ตอนที่ 157
145 / 2769
อ่าน 8 นาที
Chapter 157 - Defend the Bridge
เผยแพร่เมื่อ 14 มี.ค. 2569 07:35
Chapter 157 - ปกป้องสะพาน
[ยินดีต้อนรับสู่ Magus Games! พวกคุณกำลังจะถูกส่งไปยังอารีน่าเสมือนจริง ความเจ็บปวดจะเป็นของจริง แต่ความตายนั้นไม่ใช่]
[สแกนร่างกายและไอเทมส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ห้ามใช้ไอเทมระดับสูงกว่าเทียร์ 3]
[คุณอยู่ในทีม 99]
[คะแนนทีมของคุณ : 0]
[คะแนนรวมของทีม : 0]
[เป้าหมาย - ปกป้องลูกแก้วที่สะพาน]
[Magus Games จะเริ่มในอีก 5 นาที]
เอเมอรี่และเหล่าผู้ฝึกหัดคนอื่นๆ เดินมุ่งหน้าไปยังพอร์ทัล หลังจากผ่านเข้าไป เอเมอรี่และผองเพื่อนก็มาปรากฏตัวอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ แห่งหนึ่ง สภาพแวดล้อมรอบตัวส่งเสียงครืนครั่น พื้นที่พวกเขายืนอยู่สั่นสะเทือนจนรู้สึกได้ว่ากำลังถูกยกระดับขึ้น จากนั้นเพดานก็เปิดออกด้วยเสียงดังฟึ่บ เมื่อพื้นหยุดเคลื่อนที่ พวกเขาก็มองไปรอบๆ เพื่อดูว่าสนามรบของพวกเขาเป็นเช่นไร
พวกเขาพบว่าตัวเองยืนอยู่บนสะพานหินขนาดใหญ่ที่ทอดยาวออกไปสู่ความว่างเปล่าอันไม่มีที่สิ้นสุดทั้งสองฝั่ง พวกเขาเห็นลูกแก้วสีฟ้าส่องประกายขนาดใหญ่ลอยอยู่ไม่ไกล เมื่อเดินไปยังขอบสะพานซึ่งดูเหมือนจะกว้างประมาณ 8 เมตร สิ่งที่เห็นได้มีเพียงความมืดมิดสนิท ทว่าในระยะไกลออกไป พวกเขาก็เห็นสะพานอื่นๆ ที่มีผู้คนยืนอยู่เช่นกัน รวมถึงลูกแก้วในลักษณะเดียวกัน ซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นผู้ฝึกหัดจากทีมอื่นๆ
เมื่อเอเมอรี่และเพื่อนๆ ทำความคุ้นเคยกับพื้นที่ได้พอสมควร พวกเขาก็เดินเข้าไปใกล้ลูกแก้วสีฟ้า จูเลียนอยู่ที่นั่นก่อนแล้วและดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เขาประสานมือพึมพำว่า "อารีน่าเสมือนจริงงั้นหรือ? มันหมายความว่ายังไงกัน?"
"ฉันคิดว่ามันหมายความว่าร่างจริงของเราไม่ได้อยู่ที่นี่จริงๆ" คลีอาตอบอย่างใจเย็น ทำให้จูเลียนมองมาด้วยความสับสน นางส่ายหน้าแล้วพูดต่อว่า "ที่สำคัญคือเราจะไม่ตายจากเกมนี้ แต่จงจำไว้ว่าความเจ็บปวดจะยังคงเป็นของจริง" นางหันไปหาพวกเด็กหนุ่ม โดยเฉพาะเด็กหนุ่มหัวดื้ออย่างแทร็กซ์ พร้อมเสริมว่า "เพราะงั้นอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามเชียวล่ะ"
ราวกับคำพูดของนางเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แทร็กซ์แสยะยิ้มก่อนจะเรียกหอกเทียร์ 3 เล่มใหม่และโล่เทียร์ 2 ออกมา ตัวหอกทำจากทองแดงรวมถึงส่วนหัวหอกด้วย ทว่าเนื่องจากพวกเขาอยู่ในอีกโลกหนึ่ง มันจึงมีสีเหมือนทองแดง ความยาวของมันสูงกว่าตัวแทร็กซ์ และเมื่อเขาฟาดปลายหอกลงบนพื้น เศษหินชิ้นเล็กๆ ก็กระเด็นไปทั่ว บ่งบอกได้ถึงน้ำหนักของมัน
ถึงกระนั้น แทร็กซ์ก็ควงมันได้อย่างง่ายดายราวกับมันมีน้ำหนักเบาหวิวเพื่อเรียกความฮึกเหิมให้ตัวเอง ส่วนโล่นั้นก็เป็นสีทองแดงเช่นกัน มันครอบคลุมร่างกายเขากว่าครึ่งและฐานดูค่อนข้างหยาบกระด้าง ทว่าเช่นเดียวกับหอกทองแดงของเขา ใครก็ไม่ควรดูถูกมันเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอก
"เราจะไม่ตายงั้นเหรอ?" แทร็กซ์พูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม "ฉันคาดหวังอะไรที่มากกว่านี้จากสถาบันเสียอีก... การต่อสู้ที่ปลอดภัยแบบนี้จะเทียบหรือกลายเป็นความท้าทายจริงๆ ได้ยังไง?"
"นายมั่นใจเกินไปหรือเปล่า เจ้าคนเถื่อน?! คอยดูเถอะว่าถ้านายพูดอะไรไว้ นายจะทำได้จริงไหม" จูเลียนเย้ยหยันเมื่อได้ยินคำพูดที่ค่อนข้างยั่วยุของแทร็กซ์ จากนั้นจูเลียนก็นำดาบสั้นและโล่ออกมาจากแหวนเก็บของ ทั้งสองอย่างส่องประกายสีเงินดุจคริสตัล
เอเมอรี่ส่ายหัวขณะมองดูทั้งสองโต้เถียงกัน ก่อนจะหันความสนใจกลับไปที่ปลายสะพาน เมื่อเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งนาที เอเมอรี่ก็สังเกตเห็นแสงสว่างลอดผ่านเข้ามา เขาหรี่ตาลงและในที่สุดก็เห็นประตูหินสีดำขนาดใหญ่สูง 5 เมตรที่กำลังค่อยๆ เปิดออก
เมื่อเห็นประตูหินกำลังเปิด เอเมอรี่ก็ส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีมและชี้ไปที่ประตู ทำให้คนอื่นๆ สังเกตเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น "งั้นฉันเดาว่าเราคงต้องสู้กับอะไรก็ตามที่ออกมาจากประตูหินนั่น" เขากล่าวพลางหันไปถาม "พวกนายมีความคิดเห็นยังไงบ้าง?"
จูเลียนกอดอกคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า "เรายังไม่รู้ว่าศัตรูของเราคืออะไร และสะพานก็ค่อนข้างกว้าง... ฉันคิดว่าเราควรตั้งแถวหน้ากระดาน โดยให้พวกเราทั้งสี่คนยืนอยู่แนวหน้า ส่วนคลีอาอยู่ด้านหลังเพื่อปกป้องลูกแก้ว พวกนายคิดว่าไง?"
ชูโม่ซึ่งเงียบมาตลอดส่งสัญญาณมือแล้วหยิบธนูออกจากแหวนเก็บของมาสะพายไว้ที่หลัง ก่อนจะเดินไปยืนข้างคลีอาอย่างเงียบๆ จูเลียนที่เห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าและกล่าวว่า "ตกลงตามนั้น นายไปอยู่ข้างหลังกับคลีอานะชูโม่ จริงๆ แล้วฉันรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะที่รู้ว่าพวกนายสองคนจะเป็นคนปกป้องลูกแก้ว"
จากนั้นจูเลียนหันมาหาเอเมอรี่แล้วถามว่า "นายล่ะเอเมอรี่ คิดว่ายังไง? เราทุกคนจะมีพื้นที่ให้ป้องกันกว้างขึ้น นายทำได้ไหม?"
เอเมอรี่ยิ้มพยักหน้ารับแล้วหยิบอุปกรณ์ที่เพิ่งได้มาใหม่ ดาบสีดำเล่มนั้นเรียกสายตาที่สนใจจากเพื่อนๆ เขาคันไม้คันมืออยากลองใช้ทักษะดาบใหม่มานานแล้วตั้งแต่ที่ได้เรียนรู้มัน และตอนนี้ เวลานั้นก็มาถึงแล้ว จูเลียนจ้องมองแทร็กซ์ก่อนจะถามด้วยสีหน้าที่ดูไม่อยากจะขอเท่าไรนัก "โอเค มีอะไรจะเสริมไหม?"
"ไม่มี แค่ทำให้แน่ใจว่านายจะตามฉันให้ทันนะ เจ้าชาวโรมัน" แทร็กซ์ตอบ จากนั้นเขาก็ตะโกนด้วยความตื่นเต้น "เข้ามาเลย! อาฮู้ว! อาฮู้ว!"
ทันทีที่สิ้นเสียงตะโกน เอเมอรี่ก็เห็นจุดสีดำเล็กๆ ปรากฏขึ้นจากแสงที่ลอดออกมาจากประตูหิน เสียงฝีเท้าที่ย่ำบนพื้นดังก้องจนพวกเขาสามารถมองเห็นร่างหลายร่างกำลังวิ่งตรงมาได้รางๆ อารีน่าเสมือนจริงแห่งนี้ไม่มีแหล่งกำเนิดแสง แต่ทุกคนกลับมองเห็นสิ่งมีชีวิตผิวสีเขียวที่กำลังใกล้เข้ามาได้อย่างชัดเจน พวกมันมีขนาดตัวประมาณครึ่งหนึ่งของมนุษย์ ดวงตาถลนด้วยความบ้าคลั่ง สวมเสื้อผ้าเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่สวมเลย ใบหูและจมูกแหลมยาว แต่ละตัวถืออาวุธที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นดาบ, มีด, ธนู, กระบอง และอื่นๆ ข้อมูลชุดหนึ่งปรากฏขึ้นในจิตใจของพวกเขาเมื่อจ้องมองสิ่งมีชีวิตเหล่านี้
[เลเวล 1 - ก็อบลิน]
[พลังต่อสู้ : 15]
[พวกมันคือผลผลิตที่ล้มเหลวต่ำสุดของเอลฟ์ แต่ด้วยจำนวนมหาศาลรวมกับความบ้าคลั่งในการโจมตี ทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้]
ก็อบลินจำนวนหลายสิบตัวหลั่งไหลออกมาจากประตูหินและเริ่มวิ่งตรงมาที่พวกเขาพร้อมส่งเสียงกรีดร้อง คลีอาที่อยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะร้องออกมาเมื่อเห็นพวกมันพุ่งเข้ามา "อ๊าย! นี่มันสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียดที่สุดที่ฉันเคยเห็นเลย!" นางหยิบไม้เท้าที่มีคริสตัลสีม่วงที่ปลายยอดออกมา มันแผ่แสงสีม่วงสว่างไสวในชั่วขณะที่นางร่ายเวท
[ลูกบอลวายุ]
เมื่อสิ้นเสียงร่ายเวท ลูกบอลวายุที่หมุนวนอย่างรวดเร็วก็พุ่งออกจากไม้เท้าของนางไปยังกลุ่มก็อบลิน ลูกบอลลมปะทะเข้ากลางกลุ่มก็อบลินที่กำลังวิ่งกรูเข้ามา ส่งผลให้พวกมันกระเด็นตกสะพานหายลงไปในความมืดมิด ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตทั่วไปพวกมันคงจะหวาดกลัวไปแล้ว แต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย พวกมันยังคงวิ่งเข้ามาด้วยความบ้าคลั่งที่มากขึ้นกว่าเดิม การโจมตีด้วยเวทมนตร์ตามมาด้วยลูกธนูสีดำที่พุ่งผ่านอากาศไปปักเข้าที่ก็อบลินตัวหน้าสุดตัวหนึ่ง ทำให้มันตายทันที
เฮดช็อต!
ลูกธนูสีดำถูกยิงโดยชูโม่ด้วยธนูเทียร์ 3 พิเศษ 'ธนูยาวสีดำ' ของเขา ลูกธนูนั้นดูเหมือนจะสร้างจากพลังวิญญาณและสลายตัวไปในทันทีหลังจากเจาะทะลุกะโหลกของก็อบลิน ชูโม่ยังคงเล็งธนูและยิงลูกธนูวิญญาณออกไปซ้ำๆ สังหารก็อบลินทีละตัว ซึ่งร่างของพวกมันก็สลายหายไปหลังจากนั้นไม่กี่วินาที
ด้วยค่าพลังต่อสู้ที่แสดงให้เห็น กลุ่มของพวกเขาบอกได้เลยว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าก็อบลินพวกนี้ไม่มีอะไรน่ากังวล เรื่องนี้ถูกพิสูจน์ได้ง่ายๆ จากการที่พวกมันถูกกำจัดโดยเวทของคลีอาและธนูของชูโม่ได้อย่างง่ายดาย ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาเคยผ่านการต่อสู้กับสัตว์อสูรเลเวล 3 ที่เรียกว่า 'สกายเกลเซอร์' มาเป็นร้อยๆ ตัว ซึ่งมีพลังต่อสู้สูงกว่าพวกสิ่งมีชีวิตเลเวล 1 เหล่านี้ถึงสองเท่า
เจ้าสัตว์ประหลาดน่าเกลียดพวกนั้นยังอยู่ห่างออกไปพอสมควรตอนที่เอเมอรี่หยุดคลีอาที่กำลังจะร่ายเวทใส่ฝูงก็อบลิน คลีอามองมาที่เขาด้วยความงุนงง ทว่าเอเมอรี่กล่าวอย่างใจเย็นว่า "ดูท่าทางแล้ว ด่านนี้คงจะเป็นการต่อสู้ที่ยาวนาน เราควรรักษาพลังวิญญาณเอาไว้ให้ได้มากที่สุดจะดีกว่า"
คลีอาและชูโม่ดูเหมือนจะเข้าใจเจตนาของเขา ทั้งคู่พยักหน้าและลดอาวุธลง เอเมอรี่กำลังจะพูดต่อ แต่จู่ๆ จูเลียนก็ตะโกนเรียกพร้อมกับคว้าแขนเขาไว้
"มานี่เอเมอรี่ พวกก็อบลินมาถึงแล้ว และเราต้องการให้นายมาช่วยยืนแนวหน้า"
เอเมอรี่ยิ้มอย่างจนใจ เขาหันหลังกลับและเดินไปพร้อมกับจูเลียน แต่ก่อนจะไปเขาหันไปพูดกับคลีอาและชูโม่พร้อมรอยยิ้มจางๆ
"คอยดูไว้ให้ดีล่ะ"
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.