Chapter 213
213 / 2060
11 min read
Chapter 213
Published Apr 3, 2026, 05:27 PM
บทที่ 213
‘เขาแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเชียวหรือ?’
เอิร์ลอัสชูร์ได้รับทราบข่าวคราวเกี่ยวกับวีรกรรมของเกริดในไรน์ฮาร์ดมาบ้าง กองทัพโกเลมที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งกองทหารนับแสนมิอาจต้านทานได้ กลับถูกเขาฟาดฟันราวกับหั่นหัวไชเท้า แต่ทว่าข่าวลือมักจะเกินจริงเสมอไม่ใช่หรือ?
ในความทรงจำของเอิร์ลอัสชูร์ เกริดในสมัยที่ยังเป็นนักผจญภัยมือใหม่นั้นทั้งไร้พรสวรรค์และโง่เขลา เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะข่าวลือเหล่านั้น เกริดอาจจะมีพลังของตำนานก็จริง แต่เขามองว่ามันช่างสูญเปล่าเพราะเจ้าตัวใช้มันไม่เป็น พวกขุนนางคงตั้งใจปั้นเรื่องเกินจริงเพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจของประชาชนเสียมากกว่า
แต่เขากลับคิดผิด ตอนนี้เกริดคือวีรบุรุษตัวจริงตามข่าวลือ ในชั่วพริบตานั้น ความทรงจำเกี่ยวกับเกริดในคราบมือใหม่ได้ถูกพัดหายไปจากหัวของเอิร์ลอัสชูร์จนสิ้น มุมมองที่แคบตีบตันมลายหายไป และเขาเริ่มรับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเกริดในปัจจุบัน
‘ช่างเป็นตัวตนที่เหนือชั้นยิ่งนัก’
ดวงตาทั้งสองข้างที่เคยชวนให้นึกถึงปลาเน่า... สายตาที่เคยดูถูกเหยียดหยามยามเผชิญหน้ากับผู้ที่อ่อนแอกว่า บัดนี้กลับเปล่งประกายขณะจ้องมองโลกใบนี้ด้วยใบหน้าที่ดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก ร่างกายที่เคยอ่อนแอและคอยแต่จะหดตัวหนี ร่างเนื้ออันน่าเวทนาที่เคยวิ่งหนีการล่าออร์คจนถูกหัวหน้าออร์คฆ่าตาย บัดนี้กลับยืนหยัดมั่นคงประดุจขุนเขา
ใบหน้าที่เคยน่ารังเกียจ เขาไม่เคยใส่ใจรูปลักษณ์ของตนและเอาแต่ิจฉาริษยาผู้อื่น ทว่าใบหน้าที่เคยดูแย่ใบเดิมนั้น บัดนี้กลับแผ่ซ่านไปด้วยราศีที่ดึงดูดใจผู้คนทั้งอาณาจักร
‘เป็นไปได้อย่างไรที่คนเราจะเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้...?’
“เจ้าอยากให้ข้าอ้อนวอนขอชีวิตงั้นหรือ?”
เอิร์ลอัสชูร์สังเกตเกริดและดาบสีฟ้าในมือของเขาอย่างเงียบเชียบ ดาบที่ทอแสงสีขาวนวลตานั้นเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ในตำนานเท่านั้น เอิร์ลอัสชูร์สัมผัสได้ถึงความกลัวตาย สัญชาตญาณของเขากำลังกู่ร้องให้เขายอมสยบต่อเกริด
นี่คือผลจากค่าสถานะศักดิ์ศรี (Dignity) ที่สูงส่งของเกริด อย่างไรก็ตาม เอิร์ลอัสชูร์นั้นมีความทระนงตนในฐานะผู้แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรเอเทอร์นัลและจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ เขาจึงไม่ยอมจำนนโดยง่าย
“ข้ายอมตายเสียดีกว่า”
เดิมทีเขาเองก็ไม่แน่ใจว่า 'หนังสือลับของแพ็กม่า' มีอยู่จริงหรือไม่
ในตอนนั้น เอิร์ลอัสชูร์ตัดสินใจใช้ประโยชน์จากเกริดที่ดูหลอกง่าย ทว่าเขาก็ได้มอบค่าตอบแทนที่เหมาะสมและไม่ได้กำหนดระยะเวลาเควสต์ไว้ มันเป็นเควสต์ที่เขาฝากฝังให้เกริดทำอย่างจริงจัง เพราะเขาเชื่อในความมุมานะที่มีติดตัวของเกริด เขาตั้งใจมอบเควสต์ให้นักผจญภัยมือใหม่เพื่อหลอกใช้จริงหรือ?
ไม่เลย เกริดต่างหากที่เป็นฝ่ายทำลายความเชื่อใจก่อน เกริดหน้ามืดตามัวด้วยความโลภหลังจากค้นพบหนังสือลับของแพ็กม่าและผิดสัญญาเพื่อครอบครองหนังสือไว้เสียเอง
‘นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด’
แบลนด์ ลูกชายสุดที่รักของเขาหลงรักไอรีนมานานหลายปี ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะได้แต่งงานกับแบลนด์กลับถูกเกริดแย่งชิงไป การเลือกความตายยังดีเสียกว่าการยอมจำนนต่อเกริด ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงศัตรูของเขา แต่ยังเป็นศัตรูของลูกชายเขาด้วย
เกริดรู้สึกงุนงงเมื่อเห็นเอิร์ลอัสชูร์หลับตาลงแน่น
‘เขาอยากให้ข้าฆ่าจริงๆ งั้นเหรอ?’
เกริดเคยเกลียดแค้นเอิร์ลอัสชูร์ตั้งแต่ตอนที่เขาถูกฆ่าตาย แต่ทว่านั่นมันคือการตัดสินใจของเขาเองที่รีบไปหาหนังสือลับของแพ็กม่าโดยไม่ประเมินกำลังตัวเอง เขาไม่ได้ถูกเอิร์ลอัสชูร์บังคับเสียหน่อย ถึงกระนั้น เมื่อใดก็ตามที่เขาต้องเผชิญกับอุปสรรค เขามักจะโยนความผิดทั้งหมดไปให้เอิร์ลอัสชูร์
นิสัยชอบโทษคนอื่นนั่นแหละคือปัญหา หากพูดกันตามตรงแล้ว ไม่มีเหตุผลที่เกริดจะต้องผูกใจเจ็บเอิร์ลอัสชูร์เลย ถ้าหนังสือลับของแพ็กม่าไม่มีอยู่จริง เกริดก็คงไม่มีวันหาคัมภีร์เจอหรือได้กลายเป็นทายาทของแพ็กม่า
ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ เอิร์ลอัสชูร์เปรียบเสมือนผู้มีพระคุณของเกริด แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงผลที่เกิดขึ้น และเกริดก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกซาบซึ้งใจแต่อย่างใด เพราะเป็นเพราะพลังใจของเกริดเองที่ทำให้เขาพบหนังสือลับของแพ็กม่าและกลายเป็นทายาทของแพ็กม่า และเป็นเพราะความพยายามของเขาเองที่ทำให้เขาเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะเอิร์ลอัสชูร์
อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปมีอยู่ว่า...
‘ถึงข้าจะข่มเขาไว้ได้ แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว ข้าก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเขา’
เกริดยังคงไม่ชอบหน้าเอิร์ลอัสชูร์ ความจริงเขามีประสบการณ์ถูกอัศวินของเอิร์ลอัสชูร์สังหาร และเคยถูกเอิร์ลอัสชูร์ขู่ฆ่าโดยตรง ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้อภัย
แต่ความรู้สึกนั้นก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้อยากฆ่าแกงกัน มโนธรรมของเขาไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้น
“เฮ้อ เอาเถอะ ช่างมันแล้วกัน”
“...?” เอิร์ลอัสชูร์ถึงกับสับสนเมื่อเห็นเกริดถอนหายใจและเก็บดาบเข้าฝัก “ข้าพยายามจะฆ่าเจ้า แต่เจ้าจะไว้ชีวิตข้าอย่างนั้นหรือ?”
แม้พลังของเอิร์ลอัสชูร์จะเหนือกว่ายศถาบรรดาศักดิ์ของตน แต่เขาก็ยังเป็นเพียงเอิร์ล ส่วนเกริดนั้นเป็นถึงดยุก แต่เอิร์ลอัสชูร์กลับปฏิบัติกับเขาอย่างเลวร้ายและถึงขั้นพยายามสังหารเพราะความแค้นในอดีต บัดนี้เมื่อเขาได้ประจักษ์แล้วว่าเกริดมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งดยุกจริงๆ เอิร์ลอัสชูร์จึงตระหนักได้ว่าเขาได้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงลงไป เขาคิดว่าตนเองควรถูกประหารชีวิตเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นเขาจึงยอมรับการกระทำของเกริดไม่ได้
“มีสิ่งใดที่เจ้าจะเรียกร้องเป็นการส่วนตัวจากข้าหรือไม่?”
เอิร์ลอัสชูร์มองเกริดอย่างระแวดระวัง
‘ข้าอุตส่าห์เมตตาแล้ว ยังจะมาสงสัยข้าอีกเหรอ?’ หัวใจของเกริดเต้นรัว หากเป็นเกริดในอดีตคงถูกอารมณ์ครอบงำและพูดจาไร้สาระไปแล้ว ‘ขออะไรบางอย่างเป็นการแลกเปลี่ยนกับการไว้ชีวิตน่าจะดีกว่า’
เกริดเรียนรู้วิธีการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ต่างๆ เขาเรียนรู้เรื่องนี้จากการเฝ้าดูเลาเอลมาตลอดสามเดือน เขาจะเอาอะไรจากเอิร์ลอัสชูร์ได้บ้างนะ?
เกริดครุ่นคิดอย่างหนัก
‘เงิน? อัญมณี? ที่ดิน? ไอเทม?’
ความโลภเริ่มครอบงำ ขณะที่เกริดกำลังกังวลใจว่าจะเรียกขออะไรดี เลาเอลก็ส่งข้อความกระซิบมาหาเขา
- เกริด ทุกคนถึงเรย์ดันกันหมดแล้วนะ ยกเว้นยูเฟมีน่า เมื่อไหร่ท่านจะมาถึง?
- ข้าคิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักสามวัน
- สามวันเชียวหรือ? ทำไมถึงนานนักล่ะ? ท่านใช้ 'บิน' (Fly) มาเร็วๆ ไม่ได้หรือไง? รีบมาเถอะ งานกองเป็นภูเขาเลากาแล้ว
- ข้ามีเพื่อนร่วมทางด้วยน่ะ แต่เขาไม่อยากนั่งรถม้า พวกเราเลยเดินเท้าเอา เจ้าช่วยดูแลงานไปอีกสักสองสามวันแล้วกัน
- เพื่อนร่วมทาง...? ท่านหมายถึงใครกัน?
- เดี๋ยวเจอหน้าก็รู้เองแหละ ดีแล้วที่เจ้าติดต่อมา พอดีข้ามีเรื่อง...
เกริดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเอิร์ลอัสชูร์ รวมถึงสถานการณ์ปัจจุบันให้เลาเอลฟังคร่าวๆ
- ...ในสถานการณ์แบบนี้ ข้าควรเรียกร้องอะไรจากเอิร์ลอัสชูร์ดี?
- เอิร์ลอัสชูร์งั้นหรือ...
ในฐานะ 1 ใน 10 มหาจอมเวทแห่งทวีป เอิร์ลอัสชูร์ถือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก เลาเอลรู้จักเขาดีอยู่แล้ว เขาจึงนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะถามกลับมา
- ข้าเคยได้ยินเรื่องหนึ่งมาจากแวนต์เนอร์ ได้ข่าวว่าในวันแต่งงานของท่านกับไอรีน ลูกชายของเอิร์ลอัสชูร์ก่อเรื่องวุ่นวายงั้นหรือ?
- จริงเหรอ? ข้าไม่ยักษ์กะรู้แฮะ วันนั้นข้าไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลยน่ะ
- สนใจเขาซะสิ บอกให้เอิร์ลอัสชูร์มอบตัวลูกชายของเขาให้ท่าน
- เอ๊ะ? เจ้าพูดเรื่องอะไรน่ะ?
เลาเอลคาดการณ์ไว้แล้วว่าเกริดคงไม่เข้าใจ จึงอธิบายเพิ่มอย่างละเอียด
- เอิร์ลอัสชูร์ขึ้นชื่อเรื่องรักลูกชายมาก หากท่านเก็บลูกชายเขาไว้ เขาจะไม่กล้าต่อต้านท่านอีก และต้องยอมทำตามความต้องการของท่าน พลังอันมหาศาลของเอิร์ลอัสชูร์จะต้องเป็นประโยชน์ในสักวันแน่นอน
‘เจ้านี่มันสุดยอดจริงๆ’
เลาเอลมองหาผลประโยชน์มากกว่าตัวเงิน เกริดจึงคิดว่าเขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก สักวันหนึ่งเขาคงจะฉลาดหลักแหลมได้เหมือนเลาเอล รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเกริด ทำให้ความกังวลของเอิร์ลอัสชูร์พุ่งสูงขึ้น
จากนั้นเกริดจึงประกาศคำเรียกร้อง “ส่งตัวลูกชายของเจ้ามาให้ข้า”
“ว่าไงนะ...?” ราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจเอิร์ลอัสชูร์ เขาไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้ได้เด็ดขาด “เจ้าหมายจะเอาลูกข้าไปเป็นตัวประกันงั้นหรือ!”
เอิร์ลอัสชูร์ในวัย 48 ปียังคงดูหนุ่มแน่นและสง่างาม รูปลักษณ์ของเขาเหมือนกับพระเอกการ์ตูน และเขาเป็นที่นิยมมาตั้งแต่เด็ก สมัยที่เป็นหนุ่มและยังวนเวียนอยู่ในแวดวงสังคม มีผู้หญิงนับสิบมาห้อมล้อมเขา
แต่ทว่าเอิร์ลอัสชูร์รักผู้หญิงเพียงคนเดียว เธอไม่ใช่คนสวยหยาดเยิ้ม แต่เอิร์ลอัสชูร์ตกหลุมรักในความจิตใจดีของเธอ งานแต่งงานของพวกเขาราบรื่น ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกันสองคนและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
แต่มันเป็นความสุขเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ
โชคร้ายที่ภรรยาของเอิร์ลอัสชูร์ล้มป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หายและเสียชีวิตลงตั้งแต่อายุยังน้อย เอิร์ลอัสชูร์ลิ้มรสความเจ็บปวดเจียนใจจะขาด ทว่าเขาไม่มีเวลาให้โศกเศร้า เขามีหน้าที่ต้องปกป้องอาณาจักรและต้องดูแลลูกชายตัวน้อยทั้งสองคน
เอิร์ลอัสชูร์ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ควบคู่ไปกับการเลี้ยงดูลูกๆ ลูกชายคนโตของเขาได้กลายเป็นจอมเวทหลวง และลูกชายคนที่สองเป็นอัศวินเวทมนตร์เพราะแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ทั้งในด้านเวทมนตร์และเพลงดาบ เอิร์ลอัสชูร์สามารถเติมเต็มช่องว่างที่ภรรยาทิ้งไว้ได้ด้วยความภาคภูมิใจในตัวลูกชายทั้งสอง
แต่สวรรค์ช่างโหดร้ายต่อเอิร์ลอัสชูร์นัก
เมื่อสองปีก่อน ลูกชายคนโตของเขาไปปราบมอนสเตอร์และเสียชีวิตลง หลังจากนั้นนิสัยของเอิร์ลอัสชูร์ก็เปลี่ยนไป ความอ่อนโยนเลือนหายไป ทว่าเขายังคงห่วงใยลูกชายที่เหลือเพียงคนเดียว แบลนด์คือสายเลือดคนเดียวที่เหลืออยู่ และเอิร์ลอัสชูร์หวงแหนเขามากกว่าชีวิตของตนเองเสียอีก
“ร่างเนื้อและวิญญาณของข้าอาจจะถูกแผดเผา แต่ข้าจะไม่มีวันขายลูกชายเด็ดขาด ฆ่าข้าซะเถอะ”
‘ดื้อด้านจริงๆ...’
เขาควรทำอย่างไรดี? เกริดไม่ใช่คนฉลาด วิธีเดียวที่เขาคิดออกคือการใช้กำลัง แต่ปัญหานี้ไม่จำเป็นต้องแก้ด้วยกำลังเสมอไป
“ข้าจะไปกับท่านเอง”
ชายหนุ่มผมทองปรากฏตัวขึ้นขณะที่เกริดกำลังสับสน คนคนนั้นคือแบลนด์นั่นเอง
“ทำไมเจ้าถึง...!?”
แบลนด์เมินเฉยต่อเอิร์ลอัสชูร์ที่กำลังตระหนกและก้มลงทำความเคารพต่อหน้าเกริด “ข้า แบลนด์ เดอ อีอัน บุตรแห่งเอิร์ลอัสชูร์ ขอคารวะดยุกเกริด วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรนี้”
แบลนด์และเกริดเคยประลองกันครั้งหนึ่งเพื่อแย่งชิงไอรีน แต่สุดท้ายแบลนด์ก็พ่ายแพ้และถูกไล่ออกจากงานแต่งงาน หลังจากนั้นเขาใช้ชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดอยู่พักหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว
“ข้าจะไปที่เรย์ดันตามความประสงค์ของดยุกเกริด”
มันเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยชีวิตพ่อของเขาได้ ใบหน้าของเอิร์ลอัสชูร์ซีดเผือด
“แบลนด์! ทำไมเจ้าถึงตัดสินใจเองแบบนี้?”
เกริดคือคู่แข่งที่พรากหญิงคนรักไปจากแบลนด์ เอิร์ลอัสชูร์ทนไม่ได้ที่จะให้ลูกชายไปเป็นตัวประกันของเกริด เขาเริ่มรวบรวมพลังเวทมนตร์ในร่างกายที่บอบช้ำ
“ข้าจะฆ่าเจ้าและมอบวิญญาณของเจ้าให้แก่เทพยะทัน หากเจ้าแตะต้องเส้นผมลูกชายข้าแม้เพียงเส้นเดียว!”
แบลนด์รีบก้าวออกมาข้างหน้าก่อนที่เกริดจะทันได้ขมวดคิ้ว เขาคุกเข่าลง
“ดยุกเกริด ท่านพ่อของข้าขาดสติไปเพราะเขาเป็นห่วงข้ามากเกินไป ได้โปรดเมตตาอีกสักครั้งเถิด”
“แ... แบลนด์...”
เขากำลังอ้อนวอนต่อคู่แข่งเพื่อช่วยพ่อของตัวเอง! เอิร์ลอัสชูร์ช็อกที่ทำให้ลูกชายต้องอับอายขายหน้ายิ่งกว่าเดิมและเงียบเสียงลง จากนั้นแบลนด์ก็พูดให้เขาวางใจ “ท่านพ่อ ข้าจะไปศึกษาภายใต้การดูแลของดยุกเกริด ได้โปรดเชื่อใจลูกคนนี้และรอให้ข้ากลับมา อย่าลืมทานข้าวให้ตรงเวลาด้วยนะครับ”
“อึก...”
เอิร์ลอัสชูร์รู้สึกคับข้องใจ ดวงตาของเขาเคยมืดบอดด้วยความแค้น และตอนนี้ลูกชายของเขากำลังถูกเอาตัวไปเป็นตัวประกัน เกริดวางมือลงบนไหล่ของเขา
“เอิร์ลอัสชูร์ ไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแลลูกชายเจ้าให้เอง”
แสยะยิ้ม
เจ้านี่มันปีศาจชัดๆ ไม่ใช่หรือไง? เขาสามารถยิ้มแย้มอย่างแจ่มใสและรื่นรมย์กับความเจ็บปวดและความทุกข์ระทมของผู้อื่นได้ ในสายตาของเอิร์ลอัสชูร์ เกริดดูไม่เหมือนมนุษย์เลยสักนิด ทว่าเกริดก็เป็นมนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย
‘อย่าทำหน้าเหมือนจะตายแบบนั้นสิ ข้าไม่กินลูกชายเจ้าหรอกน่า’
เกริดคิดในใจก่อนจะเหลือบมองปีอาโรและแบลนด์
“ไปกันเถอะ”
ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น สิ่งที่เหลือทิ้งไว้มีเพียงสภาพความพินาศย่อยยับ โดยมีเอิร์ลอัสชูร์ที่ดูเหมือนคนเสียสติและเหล่าอัศวินที่บาดเจ็บสาหัสในสภาพดูไม่จืด
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.





