Chapter 74
72 / 1914
10 min read
Chapter 74: Teacher Is So Overbearing!
Published Mar 12, 2026, 04:43 PM
Chapter 74: ครูนี่มันเผด็จการจริงๆ!
“เกิดอะไรขึ้นกับเขากัน?”
“ผมก็ไม่รู้ครับ ทันทีที่เขาเข้ามาในที่พักเขาก็หมดสติไปเลย”
“อืม”
เบลคก้มมองเกรย์ที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขน เมื่อเห็นป้ายระบุตัวตนของเกรย์ ผู้คุมสอบก็รีบพาเกรย์มาหาเบลคทันทีที่เขาหมดสติ
“เอาล่ะ นายไปได้แล้ว”
เบลคกล่าวพลางอุ้มเกรย์มุ่งหน้าไปอีกทางหนึ่ง
ไม่กี่อึดใจต่อมา…
คริสมองดูเกรย์ที่ยังคงหมดสติอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“ออกไป”
เบลคทิ้งร่างของเกรย์ลงบนเตียงก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“ถึงบาดแผลจะสาหัส แต่ก็นับว่ายังไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะเขายังมีชีวิตอยู่”
คริสกล่าวขณะวางมือลงบนร่างของเกรย์ที่หมดสติ
เบลคที่ยืนอยู่หน้าห้องเห็นแสงสีขาววาบขึ้นภายในห้อง เขาหรี่ตาลงมองด้วยความสนใจ
‘ข่าวลือเป็นเรื่องจริงสินะ เขาเป็นผู้ใช้ธาตุแสงจริงๆ ด้วย’
เบลครู้มาโดยตลอดว่าคริสเป็นผู้ใช้สองธาตุคือไฟและลม แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่เขาเพิ่งรับตำแหน่งหัวหน้าผู้สอนของหอสายฟ้า เขาเคยได้ยินข่าวลือในหมู่ระดับสูงของสถาบันว่าคริสเป็นผู้ใช้หลายธาตุ ไม่ใช่แค่มีธาตุไฟและลมเท่านั้น แต่เขายังมีธาตุแสงที่หายากยิ่งอีกด้วย
แม้ข่าวลือนี้จะมีมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
***********
ย้อนกลับไปที่ตรอกมืด
เด็กสาวพยายามยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเก็บกริชของเธอที่เกรย์ดึงออกก่อนจะจากไป บาดแผลที่หลังทำให้เธอเจ็บปวดทรมาน แต่นั่นเป็นปัญหาที่เล็กน้อยที่สุดในตอนนี้ เธอยังคงคิดวนเวียนอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในหัว
‘เขาหลบมันได้ยังไง?’
จากประสบการณ์ของเธอ เธอมั่นใจว่าเป้าหมายไม่มีทางหลบพ้นจากระยะนั้นได้ หลังจากครุ่นคิดอย่างละเอียดเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
‘ฉันหยุดชะงักไป’
ตอนนี้เธอรู้สาเหตุแล้ว เธอตัวแข็งทื่อไปจังหวะที่กริชกำลังจะแทงเข้าที่หน้าอกของเกรย์ แม้จะเสี้ยววินาทีเดียว แต่มันก็เพียงพอให้เกรย์เบี่ยงตัวหลบเพื่อไม่ให้จุดตายถูกเล่นงาน
มันเป็นสิ่งที่บางคนอาจไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ เพราะมันรู้สึกเหมือนเธอหยุดกะทันหันก่อนที่กริชจะปะทะตัว
เธอรีบออกจากที่นั่นด้วยความสับสน
นักเรียนคนเดียวที่ไม่ถูกโจมตีจ้องมองไปยังทิศทางที่เกรย์หนีไป ก่อนจะมองไปยังทิศทางของร่างปริศนาที่ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าและเกือบจะฆ่าเกรย์ที่เพิ่งหนีออกจากตรอกไป นักเรียนที่แขนขาดกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อเห็นแขนของตัวเองตกอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรจากจุดที่เขานั่ง มีเพียงผู้ใช้ธาตุน้ำซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มเท่านั้นที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังคงมีเลือดไหลออกจากมือ
เขามองดูสหายของตนและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่เนื่องจากไม่ใช่เขาที่แขนขาด จึงรีบสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป
“พามันขึ้นมา เราต้องรีบกลับไปรายงานเรื่องนี้กับอาจารย์ พวกไอ้สารเลวจากสถาบันจันทรานั่นลอบโจมตีเรา!”
เขากล่าวพลางกัดฟันแน่น
พวกเขาต่างคิดว่ามันเป็นการลอบโจมตีเพราะไม่ได้เห็นเกรย์ลงมือ แต่พวกเขาก็ยังตกใจที่ไม่ได้เห็นหรือแม้แต่สัมผัสถึงตัวตนของคนที่โจมตีพวกเขา
นักเรียนที่แขนขาดใช้มืออีกข้างหยิบแขนของตัวเองขึ้นมา ยิ่งเขามองดูแขนนั้น ความโกรธ ความเกลียดชัง ความเสียดาย และน้ำตาก็ยิ่งไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตา มันไม่ควรจบแบบนี้ พวกเขาควรจะอัดเกรย์จนน่วมหรือฆ่าเขาให้ตายไปแล้ว แต่ตอนนี้เกรย์กลับหนีไปได้ แม้จะบาดเจ็บแต่เขาก็หนีไปได้ ส่วนพวกเขากลับได้รับบาดเจ็บหลายจุด และเขาก็สาหัสที่สุดด้วยแขนที่ถูกตัดขาดจากร่าง
*************
เมื่อกลับถึงที่พักที่จัดไว้สำหรับสถาบันดารา เหล่านักเรียนรีบวิ่งไปหาอาจารย์และเล่าเรื่องการโจมตีที่เผชิญมาด้วยสภาพบาดแผลที่ได้รับ ทำให้อาจารย์เชื่อสนิทใจ แน่นอนว่าพวกเขาโกหกว่าถูกนักเรียนจากสถาบันจันทราลอบโจมตีระหว่างทางกลับ
เหล่าอาจารย์รู้อยู่เต็มอกว่าเด็กๆ กำลังโกหก แต่พวกเขาก็ไม่สน นี่เป็นโอกาสดีที่จะกำจัดเกรย์ ตามคำบอกเล่าของนักเรียน เกรย์เป็นคนขวางทางและเมื่อพวกเขาพยายามเจรจา นักเรียนคนอื่นก็ลอบโจมตีจากด้านหลัง ซึ่งพวกเขาไม่เห็นคนอื่นนอกจากเกรย์เพียงคนเดียว
เหล่าอาจารย์ไล่นักเรียนออกไปก่อนจะเริ่มประชุมกัน
“พวกเขาต้องส่งตัวไอ้เด็กนั่นมาให้เรา ถ้าไม่อยากจะเปิดสงคราม”
“ช่างโอหังนัก คิดจะกล้าลอบโจมตีนักเรียนของเราในเมืองนี้เลยหรือ นี่มันละเมิดกฎของเมือง เราควรรายงานเรื่องนี้ต่อจักรพรรดิหากพวกมันปฏิเสธที่จะส่งตัวเด็กนั่นและพวกพ้องมาให้เรา”
เหล่าอาจารย์สถาบันดารากำลังวางแผนว่าจะจัดการอย่างไรต่อไป
***********
กลับมาที่สถาบันจันทรา
คริสเดินออกจากห้องและเหลือบมองเบลคที่ดูเหมือนกำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิด
“กำลังคิดอะไรอยู่?”
เบลคสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะมองคริส เขาไม่อาจทนเก็บความสงสัยได้อีกต่อไปจึงเอ่ยถาม
“คุณเองก็เป็นผู้ใช้ธาตุแสงด้วยงั้นเหรอ?”
สีหน้าของคริสไม่เปลี่ยนไปเลยก่อนจะย้อนถามกลับ
“ทำไมต้องถามในเมื่อรู้อยู่แล้วล่ะ?”
คำพูดนี้เป็นการยืนยันสิ่งที่เบลคต้องการเพื่อพิสูจน์ว่าสายตาของเขาไม่ได้ฝาดไป เขาอดไม่ได้ที่จะมองคริสอีกครั้ง เขาเคารพชายผู้มีบุคลิกแปลกประหลาดคนนี้มาโดยตลอด แต่นี่เขากลับได้รู้ว่าคริสไม่ใช่แค่ผู้ใช้สองธาตุ แต่เป็นผู้ใช้หลายธาตุ สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือธาตุสุดท้ายของเขาเป็นหนึ่งในสองธาตุที่หายากยิ่ง นั่นคือธาตุแสง
แม้ผู้ใช้สายฟ้าจะหาได้ยาก แต่เมื่อเทียบกับผู้ใช้ธาตุแสงและธาตุมืดแล้ว สายฟ้าถือว่ามีอยู่ดาษดื่น
ผู้ใช้ธาตุแสงขึ้นชื่อเรื่องความเร็วระดับสูง แต่นั่นไม่ใช่จุดเด่นที่สุดของพวกเขา พวกเขามีทักษะเฉพาะตัวนั่นคือการรักษา ธาตุแสงมีคุณสมบัติพิเศษคือพลังแห่งชีวิต
ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวได้ว่าพวกเขาคือผู้รักษาระดับแนวหน้าจากความสามารถพิเศษนี้ แต่อย่าได้ดูแคลนไปว่าพวกเขาเก่งแค่รักษา ธาตุแสงยังขึ้นชื่อเรื่องพลังโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวอีกด้วย
เช่นเดียวกับธาตุแสง ธาตุมืดก็มีคุณสมบัติพิเศษคือการกัดกร่อน มันสามารถกัดกร่อนได้เกือบทุกอย่าง และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในธาตุที่มีพลังโจมตีที่น่ากลัวที่สุด หรืออาจจะน่ากลัวที่สุดเลยก็ว่าได้
เบลคดึงสติกลับมาหลังจากจมอยู่ในความคิดอีกครั้ง
“เกรย์เป็นยังไงบ้าง?”
“เขาน่าจะโอเคแล้ว แค่นอนพักนิดหน่อยเขาก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนใหม่”
เบลคเห็นสภาพของเกรย์ตอนที่พามาที่นี่ ดังนั้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาจึงอดไม่ได้ที่จะตกใจ เขาคาดว่าเกรย์น่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ในการฟื้นตัว แต่ตอนนี้คริสกลับบอกว่าแค่นอนพักก็กลับมาเป็นปกติ ใครจะไปไม่ตกใจล่ะเมื่อได้ยินอะไรแบบนั้น?
“เก็บเรื่องที่เห็นวันนี้เอาไว้ให้มิดปากด้วยล่ะ”
เบลคพยักหน้า เขาไม่มีแผนจะบอกใครอยู่แล้ว... โอเค บางทีเขาอาจจะบอกเธอ แต่เขาจะไม่บอกคนอื่นเด็ดขาด
“ว่าแต่ เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่?”
คริสถาม เพราะเกรย์บาดเจ็บสาหัสตอนที่เบลคพามา เขาจึงไม่ได้ถามไถ่และลงมือรักษาทันที แต่ตอนนี้ในเมื่อเกรย์ปลอดภัยแล้ว เขาจึงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ผมก็ไม่ทราบครับ ผู้คุมสอบที่ดูแลพื้นที่ตรงนั้นเป็นคนพามา…”
เบลคเล่าสิ่งที่ผู้คุมสอบบอกให้คริสฟัง
“อืม สงสัยเราคงต้องรอให้เกรย์ฟื้นก่อนถึงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ใช่ครับ นั่นเป็นทางเดียว”
เช้าวันถัดมา
เกรย์ลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ เขาไม่คุ้นเคยกับสถานที่นี้จึงตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาเห็นอาจารย์ เขาก็เดาว่าตัวเองน่าจะยังอยู่ในที่พัก
เขาสัมผัสที่หัวไหล่จุดที่ถูกแทงโดยสัญชาตญาณ แต่กลับต้องตกใจเมื่อไม่รู้สึกอะไรเลย
‘ฉันฝันไปเหรอ?’
เขาถามตัวเอง เขาจำได้อย่างชัดเจนว่าถูกคนชุดดำแทงเมื่อวานนี้ หรือว่าเมื่อวานซืนกันนะ เขาไม่แน่ใจเพราะไม่รู้ว่าตัวเองหมดสติไปนานแค่ไหน
แต่บาดแผลกลับหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ใช่แค่แผลนั้น แม้แต่รอยแผลอื่นๆ ก็ไม่มีร่องรอยให้เห็นเลย
‘เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?’
เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้อง ทันทีที่ไปถึงลานกว้างหน้าห้อง เขาก็ประหลาดใจที่เห็นคริสนั่งอยู่
“อาจารย์ครับ”
คริสหันกลับมามองลูกศิษย์ของเขา
“รู้สึกยังไงบ้าง?”
เกรย์สำรวจร่างกายตัวเองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจก่อนจะตอบ
“ดีครับ รู้สึกดีมากจริงๆ”
คริสพยักหน้า
“ดี ดีมาก... ทีนี้บอกฉันซิ เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับเธอ?”
‘งั้นมันก็ไม่ใช่ความฝัน แล้วแผลหายไปได้ยังไงภายในคืนเดียว?’
เกรย์เริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนจากสถาบันดาราให้คริสฟัง คริสหรี่ตาลงและมีประกายเย็นเยียบวูบผ่านดวงตา
“หึ พวกนั้นก็แค่ฝูงแมลงรบกวน ต้องกำจัดทิ้งให้หมด”
คริสกล่าวอย่างเย็นชา เขาเอือมระอากับสิ่งที่สถาบันดาราก่อเต็มทีแล้ว พวกเขายังโชคดีที่เขาไม่ใช่ครูใหญ่ ไม่อย่างนั้นเขาคงทำลายสถาบันพวกนั้นไปนานแล้ว เขาไม่สนหรอกว่าจักรพรรดิจะว่าอย่างไร
คริสพาเกรย์ไปหาอาจารย์คนอื่นๆ เพื่อให้เขาเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟัง
ในขณะที่เกรย์กำลังอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น เหล่าอาจารย์ต่างก็มีใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ทันใดนั้นก็มีเสียงดังลั่นส่งตรงมาถึงห้องประชุม
“นักเรียนที่ชื่อเกรย์อยู่ที่ไหน!”
คนพูดจงใจใช้พลังเสียงเสริมเพื่อให้ทุกคนในที่พักได้ยิน แม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาต่างก็หยุดชะงักด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
“พวกคนจากสถาบันดาราไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ แต่ทำไมต้องมาตะโกนหน้าที่พักของสถาบันจันทราด้วยล่ะ?”
“ไม่รู้สิ แต่น่าจะสนุกนะ”
บทสนทนาต่างๆ ดังขึ้น อาจารย์ที่ตะโกนออกมาแสยะยิ้มอยู่ในใจ นี่คือผลลัพธ์ที่เขาต้องการ
ครูใหญ่ เหล่าอาจารย์ และนักเรียนที่พักอยู่ที่นั่นต่างเดินออกมาและมองไปยังกลุ่มคนที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศหน้าประตู
เกรย์ยืนอยู่ด้านหลังคริสตอนที่พวกเขาเดินออกมา เขาจ้องมองกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยสายตาเย็นชา
เคลาส์และเรย์โนลด์กลับมาจากสวรรค์วารีหยกพอดี เมื่อได้ยินชื่อเกรย์ถูกเอ่ยถึง พวกเขาก็รีบวิ่งออกมาจากห้อง
“พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
หัวหน้าผู้สอนจากหออัคคีถามอย่างเย็นชา
“นักเรียนจากสถาบันของพวกแกโจมตีนักเรียนของเราเมื่อวานนี้ และตอนนี้มีนักเรียนคนหนึ่งใกล้ตาย แถมยังเสียแขนไปหนึ่งข้าง เราต้องการให้พวกแกส่งตัวนักเรียนคนนั้นมาให้เราเพื่อที่จะได้รับโทษอย่างเหมาะสม”
ชายคนนั้นกล่าวอย่างมั่นใจ
เหล่าอาจารย์จากสถาบันจันทราต่างมองเขาเหมือนคนโง่เง่า พวกเขาคิดจริงๆ หรือว่าจะยอมส่งตัวนักเรียนให้? พวกเขาไม่มีแก่ใจจะไปใส่ใจเขาด้วยซ้ำ การเถียงกับคนที่สมองทำงานไม่ปกตินั้นเหนื่อยเกินไป
ฝูงชนเริ่มเข้าใจใจความสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด ดูเหมือนว่านักเรียนจากสถาบันจันทราจะโจมตีนักเรียนสถาบันดาราจนบาดเจ็บสาหัส
“ไปซะ คนจากสถาบันดาราไม่ต้อนรับที่นี่”
โอลิเวอร์กล่าวอย่างใจเย็น เขากำลังพยายามสะกดกลั้นตัวเองไม่ให้ระเบิดพลังใส่กลุ่มคนพวกนั้น
“เรามาที่นี่เพื่อตัวนักเรียนคนนั้นและคำอธิบาย เราไม่กลับจนกว่าจะได้ทั้งสองอย่าง และอีกอย่าง…”
ชายคนนั้นพูดค้างไว้ ทันใดนั้นฉากที่ทำให้ทุกคนต้องตะลึงก็เกิดขึ้น ชายคนที่ยังพูดไม่จบประโยคกลับถูกตบจนร่างกระเด็นปลิวหายไปโดยใครบางคนที่ปรากฏตัวขึ้นข้างกายเขาในพริบตา
กลุ่มคนจากสถาบันดาราที่เหลือมองตามทิศทางที่ชายคนนั้นปลิวไป และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นไปถึงสันหลัง
“ฉันไม่ชอบขี้หน้ามันเท่าไหร่ เมื่อกี้เขาบอกให้ไปก็ควรจะรีบไปซะ”
คริสกล่าวพลางยักไหล่ก่อนจะเดินกลับไปยืนที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
‘ครูนี่มันเผด็จการจริงๆ’
เกรย์มองดูชายตรงหน้าและความเคารพที่เขามีต่ออาจารย์ก็เพิ่มพูนขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.