Chapter 147
148 / 1162
9 min read
Chapter 147: Might Over Magic [Part 1]
Published Mar 10, 2026, 03:55 PM
บทที่ 147: พละกำลังเหนือมนตรา [ตอนที่ 1]
เอ็ดเวิร์ดกวาดสายตาประเมินหญิงสาวผู้งดงามตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาพึงพอใจในความงามของพริสซิลลา รวมถึงแววตาที่เย็นชาและไร้ซึ่งความหวาดหวั่นที่เธอกำลังจ้องมองมายังเขาเป็นอย่างมาก
มันทำให้เขาปรารถนาที่จะเอาชนะเธอ เพื่อที่จะได้ครอบครองเธอในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา ด้วยเหตุผลบางอย่าง แววตาของเธอกระตุ้นความต้องการในใจเขาที่อยากจะทำลายความหยิ่งผยองนั้นลง จนกว่าเธอจะยอมคุกเข่าต่อหน้าเขาด้วยความเต็มใจ และประกาศความจงรักภักดีต่ออุดมการณ์ของเขาไปจนวันตาย
จากนั้นเขาก็กระชับคทาในมือแน่น และเริ่มรวบรวมพลังเวทมนตร์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
“ทั้งคู่พร้อมหรือยัง?” ไลลาเอ่ยถาม
พริสซิลลาและเอ็ดเวิร์ดพยักหน้าพร้อมกัน
“ดีมาก” ไลลาพยักหน้า “เริ่มการประลองได้!”
ทันใดนั้น เอ็ดเวิร์ดก็ปลดปล่อยพายุคมมีดวายุพุ่งเข้าใส่พริสซิลลาอย่างรุ่งแรงโดยไร้ซึ่งความปรานี
นักธนูสาวเพียงแค่ย่อตัวลงต่ำแล้วพุ่งตัวไปทางซ้ายเพื่อหลบหลีกการโจมตีที่โหมกระหน่ำ เอ็ดเวิร์ดยิ้มเยาะเพราะเขาคาดการณ์การเคลื่อนไหวนี้ของเธอไว้แล้ว เขาจึงเปิดใช้งานเวทมนตร์ที่เตรียมการไว้ก่อนหน้านี้ทันที
หนามปฐพีพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินในทิศทางที่พริสซิลลาตั้งใจจะใช้หลบหนี
“พรสวรรค์สองธาตุ งั้นเหรอ ไม่เลวเลย” เกรนท์พึมพำขณะเฝ้าดูการต่อสู้ “อย่างน้อยเขาก็มีความสามารถพอที่จะรองรับความหยิ่งยโสของตัวเองได้”
แม้แต่ไลลาที่เกลียดทัศนคติโอหังของเอ็ดเวิร์ด ก็ยังต้องยอมรับว่าเขาเป็นจอมเวทที่มีพรสวรรค์สูงมาก
“ดินกับลมงั้นเหรอ? ช่างเป็นส่วนผสมที่แปลกประหลาดจริงๆ” แอนดี้ออกความเห็นขณะมองดูหญิงสาวผมดำที่ดูเหมือนจะตกเป็นรอง “ถึงอย่างนั้น มันก็ยังห่างไกลจากการจะเอาชนะเธอได้อยู่ดี”
สิ้นคำพูดของแอนดี้ พริสซิลลาก็ทะยานตัวขึ้นจากพื้นและกระโดดสูงขึ้นไปในอากาศ จากนั้นเธอก็ยิงธนูสามดอกติดต่อกันพุ่งเป็นเส้นโค้งที่งดงามเข้าใส่เด็กหนุ่มรูปงามที่ยังคงมีรอยยิ้มมั่นใจประดับอยู่บนใบหน้า
เอ็ดเวิร์ดโบกมือวาดผ่านอากาศ สร้างม่านพลังลมขึ้นมารอบตัว เขาคิดว่าเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะสกัดกั้นความพยายามในการโต้กลับที่ไร้ผลของพริสซิลลา
ทว่าในวินาทีที่ลูกธนูสัมผัสกับม่านพลัง พวกมันกลับระเบิดออกเป็นแสงสว่างจ้าที่ทำให้ดวงตาของเอ็ดเวิร์ดมืดบอดไปชั่วขณะ ส่งผลให้เขาสูญเสียสมาธิในการควบคุมเวทมนตร์
“ท่านี้มัน...” สเปนเซอร์สะดุ้ง เขาจะลืมท่าที่พริสซิลลาเคยใช้จัดการเขาในการต่อสู้ที่โคลีเซียมได้อย่างไร
สายธนูของพริสซิลลาเรืองแสงขึ้นอีกครั้ง ขณะที่เธอปล่อยลูกธนูอีกดอกออกไปทันทีที่เท้าแตะพื้น
เอ็ดเวิร์ดรู้ตัวว่าตนเองเสียเปรียบ เขาจึงรีบใช้คทากระแทกพื้นด้านล่างทันที โดมปฐพีผุดขึ้นมาโอบล้อมรอบตัวเขาไว้ มันเป็นเวทมนตร์ป้องกันที่ทรงพลังซึ่งสามารถต้านทานการโจมตีส่วนใหญ่ได้ ตราบใดที่พลังโจมตีนั้นไม่เหนือกว่าพลังเวทของผู้ร่าย
ลูกธนูของพริสซิลลาพุ่งปะทะกับโดมปฐพีและระเบิดออก ลูกธนูที่หญิงสาวผมดำใช้เป็นธนูระเบิดที่จะทำงานทันทีเมื่อได้รับแรงกระแทก รูโหว่ขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลปรากฏขึ้นบนโดมที่ปกป้องเอ็ดเวิร์ด
ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้ร่ายเวทป้องกันซ้ำ เสียงลมหวีดหวิวก็ดังเข้ามากระทบหูของเขา นั่นคือเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยิน ก่อนที่ลูกธนูจะปักเข้าที่หน้าผากและทะลุออกไปทางด้านหลังศีรษะ
เอ็ดเวิร์ดล้มลงกับพื้น สิ้นชีพ และสลายกลายเป็นละอองแสง โดมปฐพีหายวับไปพร้อมกับเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากเหล่านักเรียนคลาสศิลปะการต่อสู้ที่ตะโกนเชียร์รองพรีเฟ็คของพวกเขาอย่างสุดเสียง
“พริสซิลลาจงเจริญ!”
“รองพรีเฟ็คของเราจงเจริญ!”
เอ็ดเวิร์ดปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ฝั่งของแผนกเวทมนตร์ด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเขาไม่อาจยอมรับได้ว่าตนเองพ่ายแพ้ให้กับยัยเด็กจากแผนกศิลปะการต่อสู้อย่างง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไร
“ทำได้ดีมาก” วิลเลียมกล่าวพร้อมกับชูนิ้วโป้งให้พริสซิลลา
พริสซิลลาเพียงแค่พยักหน้าก่อนจะกลับไปยืนในตำแหน่งของเธอที่ด้านหลังเด็กหนุ่มผมแดง
นักเรียนคลาสศิลปะการต่อต่างพากันมองดู “เจ้าหญิงนักรบ” ของพวกเขาด้วยความชื่นชมและเคารพ พวกเขารู้ว่าพริสซิลลานั้นเก่งกาจ แต่ไม่นึกเลยว่าเธอจะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้!
เอสมองดูเอ็ดเวิร์ดด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวหน้าพรีเฟ็คของแผนกเวทมนตร์เคยอยากให้เอ็ดเวิร์ดถูกกำราบลงบ้างเพื่อลดความหยิ่งผยองลง ทว่าเมื่อมันเกิดขึ้นจริง สิ่งเดียวที่เอสรู้สึกกลับเป็นความขมขื่น
เขาต้องยอมรับว่าเอ็ดเวิร์ดคือตัวแทนของแผนกเวทมนตร์ ความพ่ายแพ้ของเขาจึงเป็นความพ่ายแพ้ของแผนกเวทมนตร์โดยรวม
“นายน้อย ให้ข้าสู้รอบต่อไปเถอะครับ” เอียนก้าวออกมาข้างหน้า “ข้าจะเอาชนะรอบนี้ให้ได้แน่นอน”
“เจ้าจะท้าสู้กับใคร?” เอสถามโดยไม่หันกลับมามองผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ ทันทีที่เอียนพูดขึ้น เขาก็รู้แล้วว่าเอียนอยากจะสู้กับใครในคลาสศิลปะการต่อสู้
“ข้าจะสู้กับวิลเลียม” เอียนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “เชื่อมั่นในตัวข้าเถอะนายน้อย ข้าสามารถเอาชนะเขาได้”
“เจ้าแน่ใจอย่างนั้นเหรอ?” คราวนี้เอสหันไปสบตาเอียน “เจ้ามั่นใจแค่ไหนว่าจะชนะเขาได้?”
สายตาที่จริงจังของเอสทำให้เอียนก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว “เพื่อนคู่กัด” ของวิลเลียมอยากจะบอกว่าเขามั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะชนะวิลเลียมได้ แต่เขาก็รู้ดีว่าความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น
ความแข็งแกร่งของวิลเลียมอยู่ที่ความคาดเดาไม่ได้ แม้แต่เอียนยังต้องยอมรับว่าแม้เขาจะใช้พลังทั้งหมดที่มี เขาก็ไม่อาจทำในสิ่งที่วิลเลียมเคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต เอียนไม่มีทางเอาชนะเจ้าป่าที่ถูกจัดอยู่ในระดับภัยคุกคามแรงก์ B ขั้นกลางเป็นอย่างน้อยได้อย่างแน่นอน
“ขะ...ข้าจะพยายามให้ดีที่สุดครับ” เอียนกัดฟันตอบ
เอสส่ายหน้าและหันไปทางนักเรียนแผนกเวทมนตร์ “ตอนนี้ถึงตาเราที่จะเป็นฝ่ายท้าประลองบ้างแล้ว ใครในหมู่พวกเจ้าที่อยากจะสู้?”
“ข้าจะสู้เองค่ะ” เด็กสาวผมบลอนด์ยาวถึงเอวก้าวออกมาข้างหน้า
เธอเป็นหนึ่งในหญิงสาวที่งดงามที่สุดในหมู่เด็กปีหนึ่งของแผนกเวทมนตร์ หากพริสซิลลาถูกเรียกว่า “เจ้าหญิงนักรบ” ในคลาสศิลปะการต่อสู้ เด็กสาวผมบลอนด์ผู้เลอโฉมคนนี้ก็มีฉายาในแผนกเวทมนตร์เช่นกัน
เธอคือ “เจ้าหญิงเหล็กไหล” ผู้ถูกกล่าวขานว่าไร้พ่ายและมั่นคงดั่งปราการ
“ข้าจะคว้าชัยชนะมาให้แผนกของเราเองค่ะ” เด็กสาวผู้เลอโฉมกล่าว
เอสพยักหน้า “พยายามเข้านะ เวนดี้”
“ไม่ต้องห่วงค่ะหัวหน้าพรีเฟ็ค ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” เวนดี้ประกาศกร้าว แต่ทุกคนสังเกตเห็นได้ว่าแก้มของเธอแดงระเรื่อราวกกับหัวบีทในขณะที่คุยกับเอส
เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็นสีหน้าของเธอ เธอจึงรีบเดินตรงไปยังกึ่งกลางโคลีเซียมพร้อมกับปรับลมหายใจให้คงที่
เมื่อมาถึงจุดหมาย เธอก็กลับมาสงบนิ่งได้อีกครั้ง สายตาของเธอจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มรูปงามในคลาสศิลปะการต่อสู้ที่กำลังจ้องกลับมาที่เธอเช่นกัน
“พี่ชาย ออกมาเถอะ” เวนดี้กล่าวพร้อมกับเรียกหอกออกมาในมือ “แสดงให้ข้าดูหน่อยว่าท่านพัฒนาขึ้นแค่ไหนหลังจากที่หนีออกจากบ้านไป”
“ดูเหมือนว่าจะถึงตาข้าสู้แล้วสิ” วิลเลียมเชิดคางขึ้นอย่างโอหังขณะก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อเตรียมจะสู้กับสาวงามที่รออยู่กลางโคลีเซียม
ทว่าเขาเพิ่งจะก้าวไปได้เพียงห้าก้าว มือข้างหนึ่งก็คว้าคอเสื้อด้านหลังของเขาไว้แล้วกระชากกลับมา
“นั่นน้องสาวข้า” สเปนเซอร์เอ่ยขึ้น “ข้าเป็นพี่ชายฝาแฝดของเธอ และเธอกำลังเรียกข้า ไม่ใช่ท่าน หัวหน้าพรีเฟ็ค”
“อะไรนะ? เจ้าเป็นพี่ชายของหญิงสาวสวยคนนั้นงั้นเหรอ?” วิลเลียมกวาดสายตามองสเปนเซอร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า “พวกเจ้าหน้าตาไม่เห็นจะเหมือนกันเลย”
นักเรียนคลาสศิลปะการต่อสู้อีกหลายคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของวิลเลียม แม้ว่าสเปนเซอร์จะดูเท่ไม่เบา แต่ความงามของเด็กสาวคนนั้นอยู่เหนือกว่าเขาอย่างน้อยสองระดับเลยทีเดียว
“ข้าได้ยินคำนี้มาตลอดชีวิตแล้วล่ะ” สเปนเซอร์ถอนหายใจก่อนจะก้าวออกไป “หัวหน้าพรีเฟ็ค ข้าขออภัยล่วงหน้าด้วย”
“อืม” วิลเลียมพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ไม่ต้องห่วง ทำในสิ่งที่เจ้าต้องทำเถอะ”
“ขอบคุณครับ”
“แล้วอย่าลืมแนะนำน้องสาวเจ้าให้ข้ารู้จักด้วยนะ”
“...ไม่ครับ”
สเปนเซอร์จ้องมองใบหน้าของฝาแฝดที่เขาไม่ได้เจอหน้ามานานครึ่งปี มันนานขนาดนั้นแล้วตั้งแต่เขาหนีออกจากบ้านเพราะทนรับการดูถูกเหยียดหยามจากญาติพี่น้องไม่ได้ ในเมื่อเขาไม่สามารถสู้กับคนเหล่านั้นได้เพราะตำแหน่งของพ่อ เขาจึงเลือกที่จะหนีออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองฝ่ายต้องเผชิญหน้ากัน
“เจ้าสบายดีไหม เวนดี้?” สเปนเซอร์ถาม
“ไม่ค่ะ” เวนดี้ตอบ “ท่านไม่ควรหนีออกมาเลยพี่ชาย มันยิ่งทำให้ท่านลุงกับท่านป้าได้ใจและหยิ่งผยองมากขึ้นไปอีก”
“ปล่อยให้พวกเขาหยิ่งยโสไปเถอะ” สเปนเซอร์หลับตาลงราวกับจะผลักความคิดลบๆ ไปไว้ที่ส่วนลึกของจิตใจ “นั่นคือสิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ พวกเขาไม่กล้าทำให้เรื่องมันบานปลายหรอก ไม่อย่างนั้นพวกเขาเองนั่นแหละที่จะรับมือกับผลลัพธ์ที่จะตามมาไม่ไหว”
“ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังทำให้ข้าหงุดหงิดอยู่ดี!” เวนดี้ขบฟันด้วยความโกรธ มือที่กำหอกอยู่สั่นเทาด้วยความแค้นที่สุมอยู่ในใจ
“ในเมื่อเจ้าเรียกข้าออกมาแล้ว ก็มาสู้กันเถอะ” สเปนเซอร์ลืมตาขึ้นและเรียกหอกของเขาออกมาเช่นกัน “เข้ามา แสดงให้ข้าเห็นสิว่าเจ้าแข็งแกร่งขึ้นบ้างไหมตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เราเจอกัน”
ดวงตาสีน้ำเงินของเวนดี้เปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆ ขณะที่เธอหมุนเวียนพลังเวทมนตร์ภายในร่างกาย คมหอกของเธอขยายขนาดขึ้น แทนที่จะเป็นหอก เวนดี้ดูเหมือนกำลังถือมีดสั้นโค้งขนาดมหึมาไว้ในมือ
“พี่ชาย ข้าจะสู้แบบจริงจัง ท่านเองก็อย่าออมมือล่ะ”
“เลิกพูดมาก แล้วมาสู้กันได้แล้ว!”
สเปนเซอร์ควงหอกในมือก่อนจะตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้ ทั้งคู่ต่างจ้องตากันและกัน รอให้ไลลาประกาศเริ่มการประลอง
“ทั้งคู่พร้อมหรือยัง?” ไลลาถาม
“ค่ะ”
“พร้อมครับ”
ไลลาพยักหน้าและชูมือขึ้น “เริ่มการประลองได้!”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.