Chapter 2990
2990 / 5804
11 min read
Chapter 2990 - Was I Mistaken?
Published Apr 11, 2026, 09:45 AM
**บทที่ 2990 - หรือข้าจะจำคนผิด?**
สิ้นเสียงของบุรุษผู้นั้น อีกคนก็โพล่งขึ้นทันควัน “ล้วนเป็นความผิดของยัยเด็กนั่นเองที่บังอาจสังหารนายน้อยแห่งหอวายุเมฆา การรนหาที่ตายด้วยการปลุกโทสะของขุมกำลังระดับนั้น มีหรือที่นางจะรอดชีวิตไปได้ ไม่ช้าก็เร็วนางก็ต้องมอดม้วยอยู่ดี”
คนแรกกล่าวเสริม “แต่ก็นับว่าเด็กสาวคนนั้นใจกล้าไม่เบา ในบรรดาผู้คนนับหมื่นแสน นางกลับเลือกสังหารนายน้อยแห่งหอวายุเมฆา แม้เจ้าสำนักเฒ่าจะมีภรรยาและอนุมากมาย แต่กลับไร้บุตรสืบสกุล กว่าจะได้หยาดหยดโลหิตมาหนึ่งเดียวนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังตามใจจนเสียคน เมื่อแก้วตาดวงใจถูกปลิดชีพ มีหรือที่เขาจะยอมรามือ? หากไม่ใช่เพราะความแค้นฝังลึก ค่าหัวคงไม่สูงลิ่วถึงเพียงนี้”
“จะว่าไปเจ้านายน้อยนั่นก็ใช่ว่าจะเป็นคนดีเด่อะไร มักใช้บารมีบิดาข่มเหงน้ำใจผู้อื่นไปทั่ว ทั้งบุรุษและสตรีล้วนตกเป็นเหยื่ออย่างไร้ขอกฎหมาย แม้ตบะจะง่อยเปลี้ยแต่เบื้องหลังกลับแข็งแกร่งดั่งภูผา ไม่รู้ว่ามีสตรีกี่นางที่ต้องย่อยยับคามือเขา ได้ยินมาว่าที่นางลงมือปลิดชีพเขา ก็เพราะนายน้อยนั่นไปลวนลามนางเข้า”
แววตาของบุรุษร่างกำยำนามสยงเป็นประกายขึ้นมาทันที “เช่นนั้นก็หมายความว่า แม่นางผู้นี้งดงามล่มเมืองเลยงั้นรึ?”
คนแรกหัวเราะร่า “แน่นอนสิ! ลองคิดดู นายน้อยผู้นั้นผ่านสตรีมานับไม่ถ้วน หากไม่ใช่หญิงงามล้ำเลิศมีหรือจะเข้าตาเขา? ข้าจะบอกความจริงให้ ข้าเคยเห็นนางเพียงแวบเดียวจากระยะไกล ข้ากล้ายืนยันด้วยหัวเป็นประกันว่านางงดงามปานเทพธิดาจุติลงมายังโลกหล้า! หากข้าได้ครอบครองสตรีเช่นนั้น ข้าคงหมดสิ้นมานะที่จะบำเพ็ญเพียรไปชั่วชีวิต แล้วไอ้คุณชายหื่นกามนั่นจะอดใจไหวได้อย่างไรเมื่อได้ยลโฉม? เพียงแต่ว่า...”
“เพียงแต่ว่าอะไร?”
“เพียงแต่ตบะของนางก็เหนือล้ำจนน่าใจหาย ข้าเองยังไม่แน่ใจว่าจะกำราบได้หรือไม่ จึงได้แต่ปล่อยโอกาสนั้นหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย”
“ข้าเองก็ชอบสตรีโฉมงามเหมือนกัน” บุรุษนามสยงคว้าขวดสุราบนโต๊ะขึ้นมากระดกอึกใหญ่ หยาดสุราไหลรินตามมุมปากเสริมส่งให้เขาดูดุดันและโอหัง แววตาที่สาดประกายความชั่วร้ายวูบหนึ่ง “ข้าอยากเห็นนักว่านางจะงามเพียงใด เป็นแค่จักรพรรดิขั้นที่หนึ่ง หากข้าได้เจอนาง อย่าหวังเลยว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือข้าไปได้!”
“หากพี่สยงลงมือด้วยตัวเอง นางก็เปรียบเสมือนลูกไก่ในกำมือ” หนหนึ่งในกลุ่มนั้นกล่าวประจบสอพลอ
สยงหัวเราะอย่างอหังการ “ทันทีที่ข้าจองจำนางได้ ข้าจะเชยชมให้หนำใจก่อนจะส่งตัวให้นักวายุเมฆาไปรับรางวัล”
“เยี่ยม! หากพี่สยงทำสำเร็จ โปรดให้ข้าได้มีส่วนร่วมในความรื่นรมย์นั้นด้วยเถิด”
เขาส่งเสียงหัวเราะในลำคอ “น้องชาย เจ้ามีรสนิยมประหลาดนัก อยากกินของเหลือจากข้าเชียวรึ?”
“ก็แค่เรื่องสนุกขำๆ ข้าไม่ได้จะตบแต่งนางเป็นภรรยาเสียหน่อย จะถือสาไปทำไม?”
“ก็ได้ ตามนั้น แต่ข้าไม่รู้ว่าข่าวที่ได้มาจะแม่นยำแค่ไหน ยัยเด็กนั่นจะผ่านมาทางนี้จริงหรือ?”
“ข่าวนี้ได้รับการยืนยันแล้ว แม่นางคนนี้ใจกล้าบ้าบิ่นยิ่งนัก แม้จะล่วงเกินหอวายุเมฆา แต่นางกลับไม่คิดจะเร้นกาย กลับสังหารผู้คนเปิดทางมุ่งหน้าตรงไปยังหอวายุเมฆาเสียอย่างนั้น ดูเหมือนว่าจะมีคนสังเวยชีวิตภายใต้เงื้อมมือนางไปไม่น้อยแล้ว และในเมื่อนางจะไปที่นั่น อย่างไรเสียก็ต้องผ่านเมืองดาราจำรัสแห่งนี้ พวกเราแค่รออยู่ที่นี่ก็พอ พวกเจ้าไม่สังเกตหรือว่าในเมืองตอนนี้เต็มไปด้วยยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิ? ทั้งหมดล้วนมาเพื่อรอขย้ำนางทั้งสิ้น”
“เหอะ คิดจะมาแย่งเหยื่อของข้า? ด้วยฝีมืออันกระจ้อยร่อยของพวกมันน่ะรึ? ช่างโอหังนัก! หากพวกมันกล้าขวางทาง ข้าจะแสดงให้เห็นเองว่าความเมตตาไม่มีจริงในพจนานุกรมของข้า!”
“คำพูดของพี่สยงช่างเฉียบคมนัก! ไอ้พวกสวะพวกนั้นจะมาเปรียบกับท่านได้อย่างไร?”
ขณะที่คนเหล่านั้นกำลังสนทนาอย่างออกรส สยงพลันเงยหน้าขึ้นและปรายตามายังทิศทางที่หยางไค่นั่งอยู่
ในวินาทีนั้น หยางไค่กำลังละเลียดรสชาติของ ‘สุรากระบี่’ ระดับกลางที่เด็กรับใช้นำมาเสิร์ฟ ทว่าคิ้วของเขาพลันขมวดมุ่นหลังจากจิบไปเพียงคำเดียว รสชาติของมันช่างแตกต่างจากที่เขาเคยลิ้มลองมาก่อนหน้านี้นัก
*[คุณภาพคนละเรื่องกันเลย!]* แม้ในสุราจะเจือกระแสเจตจำนงกระบี่อยู่บ้าง แต่มันช่างเจือจางยิ่งนัก หยางไค่สามารถสลายเจตจำนงที่พุ่งเข้าสู่ร่างกายและเส้นชีพจรได้อย่างง่ายดายจนแทบไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
*[ดูเหมือนสุรากระบี่ที่จูชิงเคยให้ข้าก่อนหน้านี้จะเป็นของระดับสูงสินะ]* เขาถือจอกสุราไว้ในมือพลางขมวดคิ้ว ความรู้สึกว่างเปล่าบางอย่างผุดขึ้นในใจอย่างกะทันหัน
ทันใดนั้นเอง ขวดสุราที่เปิดทิ้งไว้บนโต๊ะก็ถูกแรงดึงดูดมหาศาลกระชากออกไป สยงหัวเราะเสียงดังสนั่นพลางกล่าวกับหยางไค่ “เจ้าหนู สุรากระบี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะลิ้มลองได้ ข้าจะยอมฝืนใจช่วยเจ้าดื่มให้หมดเอง ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก”
สุราบนโต๊ะของเขาหมดเกลี้ยงไปนานแล้ว เขาจึงใช้วิธีหน้าด้านแย่งชิงของหยางไค่ไปเสียดื้อๆ พูดพลางยกขวดสุราขึ้นกรอกเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม พลังปราณจักรพรรดิในร่างสั่นไหวเล็กน้อยจากการกระตุ้นของเจตจำนงกระบี่
หยางไค่ใบหน้ามืดครึ้มลงทันที บุรุษร่างยักษ์นามสยงผู้นี้เย้ยหยันเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนแรกหยางไค่คร้านจะถือสาหาความ แต่ตอนนี้ชายผู้นี้กลับกล้าแย่งชิงสุราไปต่อหน้าต่อตา แม้หยางไค่จะไม่แยแสสุรากระบี่ระดับกลางขวดนี้ และไม่ได้คิดจะดื่มให้หมด แต่การถูกแย่งชิงไปเช่นนี้มันเป็นคนละเรื่องกัน
“สุราชั้นเลิศ!” สยงกระดกจนหยดสุดท้าย พลังชีวิตในกายพลุ่งพล่านด้วยเจตจำนงกระบี่จนใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ เขามือปาดปากพลางตะโกนก้องอย่างสำราญใจ ขณะที่อีกสองคนบนโต๊ะต่างมองหยางไค่ด้วยสายตาเหยียดหยามและเยาะเย้ย
หยางไค่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “โบราณว่าไว้ คนดีมักถูกข่มเหง ตอนแรกข้าไม่คิดจะลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับพวกเจ้า แต่พวกสวะอย่างพวกเจ้ากลับรนหาที่ตายเอง เช่นนั้นก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน”
เมื่อสยงได้ยินดังนั้น เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น “เจ้าพูดว่าอะไรนะไอ้หนู? ข้าได้ยินไม่ค่อยถัด ไหนลองพ่นออกมาใหม่อีกทีซิ หืม?”
เขาจงใจเอียงหูเข้าไปใกล้หยางไค่ ทำทีประหนึ่งว่าอยากจะฟังให้ชัดๆ
หยางไค่ถอนหายใจแผ่วเบา “คนบางคนก็เป็นได้แค่กบในกะลา มองเห็นท้องฟ้ากว้างเพียงแค่ปากหลุม แต่กลับสำคัญตนผิดว่ายิ่งใหญ่คับฟ้า”
ใบหน้าของสยงพลันแปรเปลี่ยนเป็นถมึงทึง เขาลุกพรวดขึ้นพร้อมแผดคำราม “ไอ้เด็กเมื่อวานซืน เจ้าว่าใครเป็นกบในกะลากันแน่?!”
อีกสองคนที่นั่งร่วมโต๊ะลุกขึ้นยืนตาม พลางโคจรพลังปราณจักรพรรดิจนอากาศรอบข้างสั่นสะเทือน หนึ่งในนั้นแค่นเสียง “อย่ามาพ่นวาจาส่งเดช ที่นี่ไม่ใช่บ้านนอกคอกนาของเจ้า การขายหน้าเพราะพูดผิดน่ะเรื่องเล็ก แต่หากต้องสังเวยชีวิตเพราะปากพล่อยๆ มันจะไม่คุ้มเสีย!”
“คนที่จะต้องสังเวยชีวิตคือพวกเจ้าต่างหาก!” หยางไค่ขยับมือหมายจะมอบบทเรียนที่ฝังลึกถึงกระดูกให้แก่คนทั้งสาม
ทว่าในจังหวะนั้นเอง พลันเกิดเหตุวิปริตขึ้น เสียงกัมปนาทดังสนั่นมาจากที่ห่างไกล ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนปานขาดใจดังระงมไปทั่วชั้นฟ้า กลิ่นอายของการต่อสู้คละคลุ้ง พลังปราณจักรพรรดิแผ่ซ่านจนกฎเกณฑ์ธรรมชาติปั่นป่วน วินาทีต่อมา ร่างเงาสีชมพูสายหนึ่งพุ่งทะยานผ่านเหนือศีรษะไปอย่างรวดเร็ว
หยางไค่ซึ่งนั่งอยู่ริมหน้าต่างพลันได้กลิ่นหอมจรุงใจบางเบาพัดผ่านโสตประสาท เขาเหลือบเห็นแผ่นหลังอันบอบบาง เส้นผมยาวสลวยปลิวไสวตามแรงลมและอาภรณ์สีชมพูที่พริ้วไหวเพียงแวบเดียว ก่อนที่นางจะอันตรธานหายไปในพริบตา ทันใดนั้น แสงสีหลายสายก็พุ่งตามไปติดๆ
“นังตัวแสบ! กล้าหนีรึ?”
“บังอาจปรากฏตัวในเมืองดาราจำรัส ครั้งนี้เจ้าไม่มีวันรอด!”
“เร็วเข้า! อย่าให้นางหนีไปได้อีก รางวัลนำจับคือผลึกแหล่งกำเนิดระดับสูงยี่สิบล้านชิ้นเชียวนะ!”
ความวุ่นวายโกลาหลดำรงอยู่ครู่หนึ่ง ผู้คนนับร้อยพุ่งทะยานไล่ล่าเด็กสาวผู้นั้น มีทั้งขอบเขตจักรพรรดิและส่วนใหญ่เป็นขอบเขตต้นกำเนิดเต๋าที่หวังจะตามไปดูความสนุก
ขณะเดียวกัน หยางไค่กลับแข็งค้างอยู่กับที่ด้วยความตกตะลึง สมองของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะขณะจ้องมองไปยังทิศทางที่ร่างนั้นหายลับตาไป ก่อนจะขยี้ตาตัวเองอย่างแรง
“ยัยเด็กนั่นเอง!” เสียงตะโกนกึกก้องมาจากด้านหลัง
“ไปกันเถอะ!” อีกคนกระโดดออกทางหน้าต่างอย่างเร่งรีบ
ทันทีที่สยงได้ยินเช่นนั้น เขาก็หมดความสนใจในตัวหยางไค่ทันที เขาถลึงตาใส่ครั้งหนึ่งก่อนจะกระทืบเท้าจนหลังคาร้านทะลุ พุ่งตัวออกไปล่าเด็กสาวผู้นั้นอย่างไม่คิดชีวิต
โรงเตี๊ยมพลันตกอยู่ในสภาพพังพินาศ เด็กรับใช้วิ่งหน้าตื่นออกมาดูที่เกิดเหตุ ภาพที่เห็นทำให้เขาแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาแต่ไร้เสียงสะอื้น
ในทางกลับกัน หยางไค่เริ่มดึงสติกลับมาได้ เขาซัดผลึกแหล่งกำเนิดลงบนโต๊ะก่อนจะหายวับไปราวกับภูตผาย เมื่อเขาปรากฏกายอีกครั้ง เขาก็ออกมาอยู่นอกตัวเมืองเสียแล้ว
กลุ่มคนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลออกมาจากเมือง โดยไม่มีใครสนใจการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเขา สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังร่างงามที่กำลังหลบหนีอยู่เบื้องหน้า ทุกคนต่างไล่ล่าด้วยความฮึกเหิม เพราะสำหรับพวกเขา เด็กสาวคนนั้นมีค่าเท่ากับผลึกแหล่งกำเนิดระดับสูงนับสิบล้านชิ้น
หยางไค่เข้าร่วมขบวนการไล่ล่าโดยไม่ปริปากพูด สิ่งที่เขาทำไม่ได้สะดุดตาผู้ใดนัก แต่ต่างจากผู้อื่น ในใจของเขามีเพียงคำถามเดียวที่วนเวียนอยู่ *[ข้าตาฝาดไปงั้นหรือ? ข้าจำคนผิดไปใช่หรือไม่?]*
ความเร็วของหญิงสาวที่พุ่งผ่านเขานั้นรวดเร็วเกินไป อีกทั้งสมาธิของเขายังจดจ่ออยู่กับพวกสวะบนโต๊ะข้างๆ ทำให้เขาไม่ทันได้ยลโฉมนางอย่างชัดเจน เห็นเพียงภาพลางๆ จากหางตาเท่านั้น
ทว่าเพียงแค่นั้นกลับสั่นคลอนลึกถึงก้นบึ้งของหัวใจ เพราะนางช่างดูคุ้นตาอย่างประหลาด นางคือสตรีที่เขาไม่ได้พบเจอมาเนิ่นนานหลายปี หากเขาจำไม่ผิด เรื่องนี้ก็ช่างประจวบเหมาะจนน่าเหลือเชื่อ เขาจึงตัดสินใจแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มชนเพื่อเฝ้าสังเกตสถานการณ์อย่างถถี่ถ้วนก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป เพราะหากจำคนผิดมันคงจะน่าอับอายน่าดู อีกทั้งสถานการณ์ของนางตอนนี้ก็ย่ำแย่นัก หากสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปช่วย เขาอาจถูกตราหน้าว่าเป็นสมรู้ร่วมคิดไปด้วย
ด้านนอกเมืองดาราจำรัส เด็กสาวหลบหนีด้วยความเร็วที่ผิดมนุษย์มนา นางเปรียบเสมือนสายฟ้าสีชมพูที่กรีดผ่านแผ่นฟ้า ขณะที่เหล่ายอดฝีมือด้านหลังยังคงไล่ล่าอย่างไม่ลดละ
เพียงไม่นาน ความแตกต่างของระดับตบะก็ปรากฏให้เห็น ผู้ล่าในขอบเขตต้นกำเนิดเต๋าเริ่มถูกทิ้งห่าง มีเพียงยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิเท่านั้นที่พอจะรักษาระยะห่างไว้ได้
ไม่นานนักก็เหลือผู้ล่าเพียงสิบกว่าคน และส่วนใหญ่เป็นจักรพรรดิขั้นที่หนึ่ง ถึงกระนั้น ขุมกำลังระดับนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมองข้ามได้ โดยเฉพาะสำหรับเด็กสาวที่โดดเดี่ยวเพียงลำพัง
แม้จะอยู่ห่างไกล แต่หยางไค่ก็สัมผัสได้ว่านางเป็นเพียงจักรพรรดิขั้นที่หนึ่ง และด้วยระดับตบะนี้เองที่ทำให้เขายังลังเลว่าตนตาฝาดไปหรือไม่ เพราะตัวเขาเองก็เพิ่งบรรลุระดับจักรพรรดิขั้นที่หนึ่งเช่นกัน *[หากเป็นนางจริงๆ เป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะบรรลุระดับนี้ได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้]*
จักรพรรดิขั้นที่หนึ่งแทบไม่มีโอกาสชนะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับเดียวกันจำนวนมากขนาดนี้ ทว่าหยางไค่กลับสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ
เด็กสาวที่กำลังหนีอยู่เบื้องหน้าดูไม่มีทีท่าว่าจะลนลานแม้แต่น้อย กลิ่นอายของนางลึกล้ำและสงบนิ่ง แสดงให้เห็นชัดเจนว่านางยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดของตน ดูเหมือนว่านางกำลัง ‘ล่อ’ ผู้ล่าเหล่านั้นเสียมากกว่า เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา หยางไค่ก็หลุดขำออกมาเบาๆ พลางปัดความกังวลทิ้งไป
พวกเขาไล่ล่ากันจนห่างจากเมืองดาราจำรัสมาไกลโข ราวห้าพันกิโลเมตร ทันใดนั้น เด็กสาวที่หนีมาตลอดทางกลับหยุดชะงักลงกลางทุ่งกว้างอันอ้างว้าง นางยืนนิ่งสงบ หันหลังอันงดงามให้แก่เหล่าผู้ไล่ล่า สายลมพัดพานพาให้เส้นผมยาวสลวยไหวเอนไปตามลม เป็นภาพที่งดงามจนยากจะละสายตา
ส่งผลให้ยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิกว่าสิบคนต้องหยุดชะงักลงเช่นกัน ในจุดนี้เอง พวกเขาเริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ เด็กสาวดูเหมือนไม่ได้กำลังหลบหนี แต่กลับจงใจนำพาพวกเขามายัง ‘กับดัก’ เมื่อความคิดนั้นแล่นเข้าสู่สมอง พวกเขาจึงรีบตรวจสอบพื้นที่โดยรอบทันที ด้วยเกรงว่าจะมีค่ายกลเร้นลับหรือยอดฝีมือที่ซุ่มรอจังหวะเผด็จศึกรออยู่...
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.