ตอนที่ 4809
4807 / 5804
อ่าน 12 นาที
Chapter 4809 – Tao Ling Wan
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 13:41
บทที่ 4809 – เถาหลิงหว่าน
---
**ผู้แปล: ศิลามิฬช์ และ พสุธา**
**ตรวจสอบการแปล: เพลิงสารท**
**บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร: สิงขรบรรพต และ พยัคฆ์เหิน**
---
สตรีนางนั้นรินชาถ้วยหนึ่งให้เฉินซิ่ว ก่อนจะเยื้องย่างอย่างนุ่มนวลเข้ามาหาหยางไค่
ในทันใดนั้น กลิ่นหอมอันน่าอภิรมย์พลันลอยมาปะทะปลายจมูก
“เชิญดื่มชาเจ้าค่ะ ศิษย์พี่” สตรีผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน ขณะกล่าว นางเหลือบมองหยางไค่อย่างรวดเร็วครั้งหนึ่งก่อนจะลดสายตาลงต่ำ
“ขอบคุณมาก ศิษย์น้อง” หยางไค่พยักหน้าตอบรับ
พวงแก้มของสตรีนางนั้นพลันแดงระเรื่อ นางกระชับถาดในอ้อมแขน จากนั้นจึงก้าวเดินไปหาเฉินซิ่วและยืนสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องหลังเขา
เฉินซิ่วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “นางเป็นศิษย์ของข้าตั้งแต่ยังเด็ก และไม่เคยย่างเท้าออกจากสำนักมาก่อน ด้วยความที่แทบไม่เคยพบปะคนนอก นางจึงขี้อายอยู่บ้าง ศิษย์หลานอย่าได้หัวเราะเยาะนางเลย”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยางไค่จึงตอบกลับ “ศิษย์น้องงดงามและบริสุทธิ์ยิ่งนัก เป็นเรื่องยากที่จะพบเจอผู้ใดที่มีอุปนิสัยเช่นนี้ในโลกหล้า”
เมื่อสตรีที่อยู่เบื้องหลังเฉินซิ่วได้ยินคำชมของเขา นางก็ยิ่งก้มหน้าต่ำลงไปอีกจนคางแทบจะชิดกับทรวงอกอวบอิ่มของตนเอง
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหรือ ศิษย์หลาน?” ดูเหมือนเฉินซิ่วจะไม่มีเจตนาจะพูดถึงศิษย์ของตนต่อ เขาจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรวดเร็ว
รอยยิ้มจนใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหยางไค่ขณะที่เขาตอบ “เรื่องมันยาวพอดูขอรับ หลังจากข้าจากแดนสวรรค์หลางหยาไป ก็เกิดเหตุบางอย่างขึ้น ทำให้ข้าต้องเสียเวลาไปพักใหญ่ ศิษย์พี่ฉวี่พ้นจากการกักบริเวณแล้วหรือยังขอรับ ท่านลุงอาจารย์?”
เฉินซิ่วพยักหน้า “นางออกมาได้เกือบสิบปีแล้ว และเฝ้ารอเจ้าอยู่ตลอด น่าเสียดายที่...”
ขณะที่กล่าว เขาก็ส่ายศีรษะราวกับรู้สึกเสียใจแทนฉวี่ฮั่วฉาง
หยางไค่ถามด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้นกับศิษย์พี่หรือขอรับ?”
เฉินซิ่วโบกมือ “หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพียงแต่เมื่อเจ้ารอนานแล้วยังไม่ปรากฏตัว นางจึงตัดสินใจเก็บตัวฝึกตน บัดนี้ก็ยังไม่ออกมา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยางไค่ก็พลันวางใจลง เมื่อครู่พอเห็นสีหน้าของเฉินซิ่ว เขาก็นึกว่าเกิดเรื่องร้ายแรงกับฉวี่ฮั่วฉางไปเสียแล้ว เมื่อรู้ว่านางปลอดภัยดี ก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวลอีก
“ท่านลุงอาจารย์ แล้วท่านลุงอาจารย์สวี่เล่าขอรับ? แล้วศิษย์พี่ชิงขุยกับศิษย์พี่ซูอิงเสวี่ยเล่า? เหตุใดข้าจึงไม่เห็นพวกเขาเลย?” หยางไค่รู้สึกสงสัยในจุดนี้ ตามหลักแล้วเขาคือบุตรเขยแห่งแดนถ้ำสวรรค์หยินหยาง ในฐานะจอมยุทธ์ขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับเจ็ด เฉินซิ่วย่อมมีสิทธิ์ที่จะต้อนรับเขา แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสวี่หลิงกงโดยตรง ดังนั้นจึงควรเป็นเขาที่ปรากฏตัวออกมา
ต่อให้สวี่หลิงกงไม่ได้อยู่ที่แดนถ้ำสวรรค์หยินหยางในขณะนี้ ชิงขุยและซูอิงเสวี่ยก็ติดภารกิจด้วยเช่นกันหรือ?
เฉินซิ่วอธิบาย “ศิษย์พี่สวี่และศิษย์ของเขาได้รับภารกิจสำคัญ พวกเขาจึงออกจากสำนักไปเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน”
หยางไค่ตะลึงงัน “100 ปีก่อน?”
เป็นเวลา 100 ปีแล้วที่ฉวี่ฮั่วฉางถูกกักบริเวณ และสวี่หลิงกงก็ออกจากแดนถ้ำสวรรค์หยินหยางไปในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ไม่นานหลังจากการชุมนุมถกหลักเต๋าจบลง สวี่หลิงกงก็ได้พาศิษย์ทั้งสองคนของเขาออกจากสำนักไป
หลังจากคำนวณดูแล้ว หยางไค่คาดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นหลังจากเรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้โลกในดินแดนดาราคลี่คลายลงแล้ว เพราะท้ายที่สุด สวี่หลิงกงยังคงอยู่ที่ดินแดนดาราในตอนนั้น และเป็นผู้แนะนำยอดฝีมือจากแดนถ้ำสวรรค์และดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้หยางไค่ได้รู้จัก
จากนั้น เขายังเป็นผู้ที่ช่วยเกลี้ยกล่อมเหล่าผู้บริหารระดับสูงให้อนุญาตหยางไค่เข้าไปศึกษาค่ายกลจักรวาลในวิหารจักรวาลอีกด้วย
หยางไค่เกิดความรู้สึกอยากจะถามว่าภารกิจที่สวี่หลิงกงได้รับนั้นคืออะไรกันแน่ ถึงกับทำให้เขาไม่กลับมาเป็นเวลา 100 ปี แต่ในฐานะคนนอก มันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะไปซักไซ้ได้ ภารกิจนี้ต้องมีความสำคัญและเป็นความลับสุดยอดอย่างแน่นอน มิฉะนั้นพวกเขาคงไม่ร้องขอให้จอมยุทธ์ขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับเจ็ดเช่นสวี่หลิงกงลงมือด้วยตนเอง แถมยังพาศิษย์ของเขาไปด้วยอีก
หยางไค่คาดว่าหากฉวี่ฮั่วฉางไม่ถูกกักบริเวณ นางก็คงจะถูกพาตัวไปด้วยเช่นกัน
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาไม่เห็นสวี่หลิงกงหรือศิษย์คนใดของเขา เมื่อตระหนักได้ดังนี้ เขาก็วางใจลง ก่อนหน้านี้หยางไค่รู้สึกประหม่าอยู่บ้าง เพราะคิดว่าสวี่หลิงกงไม่พอใจที่เขาไม่ปรากฏตัวตามเวลาที่กำหนด บางทีชายชราผู้นั้นอาจซุ่มซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง รอโอกาสที่จะฟาดกระบี่ใส่เขาก็เป็นได้
“ท่านลุงอาจารย์ ตอนนี้ศิษย์พี่ฉวี่อยู่ที่ใดหรือขอรับ? ข้าอยากจะพบนาง ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่?” หยางไค่เอ่ยถามอย่างสุภาพ
หยางไค่พบว่าปัญหานี้น่าปวดหัวไม่น้อยเมื่อสวี่หลิงกงและศิษย์ของเขาไม่ได้อยู่ในแดนถ้ำสวรรค์หยินหยาง นอกจากสวี่หลิงกงและศิษย์ของเขาแล้ว เขาก็แทบจะไม่รู้จักใครในแดนถ้ำสวรรค์หยินหยางเลย
ถึงกระนั้น ปัญหาอีกเรื่องที่เขากังวลก็สามารถจัดการในภายหลังได้
เขาคือบุตรเขยแห่งแดนถ้ำสวรรค์หยินหยาง ซึ่งหมายความว่าเขาจะต้องแต่งเข้าสำนัก ทว่าโดยธรรมชาติแล้วเขาจะไม่ยอมรับเรื่องนี้ หากเป็นตัวคนเดียวก็คงไม่เป็นไร แต่เขาคือผู้นำแห่งดินแดนสุญญตาและตำหนักสวรรค์ชั้นสูง เขาพัวพันกับปัญหามากมาย ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะแต่งเข้าแดนถ้ำสวรรค์หยินหยาง
ในทางกลับกัน ฉวี่ฮั่วฉางเป็นศิษย์แกนหลักของแดนถ้ำสวรรค์หยินหยาง ไม่มีทางที่พวกเขาจะปล่อยนางไป
ในตอนแรก หยางไค่วางแผนที่จะหารือกับสวี่หลิงกง เพื่อที่พวกเขาจะได้หาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้
เขามีเจตนาที่จะเสนอค่าชดเชยบางอย่างให้แก่แดนถ้ำสวรรค์หยินหยาง เนื่องจากเขาได้รับรางวัลมหาศาลจากดินแดนมรณะอลวน เพียงแค่หยิบส่วนเล็กๆ ออกมา เขาก็สามารถล่อใจผู้นำของแดนถ้ำสวรรค์หยินหยางให้ปล่อยตัวฉวี่ฮั่วฉางได้
ทว่าเมื่อสวี่หลิงกงไม่อยู่ ก็ไม่มีใครที่เขาจะพูดคุยเรื่องนี้ได้ ถึงกระนั้น เรื่องนี้ก็สามารถชะลอไปก่อนได้
จอมยุทธ์ขอบเขตเปิดสวรรค์มีอายุขัยที่ยืนยาวมาก ดังนั้นเรื่องระหว่างเขากับฉวี่ฮั่วฉางจึงไม่จำเป็นต้องจัดการในทันที
อย่างไรก็ตาม เขาต้องพบกับฉวี่ฮั่วฉางและค้นให้พบว่าในใจนางคิดเช่นไร หากนางเต็มใจที่จะจากไปกับเขา เขาก็ไม่เกี่ยงที่จะจ่ายค่าตอบแทนอย่างงาม แต่หากนางไม่เต็มใจ เขาก็จะไม่บังคับนาง
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เฉินซิ่วกลับแสดงท่าทีลังเล “นับตั้งแต่ศิษย์หลานฉวี่เริ่มเก็บตัวฝึกตน ก็ไม่มีข่าวคราวใดๆ เกี่ยวกับนางอีกเลย ดังนั้นการจะพบนางจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าแน่ใจว่าเจ้าย่อมรู้ดีว่าผู้ฝึกตนนั้นระแวงการรบกวนจากภายนอกมากที่สุดขณะที่เก็บตัว หากเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ พวกเขาอาจถึงขั้นธาตุไฟเข้าแทรก หรือเลวร้ายที่สุดคือสูญเสียชีวิต”
หยางไค่พยักหน้า เขาทราบความจริงข้อนี้ดี ดังนั้นเขาจึงประสานมือคารวะแล้วกล่าว “ได้โปรดบอกข้าเถิดว่านางอยู่ที่ใด ท่านลุงอาจารย์ ข้าจะไม่รบกวนนาง เพียงแต่จะรออยู่ด้านนอกเท่านั้น จะต้องมีวันหนึ่งที่นางก้าวออกมา”
หลังจากขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินซิ่วก็พยักหน้า “ดี ก่อนที่ศิษย์พี่สวี่จะจากไป เขาได้บอกให้ข้าช่วยจัดการเรื่องระหว่างเจ้าสองคน ในเมื่อเจ้ามาถึงที่นี่แล้ว ไม่มีทางที่ข้าจะนิ่งดูดาย ข้าสามารถรวบรวมข้อมูลบางอย่างให้เจ้าได้ แต่เจ้าต้องอย่าร้อนรนจนเกินไป ศิษย์หลานฉวี่บัดนี้เป็นจอมยุทธ์ขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับหกแล้ว เป็นเรื่องปกติที่นางอาจจะใช้เวลาหลายสิบปีในการเก็บตัว ในช่วงเวลานี้ เจ้าก็พักอยู่ที่นี่ไปก่อน หากมีข่าวคราวใดๆ ข้าจะมาหาเจ้าเอง”
“ขอบคุณท่านลุงอาจารย์มากขอรับ” หยางไค่แสดงความขอบคุณ
ทันใดนั้น เฉินซิ่วก็หยิบป้ายอาวุโสที่เอวของเขาขึ้นมาตรวจสอบอย่างเงียบงันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ “เกิดเรื่องขึ้นในสำนัก ข้าต้องขอตัวก่อน”
จากนั้นเขาก็หันไปทางศิษย์ของตน “หว่านเอ๋อร์ เจ้าต้องดูแลศิษย์พี่หยางของเจ้าให้ดี”
สตรีนางนั้นตอบอย่างนอบน้อม “เจ้าค่ะ”
หลังจากนั้น เฉินซิ่วก็ส่งยิ้มขอโทษมาให้หยางไค่ “ศิษย์หลาน โปรดรออยู่ที่นี่สักสองสามวัน หากมีข่าวคราวใดๆ ข้าจะแจ้งให้เจ้าทราบ”
สิ้นคำพูด เขาก็ก้าวออกจากโถงไปอย่างรวดเร็ว
บัดนี้ เหลือเพียงหยางไค่และจอมยุทธ์ขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับหกนามว่าหว่านเอ๋อร์อยู่ในโถงใหญ่เท่านั้น เมื่อครู่นี้ นางเอาแต่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเฉินซิ่ว เมื่อเฉินซิ่วพูดคุยกับหยางไค่ นางก็เขินอายเกินกว่าจะเงยหน้าขึ้นมามอง
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อเหลือเพียงพวกเขาสองคน ใบหน้าของนางแดงก่ำราวกับเลือด ขณะที่มือกำถาดในอ้อมแขนแน่นราวกับพยายามแสวงหาความรู้สึกปลอดภัย
หยางไค่เงยหน้าขึ้นมองนางและบังเอิญสบตากับนางที่ลอบมองเขาอยู่ เมื่อสายตาประสานกัน สตรีนางนั้นก็รีบหลบสายตาอย่างรวดเร็วราวกับสัตว์ตัวน้อยที่ตื่นตกใจ ท่าทางของนางดูราวกับนั่งอยู่บนเข็มหมุด
รอยยิ้มจนใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหยางไค่เมื่อเห็นท่าทีของนาง หากนางไม่ได้เสแสร้ง นางก็คงจะไร้เดียงสาและบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ทว่าหยางไค่มองไม่เห็นร่องรอยของการเสแสร้งใดๆ เขาจึงคาดว่าสตรีนางนี้คงจะขี้อายจริงๆ
“เจ้าคือศิษย์น้องหว่านเอ๋อร์ใช่หรือไม่?” หยางไค่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพราะเกรงว่าหากพูดดังกว่านี้จะทำให้นางตกใจ
ด้วยศีรษะที่ก้มต่ำ สตรีนางนั้นพยักหน้าและตอบด้วยเสียงแผ่วเบา “เถาหลิงหว่าน...”
หยางไค่คาดว่านั่นคือชื่อของนาง ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นและกล่าว “โปรดหาห้องพักให้ข้าด้วย ศิษย์น้อง”
เถาหลิงหว่านดูเหมือนจะอยู่ในอาการเหม่อลอยและไม่ได้ยินที่เขาพูด จนกระทั่งหยางไค่พูดซ้ำอีกครั้ง นางจึงรีบร้อนเดินออกจากโถงไป “ป-โปรดตามข้ามาเจ้าค่ะ ศิษย์พี่”
หลังจากพยักหน้า หยางไค่ก็เดินตามนางไปอย่างสบายๆ โดยรักษาระยะห่างไว้สิบก้าว
กลิ่นหอมจรุงใจที่มาจากสตรีนางนั้นราวกับมือนับไม่ถ้วนที่กำลังหยอกเย้าหัวใจของเขาอย่างนุ่มนวล
ในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงห้องพักห้องหนึ่ง ศีรษะของเถาหลิงหว่านยังคงก้มต่ำขณะที่นางผลักประตูเปิดออกและหลีกทางให้ “ห้องนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ศิษย์พี่?”
หยางไค่ไม่ได้มีความต้องการใดๆ เกี่ยวกับห้องพักที่เขาต้องอยู่ เพราะเขาเพียงแค่รอข่าวจากเฉินซิ่วเท่านั้น เขาจึงพยักหน้า “ขอบคุณมาก ศิษย์น้อง”
เมื่อเข้าไปในห้อง เขาก็พบว่าสถานที่นั้นเล็กและแทบไม่มีของตกแต่งใดๆ เขาจึงปิดประตูและนั่งลง
เขาประหลาดใจกับข้อมูลที่ได้ยินจากเฉินซิ่วในวันนี้ เป็นเวลา 100 ปีแล้วที่สวี่หลิงกงและศิษย์ของเขาจากแดนถ้ำสวรรค์หยินหยางไป เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาได้รับมอบหมายภารกิจประเภทใดกัน
ในทางกลับกัน ฉวี่ฮั่วฉางก็เริ่มเก็บตัวฝึกตนเมื่อหลายปีก่อน นางโกรธเคืองที่หยางไค่ไม่ปรากฏตัวตามเวลานัดหมายหรือไม่? เขารู้สึกหวั่นใจอยู่บ้าง แม้ว่าจะเป็นเพราะเขาติดอยู่ในดินแดนมรณะอลวน แต่นั่นก็เป็นความผิดของเขาเองในท้ายที่สุด
หากไม่ใช่เพราะความอยากรู้อยากเห็นของเขา เขาคงไม่ตามเทพเจ้ายักษ์เข้าไปในดินแดนมรณะอลวน เขาสามารถกลับไปยังดินแดนสวรรค์ชั้นสูงได้เลยหลังจากออกจากแดนสวรรค์หลางหยา ในกรณีนั้น เขาก็จะมีเวลาเหลือเฟือที่จะมุ่งหน้าไปยังแดนถ้ำสวรรค์หยินหยาง
เขาคิดว่าคงจะต้องขอโทษฉวี่ฮั่วฉางอย่างจริงใจเมื่อได้พบกันอีกครั้ง
โชคดีที่ฉวี่ฮั่วฉางไม่ใช่สตรีที่ใจแคบ เขาเชื่อว่านางจะเข้าใจหลังจากที่เขาอธิบายทุกอย่างให้นางฟัง
ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความคิด หยางไค่ก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
หลังจากลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาเปิดประตูและมองออกไป “เหตุใดเจ้ายังอยู่ที่นี่ ศิษย์น้อง?”
เมื่อครู่นี้ เขาสัมผัสได้ว่าเถาหลิงหว่านไม่เคยขยับไปจากหน้าประตูเลย แม้แต่ถาดในอ้อมแขนก็ยังคงกอดไว้แน่น
“มีอะไรจะบอกข้าหรือ?” หยางไค่ถามด้วยความห่วงใย
เถาหลิงหว่านส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่มีเจ้าค่ะ เพียงแต่ท่านอาจารย์สั่งให้ข้าดูแลท่านให้ดี”
หยางไค่หัวเราะออกมา “ไม่จำเป็นหรอก ไปทำเรื่องของเจ้าเถอะ ข้าอยู่คนเดียวได้สบายมาก”
ด้วยศีรษะที่ก้มต่ำ เถาหลิงหว่านกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “เป็นคำสั่งของท่านอาจารย์เจ้าค่ะ”
หยางไค่ไม่รู้จะพูดอะไรดี หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงกล่าว “ศิษย์น้อง เหตุใดเจ้าไม่ไปพักผ่อนก่อนเล่า? หากข้าต้องการอะไร ข้าจะเรียกหาเจ้าเอง”
เถาหลิงหว่านไม่พูดอะไร และไม่ได้ขยับไปไหน
ดูเหมือนว่าหยางไค่จะไม่สามารถหาเหตุผลกับนางได้ เขาไม่รู้ว่าเฉินซิ่วได้บอกอะไรกับนางไว้ หรือเป็นเพียงแค่นิสัยของนางกันแน่
ทว่าเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้นางยืนอยู่หน้าห้องต่อไปได้เช่นกัน นางไม่ใช่สาวใช้ แต่เป็นจอมยุทธ์ขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับหก
หากคนอื่นๆ ในแดนถ้ำสวรรค์หยินหยางมาเห็นว่าเถาหลิงหว่านยืนอยู่หน้าห้องของเขาราวกับพร้อมจะรับใช้ พวกเขาจะต้องตำหนิเขาอย่างแน่นอน
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.