Chapter 2474
2474 / 5804
11 min read
Chapter 2474 - Eat You
Published Apr 11, 2026, 07:52 AM
บทที่ 2474 - กลืนกินเจ้า
การหดตัวลงอย่างฉับพลันของทะเลต้นกำเนิดได้กลายเป็นชนวนเหตุให้เหล่าผู้ฝึกตนต่างพากันเข้าเข่นฆ่าเพื่อแย่งชิงอาณาเขตคืนมา เพียงชั่วพริบตา บริเวณริมขอบของทะเลต้นกำเนิดก็แปรเปลี่ยนเป็นสมรภูมิอันวุ่นวายโกลาหล
แม้สถานการณ์นี้จะยังลุกลามไปไม่ถึงส่วนลึกภายใน แต่เมื่อกาลเวลาผันผ่าน บรรดาผู้ฝึกตนที่พำนักอยู่ ณ ใจกลางทะเลต้นกำเนิดย่อมมิอาจหลีกหนีชะตากรรมอันเลวร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามานี้ได้พ้น
ในขณะเดียวกัน ณ ดวงดาวที่แตกสลายซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลจากทะเลต้นกำเนิด
ร่องรอยของการต่อสู้ดุเดือดเพิ่งจะมอดดับลง พลังงานที่ปั่นป่วนยังคงแผ่ซ่านและสั่นสะท้านไปทั่วพื้นผิวอันหนาวเหน็บของดวงดาว ราวกับพายุที่ยังไม่ยอมสงบลงโดยง่าย
ร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งทอดกายอยู่บนพื้น ทั้งคู่ถูกพันธนาการด้วยวิชาลับสายหนึ่ง แม้จะยังไม่สิ้นใจแต่ก็มิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว ดวงตาของทั้งสองสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวขณะจ้องมองไปยังบุรุษวัยกลางคนที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
บุรุษผู้นั้นมีรูปร่างกำยำล่ำสัน ใบหน้าดูดุดันเหี้ยมเกรียม กลิ่นอายที่แผ่ออกมาสะกดข่มจนชวนให้รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ในดวงตาของเขามีประกายแสงที่ทำให้ผู้ที่สบตาต้องหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ
ตามเนื้อตัวของเขามีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง ราวกับถูกคว้านเนื้อออกไปจนมองเห็นกระดูกสีขาวนวลเด่นชัด โลหิตสีแดงฉานรินไหลออกมาจากบาดแผลเหล่านั้น ยิ่งขับเน้นให้เขาดูราวกับอสูรกายที่หลุดออกมาจากขุมนรก
ทว่า บุรุษวัยกลางคนกลับไร้ซึ่งวี่แววของความเจ็บปวด มิหนำซ้ำเขายังดูจะรื่นรมย์กับความรู้สึกนี้เสียเหลือเกิน มุมปากของเขาหยักโค้งเป็นรอยยิ้มที่ชวนขนหัวลุก
“เจ้า... เจ้าเป็นใคร?” ชายหนุ่มที่นอนกองอยู่บนพื้นตะโกนออกไป ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก
บุรุษวัยกลางคนปรายตามองมาทางเขาพลางพึมพำเสียงต่ำ “คนที่กำลังจะตาย จะอยากรู้อะไรมากมายไปเพื่ออะไร?”
“เจ้า... เจ้าคิดจะฆ่าพวกเรางั้นหรือ?” ชายหนุ่มใจหายวาบ ก่อนจะแผดเสียงโต้แย้งอย่างเดือดดาล “ข้ากับศิษย์น้องไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับเจ้า เหตุใดเจ้าต้องทำเช่นนี้!”
เดิมทีพวกเขาสองคนกำลังดูดซับพลังต้นกำเนิดอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข ใครจะคาดคิดว่าจู่ๆ บุรุษวัยกลางคนผู้นี้จะร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าแล้วเข้าโจมตีพวกเขาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ในตอนแรกพวกเขามั่นใจในชัยชนะเพราะมีจำนวนมากกว่า จึงตัดสินใจรับคำท้าและต่อสู้กลับอย่างสุดกำลัง
แต่ความจริงกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก เพราะบุรุษลึกลับเพียงคนเดียวผู้นี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่พวกเขาจะต่อกรได้เลย
แม้บุรุษวัยกลางคนผู้นี้จะมีระดับพลังอยู่ที่ขอบเขตต้นกำเนิดเต๋าระดับที่สาม และยังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิ แต่ความแข็งแกร่งของเขากลับก้าวข้ามขีดจำกัดของขอบเขตต้นกำเนิดเต๋าไปไกลโข เขาสามารถสยบทั้งคู่ลงกับพื้นได้อย่างง่ายดาย ฝ่ายศิษย์พี่ยังคงสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อวิชาลับประหลาดที่บุรุษผู้นี้ใช้ ซึ่งมันทำให้เขากับศิษย์น้องตกอยู่ในสภาพที่เป็นอัมพาตโดยสิ้นเชิง
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว!” บุรุษวัยกลางคนยิ้มอย่างมีเลศนัย รอยยิ้มนั้นทำให้ขนกายของคนทั้งคู่ลุกชัน “เปิ่นจั้ว (ข้าผู้นี้) ไม่ได้จะ ‘ฆ่า’ พวกเจ้า!”
“ไม่ได้จะฆ่าพวกเรา...” หญิงสาวผู้มีหน้าตาสะสวยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางพยายามปั้นหน้ายิ้มอ้อนวอน “ท่านผู้สูงส่ง หากท่านละเว้นชีวิตพวกเรา ข้ายินยอมจะทำตามคำสั่งของท่านทุกประการ...”
เมื่อศิษย์พี่ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเขาก็แทบจะถลนออกมา เขาจ้องมองศิษย์น้องสาวด้วยความตกตะลึง พลางพึมพำว่า “ศิษย์น้อง... เจ้า...”
ราวกับว่าเขาเพิ่งจะได้เห็นธาตุแท้ของศิษย์น้องสาวเป็นครั้งแรก ความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้าสู่หัวใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่านางจะกล่าววาจาเช่นนี้ต่อคนแปลกหน้า
“ยินยอมทุกประการงั้นหรือ...” บุรุษวัยกลางคนยิ้มบางๆ ขณะที่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของหญิงสาว
หญิงสาวพยายามเค้นรอยยิ้มประจบ “นายท่าน ขอเพียงท่านไม่ฆ่าข้า ข้ายินดีจะทำทุกอย่าง!”
ฝ่ายศิษย์พี่ที่ฟังอยู่ข้างๆ แทบจะกระอักโลหิตออกมาด้วยความแค้นเคือง แต่เขาก็ไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมา
บุรุษวัยกลางคนเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “แล้วถ้าข้าอยากจะ ‘กิน’ เจ้าล่ะ?”
ใบหน้าของศิษย์พี่ซีดเผือดลงทันที บุรุษผูนี้ช่างไร้ยางอายสิ้นดี ทว่าในสถานการณ์ที่ไร้ทางสู้เช่นนี้ พวกเขาไม่มีสิทธิ์ต่อรองใดๆ ทางเลือกเดียวคือการยอมจำนน มันคงไม่ใช่เรื่องเสียหายหากศิษย์น้องจะยอมสละพรหมจรรย์และรูปโฉมเพื่อรักษาชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไว้ เพราะอย่างไรเสีย ชีวิตย่อมสำคัญที่สุด หากตายไปทุกอย่างก็ไร้ความหมาย
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ศิษย์พี่ก็กัดฟันแน่น หลับตาลง และปิดกั้นประสาทสัมผัสจากภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าที่เขาไม่อาจควบคุมได้
“กินข้า...” ความเอียงอายผุดขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว นางกล่าวตะกุกตะกัก “โปรด... โปรดอ่อนโยนกับข้าด้วย”
แววตาของบุรุษวัยกลางคนเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นสุดขีด เขาพยักหน้าตอบ “ไม่ต้องห่วง เห็นข้าเป็นคนแบบนี้ แต่ข้าก็เป็นคนอ่อนโยนคนหนึ่งนะ”
เขาก้าวเท้าเข้าหาหญิงสาวขณะที่พูด
เห็นเช่นนั้น หญิงสาวรีบท้วงติง “ได้โปรด อย่าทำตรงนี้เลย... พวกเราไปหาที่ที่มิดชิดกว่านี้ได้ไหม?”
แม้จะยินยอมสละตัวเองเพื่อความอยู่รอด แต่นางยังคงรู้สึกละอายใจที่จะต้องกระทำเรื่องเช่นนั้นต่อหน้าศิษย์พี่ จึงร้องขอให้บุรุษวัยกลางคนพานางไปที่ลับตาเพื่อตกลงกัน
ทว่าบุรุษวัยกลางคนกลับหัวเราะในลำคอ “ที่ไหนมันก็เหมือนกันนั่นแหละ”
ดูเหมือนเขาจะมีรสนิยมวิปริตที่ต้องการจะกระทำเรื่องนี้ต่อหน้าศิษย์พี่ หญิงสาวเข้าใจเจตนาของเขา นางอดไม่ได้ที่จะหันไปมองศิษย์พี่ด้วยความเป็นห่วง เพียงเพื่อจะพบว่าเขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นและหลับตาแน่น ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธเกรี้ยว
หญิงสาวรู้ดีว่าศิษย์พี่กำลังทุกข์ระทมอย่างหนัก แต่ในเมื่อชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกัดฟันยอมศิโรราบ
บุรุษวัยกลางคนเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้านาง เขาก้มมองลงมาด้วยสายตาคุกคาม โดยไม่คิดจะปกปิดความกระหายในแววตาแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขาต้องการจะหลอมละลายนางด้วยสายตาคู่นั้น
หญิงสาวสั่นเทิ้มไปทั้งตัว นางรู้ดีว่าในเวลานี้ คำพูดใดๆ ก็ไร้ความหมาย
“หลับตาลงซะ เด็กน้อย อย่ามองเลย” บุรุษวัยกลางคนสั่งเสียงเรียบ
หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวและหลับตาลงอย่างเชื่อฟัง ทว่าในใจกลับรู้สึกแปลกๆ แม้นางจะดูเยาว์วัย แต่นางก็ไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไป นางย่อมเข้าใจเรื่องระหว่างบุรุษและสตรีเป็นอย่างดี ชายผู้นี้คงจะมีรสนิยมที่แปลกประหลาดจริงๆ
บุรุษวัยกลางคนยื่นมือออกไปรวบร่างของนางเข้ามา วงแขนหนั่นแน่นโอบรัดเอวบางของนางไว้แน่นหนา
หญิงสาวรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก นางอดไม่ได้ที่จะครางออกมาเบาๆ
นางสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เริ่มหอบกระชั้นของบุรุษตรงหน้า ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้นางรู้สึกอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าแดงซ่านด้วยความขัดเขิน
แต่ในวินาทีนั้นเอง นางกลับได้ยินเสียงหนึ่งที่ทำให้นางต้องหวาดผวาถึงขีดสุด
“กฎยุทธ์กลืนสวรรค์!”
ทันใดนั้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นที่ต้นคอ ราวกับถูกสัตว์ร้ายขบกัด ใบหน้าสะสวยของหญิงสาวซีดเผือดลงทันตา นางรีบลืมตาและหันไปมองด้วยความตกตะลึง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตานั้นช่างต่างจากสิ่งที่นางจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง ดวงตาของบุรุษวัยกลางคนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เขาฝังคมเขี้ยวลงบนลำคอของนางและเริ่มดื่มกินโลหิตอย่างหิวกระหาย
ไม่เพียงเท่านั้น บุรุษผู้นี้ยังใช้วิชาลับลึกลับบางอย่างที่กำลังสูบเอาพลังชีวิตและวรยุทธ์ของนางออกไปอย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกก!” หญิงสาวกรีดร้องด้วยความสยดสยอง นางเพิ่งตระหนักได้ว่าคำว่า ‘กิน’ ของบุรุษผู้นี้ ไม่ได้หมายถึงความสัมพันธ์ฉันชู้สาว
แต่มันคือการกลืนกินชีวิตของนางจริงๆ!
“ศิษย์พี่ ช่วยข้าด้วย!” นางกรีดร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก
ศิษย์พี่ที่หลับตาอดทนต่อความอดสูในใจ เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ เขารีบลืมตาหันไปมองและต้องสยองขวัญกับภาพที่เห็น
ปากของบุรุษวัยกลางคนเปื้อนไปด้วยโลหิตแดงฉานขณะที่เขากำลังขบเคี้ยวลำคอขาวระหงของศิษย์น้องสาว ลำคอของเขาขยับขึ้นลงขณะที่กลืนกินเลือดเนื้อของนางอย่างตะกรุมตะกราม
ใบหน้าที่เคยงดงามและอ่อนเยาว์ของศิษย์น้องสาวร่วงโรยลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้แต่เส้นผมของนางก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาโพลน
“ศิษย์พี่... ช่วย... ข้า...” หญิงสาวคร่ำครวญอีกครั้ง
ทว่าศิษย์พี่กลับนอนแข็งทื่ออยู่บนพื้นด้วยความช็อก เขาไม่อาจขยับตัวได้เลย ได้แต่จ้องมองภาพเหตุการณ์อันโหดเหี้ยมนั้นด้วยความงุนงงสับสน ความหนาวเหน็บแล่นไปทั่วไขสันหลัง
“ศิษย์... พี่!” เพียงชั่วเวลาไม่ถึงห้าอึดใจ ร่างของหญิงสาวก็เหี่ยวแห้งราวกับดอกไม้ที่โรยรา กลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านออกมา หลังจากเค้นเสียงเรียกสองคำสุดท้ายออกมาอย่างยากลำบาก ดวงตาของนางก็พร่ามัว และประกายแห่งชีวิตทั้งหมดก็ได้มอดดับลง
นางตายแล้ว
บุรุษวัยกลางคนสะบัดมือพละร่างไร้วิญญาณของนางออกไป ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก เขาหายใจเข้าลึกๆ เผยสีหน้าเปี่ยมสุข
บาดแผลฉกรรจ์บนร่างกายของเขาเยียวยาตัวเองจนหายสนิทในพริบตา ผิวหนังที่เคยมีบาดแผลกลับมาเนียนละเอียดราวกับผิวเด็กแรกเกิด
“นี่... นี่มัน...” ศิษย์พี่ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปกับภาพตรงหน้า เขายังคงมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ความหวาดกลัวเข้าจับจิตเมื่อเห็นบุรุษวัยกลางคนหันมามองที่เขาอีกครั้ง “นายท่าน โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย! ข้าขอร้องท่านล่ะ!”
ภาพความตายอันน่าสยดสยองของศิษย์น้องยังคงติดตา เขาไม่อยากมีจุดจบที่เลวร้ายเช่นนั้น
บุรุษวัยกลางคนพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาและยื่นมือออกไปจากระยะไกลพลางแผดคำราม “กฎยุทธ์กลืนสวรรค์!”
แรงดึงดูดอันมหาศาลปะทุออกมาจากฝ่ามือขณะที่เขาใช้วิชามาร ศิษย์พี่ที่นอนอยู่บนพื้นราวกับถูกสายฟ้าฟาด เขาแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พลังชีวิตและแก่นแท้ภายในร่างกายสูญเสียการควบคุมและไหลทะลักเข้าสู่ร่างของบุรุษวัยกลางคนที่กำลังดูดซับมันอย่างบ้าคลั่ง
“หากเจ้าฆ่าข้า ศิษย์พี่ใหญ่ของข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่! ศิษย์พี่ใหญ่ของข้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิแล้ว!” ชายหนุ่มตะโกนข่มขู่เพื่อหวังจะเอาตัวรอด โดยหวังว่าข่าวนี้จะทำให้สัตว์ร้ายตรงหน้าเกรงกลัว
ทว่าบุรุษวัยกลางคนเพียงแสยะยิ้ม “ขอบเขตจักรพรรดิรึ? แล้วยังไง? เปิ่นจั้วยังไม่เคยกลืนกินใครที่เป็นถึงระดับจักรพรรดิเลยสักคน หากศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้ามาล้างแค้นจริง ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะส่งเขาไปลงนรกตามเจ้าไป!”
“เจ้า... เจ้ามันคนบ้า! ไอ้คนวิปริต! เจ้าต้องตายอย่างอนาถแน่!” ชายหนุ่มที่อยู่ในสภาพสิ้นหวังกัดฟันสาปแช่งอย่างรุนแรง แต่เสียงของเขาก็ค่อยๆ แผ่วเบาลง ชะตากรรมของเขาไม่ได้ต่างจากศิษย์น้องสาวเลยแม้แต่น้อย
ตราดาราสองดวงลอยออกมาจากซากศพทั้งสอง และประทับลงบนหลังมือของบุรุษวัยกลางคน
บุรุษวัยกลางคนมีตราดาราสัตตโลหะ (เจ็ดแฉก) เช่นเดียวกับหยางไค่ ทว่าแสงของมันกลับเจิดจ้ายิ่งกว่าของหยางไค่เสียอีก ราวกับว่ามันใกล้จะเลื่อนระดับขึ้นเป็นตราดาราแปดแฉกในไม่ช้า เห็นได้ชัดว่าเขาได้สังหารคนในทะเลดาราแตกสลายมาแล้วมากมายเพียงใด
หลังจากสังหารทั้งคู่ลง บุรุษวัยกลางคนยืนนิ่งดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ ทว่าทันใดนั้น สีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง เขาชูแขนขึ้นและแผดร้องใส่ท้องนภา รัศมีแห่งความกระหายเลือดแผ่ซ่านออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว แทนที่จะเป็นความยินดี เขากลับถูกครอบงำด้วยความคลุ้มคลั่งหลังการฆ่าฟัน
เสียงกู่ร้องเงียบหายไปในที่สุด แต่ใบหน้าของเขายังคงมืดครึ้ม เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันและสบถออกมา “ไอ้คอขวดบัดซบ! เหตุใดข้าถึงยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิได้เสียที!? เจ็ดร้อยปีแล้ว! ข้าพยายามอย่างหนักมาเจ็ดร้อยปีแล้ว เหตุใดถึงยังก้าวไม่ข้าม!? สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรม ข้าไม่ยอมรับเด็ดขาด!”
เขาสาปแช่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนมาแผดเสียงตำหนิอย่างโกรธแค้น “พวกขยะ! ไม่มีใครทนต่อผลย้อนกลับของวิชาลับนี้ได้เลยสักคน พวกเจ้าไม่เคยใช้ของกำนัลท้าทายสวรรค์ที่ข้ามอบให้ได้อย่างคุ้มค่าเลย! ไอ้พวกสวะ!”
เขาตกอยู่ในภวังค์แห่งความคุ้มคลั่ง พลางระเบิดพลังออกมาทำลายทุกสิ่งรอบตัวจนพินาศย่อยยับ
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.