ตอนที่ 1422
1335 / 3188
อ่าน 6 นาที
Chapter 1422 Heavenly Mulberry Tree
เผยแพร่เมื่อ 11 มี.ค. 2569 22:21
บทที่ 1422 ต้นหม่อนสวรรค์
เหล่าสัตว์ร้ายและมนุษย์สนทนากันอยู่นานก่อนจะแยกย้าย พวกเขาเดินออกมาในช่วงเช้าตรู่ และมกุฎราชกุมารก็ได้ออกเดินทางไปยังอาณานิคมกวางพร้อมกับลู่โยวเหมย ผู้นำเผ่ากวาง
ผู้นำอีก 5 คนที่เหลือก็แยกย้ายไปหลังจากนั้นไม่นาน พร้อมกับเอ่ยปากชวนให้ผมไปเยี่ยมเยียนอาณานิคมของพวกเขาในเร็ววัน ผมไม่แน่ใจนักว่าพวกเขาอยากให้ผมไปจริง ๆ หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ คือผมจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์อย่างแน่นอน
“เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าเดินชมอาณานิคมเอง” ผู้นำเผ่ากิ้งก่ากล่าวพร้อมกับพาผมเดินไปเยี่ยมชมส่วนอื่น ๆ ของอาณานิคม
สัตว์ร้ายตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่ เหล่าตัวเล็กตัวน้อยต่างจ้องมองมาที่ผมด้วยความสนใจขณะที่ผมเดินผ่านหมู่บ้าน ผมกวาดสายตามองบ้านเรือนที่สร้างขึ้นอย่างหยาบ ๆ ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา และสระน้ำขนาดมหึมาที่อยู่ใจกลางอาณานิคม
พื้นที่เพาะปลูกด้านนอกอาณานิคมเต็มไปด้วยพืชพรรณผสมผสานกัน ทั้งที่เป็นอาหารและวัตถุดิบหายากสำหรับปรุงโอสถหรือทำหมึกยันต์ ผมถูกพาเดินไปทั่วเพื่อแสดงให้เห็นถึงอาณานิคมและสัตว์ร้ายมากมายที่อาศัยอยู่ที่นี่
เท่าที่ผมสังเกตเห็น สัตว์ร้ายที่พบมากที่สุดในที่นี้คือสัตว์เลื้อยคลานจำพวกกิ้งก่า งู และจระเข้ แต่ก็ยังมีสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกหลากหลายสายพันธุ์ปะปนอยู่ด้วย
ส่วนใหญ่เกิดและโตที่นี่ แต่ก็มีหลายตัวที่มาจากอาณานิคมอื่นเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสัตว์บางตัวที่เคยเป็นสัตว์ป่ามาก่อนและเข้ามาขอพึ่งพิงสถานที่แห่งนี้
สัตว์ร้ายตัวอื่น ๆ ต่างรู้ดีว่าไม่ควรเข้าใกล้ที่นี่ มันจึงกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยไปโดยปริยาย
อาณานิคมแห่งนี้เล็กกว่าที่ผมคาดไว้มาก ผมจินตนาการไว้ว่าจะใหญ่โตเหมือนเมืองในที่อื่น ๆ แต่ที่นี่เป็นได้แค่หมู่บ้านเล็ก ๆ เท่านั้น
ระหว่างเดินชม ผู้นำเผ่ากิ้งก่าพาผมไปยังเพิงเล็ก ๆ แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่เก็บตัวไหมสวรรค์ โดยมีเวรยามคอยเฝ้าตลอดเวลาและมีหน้าที่คอยให้อาหารพวกมันด้วย
“ทุกอาณานิคมมีเจ้าพวกนี้งั้นเหรอ?” ผมถาม
“มีทุกที่” กิ้งก่าตอบ “เราแบ่งปันทรัพยากรกัน ดังนั้นเจ้าหนอนน้อยพวกนี้จึงถูกกระจายไปทั่ว”
“ผมสงสัยจัง” ผมกล่าว “อะไรที่ทำให้พวกมันพิเศษจนไม่มีที่อื่น? หรือว่าพวกคุณแค่ผูกขาดเอาไว้เองแล้วไม่ยอมขายหรือแบ่งให้ใคร?”
“อืม... ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ” กิ้งก่าตอบ “เราผูกขาดและไม่กระจายมันไปที่อื่นจริง แต่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่คุณจะหาหนอนพวกนี้จากที่อื่นไม่ได้”
“พวกมันเป็นตัวไหมพิเศษที่กินเฉพาะใบของต้นหม่อนสวรรค์เท่านั้น” เขาสธิบาย “มันเป็นต้นไม้พิเศษที่ไม่ได้ขึ้นอยู่ทั่วไปและต้องใช้วิธีการปลูกแบบเฉพาะเจาะจง”
“ต้นหม่อนสวรรค์?” ผมถาม
“ใช่” กิ้งก่ากล่าว “แต่อย่าหวังว่าข้าจะเผยความลับมากกว่านี้เลยนะ ฮ่าฮ่า!”
กิ้งก่าเดินออกจากเพิงที่เก็บตัวไหมไป ผมมองเข้าไปในเพิงนั้นแวบหนึ่งก่อนจะเดินตามเขาไป ในขณะที่สมองของผมค้นหาข้อมูลที่ต้องการอยู่อย่างรวดเร็ว
ต้นหม่อนสวรรค์ได้ชื่อนี้เพราะมันเป็นต้นหม่อนที่ตัวไหมสวรรค์ชื่นชอบในการกินใบของมัน
มันเป็นต้นหม่อนพิเศษที่ได้รับสารอาหารจากมูลของสัตว์ร้ายที่กินสมุนไพรหลากหลายชนิด สัตว์ร้ายส่วนใหญ่ที่มีระดับการบ่มเพาะสูงจะไม่กินอะไรพร่ำเพรื่อ ดังนั้นจึงมักจะเป็นพวกที่มีระดับบ่มเพาะต่ำที่ยอมกินสมุนไพรที่เปี่ยมไปด้วยพลังงาน
เนื่องจากพวกมันไม่สามารถย่อยได้หมด มูลที่ถ่ายออกมาจึงเต็มไปด้วยพลังงานอย่างน่าเหลือเชื่อ มูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ปลูกต้นหม่อนสวรรค์ จากนั้นตัวไหมก็จะกินใบของมันและหลั่งเส้นใยไหมออกมา
น่าแปลกที่ในหัวผมมีข้อมูลเกี่ยวกับใบหม่อนพวกนี้มากมาย ทั้งที่พวกมันแทบไม่ถูกใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงโอสถเลย
เมื่อเข้าใจถึงวิธีใช้แล้ว ผมก็เดินตามกิ้งก่าต่อไป
หลังจากเดินชมรอบอาณานิคม ผมก็ได้รับห้องพักง่าย ๆ สำหรับพักอาศัยชั่วคราว ผมเข้าไปในห้องและรีบตั้งค่ายกลป้องกันง่าย ๆ เพื่อไม่ให้คนภายนอกสังเกตเห็น
ไข่มุกปรากฏตัวออกมาในแสงสว่างวาบและมองไปรอบ ๆ ห้อง “นี่คือสวรรค์ของสัตว์ร้ายงั้นเหรอ?” เขาถามทันทีที่ออกมา
“ใช่” ผมตอบ “ผมมี... ข่าวร้ายจะบอก”
ไข่มุกมองผมด้วยความสับสน “ข่าวร้ายอะไร?” เขาถาม
“ผมเพิ่งรู้เมื่อคืนนี้ว่าปู่ของนาย ชื่อกู่หยง เสียชีวิตไปเมื่อห้าสิบปีก่อนแล้ว” ผมถ่ายทอดข้อมูลออกไป
“...อะไรนะ?” ไข่มุกมองผมด้วยแววตาว่างเปล่า “ปู่ของข้าตายแล้วเหรอ?”
“ใช่” ผมตอบ “ผมยังไม่รู้ว่าเขาตายได้อย่างไรหรือเกิดอะไรขึ้น แต่ผมจะพยายามสืบหาความจริงเร็ว ๆ นี้”
“แล้วย่าล่ะ?” ไข่มุกถาม
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบ “ตอนนี้ผมอยู่ในหนึ่งใน 7 อาณานิคมในแดนสัตว์ร้าย ซึ่งปกครองโดยกิ้งก่า เราจำเป็นต้องไปที่อาณานิคมสิงโต ที่นั่นมีสิงโตทองคำตัวหนึ่งเป็นผู้นำอยู่”
“ถ้าผมจำไม่ผิด เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่นาย ดังนั้นพวกนายก็น่าจะเกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง” ผมกล่าว “แต่ผมไม่รู้ว่าควรจะให้พวกนายไปเจอกันหรือไม่”
“ทำไมล่ะ?” ไข่มุกถาม
“เพราะผมกังวลว่าเขาอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมปู่ของนาย” ผมตอบ “ผมยังไม่รู้ว่าเขาตายอย่างไร หรือมีใครอยู่เบื้องหลังการตายนั้นไหม ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าย่าของนายยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า”
“ดังนั้น ผมจำเป็นต้องระวังทุกคนที่นี่ไว้ก่อน เผื่อว่าพวกเขาอาจจะมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง”
ไข่มุกเงียบไปพักใหญ่ “เราจะบังคับให้ลุงหรือใครก็ตามพูดออกมาได้ไหม?” เขาถาม “ข้ามั่นใจว่าเขาต้องมีข้อมูลแน่ ๆ”
“อืม” ผมครุ่นคิด “ผมไม่รู้ว่าระดับบ่มเพาะของเขาอยู่ที่เท่าไหร่ หากเราพยายามทำอะไรลงไป มันก็มีความเสี่ยง”
“ถ้าเรามัวแต่เล่นเซฟ เราจะไปถึงไหนได้?” ไข่มุกถาม “ข้าคิดว่าถึงเวลาที่ต้องเสี่ยงบ้างแล้วล่ะ”
ผมใช้ความคิด “ถ้าเราจะคิดทำแบบนั้นจริง เราต้องแข็งแกร่งขึ้น ผมต้องแข็งแกร่งขึ้น” ผมกล่าว “ผมจำเป็นต้องได้เลือดจากพวกสัตว์ร้ายมาบ้าง”
“ตกลง ทำกันเถอะ” ไข่มุกกล่าว “ต่อให้ทุกอย่างจะพังไม่เป็นท่า อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของท่านแม่”
ผมพยักหน้า “เอาล่ะ ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง” ผมพูดจบเราก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีก ตอนนี้ได้เวลาเพิ่มความแข็งแกร่งแล้ว
ผมเริ่มบ่มเพาะพลัง เข้าใกล้จุดทะลวงผ่านเข้าไปทุกที หากผมปล่อยให้พลังหยินในตันเถียนสะสมไว้นานกว่านี้อีกหน่อย ผมก็น่าจะก้าวเข้าสู่ระดับถัดไปได้ในเวลาเพียงหนึ่งเดือนหรือมากกว่านั้นเล็กน้อย
หลังจากบ่มเพาะพลังร่วมกับไข่มุกและวิสเกอร์เสร็จ ผมก็เดินออกจากห้องเพื่อไปหาผู้นำเผ่ากิ้งก่า
เจ้านั่นไม่ได้ทำอะไรนอกจากเดินไปรอบ ๆ อาณานิคมและเพลิดเพลินกับเวลาของตัวเอง มันนอนผึ่งแดดอยู่ริมสระน้ำกับตัวอื่น ๆ
ผมเดินเข้าไปหาแล้วถามว่า “ท่านผู้อาวุโส ผมขอถามอะไรทุกคนที่นี่หน่อยได้ไหมครับ?”
“หือ? เจ้าต้องการจะถามอะไร?” กิ้งก่าถามด้วยความสงสัย
“อย่างที่ผมบอกไปเมื่อวันก่อน ผมปรุงโอสถให้สัตว์ร้ายที่ยอมให้เลือดผมเป็นการตอบแทน จะเป็นอะไรไหมหากผมจะทำแบบเดียวกันที่นี่?” ผมถาม
“เลือดของเราเพื่อแลกกับโอสถงั้นรึ?” กิ้งก่าถามพลางมองไปรอบ ๆ ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาทางผม “โชคไม่ดีเลย เราไม่มีความจำเป็นต้องใช้โอสถ ขอบใจในความปรารถนาดีของเจ้ามาก”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.