ตอนที่ 551
551 / 2354
อ่าน 7 นาที
Chapter 551 Chu Liuxiang
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 00:52
**บทที่ 551 : ฉูหลิวเซียง**
“ไปกันเถอะ พี่หยวน” คุณหนูฉูกล่าวขึ้นพร้อมกับเยื้องย่างเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างหยวน
หยวนพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ “พวกเรากลับไปยังถ้ำเซียนกันก่อนเถอะ”
จากนั้นเขาจึงหันไปทางกลุ่มผู้อาวุโสสูงสุดแล้วกล่าวลาอย่างสุภาพ “ขอตัวก่อน”
ทว่าบรรดาผู้อาวุโสสูงสุดกลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด พวกเขาเพียงแต่พยักหน้าตอบรับอย่างเลื่อนลอย ราวกับยังติดอยู่ในภวังค์แห่งความตกตะลึงที่ไม่อาจสลัดหลุด
“ตามผมมา”
หยวนเริ่มก้าวเดินมุ่งหน้ากลับไปยังถ้ำเซียน โดยมีคุณหนูฉูเดินตามไปติดๆ อย่างไม่ลดละ
ทางด้านเม่ยเซียว เธอเฝ้าเดินตามคนทั้งสองอยู่เงียบๆ จากทางด้านหลัง ภายในใจเต็มไปด้วยความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นราวกับเกลียวคลื่น—พวกเขาเขามีความสัมพันธ์กันอย่างไร? และไปรู้จักมักจี่กันตอนไหน?
ไม่เพียงเท่านั้น พ่อบ้านของคุณหนูฉูก็ยังคงติดตามมาอย่างเงียบเชียบอยู่ข้างหลังเม่ยเซียวเช่นกัน
*‘ฉันไม่ยักษ์จะจำได้ว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน... เธอไปพบกับหยวนที่ไหนกัน? แถมดูเหมือนว่าทั้งคู่จะรู้จักกันมานานแสนนานแล้วด้วย...’* เม่ยเซียวขบคิดกับตัวเองด้วยความฉงน
เธออยู่เคียงข้างหยวนมาโดยตลอดนับตั้งแต่เขาถูกตระกูลหยูรับเลี้ยง และในฐานะบุตรสาวของเม่ยเฟิง เธอได้พบปะกับบุคคลผู้มีอิทธิพลมานับไม่ถ้วน ทว่าเธอกลับไม่เคยมีภาพจำของสตรีผู้มีนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่งดงามหยาดเยิ้มผู่นี้เลยแม้แต่น้อย สตรีที่มีสง่าราศีราวกับกิ่งทองใบหยก ซึ่งเพียงแค่มองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่มนุษย์เดินดินธรรมดา
การเดินทางกลับไปยังถ้ำเซียนนั้นถูกปกคลุมด้วยความเงียบงัน ไม่มีใครเปิดฉากสนทนาขึ้นมาแม้แต่คำเดียว
หยวนยังคงตกอยู่ในความสับสนและอึ้งตะลึงกับการกลับมาพบกันอย่างกะทันหันของคุณหนูฉู สตรีผู้ที่เคยอยู่เคียงข้างเขาตั้งแต่สมัยที่เขายังไม่แม้แต่จะเริ่มหัดเดินในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยซ้ำ
ส่วนทางด้านคุณหนูฉูเอง เธอก็รู้สึกประหม่าเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา ความรู้สึกโหยหาที่อัดอั้นมานานถูกเติมเต็มเพียงแค่ได้กลับมาเดินอยู่ข้างกายเขาอีกครั้ง
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงถ้ำเซียน และหยวนได้นำทางทุกคนเข้าไปข้างใน
“เขามากับเธอด้วยหรือเปล่า?” หยวนหันไปมองชายชราที่เดินตามพวกเขามาตลอด แต่กลับหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตู
“ใช่แล้ว เขาคือผู้ดูแลของฉันเอง นายไว้ใจเขาได้” คุณหนูฉูพยักหน้ายืนยัน
“คุณจะเข้ามาข้างในไหม?” หยวนเอ่ยถามชายชรา
“ข้าน้อยมิบังอาจรบกวนช่วงเวลาแห่งการหวนคืนของคุณหนู ข้าน้อยจะขอรออยู่ข้างนอกจนกว่าพวกท่านจะคุยกันเสร็จ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเคารพ
เมื่อก้าวเข้ามาภายในถ้ำเซียนและนั่งลงเป็นที่เรียบร้อย หยวนก็ถอดหน้ากากออกก่อนจะกล่าวขึ้น “ก่อนที่เราจะเริ่มคุยกัน ผมขออนุญาตแนะนำให้พวกคุณได้รู้จักกันก่อน”
“เม่ยเซียว นี่คือหลิวเซียง เพื่อนคนสำคัญของผมจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ผมเคยอยู่ก่อนจะถูกตระกูลหยูรับไปเลี้ยง และหลิวเซียง นี่คือเม่ยเซียว ผู้ดูแลของผม... เธอเองก็เป็นคนสำคัญมากสำหรับผมเช่นกัน”
“สวัสดีค่ะ” เม่ยเซียวกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“สวัสดี...” คุณหนูฉูตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เบาไม่ต่างกัน
แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เม่ยเซียวได้ยินชื่อของคุณหนูฉู แต่สำหรับคุณหนูฉูนั้นไม่ใช่เลย เธอได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเม่ยเซียวมาหลายปีแล้ว
หลังจากการแนะนำตัวสั้นๆ จบลง ความเงียบก็กลับเข้าครอบงำอีกครั้ง ทั้งคู่ต่างมีคำถามมากมายที่อยากจะพรั่งพรูออกมา แต่กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี
จนกระทั่งหยวนเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ “เอาล่ะ... เริ่มจากเรื่องของเธอดีกว่าหลิวเซียง เกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้างหลังจากที่ผมออกจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าไป?”
“ฉันรู้ว่าฉันเคยบอกให้นายเลิกเรียกฉันว่า ‘ลูลู่’... แต่พอเอาเข้าจริง พอได้ยินนายเรียกชื่ออื่นมันกลับรู้สึกไม่ชินเอาเสียเลย เพราะฉะนั้น นายจะเรียกฉันว่า ‘ลูลู่’ เหมือนเดิมก็ได้นะ” คุณหนูฉูกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ
เธอกล่าวสืบไป “หลังจากที่นายจากไปไม่นาน ฉันก็ถูกรับเลี้ยงเช่นกันและเข้าสู่ตระกูลฉู ตอนนี้ชื่อของฉันคือ ฉูหลิวเซียง”
“งั้นเหรอ... ผมหวังว่าเธอจะมีชีวิตที่ดีนะหลังจากถูกรับเลี้ยงไป” หยวนเอ่ยด้วยความจริงใจ
ฉูหลิวเซียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “เกรงว่าคงไม่ใช่อย่างนั้น ชีวิตของฉันมันทั้งซ้ำซาก น่าเบื่อหน่าย และในบางครา... มันก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด นับตั้งแต่ฉันย่างกรายเข้าสู่ตระกูลฉู”
“หมายความว่ายังไง?” หยวนขมวดคิ้วถามด้วยความเป็นห่วง
“นายคงสัมผัสได้จากออร่าของฉันแล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นจอมยุทธ์จิตวิญญาณเหมือนกับนาย? ความจริงแล้วตระกูลฉูคือตระกูลผู้ฝึกตนที่เร้นลับ แต่ต่างจากหกตระกูลจิตวิญญาณที่กักตนอยู่อย่างสันโดษห่างไกลจากสังคม... พวกเราเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่อย่างกลมกลืนท่ามกลางสายตาผู้คนในโลกภายนอก”
“ตระกูลฉูเป็นตระกูลที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลในโลกสมัยใหม่ มีธุรกิจมากมายกระจายอยู่ทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นตระกูลผู้ฝึกตนที่สืบทอดวิชาความรู้มาตั้งแต่สมัยโบราณกาล”
“ถ้าอย่างนั้น เธอก็ฝึกบำเพ็ญเพียรมาตั้งแต่อายุยังน้อยเลยงั้นเหรอ?” หยวนถามต่อ
“ใช่... ดูเหมือนว่าฉันจะมี ‘กายาที่สมบูรณ์แบบ’ สำหรับการฝึกตน และมีคนจากตระกูลฉูบังเอิญมาพบเห็นพรสวรรค์ของฉันเข้า จึงตัดสินใจรับฉันเข้าตระกูล พูดง่ายๆ ก็คือ พวกเขารับเลี้ยงฉันเพียงเพราะพรสวรรค์ในการฝึกตน และฉันก็ถูกกักตัวให้ฝึกตนอย่างสันโดษมานับตั้งแต่วันนั้น”
“นั่นหมายความว่าฉันไม่สามารถออกไปไหนพ้นจากอาณาเขตของตระกูลฉูได้เลย แม้ว่าพวกเขาจะมีที่ดินกว้างขวางและมีอะไรให้ทำมากมาย แต่มันก็ยังเป็นชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฉันต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกฝนและบำเพ็ญเพียรเพียงลำพัง...”
“เชื่อมั้ยล่ะว่า ฉันสามารถนับจำนวนคนที่ฉันเคยเจอในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้ด้วยนิ้วมือเพียงสองข้างเท่านั้น แต่แน่นอน ฉันยังคงรู้สึกขอบคุณตระกูลฉูที่รับเลี้ยงฉัน และพวกเขาก็ปฏิบัติกับฉันเป็นอย่างดีเสมอมา”
“ฟังดูเป็นชีวิตที่น่าเบื่อมากจริงๆ...” หยวนพยักหน้าเห็นใจ
เขาสามารถจินตนาการได้เป็นอย่างดีว่าฉูหลิวเซียงรู้สึกอย่างไร เพราะตัวเขาเองก็ต้องใช้เวลาหลายปีถูกกักขังอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม โดยที่ร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้
“มันเจ็บปวดเป็นบางครั้ง แต่มันก็ไม่ได้แย่ไปเสียหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับชีวิตที่นายต้องเจอในตระกูลหยู...” ฉูหลิวเซียงทอดถอนใจ
“หืม?”
เมื่อเห็นสีหน้าฉงนสงสัยของหยวน ฉูหลิวเซียงจึงกล่าวต่อไป “ฉันรู้ว่าตระกูลหยูทำอะไรกับนายไว้บ้าง พี่หยวน... ฉันรู้ว่าพวกเขาปฏิบัติต่อท่านราวกับเป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และยังทอดทิ้งท่านราวกับขยะที่ไร้ค่าในยามที่ท่านล้มป่วยและหมดประโยชน์ต่อพวกเขา”
“ฉันขอโทษ... ขอโทษที่ฉันไม่อาจมาหาพี่ได้เร็วกว่านี้ พี่หยวน แต่ฉันถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำสิ่งใดจนกว่าจะฝึกฝนสำเร็จ และฉันเองก็เพิ่งจะได้รับรู้เรื่องราวของพี่เมื่อไม่นานมานี้เอง... ถ้าหากฉันรู้เร็วกว่านี้... พี่ก็คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานถึงเพียงนั้น... พี่ไม่ควรต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้เลยจริงๆ...” ฉูหลิวเซียงรำพึงออกมาด้วยความร้าวราน นัยน์ตาของเธอเริ่มสั่นเครือราวกับหยาดน้ำตาจะร่วงหล่น
รอยยิ้มอันอ่อนโยนผุดขึ้นบนใบหน้าของหยวนหลังจากได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น เขาเอ่ยปลอบประโลม “ไม่เป็นไรหรอก ถึงแม้จะมีช่วงเวลาที่เจ็บปวดบ้าง แต่มันก็ยังมีช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทำให้ทุกอย่างที่ผ่านมามันคุ้มค่าในท้ายที่สุด—อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ผมคิดนะ”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


