนี้ไป แล้วขึ้นไปชั้นสองเพื่อรับการทดสอบซะ”
“ขอบคุณท่านมาก”
หยวนรับแผ่นกระดาษมาและเริ่มมุ่งหน้าขึ้นสู่ชั้นบน ชายวัยกลางคนมองตามหลังหยวนพลางส่ายหัวไปมา หากไม่ติดที่ว่าเขากลัวจะไปล่วงเกินอัจฉริยะที่มีเบื้องหลังลึกลับเข้า เขาคงไม่ยอมปล่อยให้เรื่องตลกเช่นนี้เกิดขึ้นแน่
‘ช่างมันเถอะ หลังจากนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาของข้าแล้ว’
ในขณะเดียวกัน หยวนก็ต้องมาเจอกับการเข้าแถวอีกครั้ง เพราะการรับการทดสอบนั้นก็มีคิวที่ยาวไม่แพ้กัน แถมแถวนี้ยังขยับไปได้อย่างเชื่องช้าจนน่าหงุดหงิด
หลังจากการรอคอยที่แสนทรมานผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ในที่สุดเขาก็มาถึงหน้าประตูห้องทดสอบ
ห้านาทีต่อมา ประตูเบื้องหน้าก็ถูกเปิดออก หญิงสาวนางหนึ่งวิ่งพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่นองหน้า
“รายต่อไป”
น้ำเสียงเย็นชาและไร้อารมณ์ดังแว่วออกมา หยวนเดินเข้าสู่ห้องนั้นโดยมีกลุ่มสาวงามเดินตามหลังมาเป็นขบวน
ภายในห้องนั้น มีโต๊ะยาวที่มีกรรมการสามท่านนั่งประจำการอยู่—ชายชราผู้มีใบหน้าดุดันและดื้อรั้น, ชายหนุ่มรูปงาม และหญิงสาวโฉมสะคราญที่ดูเบื่อหน่ายกับทุกสิ่ง
“เจ้าหนู เจ้าคิดว่าที่นี่คือที่ไหนกัน? ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับพาพวกผู้หญิงของเจ้ามาเดินอวดโฉมหรอกนะ” ชายหนุ่มรูปงามเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหยวนพาสาวงามเข้ามาด้วย
“พวกเราจะไปรอท่านข้างนอกนะ...” ฉูหลิวเซียงกระซิบก่อนจะพากันเดินออกจากห้องไปพร้อมกับหมินลี่และเสี่ยวหัว
“เอาล่ะ ส่งกระดาษของเจ้ามาสิ”
หยวนเดินเข้าไปที่โต๊ะและยื่นใบสมัครให้ ทันทีที่กรรมการทั้งสามเห็นข้อมูลระดับการบ่มเพาะของหยวน ดวงตาของพวกเขาก็พลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด
‘ขอบเขตจ้าววิญญาณในวัยสิบแปดปี!? มิน่าเล่า... ถึงได้มีสาวงามล้อมรอบกายเช่นนี้!’ ชายหนุ่มรูปงามกรีดร้องอยู่ในใจด้วยความริษยาแกมทึ่ง
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

