ตอนที่ 3045
3045 / 5804
อ่าน 7 นาที
Chapter 3045 - Capturing Fu Ling
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 09:49
**ตอนที่ 3045 - สยบฟู่หลิง**
ภายหลังสิ้นสุดการสนทนา จูเลี่ยได้หันหลังกลับไปยังที่พักของตน ทิ้งให้หยางไค่ยืนอยู่เพียงลำพังบนเกาะ เงาแห่งความกราดเกี้ยวฉายชัดบนใบหน้าขณะที่จิตใจยังคงเดือดพล่านประดุจลาวาที่พร้อมจะระเบิดออกมา เมื่อได้รับรู้ความจริงที่น่าเหลือเชื่อจากปากของจูเลี่ย
[เดือนหน้าจะเป็นงานมงคลของจูชิงงั้นรึ?]
ทันใดนั้น หยางไค่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพลางระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง แรงกดดันจักรพรรดิแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง ปราณจักรพรรดิหมุนวนกลายเป็นคลื่นกระแทกทรงกลมซัดสาดไปทั่วทั้งเกาะจนมวลอากาศสั่นสะเทือน แมกไม้รอบกายสั่นไหวอย่างรุนแรง พายุทรายพัดกระหน่ำจนเกาะที่เคยงดงามกลับกลายเป็นความโกลาหล
เมื่อเสียงหัวเราะสงบลง เขาปรายตาไปยังทิศทางหนึ่ง ณ อีกฟากหนึ่งของเกาะ มีกลุ่มปะการังสีม่วงงดงามประดุจผลึกคริสตัลใต้ท้องทะเลที่ดูผิดแผกไปจากปกติ หยางไค่กระทืบเท้าลงบนพื้นดิน ร่างของเขาทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหาและเลือนหายไปในความมืดมิดของราตรี ส่งผลให้บรรยากาศบนเกาะกลับคืนสู่ความสงัดเงียบอีกครั้ง
เนิ่นนานผ่านไป ปะการังเหล่านั้นพลันบิดเบี้ยวและแปรเปลี่ยนรูปกายกลายเป็นสตรีผู้มีส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวนในชุดสีม่วง นางจ้องมองไปยังทิศทางที่หยางไค่หายไปพลางขยิบตาอันเสน่ห์แรงกล้าและเหยียดยิ้มที่มุมปาก “ดูเหมือนข้าจะล่วงรู้ความลับอันยิ่งใหญ่เข้าเสียแล้ว! จูเลี่ย คราวนี้ข้าจะจัดการเจ้าให้ได้ เจ้าจะต้องชดใช้ที่กล้าดูถูกข้า!” นางหัวเราะคิกคักอย่างลำพองใจในกลอุบายอันชั่วร้ายที่แล่นเข้ามาในหัว ก่อนจะหมุนตัวเตรียมจากไป
ทันใดนั้น ร่างของนางพลันแข็งค้าง ความหนาวเหน็บแล่นวาบไปตามกระดูกสันหลังราวกับเลือดในกายถูกแช่แข็ง เมื่อพบว่าหยางไค่ที่ควรจะจากไปแล้ว กลับมายืนอยู่ตรงหน้านางอย่างเงียบเชียบ ดวงตาที่แดงก่ำด้วยเส้นเลือดจ้องเขม็งมาที่นางราวกับจ้องมองซากศพ
“เจ้า...” ฟู่หลิงอุทานออกมาด้วยความตระหนก นางก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเพื่อทิ้งระยะห่าง นางได้ยินบทสนทนาระหว่างจูเลี่ยและหยางไค่ก่อนหน้านี้ จึงรู้ดีว่ามนุษย์ที่มีรูปลักษณ์ธรรมดาผู้นี้แข็งแกร่งเพียงใด ดังนั้นปฏิกิริยาแรกของนางคือการหลบหนีหาใช่การเข้าปะทะ
มิใช่ว่านางขลาดเขลา เพราะสมาชิกเผ่ามังกรไม่เคยเกรงกลัวการต่อสู้ พวกเขาคือสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดในใต้หล้าและเป็นผู้นำแห่งเหล่าสัตว์อสูรบรรพกาล แต่ที่นางต้องถอยร่นเพราะรู้ดีว่าตนเองมิใช่คู่ต่อสู้ของเขา ฟู่หลิงเป็นเพียงมังกรลำดับที่หก ในขณะที่มังกรลำดับที่แปดอย่างจูเลี่ยและจูชิงยังเคยพ่ายแพ้ให้แก่ชายผูี้
นางตัดสินใจแปลงกายเป็นมังกรม่วงพุ่งทะยานฝ่ามิติลี้ลับเพื่อหลบหนีด้วยความเร็วสูงสุด อย่างไรก็ตาม หยางไค่กลับดูเหมือนไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างเลยแม้แต่น้อย เขายังคงจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา แต่ทว่าร่างของเขากลับปรากฏอยู่ห่างจากนางเพียงสามก้าวเสมอ ไม่ว่านางจะเร่งความเร็วเพียงใดก็มิอาจสลัดพ้น ใบหน้าอันงดงามของฟู่หลิงเริ่มไร้สีเลือด นางเค้นพลังมังกรในกายเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แม้มันอาจจะไร้ผล แต่นางหวังว่ามันจะข่มขวัญหยางไค่ได้ชั่วขณะ
“มองข้า!” เสียงคำรามของหยางไค่ดังก้องเข้าไปในโสตประสาท
ฟู่หลิงเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะพบกับภาพที่ทำให้ใจสั่นสะท้าน หยางไค่ได้จำแลงร่างเป็นมังกรครึ่งมนุษย์ที่สูงใหญ่ถึงสี่สิบห้าเมตร ร่างอันมหึมาประดุจขุนเขาที่กดทับลงมาบนทรวงอกทำให้นางหายใจไม่ออก แรงกดดันมังกรที่แผ่ออกมาทำให้เลือดในกายของนางเย็นเฉียบจนมิอาจใช้พลังได้แม้เพียงครึ่ง และสิ่งที่น่าหวาดหวั่นที่สุดคือดวงตาซ้ายที่เป็นสีทองอร่าม มันสั่นคลอนจิตวิญญาณของนางจนแทบแตกสลาย ก่อนที่กรงเล็บขนาดยักษ์จะพุ่งเข้าหานาง
ในพริบตา ท้องทะเลและเกาะมังกรก็หายวับไปจากสายตา แทนที่ด้วยผืนดินกว้างใหญ่ที่ปรากฏขึ้นเบื้องล่างอย่างปาฏิหาริย์ นางทรุดเข่าลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดดั่งกระดาษ ชุดสีม่วงที่เปียกปอนแนบชิดไปกับเรือนร่างอันอวบอัดเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้เด่นชัดขึ้น
ทันใดนั้น รองเท้าคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นในครรลองสายตา ฟู่หลิงเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้สูงใหญ่เบื้องหน้าด้วยร่างกายที่สั่นเทา ประสบการณ์อันเลวร้ายเมื่อครู่ทำให้นางดูน่าสงสารและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน แม้นางจะรู้ว่าหยางไค่แข็งแกร่ง แต่นางไม่คาดคิดเลยว่าแม้จะใช้พลังทั้งหมดในการหลบหนีก็ยังมิอาจพ้นเงื้อมมือของเขา [เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่? เขาดูน่ากลัวกว่าที่จูเลี่ยบรรยายไว้เสียอีก!]
ฟู่หลิงเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว นางรู้ว่าจูชิงถูกคุมขังเพราะไปหลงรักมนุษย์นามว่าหยางไค่ ผู้ซึ่งครอบครองต้นกำเนิดมังกรบรรพกาล และตอนนี้จูชิงกำลังจะถูกบังคับให้แต่งงานกับฟู่ฉือในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เผ่ามังกรย่อมไม่ยอมให้ต้นกำเนิดอันล้ำค่าตกอยู่ในมือมนุษย์ และอนาคตของหยางไค่คงมืดมนยิ่งนัก แต่นางไม่นึกเลยว่าเขาจะกล้าบ้าบิ่นลอบเข้ามาบนเกาะมังกรเช่นนี้
ความเสียใจเข้าจู่โจมจิตใจนางที่ปล่อยให้ตัวเองถูกพบตัวเข้า ทว่านางยังไม่สิ้นฤทธิ์ ฟู่หลิงทะยานร่างขึ้นสู่เวหาอีกครั้ง ทิ้งระยะห่างไปหลายพันเมตร เมื่อหันกลับไปเห็นหยางไค่ยังคงยืนนิ่งมองนางด้วยสายตาเฉยชา นางจึงระเบิดเสียงคำรามกลายร่างเป็นมังกรม่วงพุ่งทะยานขึ้นไปบนมวลเมฆ
“เจ้าจบสิ้นแล้ว! พี่น้องร่วมเผ่าของข้ากำลังแห่กันมาที่นี่ หากเจ้าคุกเข่าอ้อนวอนข้าตอนนี้ ข้าอาจจะพิจารณาไว้ชีวิตเจ้าก็ได้” นางยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะหลังจากใช้เคล็ดวิชาลี้ลับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือสำเร็จ และคืนร่างกลับสู่มนุษย์ด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม
หยางไค่ยังคงจ้องมองนางด้วยสายตาดูแคลนโดยไม่มีวี่แววของความวิตกกังวล “เจ้าไม่กลัวงั้นรึ?” ฟู่หลิงถามด้วยความแปลกใจ
“ทำไมข้าต้องกลัว?” หยางไค่เหยียดยิ้ม
ฟู่หลิงพยักหน้าพลางสะบัดผมอย่างยั่วยวน เมื่อความขามเกรงจางหายไป เสน่ห์อันเหลือล้นของนางก็กลับมาอีกครั้ง “เจ้าช่างใจกล้าเสียจริง แต่ข้าไม่คิดว่าจูชิงจะรักเจ้าเพียงเพราะความกล้าหรอกนะ นางเห็นอะไรในตัวเจ้ากัน? หรือว่าเป็นเพราะ... เจ้ามีความสามารถบนเตียงที่ยอดเยี่ยมงั้นหรือ? จูชิงถึงได้หลงใหลในรสสวาทของเจ้านัก... ฮ่าฮ่าฮ่า... ช่างเป็นแม่นางที่ไร้เดียงสาเสียจริง”
หยางไค่ไม่ได้แปลกใจกับคำพูดไร้ยางอายของนาง เพราะเขาเคยเห็นความสำส่อนของนางในวังมังกรมาก่อนแล้ว “ใครจะรู้ล่ะ?” เขาไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ
ฟู่หลิงเลียริมฝีปากที่อวบอิ่มสีแดงทับทิมพลางกระหืดกระหอบ “ข้าได้ยินมาว่าที่จูชิงกลายเป็นมังกรลำดับที่เก้าได้นั้นเป็นเพราะเจ้า?”
นี่ไม่ใช่ความลับบนเกาะมังกร การพัฒนาสายเลือดมังกรนั้นยากเย็นแสนเข็ญ แม้จะกินดอกไม้เลือดมังกรมานานนับหมื่นปีก็ใช่ว่าจะสำเร็จ แต่การที่จูชิงก้าวกระโดดจากลำดับแปดไปสู่ลำดับเก้าได้ ย่อมเป็นผลมาจากการที่นางได้รวมเป็นหนึ่งกับมนุษย์ผู้ครองต้นกำเนิดมังกรบรรพกาล ฟู่หลิงซึ่งเป็นเพียงมังกรลำดับหก หากได้หลับนอนกับหยางไค่ นางอาจจะก้าวขึ้นสู่ลำดับเจ็ดหรือแปดได้อย่างง่ายดาย
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ร่างกายของนางพลันร้อนรุ่มด้วยความโหยหา “ข้าเองก็อยากจะลิ้มลองดูสักครั้งเหมือนกัน” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางบิดเร้ากายแสดงทรวดทรงอย่างโจ่งแจ้ง
“เสียใจด้วย ข้าไม่สนใจรองเท้าเก่าที่ผ่านมือชายมานับไม่ถ้วนหรอก” หยางไค่แค่นเสียงเย็นชา
ใบหน้าของฟู่หลิงพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ ดวงตาฉายแววอาฆาต นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกรีดร้องออกมา “ไอ้มนุษย์ต่ำช้า! เจ้าจะต้องชดใช้ในความโอหัง! หลังจากที่เจ้าถูกผู้อาวุโสจับตัวได้ ข้าจะลากเจ้ากลับไปที่บ้านและเสพสมกับเจ้าทั้งวันคืน! หวังว่าเจ้าจะมีเรี่ยวแรงพอ เพราะมันยากนักที่จะมีบุรุษคนไหนทำให้ข้าพอใจได้!”
“ไว้ถึงตอนนั้นค่อยมาคุยกันเถอะ” หยางไค่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาด้วยท่าทางราบเรียบ “อย่างไรก็ตาม ข้าสงสัยนักว่าเจ้าซ่อนตัวจากข้าและจูเลี่ยได้อย่างไร?”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.