ตอนที่ 665
611 / 1914
อ่าน 6 นาที
Chapter 665 - Lend Me One!
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 17:02
บทที่ 665 - ขอยืมหน่อยสิ!
"แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ เรามาเปิดโรงเตี๊ยมกันดีไหม" เคลาส์กล่าวขณะกลืนซุปคำสุดท้ายลงคอ
"เหอะ จริงดิ ใครจะเป็นคนคุมที่นั่นล่ะ" เกรย์แค่นเสียงถาม
"ก็ต้องนายสิ ในบรรดาพวกเรามีใครทำอาหารเก่งไปกว่านายอีกล่ะ?" เคลาส์ย้อนถาม
"เอ่อ ฉันทำเป็นนะ" อลิซยกมือขึ้น
"ใช่ แต่เรากำลังพูดถึงระดับฝีมือแบบเกรย์ หรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียงนะ" คำตอบของเคลาส์เปรียบเสมือนน้ำเย็นสาดใส่ อลิซอยากจะคัดค้านแต่ก็พูดไม่ออก
ใช่ เธอทำอาหารเป็นและทำได้ดีกว่าพวกผู้ชายด้วย แต่การจะไปให้ถึงระดับของเกรย์นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แค่จะทำให้ใกล้เคียงก็แปลว่าต้องเป็นเชฟฝีมือฉกาจแล้ว และเกรย์ก็ทำอาหารเก่งถึงขั้นนั้นจริงๆ
อลิซทำแก้มป่องแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่น
"เอาหน่า เพื่อนรัก ว่ายังไงล่ะ?" เคลาส์คะยั้นคะยอ
"ฉันคงยุ่งอยู่กับการฝึกน่ะ หลังจากที่ไม่มีใครโค่นฉันได้แล้ว บางทีฉันอาจจะเปิดโรงเตี๊ยมสักแห่ง" เกรย์ตอบกลับ
"ได้เลย จำไว้ให้ดีนะ ฉันจะรับบทเป็นผู้จัดการให้เอง" เคลาส์ไม่กังขาในคำพูดของเกรย์เลยแม้แต่น้อย เขามั่นใจในความสามารถของเพื่อนคนนี้มาก
แต่ความจริงแล้ว ใครบ้างล่ะที่จะไม่มั่นใจ? สำหรับคนที่ไม่ได้แค่เข้าใจธาตุใหม่ๆ แต่ยังยกระดับความสามารถของตัวเองได้ด้วย ไม่มีทางที่วันหนึ่งเขาจะไปไม่ถึงจุดสูงสุด
"แล้วฉันจะเป็นคนทำบัญชี ฉันจะดูแลทุกอย่างที่เกี่ยวกับเงินเอง" เรย์โนลด์ยกมือขอเข้าร่วมแผนการนี้ด้วย
"ส่วนฉันจะเป็นคนชิมอาหารทุกอย่างเพื่อประกันว่ามันปลอดภัย" วอยด์เสนอตัว
อลิซหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำตอบของพวกเขา ก่อนจะพูดว่า "งั้นฉันขอเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมเองแล้วกัน"
คนอื่นๆ ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา แน่นอนว่าพวกเขารู้ดีว่ามันเป็นแค่การล้อเล่น หากวันหนึ่งเกรย์เปิดโรงเตี๊ยมขึ้นมาจริงๆ เขาคงจะเป็นคนจ้างคนอื่นมาทำงานมากกว่า เพราะพวกเขาแต่ละคนคงยุ่งเกินกว่าจะมาคอยดูแลกิจการโรงเตี๊ยม
"เราไปกันเถอะ" เกรย์เสนอหลังจากที่ทุกคนหยุดหัวเราะแล้ว
คนอื่นๆ พยักหน้าตอบรับ
พวกขาอยู่ที่นี่มาสิบวันแล้วและถึงเวลาที่ต้องจากไป นับตั้งแต่มาถึงทวีปออโรร่าก็น่าแปลกใจที่พวกเขาแทบไม่ได้ไปไหนเลยเพราะติดอยู่ที่นี่
'ก่อนจะไปถึงระดับที่เจ็ด ฉันยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะ ยิ่งระดับพลังบ่มเพาะสูงขึ้น การพัฒนาให้ก้าวหน้าก็ยิ่งยากขึ้น ฉันคิดว่าตอนนี้ต้องโฟกัสที่ธาตุแสงไปก่อน โชคดีที่ฉันเห็นอาจารย์ใช้มันระหว่างการต่อสู้ แต่แค่นั้นคงยังไม่พอ' เกรย์จมอยู่ในห้วงความคิดขณะเดินตามหนูบึงออกจากป่า
ระหว่างทาง จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
"เคลาส์ ขอยืมยันต์ที่อาจารย์ให้มาหน่อยได้ไหม?" เกรย์หันไปหาเคลาส์
"ยันต์ของลุงน่ะเหรอ ได้สิ" เคลาส์หยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมาแล้วส่งให้เกรย์
เกรย์รับมายันต์นั้นแล้วส่งสัมผัสทางจิตวิญญาณเข้าไป สัมผัสได้ถึงเปลวไฟที่โหมกระหน่ำอยู่ข้างใน เขาจึงดึงสัมผัสกลับมาแล้วคืนให้เคลาส์ "ขออันที่ช่วยเพิ่มความเร็วหน่อย"
"อ้อ โอเค" เคลาส์พูดก่อนจะหยิบยันต์อีกแผ่นออกมา
เกรย์รับมาแล้วส่งสัมผัสทางจิตวิญญาณเข้าไป ทันทีที่สัมผัสของเขาเข้าไปข้างใน เขาก็ถูกแสงสีขาวสว่างวาบจนพร่ามัว
'ใช่ อันนี้แหละ น่าจะช่วยได้' เขาบอกกับตัวเอง
การดูอาจารย์ใช้ธาตุแสงเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เขาเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้ การได้สัมผัสกับมันบ่อยๆ ต่างหากที่จะช่วยได้ และยันต์แผ่นนี้คือสิ่งที่เขาต้องการ
มันก็เหมือนกับตอนที่เขาฝึกธาตุความมืดและธาตุมิติ ซึ่งเขาได้สัมผัสกับมันบ่อยๆ ต้องขอบคุณวอยด์ที่ช่วยเร่งกระบวนการทำความเข้าใจให้รวดเร็วขึ้น
ในระหว่างที่เดินออกจากป่า เขาจดจ่ออยู่กับการทำความเข้าใจธาตุแสงเป็นหลัก หากเขาสามารถเข้าใจมันได้ บวกกับผลลัพธ์เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากการตรัสรู้ที่แม่น้ำ ต่อให้เขาไม่ได้เลื่อนระดับสู่ระดับที่เจ็ดเหมือนเคลาส์ เขาก็คงห่างจากจุดนั้นไม่ไกลนัก
อย่างไรก็ตาม ต่างจากธาตุวารีที่เขาเพิ่งเริ่มจากศูนย์ โอกาสที่เขาจะเลื่อนระดับจากการบ่มเพาะตามปกติยังมีมากกว่าการเลื่อนระดับหลังจากทำความเข้าใจธาตุแสงเสียอีก
แม้จะมีตัวช่วยอย่างยันต์ แต่มันก็ยังยากอยู่ดี ธาตุแสงหายากกว่าธาตุความมืดเล็กน้อย ดังนั้นการทำความเข้าใจมันจึงยากกว่าธาตุอื่นโดยธรรมชาติ
พวกเขาเดินกันเกือบสองชั่วโมงกว่าจะออกจากป่าได้สำเร็จ
เมื่อเรย์โนลด์เห็นว่าพวกเขาหลุดออกมาจากป่าแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ในที่สุดก็ออกมาจากสถานที่นรกนั่นได้สักที ตัวเมืองน่าจะอยู่ตรงไปข้างหน้านี้ใช่ไหม?"
เกรย์พยักหน้าก่อนจะจ้องมองไปที่หนูบึง สารภาพตามตรงว่าเขาเกือบไม่อยากปล่อยมันไป แต่สุดท้ายเขาก็มีข้อตกลงกับเจ้าหมูป่าเอาไว้จึงยอมปล่อยไปตามระเบียบ อีกอย่างเขาได้วางค่ายกลไว้ที่อีกฝั่งหนึ่งแล้ว เขาสามารถกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ
ก่อนที่กลุ่มจะจากไป เขาก็ได้สร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้ที่ฝั่งนี้ของป่าด้วยเช่นกัน
"ถ้าพวกเราอยู่ที่นี่ได้ เราคงทำเงินได้มหาศาลแน่" เคลาส์พูดขึ้นตอนที่เกรย์กำลังสร้างค่ายกลเคลื่อนย้าย
นี่ไม่ใช่เรื่องตลกเลย สิ่งที่พวกเขาต้องทำก็แค่เก็บค่าบริการให้ถูกกว่าเจ้าหมูป่า และเนื่องจากวิธีของพวกเขาเร็วกว่า พวกเขาก็จะดึงดูดลูกค้าทั้งหมดมาได้และทำให้เจ้าหมูป่าต้องปิดกิจการไปเอง
"เราทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ที่นี่มันห่างไกลจากเป้าหมายเราเกินไป ฉันวางแผนไว้ว่าจะเข้าร่วมกับกลุ่มอำนาจที่ใหญ่ที่สุดที่นี่ ไม่ก็มุ่งหน้าไปทวีปกลาง ที่นั่นมีขุมพลังที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่" เกรย์กล่าว
"ฉันรู้ แค่คิดว่าเราคงหาเงินเข้ากระเป๋าได้ไวดี แต่การส่งลูกน้องมาดูแลที่นี่ในอนาคตก็คงไม่เลวเหมือนกัน" เคลาส์ตอบ
เกรย์พยักหน้าก่อนที่พวกเขาจะเดินทางกันต่อ เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จึงพูดกับคนอื่นว่า "อ้อ ฉันลืมบอกพวกนายไปเลย มีกลุ่มอำนาจบางแห่งที่เน้นฝึกแค่ธาตุเดียวเท่านั้น ส่วนใหญ่ที่ฉันเห็นก็เป็นแบบนั้น แต่ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าเป็นเหมือนกันทุกที่ไหม"
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนๆ เขาก็เสริมขึ้นว่า "ในกลุ่มอำนาจพวกนั้นก็มีผู้ใช้สองธาตุอยู่เหมือนกัน ดังนั้นเราไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอก"
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็ชะงักไปก่อนจะหันไปมองเคลาส์ ในบรรดาสี่คนนี้ มีเพียงเคลาส์เท่านั้นที่ไม่มีธาตุสายฟ้า ซึ่งหมายความว่าไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าเขาจะสามารถเข้าร่วมกลุ่มอำนาจเดียวกับคนอื่นๆ ได้หรือไม่
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.