ตอนที่ 598
598 / 2354
อ่าน 6 นาที
Chapter 598 - The Calamity Is Not Over Yet
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 00:53
บทที่ 598 - มหันตภัยร้ายยังไม่สิ้นสุด
“ผมไม่เป็นไร... ที่นี่คือที่ไหน? แล้วผมหลับไปนานแค่ไหนแล้ว?” หยวนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเบาหวิว
“พวกเราอยู่ที่โรงพยาบาลส่วนตัวของหกตระกูลจิตวิญญาณค่ะ คุณหลับไปประมาณสองสัปดาห์แล้ว” เหมยซิ่วตอบด้วยความโล่งอก
“นานขนาดนั้นเลยหรือ?” หยวนค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างช้าๆ “ขอโทษด้วยที่ทำให้พวกคุณต้องเป็นห่วง แต่ตอนนี้ผมไม่เป็นไรแล้ว” เขาเอ่ยประโยคต่อมาในเวลาสั้นๆ
“รออยู่ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวฉันจะไปตามหมอมาตรวจอาการคุณอีกครั้ง” เหมยซิ่วรีบออกไปแจ้งแพทย์ทันที
หลังจากตรวจเช็กร่างกายของหยวนอย่างละเอียด แพทย์จึงกล่าวว่า “ร่างกายของเขาค่อนข้างอ่อนเพลียในขณะนี้ แต่จากผลการตรวจส่วนอื่นถือว่าปกติทุกอย่างครับ”
“ขอบคุณครับหมอ”
“ผมต้องการคุยกับเหล่าผู้อาวุโส” หยวนหันไปหาเหมยซิ่วด้วยสีหน้าจริงจัง “มหันตภัยครั้งนี้... มันยังไม่จบสิ้นลง”
“ว-ว่าอย่างไรนะ...?” ดวงตาของเหมยซิ่วเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“ที่บอกว่ามหันตภัยยังไม่จบหมายความว่าอย่างไรกันคะ?! คุณไม่ได้กำจัดมารตนนั้นไปแล้วหรือ?” ฉู่หลิวเซียงรีบถามแทรกขึ้นมาทันที
“ใช่ มารตนนั้นสูญสิ้นไปแล้ว ทว่ามันไม่ใช่เพียงตนเดียวในโลกใบนี้ ยังมีมารตนอื่นที่ถูกผนึกเอาไว้ และในที่สุดพวกมันก็จะพังทลายผนึกออกมา”
“เหลือเชื่อ... นี่พวกเราต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้อีกงั้นหรือ?” เหมยซิ่วพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ครู่ต่อมา เหล่าผู้อาวุโสระดับสูงต่างมารวมตัวกันที่ห้องพักของหยวนภายในโรงพยาบาล
“สหายเต๋าหยวน! ค่อยยังชั่วที่เห็นคุณฟื้นเสียที! ช่วงสองสัปดาห์มานี้ผมข่มตาหลับไม่ลงเลยสักคืนเดียว!” ผู้อาวุโสซ่งหัวเราะร่าเมื่อเห็นหยวนได้สติ
“ผู้อาวุโสหวัง คุณได้นำผลึกแก้วมาด้วยหรือไม่?” หยวนเอ่ยถามหลังจากนั้นไม่นาน
“นำมาด้วยจ้ะ แต่ทำไมคุณถึงต้องการมันล่ะ?” ผู้อาวุโสหวังหยิบกล่องไม้ขึ้นมา
“ช่วยเปิดให้ผมดูผลึกแก้วข้างในหน่อยได้ไหม?”
เมื่อได้ยินคำขอของหยวน ผู้อาวุโสหวังและเหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันมืดหม่นที่แผ่ซ่านอยู่ในบรรยากาศ
ผู้อาวุโสหวังสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเปิดกล่องไม้ เผยให้เห็นผลึกแก้วที่อยู่ภายใน
“ป-เป็นไปไม่ได้! ทำไมผลึกแก้วยังเป็นสีเหลืองอยู่อีก?! มหันตภัยควรจะยุติลงเมื่อมารตนนั้นสิ้นชีพไปแล้วไม่ใช่หรือ!” ผู้อาวุโสซ่งอุทานออกมาเสียงหลงด้วยความตระหนก
“คุณรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร สหายเต๋าหยวน?” ผู้อาวุโสหวังเอ่ยถาม
หยวนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อหาข้ออ้างก่อนจะเอ่ย “มารตนนั้นบอกกับผมก่อนที่มันจะตาย... ว่ามันไม่ได้อยู่ในโลกนี้เพียงลำพัง และพวกพ้องของมันจะแหกผนึกออกมาในไม่ช้า”
“สวรรค์...”
ผู้อาวุโสซ่งถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเมื่อได้ยินคำบอกเล่าของหยวน
นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องต่อสู้กับมารอีกมากมายในอนาคต และหากพวกมันแข็งแกร่งกว่าตนที่เพิ่งถูกกำจัดไป โลกใบนี้คงต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดเป็นแน่
“ไม่ต้องกังวลไป ผมจะจัดการพวกมารเหล่านั้นเอง” หยวนกล่าวขึ้นอย่างกะทันหัน
เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ “ผมจะกวาดล้างมารทุกตนในโลกนี้ให้สิ้นซาก จนกว่าจะไม่มีพวกมันหลงเหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว!”
ทุกคนภายในห้องต่างลอบกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า เมื่อได้เห็นแววตาและสีหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของหยวนในขณะที่เขาลั่นวาจา
เห็นได้ชัดว่าการกำจัดมารได้กลายเป็นเรื่องส่วนตัวสำหรับเขาไปแล้ว หลังจากที่ ‘อาจื่อ’ ต้องจากไป
“แม้ว่าพวกเราอาจจะช่วยเหลืออะไรคุณไม่ได้มากนักในยามที่ต้องต่อสู้กับมาร แต่ถ้าหากคุณต้องการสิ่งใด โปรดแจ้งให้พวกเราทราบทันที” ผู้อาวุโสลี่กล่าวกับเขา
“ใช่จ้ะ พวกเราเป็นหนี้บุญคุณคุณอย่างมหาศาลที่ช่วยกำจัดมารตนนั้น หากไม่ได้คุณ สวนหยก (Jaded Garden) ทั้งหมดคงถูกทำลายย่อยยับ และคงมีผู้บาดเจ็บล้มตายมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว” ผู้อาวุโสหวังเสริม
จากนั้นเธอก็ยื่นผลึกแก้วให้แก่หยวน
“ผลึกแก้วนี้คงสามารถบอกได้ว่ามารตนใดกำลังจะแหกผนึกออกมา ดังนั้นมันจะมีประโยชน์เมื่ออยู่ในมือของคุณมากกว่าอยู่กับพวกเรา โปรดรับมันไว้เถอะ”
หยวนพยักหน้าและรับผลึกแก้วมาแต่โดยดี
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสซ่งจึงถามขึ้นว่า “สหายเต๋าหยวน หลังจากนี้คุณตั้งใจจะทำอะไรต่อ?”
“ผมจะกลับบ้าน จากนั้นผมจะสร้างขุมอำนาจ (Faction) ของตัวเองขึ้นมา” เขาตอบกลับไป
“ในการสร้างขุมอำนาจ คุณจำเป็นต้องมีสมาชิกมากกว่าสามคน พวกเราสามารถส่งศิษย์ของพวกเราบางส่วนไปช่วยคุณตั้งต้นขุมอำนาจได้ หลังจากนั้นคุณจะให้พวกเขาอยู่ต่อหรือกลับมา ก็สุดแล้วแต่คุณจะตัดสินใจ” ผู้อาวุโสหวังกล่าวข้อเสนอ
“ขอบคุณครับ” หยวนพยักหน้า
หลังจากนั้นไม่นาน หยวนและคนอื่นๆ ได้เดินทางกลับไปยังถ้ำอมตะเพื่อเก็บข้าวของที่พวกเขาทิ้งไว้ในยามเร่งรีบ
“ผู้อาวุโสหวัง คุณจะรังเกียจไหมถ้าผมจะขอพิณสองตัวนี้ไปด้วย?” หยวนขออนุญาตเพื่อนำพิณของอาจื่อติดตัวไป
“เอาไปเถอะจ้ะ” ผู้อาวุโสหวังพยักหน้า และกล่าวต่อว่า “ถ้าหากคุณต้องการจะไปเยี่ยมหลุมศพของเธอก่อนจะจากไป...”
“แน่นอนครับ” หยวนพยักหน้า
ผู้อาวุโสหวังจึงนำทางเขาไปยังสถานที่ที่พวกเขาฝังร่างเหยื่อทั้งหมดจากการอาละวาดของมาร ซึ่งมีหลุมศพรวมทั้งสิ้นถึง 138 หลุม
“ที่นี่คือที่พักผ่อนสุดท้ายของอาจื่อ” ผู้อาวุโสหวังชี้ทางให้เขา
หยวนทรุดกายลงนั่งเบื้องหน้าหลุมศพของเธอ วางพิณของอาจื่อไว้บนตักอย่างแผ่วเบา
เขเริ่มบรรเลงพิณ มันคือบทเพลงหนึ่งที่เขาได้เรียนรู้จากอาจื่อในช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกัน
หลังจากบทเพลงสิ้นสุดลง หยวนลุกขึ้นยืนและอธิษฐานในใจ “หากมีโอกาสที่พวกเราจะได้ร่วมบรรเลงพิณด้วยกันอีกครั้ง... ผมจะทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้... ผมสัญญา...”
ครู่ต่อมา หยวนหันไปหาผู้อาวุโสหวังและค้อมกายคารวะเธอ “ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งครับ เมื่อผมสร้างขุมอำนาจขึ้นมาแล้ว ผมจะขอสร้างพันธมิตรกับสมาคมยอดฝีมือวิญญาณ (Spiritual Elites) ทันที”
“แจ้งให้พวกเราทราบก่อนที่คุณจะสร้างขุมอำนาจนะ พวกเราจะได้ส่งศิษย์ไปให้” ผู้อาวุโสหวังพยักหน้า
“แน่นอนครับ”
หลังจากกล่าวคำอำลากับเหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ หยวนก็ได้เดินทางออกจากสวนหยกพร้อมกับเหมยซิ่วและคนอื่นๆ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ของฉู่หลิวเซียงเพื่อเดินทางออกจากที่นั่น
“พวกเราจะกลับไปที่อพาร์ตเมนต์ก่อน แล้วคุณจะเอาอย่างไรต่อ ลูลู่?” หยวนเอ่ยถามเธอในขณะที่พวกเขากำลังลอยตัวอยู่บนฟากฟ้า
“ฉันก็จะตามคุณไปน่ะสิคะ ไม่มีทางที่ฉันจะทิ้งคุณไปก่อนที่คุณจะสร้างขุมอำนาจของตัวเองหรอกนะ” เธอตอบกลับอย่างร่าเริง
เมื่อเดินทางมาถึงเมืองหยาง หยวนและเหมยซิ่วก็ได้เดินตามฉู่หลิวเซียงขึ้นเครื่องบินส่วนตัวของเธอ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางกลับบ้านของพวกเขา...
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

