ตอนที่ 345
345 / 665
อ่าน 8 นาที
Chapter 345: The Origin Forest
เผยแพร่เมื่อ 16 มี.ค. 2569 19:25
บทที่ 345: ป่าต้นกำเนิด
“สำนักดาบในตำนานอย่างนั้นหรือ?” หวงเสี่ยวหลงรู้สึกประหลาดใจ เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
เซี่ยผูถีกล่าวต่อไปว่า “ยิ่งไปกว่านั้น จักรพรรดิองค์ปัจจุบันของจักรพรรดิสปริงฟอนยังเป็นอาแท้ๆ ของฮั่วผิงผู้นั้นด้วย”
“จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิสปริงฟอนเป็นอาของฮั่วผิงงั้นหรือ? มิน่าเล่าเขาถึงได้โอหังนัก” หวงเสี่ยวหลงหัวเราะเยาะในลำคอ เขาไม่ได้เห็นฮั่วผิงอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นถึงศิษย์ของประมุขสำนักดาบในตำนานและเป็นหลานชายของจักรพรรดิสปริงฟอนก็ตาม
แต่ทว่า ผู้เข้าร่วมการประลองที่เมืองหลวงป่วนเหรินนั้นจำกัดเฉพาะอาณาจักรภายใต้การปกครองของจักรวรรดิป่วนเหรินไม่ใช่หรือ? แล้วฮั่วผิงคนนี้เข้ามาได้อย่างไร?
เมื่อเห็นหวงเสี่ยวหลงมีสีหน้าสงสัย เซี่ยผูถีจึงอธิบายว่า “ฮั่วผิงผูนี้เข้าเรียนที่สถาบันโม่เอ๋อร์เมื่อสองปีก่อน ดังนั้นเขาจึงเข้าร่วมการประลองเมืองหลวงในฐานะนักเรียนของสถาบันโม่เอ๋อร์”
หวงเสี่ยวหลงพยักหน้ารับรู้ สถาบันโม่เอ๋อร์ถือเป็นหนึ่งในสถาบันที่มีชื่อเสียงที่สุดในจักรวรรดิป่วนเหริน
ทั้งสองพูดคุยและดื่มด่ำกันนานกว่าสิบชั่วโมง จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เซี่ยผูถีจึงขอตัวลากลับ
หลังจากเซี่ยผูถีกลับไป ในเช้าวันรุ่งขึ้น จักรพรรดิป่วนเหรินก็ได้มาเยี่ยมเยียนคฤหาสน์เขาทักษิณพร้อมกับป่วนอู๋เหรินบุตรชาย ต่อหน้าหวงเสี่ยวหลง ท่าทีของจักรพรรดิป่วนเหรินนั้นเต็มไปด้วยความเคารพ การมาเยือนในครั้งนี้ จักรพรรดิป่วนเหรินได้นำข่าวเกี่ยวกับการแทรกซึมของวิหารเทพเจ้าเข้าไปในอาณาจักรต่างๆ ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิป่วนเหรินมาแจ้งให้ทราบ
สองชั่วโมงต่อมา จักรพรรดิป่วนเหรินและป่วนอู๋เหรินก็เดินทางออกจากคฤหาสน์เขาทักษิณ
ในขณะที่หวงหมินน้องสาวของเขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงชั่วคราว จึงไม่สามารถมาที่คฤหาสน์ได้ทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับข่าวการกลับมาของหวงเสี่ยวหลง ทั้งนางและกัวไท่ต่างก็รีบเร่งเดินทางกลับมาในทันที
ในตอนแรก หวงเสี่ยวหลงคิดจะย้ายตระกูลหวงไปยังดินแดนโกลาหล แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจ เพราะดินแดนโกลาหลนั้นวุ่นวายกว่าจักรวรรดิป่วนเหรินมาก ขุมกำลังต่างๆ ซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่า อีกทั้งหวงเสี่ยวหลงและจักรพรรดิป่วนเหรินยังเป็นพันธมิตรกัน และแน่นอนว่ายังมีตระกูลเซี่ยและตระกูลกัวอยู่ที่นี่ด้วย
ดังนั้น หวงเสี่ยวหลงจึงต้องยับยั้งไม่ให้วิหารเทพเจ้าฝังรากลึกในขุมกำลังของจักรวรรดิป่วนเหรินไปมากกว่านี้
หลังจากมอบหมายงานให้จ้าวซูและจางฝู่แล้ว หวงเสี่ยวหลงก็เอ่ยถึงเฉินเทียนฉีขึ้นมา
จ้าวซูเป็นผู้ตอบคำถามนี้ “ตามข่าวที่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับมา เจ้าตำหนักเฉินเทียนฉีได้เดินทางมาถึงทวีปวายุหิมะแล้วขอรับ”
“โอ้ เขามาที่ทวีปวายุหิมะแล้วอย่างนั้นหรือ” ดวงตาของหวงเสี่ยวหลงหรี่ลงจนเป็นเส้นตรง
“ขอรับ นายท่าน” จางฝู่ก้าวมาข้างหน้าเพื่อยืนยันข่าว “เจ้าตำหนักเฉินเทียนฉีไม่ได้มาเพียงลำพัง เขามีผู้ติดตามอีกสิบกว่าคน ผู้ใต้บังคับบัญชาคาดว่าเขาน่าจะมาถึงเมืองหลวงป่วนเหรินภายในครึ่งเดือนนี้”
หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า ครึ่งเดือนงั้นหรือ? ก็ดีเหมือนกัน เขาเองก็อยากจะพบเฉินเทียนฉีผู้นี้สักครั้ง
ครู่ต่อมา จ้าวซูและจางฝู่ก็ลากลับไปปฏิบัติหน้าที่ของตน
หวงเสี่ยวหลงเข้าไปในวิหารซูมิและกลืนโอสถราชันย์ผีลงไป เริ่มต้นการฝึกตนแบบปิดด่าน สองวันต่อมา เขาก็ขัดเกลาโอสถราชันย์ผีเม็ดที่สามจนเสร็จสิ้น เพิ่มพูนความเข้าใจในกฎแห่งพื้นที่และสะสมปราณยุทธ์ให้มากขึ้น
จากโอสถราชันย์ผีเม็ดที่สาม หวงเสี่ยวหลงก็ขยับไปเม็ดที่สี่ ห้า และหก เขาทำเช่นนี้เรื่อยไปจนถึงเม็ดที่สิบ เขามุ่งมั่นที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนักบุญให้เร็วที่สุด
หลังจากดูดซับโอสถราชันย์ผีเม็ดที่สิบแล้ว หวงเสี่ยวหลงก็ออกจากวิหารซูมิและเรียกจ้าวซูและจางฝู่มาถามข่าวคราวล่าสุดของเฉินเทียนฉี ตามที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้ ด้วยความเร็วของกลุ่มเฉินเทียนฉี พวกเขาน่าจะมาถึงเมืองหลวงแล้ว แต่ทว่าทุกอย่างกลับยังเงียบสงบ
จ้าวซูและจางฝู่สบตากัน
“นายท่าน ตามที่ผู้ใต้บังคับบัญชาสืบทราบมา หลังจากเฉินเทียนฉีมาถึงทวีปวายุหิมะ เขาก็มุ่งหน้าไปยังป่าต้นกำเนิดแทนที่จะมาที่นี่ขอรับ” จ้าวซูกล่าว
“พวกเขาสมุ่งหน้าไปป่าต้นกำเนิดงั้นหรือ?” หวงเสี่ยวหลงรู้สึกสับสน “เฉินเทียนฉีไปทำอะไรที่ป่าต้นกำเนิดกัน?”
ป่าต้นกำเนิดเป็นหนึ่งในสถานที่ที่อันตรายที่สุดในโลกวิญญาณยุทธ์ ตำนานเล่าว่ามนุษย์ในโลกวิญญาณยุทธ์ สัตว์อสูร และเผ่าพันธุ์นับล้านล้วนมีต้นกำเนิดมาจากป่าแห่งนี้
ป่าต้นกำเนิดเป็นป่าโบราณที่มีอยู่ก่อนที่ทวีปต่างๆ จะถูกแบ่งออกเป็นสามทวีปหลัก คือ ทวีปวายุหิมะ ทวีปเมฆดารา และทวีปสิบทิศเสียอีก
จางฝู่ตอบว่า “เรื่องนั้น... ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ยังไม่ทราบเช่นกันขอรับ”
สีหน้าของหวงเสี่ยวหลงเคร่งขรึมขึ้น “ไปสืบมา” การที่เฉินเทียนฉีมุ่งหน้าไปยังป่าต้นกำเนิดพร้อมกลุ่มคนจำนวนมากเช่นนั้นต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่ อย่างไรก็ตาม หวงเสี่ยวหลงก็รู้สึกเบาใจเล็กน้อยที่เฉินเทียนฉียังไม่มาถึงเมืองหลวง เขาปรารถนาที่จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตนักบุญให้ได้ก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับเฉินเทียนฉี
ตราบใดที่เขาเข้าสู่ขอบเขตนักบุญได้ ด้วยการสนับสนุนจากจ้าวซู จางฝู่ และเหล่าผู้อาวุโสที่จงรักภักดีในสำนักประตูอสูร หวงเสี่ยวหลงก็มีโอกาสสูงที่จะเอาชนะเฉินเทียนฉีในการชิงตำแหน่งประมุขได้
ไม่นานนัก จ้าวซูและจางฝู่ก็ขอตัวออกไป แต่ในขณะที่ทั้งสองเพิ่งเดินออกจากลานบ้านของหวงเสี่ยวหลง หวงเผิงและซูเหยียนบิดามารดาของเขา พร้อมกับหวงเสี่ยวไห่น้องชายก็เดินเข้ามาพอดี
“เสี่ยวหลง ประเดี๋ยวหวงหมินกับกัวไท่จะพาเสี่ยวฝานมาที่นี่นะลูก” ซูเหยียนกล่าวอย่างมีความสุข
กัวเสี่ยวฝานก็คือบุตรชายของหวงหมินนั่นเอง
หวงเสี่ยวหลงยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น “จริงหรือครับ? ถ้าอย่างนั้นข้าควรเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้เจ้าตัวเล็กเสียหน่อย” เดิมทีหวงเสี่ยวหลงตั้งใจจะกลับไปฝึกตนต่อเพื่อหาทางทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนักบุญให้เร็วที่สุด แต่ดูเหมือนเขาจะต้องปรับตารางเวลาเสียใหม่ เขาเองก็อยากเห็นหวงหมินและลูกของนางเช่นกัน จากที่ท่านแม่เล่ามา เสี่ยวฝานลูกของหวงหมินนั้นน่ารักน่าเอ็นดูมาก
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา หวงหมินและกัวไท่ก็ปรากฏตัวที่คฤหาสน์เขาทักษิณพร้อมกับกัวเสี่ยวฝานตัวน้อย เมื่อเห็นหลานชายหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มที่ส่งเสียงอ้อแอ้ หวงเสี่ยวหลงก็อดไม่ได้ที่จะอุ้มเขาขึ้นมาจูบฟอดใหญ่
หวงเสี่ยวหลงใจกว้างอย่างมากในการให้ของขวัญแก่หลานชายตัวน้อย นอกจากโอสถพุทธะใจกลางโลกแล้ว ยังมีโอสถอายุวัฒนะพันปีอีกมากมาย เขายังใช้พลังปราณแท้จริงของตนช่วยกัวเสี่ยวฝานเปิดเส้นลมปราณทั่วร่างอีกด้วย
เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำในคืนนั้น เสียงหัวเราะแห่งความสุขก็ดังขึ้นไม่ขาดสายภายในคฤหาสน์ มื้อค่ำของครอบครัวดำเนินไปกว่าชั่วโมง และเมื่อสิ้นสุดลง หวงเสี่ยวหลงก็กลับไปยังลานบ้านของตน เขายืนอยู่ในลานสายตามองดูดวงจันทร์ที่ส่องสว่างบนท้องฟ้าอันสดใส พลางคิดถึงหลี่ลู่อย่างเลี่ยงไม่ได้
คำพูดสุดท้ายก่อนตายของเอ๋าไป่เสวี่ยดังก้องอยู่ในหัวของหวงเสี่ยวหลงหลายต่อหลายครั้ง
สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งวิหารเทพเจ้าอย่างนั้นหรือ?
ในช่วงหลายวันที่เขากลับมายังคฤหาสน์เขาทักษิณ เขาได้รับรู้จากปากของจ้าวซูและจางฝู่ว่าตำแหน่งสตรีศักดิ์สิทธิ์นั้นสูงส่งมากในลำดับการปกครองของวิหารเทพเจ้า มีอำนาจเหนือกว่าผู้อาวุโสส่วนใหญ่ และเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าวิหารคนต่อไป
หวงเสี่ยวหลงถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าตอนนี้หลี่ลู่เป็นอย่างไรบ้าง? ตำแหน่งสตรีศักดิ์สิทธิ์นั่นมันคืออะไรกันแน่... ความไม่สบายใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
หวงเสี่ยวหลงยืนนิ่งอยู่ในลานบ้านครู่ใหญ่ก่อนจะตั้งสติได้ เขาเข้าไปในวิหารซูมิ กลืนโอสถราชันย์ผี และเริ่มฝึกตนต่อไป
ในขณะที่หวงเสี่ยวหลงเริ่มปิดด่านฝึกตนเป็นครั้งที่สองในระยะเวลาอันสั้น ข่าวเรื่องที่หวงเสี่ยวหลงสังหารเอ๋าไป่เสวี่ยผู้อาวุโสของวิหารเทพเจ้าก็แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมของจักรวรรดิป่วนเหรินประดุจพายุหมุน
ผู้อาวุโสเอ๋าไป่เสวี่ยแห่งวิหารเทพเจ้าถูกหวงเสี่ยวหลงฆ่าตาย!
ข่าวนี้สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจักรวรรดิป่วนเหรินตั้งแต่ระดับบนจนถึงระดับล่าง
...
จวนตระกูลเซี่ย
เซี่ยผูถีกำลังฝึกฝนทักษะการต่อสู้อยู่ในลานบ้าน เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานข่าวนี้ เมื่อเซี่ยผูถีได้ยินข่าว เขาก็ยืนตะลึงงันอยู่กับที่ “หวงเสี่ยวหลงฆ่าเอ๋าไป่เสวี่ยผู้อาวุโสของวิหารเทพเจ้าอย่างนั้นหรือ?!”
“เขาสังหารยอดฝีมือขอบเขตนักบุญได้ด้วยตัวคนเดียวงั้นรึ?!!”
ดาบเล่มใหญ่ในมือของเซี่ยผูถีหลุดร่วงลงมาปักเข้าที่หลังเท้าซ้ายของตัวเอง เซี่ยผูถีร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด พลางกระโดดเหยงๆ ไปรอบลานบ้านพร้อมกับกุมเท้าข้างหนึ่งไว้
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.