Chapter 37
38 / 552
13 min read
Chapter 37
Published Apr 7, 2026, 01:37 PM
ตอนที่ 9 – ปลาแสงอาทิตย์ผู้รอบรู้ (2)
วินาทีที่ดวงตาเหลืองโพลนคู่นั้นจดจ้องตรงมา เสียงแผดคำรามก้องกัมปนาทก็พลันระเบิดขึ้นจนแสบแก้วหู
โฮกออออออ!
[อสูรกายระดับ 7 ‘ทีแร็กซ์’ ค้นพบตัวคุณแล้ว]
[‘ทีแร็กซ์’ เปิดใช้งานทักษะ ‘ความหวาดกลัวต่อผู้ล่า’!]
[ทักษะเฉพาะตัว ‘กำแพงที่สี่’ สกัดกั้นผลกระทบจากทักษะ ‘ความหวาดกลัวต่อผู้ล่า’]
ด้วยพลังของกำแพงที่สี่ จิตใจของผมยังคงเยือกเย็นมั่นคง ทว่าร่างกายกลับสั่นสะท้านด้วยสัญชาตญาณดิบที่หวาดเกรงต่อผู้ล่าอย่างไม่อาจขัดขืน
“ทุกคน หลบไป!”
จองฮีวอนและอีจีฮเยที่ยืนตัวแข็งทื่อได้สติกลับคืนมา ผมรีบถอยฉากออกมาพร้อมกับฉุดดึงอีคิลยองที่อยู่ข้างๆ ให้พ้นทาง
โครม โครม โครม!
หางขนาดยักษ์ฟาดกวาดผ่านพงไพรเบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่ง
“อ้ากกกกก!”
เหล่าชายที่กำลังวิ่งหนีถูกซัดจนกระเด็นล้มระเนระนาดก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต โชคยังดีที่จองฮีวอนและอีจีฮเยปลีกตัวออกจากระยะอันตรายได้ทันท่วงที ผมตะโกนสั่งอีคิลยองที่หมอบอยู่ข้างกาย
“คิลยองถอยไป! คุณฮีวอน คุณจีฮเย แยกกันไปทางซ้ายและขวา!”
ทันใดนั้น ข้อความระบบก็เด้งขึ้นมา
[ตัวละคร ‘อีคิลยอง’ เปิดใช้งานทักษะ ‘สารานุกรมไดโนเสาร์’!]
...หืม?
“ทีแร็กซ์เคลื่อนที่ได้รวดเร็วเมื่อเทียบกับขนาดตัว แต่พวกมันมีจุดอ่อนตรงที่ลานสายตาแคบมากครับ”
“...ว่าไงนะ?”
“ผมเคยอ่านเจอในหนังสือตอนเด็กๆ น่ะครับ”
“ตอนเด็ก?”
“...ตอนที่เด็กกว่าตอนนี้”
ผมจ้องมองอีคิลยองด้วยสายตาว่างเปล่า แต่นี่ไม่ใช่เวลามานั่งซักไซ้ไล่เลียง
โฮกออออออ!
[ทักษะเฉพาะตัว ‘พลังดาราบริสุทธิ์สีขาว’ ถูกเปิดใช้งาน]
ผมเริ่มกวัดแกว่งใบดาบที่อาบไปด้วยแสงหลากสีเพื่อดึงความสนใจของจ้าวแห่งไดโนเสาร์ ทั้งอีจีฮเยและจองฮีวอนไม่ใช่สายแทงค์ที่จะมารับการโจมตีตรงๆ ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอีคิลยองเลย ดังนั้น มีเพียงผมคนเดียวเท่านั้นที่ต้องแบกรับความเสี่ยงนี้
“ผมจะล่อมันไว้เอง พวกคุณหาจังหวะจู่โจมจากด้านหลั—”
พูดยังไม่ทันจบดี ผมก็เห็นอีจีฮเยและจองฮีวอนไปโผล่อยู่ที่ด้านท้ายของทีแร็กซ์เรียบร้อยแล้ว พวกเธอหัวไวชะมัด
โฮกออออออ!
ผมเบี่ยงตัวหลบคมเขี้ยวมหึมาและกรงเล็บที่เหยียบย่ำลงมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่จะทันได้เงื้อ ‘ศรัทธาที่ไม่สั่นคลอน’ หางของมันก็พุ่งเฉียดศีรษะไปเพียงนิดเดียว ความรู้สึกสยองเกล้าแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แม้ค่าพลังชีวิตเลเวล 20 จะทำให้ผมไม่ตายง่ายๆ แต่มันก็น่าหวาดเสียวจนแทบหยุดหายใจ
บางทีที่ผ่านมาผมอาจจะแค่โชคดีเฉยๆ ก็ได้ ตัวผมนี่แหละที่เป็น ‘ปลาแสงอาทิตย์’ ยิ่งกว่ายูจุงฮยอกเสียอีก
ฉวะ! ฉึบ!
ในขณะเดียวกัน จองฮีวอนและอีจีฮเยก็กระหน่ำสร้างความเสียหายจากด้านหลังอย่างต่อเนื่อง มันเป็นการผสานกันระหว่าง ‘วิชาดาบ’ และ ‘เคนโด้’ บาดแผลจากคมดาบปรากฏชัดบนเรียวขาขนาดมหึมาของทีแร็กซ์ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป แม้ต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่ชัยชนะย่อมเป็นของเรา
“พี่ครับ! ผมจะช่วยดึงความสนใจมันเอง!”
เจ้าเด็กนั่นไม่ยอมฟังคำสั่งให้รออยู่ข้างหลังเลยสักนิด
“ไม่ได้นะ คิลยอง เธอต้อง—”
“ผมทำได้!”
จู่ๆ อีคิลยองก็ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมส่งสัญญาณบางอย่างที่ลึกลับ ทันใดนั้น ตั๊กแตนตำข้าวยักษ์จากที่ไหนก็ไม่รู้พุ่งเข้าใส่และแทงเข้าที่ดวงตาของทีแร็กซ์ก่อนจะหลบฉากไปอย่างรวดเร็ว มันคือเจ้า ‘ไททาโน่’ ที่อีคิลยองเคยสื่อสารด้วยก่อนหน้านี้นั่นเอง
โฮกออออออ!
ทีแร็กซ์สะบัดหัวอย่างบ้าคลั่ง พยายามไล่ตามตั๊กแตนตำข้าวที่รบกวนทัศนวิสัยของมัน อีคิลยองขยับมือควบคุมทิศทางอย่างคล่องแคล่วจนผมนึกทึ่ง
ไอ้เด็กนี่มันตัวละครโกงระดับพระเจ้าชัดๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมยูจุงฮยอกถึงอยากได้ตัวเขานัก
โฮกออออออ!
ด้วยการสนับสนุนของอีคิลยอง สนามรบก็ตกอยู่ในกำมือของเราอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของทีแร็กซ์เริ่มอืดอาดลง ขณะที่ดวงตาของจองฮีวอนและอีจีฮเยพลันเปล่งประกายสีแดงฉาน
[สังหารปีศาจ]
แม้มันจะทำให้พวกเธออ่อนแอต่อการโจมตีทางจิต แต่ก็นับว่าเป็นทักษะชั้นเลิศที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งเมื่ออยู่ในสภาวะตื่นตัว ภาพลักษณ์ของหญิงสาวทั้งสองที่ดวงตาลุกโชนท่ามกลางป่าฝนนั้นช่างดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม
น่าเสียดายที่ผมต้องเสียอีจีฮเยให้กับยูจุงฮยอกไป ทว่าจองฮีวอนเองก็มีศักยภาพในการเติบโตที่เหนือล้ำ ‘ตุลาการแห่งการทำลายล้าง’ คือคุณลักษณะที่ยอดเยี่ยม และเธอก็ยังไม่มี ‘ผู้สนับสนุน’ เสียด้วย
ดูเหมือนพลังชีวิตของทีแร็กซ์จะลดลงไปมากแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเผด็จศึก
[ดาบแห่งศรัทธา เปิดทำงาน!]
ผมเริ่มรวบรวมพลังมานาที่เหลืออยู่ แม้ผมจะไม่มีผู้สนับสนุน และไม่ได้รวดเร็วเท่าจองฮีวอนหรืออีจีฮเย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพลังโจมตีของผมจะด้อยกว่าใคร ผมมีระบบสุดโกงที่พร้อมจะทลายขีดจำกัดทุกอย่าง
โฮกออออออ!
เอเธอร์เบลด (Ether Blade)
[คุณสมบัติพิเศษของ ‘ศรัทธาที่ไม่สั่นคลอน’ เปิดทำงาน]
[ธาตุเอเธอร์ถูกเปลี่ยนเป็น ‘เพลิง’]
มานาจำนวนมหาศาลถูกสูบออกไปจนร่างกายอ่อนล้าถึงขีดสุด แต่ผมไม่ยี่หระ เพราะรู้วิธีที่จะฟื้นฟูมันคืนมาในภายหลัง
ใบดาบขยายยาวขึ้นอีกร่วมเมตร พร้อมกับเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำล้อมรอบ
ผมวิ่งทะยานเข้าใส่ทางด้านหลังของทรราชย์ไดโนเสาร์
“ทุกคน หลบไป!”
ในจังหวะที่ทีแร็กซ์ชะงักงันและการเคลื่อนไหวเริ่มติดขัด ผมพุ่งตัวขึ้นไปบนหางของมัน แม้จะเกือบเสียหลักตกลงมาหลายครั้งเพราะไม่มีทักษะ ‘สัมผัสแห่งการทรงตัว’ แต่ผมก็ฝืนทนด้วยการแทงใบดาบลงไปในผิวหนังชั้นนอกเพื่อยึดเกาะ
โฮกออออออ!
เลือดสีข้นทะลักออกจากบาดแผล ร่างมหึมาดิ้นพล่านไปบนพื้นดิน ผมปักดาบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกที่ที่เอื้อมถึง เปลวเพลิงแผ่ซ่านเข้าไปในรอยแผลที่ถูกกรีดกระชาก
ดวงตาสีเหลืองของทีแร็กซ์จ้องมองมาที่ผมด้วยลมหายใจโรยริน ก่อนที่มันจะสิ้นใจลงในที่สุด
[คุณทำสำเร็จ! เป็นคนแรกที่ล่าอสูรกายระดับ 7 ‘ทีแร็กซ์’ ได้สำเร็จ!]
[คุณได้รับ 1,000 คอยน์ เป็นรางวัลตอบแทน]
“เฮ้อ... พวกเราทำได้จริงๆ ด้วย”
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าเราต้องทำได้”
จองฮีวอนพูดปนเสียงหอบเหนื่อยพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เธอมีสิทธิ์ที่จะภูมิใจ เพราะทีแร็กซ์ถือเป็นสัตว์ประหลาดระดับท็อปของแรงก์ 7 เลยทีเดียว อีจีฮเยรีบวิ่งเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว
“หนูเกือบจะจัดการมันได้อยู่แล้วเชียว!”
“ว่าไงนะ? ถ้ายังฟันอยู่อย่างนั้น กว่าจะตายก็คงอีกนานเลยล่ะ”
ผมเช็ดเลือดออกจากดาบขณะพูดตอบกลับไป จองฮีวอนเอ่ยถามขึ้น
“แต่ว่า... ในหนังเรื่องนี้ทีแร็กซ์มันถูกฆ่าตายด้วยเหรอคะ?”
“ไม่ครับ แต่นี่มันไม่สนุกกว่าเหรอ?”
“...เอ๊ะ?”
“แนวหนังคือแฟนตาซี แอ็กชัน และการผจญภัย แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วล่ะ”
ทันใดนั้น ข้อความระบบก็ดังขึ้นในหัว
[เจ้าของโรงภาพยนตร์พึงพอใจกับตอนจบของภาพยนตร์ที่เปลี่ยนไป]
จองฮีวอนอุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ
“เหหะ?”
ใช่แล้ว กลยุทธ์ของดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์ไม่ใช่การเดินตาม ‘ฉากจบที่แท้จริง’
ไม่อย่างนั้นยูจุงฮยอกก็คงไม่มีวันพิชิตดันเจี้ยนนี้ได้ แต่มันคือการสร้างตอนจบที่ ‘เจ้าของโรงภาพยนตร์’ พึงพอใจ ซึ่งไอ้เจ้าของที่ว่านี่ก็เป็นพวกจิตวิปริตขั้นสุดเสียด้วย
“เข้าใจหรือยังครับ? หน้าที่ของเราก็แค่ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า”
พูดง่ายๆ ก็คือ หากเรากำจัดอุปสรรคทั้งหมดที่มีต่อฉากจบ หนังเรื่องนี้ก็จะปิดม่านลงเองตามธรรมชาติ
[คุณสามารถไปยังชั้นต่อไปได้แล้ว]
[โปรดไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้าของห้องแล็บวิจัย]
“เดี๋ยวค่อยไปครับ เรามีของรางวัลที่ต้องเก็บเกี่ยวกันก่อน”
ผมเริ่มสำรวจบริเวณรอบๆ ซากทีแร็กซ์ ไม่นานนักก็พบหนึ่งในกลุ่มคนที่เข้ามาที่นี่ก่อนหน้าเรา ส่วนที่เหลือถ้าไม่ถูกกินก็คงถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว
“เฮ้ ตื่นสิ”
“อัก... อือออ...”
เลือดไหลรินออกจากร่างของชายคนนั้นไม่หยุด บาดแผลจากกรงเล็บทีแร็กซ์ลึกจนเห็นกระดูก ชัดเจนว่าเขาไม่มีทางรอดชีวิตแน่ๆ
“หายใจช้าๆ ไว้”
“แค่น... แค่ก! ...รอด...”
ผมป้อนน้ำให้เขากิน ชายคนนั้นพยายามดื่มก่อนจะกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง ผมจึงต้องรีบเค้นถามความจริง
“คุณมาที่นี่ได้ยังไง?”
“พะ... ผู้หยั่งรู้...”
“ผู้หยั่งรู้คือใคร?”
ลมหายใจของเขาเริ่มขาดช่วง
“ได้รับ... วะ... วิวรณ์...”
...วิวรณ์ (Revelation)?
“ผมอยาก... มีชีวิต...”
เลือดพุ่งออกจากปากของเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ลมหายใจจะดับสูญ จองฮีวอนและคนอื่นๆ เดินตามมาข้างหลัง
“คนคนนั้น...?”
ผมส่ายหัวและก้มมองร่างไร้วิญญาณเบื้องล่าง
‘วิวรณ์’ งั้นเหรอ? ช่างเป็นเรื่องโกหกที่น่าขันสิ้นดี
เท่าที่ผมรู้ ใน ‘หนทางเอาชีวิตรอด’ มีเพียง ‘แอนนา ครอฟต์’ คนเดียวเท่านั้นที่มีทักษะ ‘มองเห็นอนาคต’
ถ้าอย่างนั้นคำตอบก็มีเพียงหนึ่งเดียว
...มีคนอื่นนอกจากผมที่รู้ข้อมูลของโลกนี้ แต่พวกเขารู้ไม่มากเท่าผม ข้อพิสูจน์ก็คือพวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะเหยียบมาที่นี่เพื่อทดสอบข้อมูลด้วยตัวเอง
“คุณดกจา?”
“พักผ่อนกันก่อนเถอะครับ”
พวกเรานำแผ่นตะกั่วมาคลุมร่างชายคนนั้นไว้ ก่อนจะมารวมตัวกันใกล้ซากทีแร็กซ์ แม้เราต้องรีบตามยูจุงฮยอกไป แต่หากไม่พักผ่อนให้เพียงพอ ปาร์ตี้ของเราคงพินาศก่อนที่จะได้เจอเขา
ผมสำรวจซากทีแร็กซ์อีกครั้ง
ผมตรวจดูทั้งส่วนหัวและหัวใจ แต่น่าเสียดายที่ไม่พบมอนสเตอร์คอร์ (Monster Core) เลย ทว่านั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้อะไรกลับไป จองฮีวอนจ้องมองเนื้อทีแร็กซ์ที่กำลังย่างไฟจนน้ำลายแทบหก
“...มันกินได้จริงๆ เหรอคะ?”
“กินได้ครับ เพราะเราย่างด้วยเปลวเพลิงมานา ส่วนที่ยังไม่สุกก็ใช้เตาพลังมานาช่วยได้”
พวกเรานั่งล้อมวงรอบขาของทีแร็กซ์ ควันกรุ่นลอยขึ้นมาขณะที่เราเฉือนเนื้อที่สุกกำลังดีออกมาทีละนิด อีคิลยองตะโกนก้อง
“เนื้อสดๆ มาแล้ว!”
อีจีฮเยพุ่งเข้าใส่เป็นคนแรกและคว้าชิ้นเนื้อไปครอง ส่วนคนที่เหลือรวมถึงตัวผมเองก็หยิบชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ขึ้นมา เนื้อชิ้นโตขนาดนี้งั้นเหรอ? เป็นความหรูหราที่สมัยผมยังเป็นพนักงานออฟฟิศไม่มีวันแม้แต่จะฝันถึง อีจีฮเยหลับตาลงลิ้มรสชาติอย่างเปี่ยมสุข ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงเคลิบเคลิ้ม
“อา... รสชาติที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก...”
มันอร่อยจริงๆ นั่นแหละ
ไขมันที่แทรกซึมอยู่ในมัดกล้ามเนื้ออย่างลงตัว ทำให้รสชาติมันต่างจากพวกหนูปูนโดยสิ้นเชิง ความรู้สึกทุกครั้งที่กัดลงไป... ถ้าคุณซังอาอยู่ที่นี่ด้วย เธอต้องร้องไห้แน่ๆ
หลังจากทานเนื้อเข้าไป ผมรู้สึกได้ว่าค่าพลังชีวิตกำลังฟื้นฟู เนื้อของอสูรกายระดับสูงมักจะมีผลลัพธ์พิเศษแบบนี้เสมอ ทว่าในบางกรณีก็ต้องระวังไว้ด้วย จองฮีวอนถอนหายใจยาว
“ฟู่ว... อิ่มจัง อร่อยสุดยอดเลยค่ะ แต่ถ้ากินมากกว่านี้ฉันคงร้องไห้แน่ๆ”
หลังจากพักผ่อนจนเต็มอิ่ม พวกเราก็มุ่งหน้าไปยังห้องแล็บวิจัยใจกลางเกาะทันที
ระหว่างทางเราเผชิญหน้ากับพวกแรปเตอร์ (Raptor) อีกสองสามตัว แต่พวกมันก็กลายเป็นเรื่องง่ายไปเลยเมื่อเทียบกับทีแร็กซ์
ภายในห้องแล็บเต็มไปด้วยขวดโหลและหลอดแก้ว มีตู้อบขนาดเล็กที่มีตัวอ่อนไดโนเสาร์และตัวอย่างเลือดที่ถูกเก็บไว้ มีเพียงสิ่งเดียวที่หายไป
สายตาของผมเหลือบไปเห็นไอเทมบางอย่างเมื่อเดินเข้าไปในโถงทางเดินชั้นใน
[แอมพูลเสริมพลังชีวิต]
[แอมพูลเสริมพลังมานา]
[แอมพูลเสริมความคล่องตัว]
[แอมพูลเสริมพละกำลัง]
เป็นไปตามที่คาด มันอยู่ที่นี่จริงๆ ผมเริ่มกวาดแอมพูลเหล่านั้นลงกระเป๋า เช่นเดียวกับคอร์ของอิกทิโอซอร์ ไอเทมเสริมค่าสถานะโดยรวมเหล่านี้จะมีให้เก็บเกี่ยวแค่ในช่วงต้นของเซนาริโอเท่านั้น
มันไม่ได้มีแค่หลอดสองหลอด แต่มันมีเกือบ 20 หลอด! หากเป็นเช่นนี้ ค่าสถานะของผมจะพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด นี่คือเหตุผลที่ผมยอมประหยัดคอยน์ไว้ไม่ยอมอัปค่าสถานะ เพื่อรอคอยเซนาริโอที่ซ่อนอยู่นี้โดยเฉพาะ
แอมพูลเหล่านี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อค่าสถานะน้ันๆ ยังไม่เกินเลเวล 30
“คุณลุง เจออะไรดีๆ เข้าอีกล่ะสิ?”
...อา ยัยเด็กหูผีนี่
“อะไรนะ? แอมพูลเสริมพลังชีวิตเหรอ?”
ดวงตาของอีจีฮเยเป็นประกายขณะคว้าแอมพูลไปหลอดหนึ่ง
“กะจะกินคนเดียวหมดเลยเหรอคะ?”
“กินคนเดียวที่ไหนกันล่ะ แน่นอนว่าต้องแบ่งกันอยู่แล้ว”
“พี่คะ ดูนี่สิ! คุณลุงเขา...!”
คนอื่นๆ ในปาร์ตี้เดินเข้ามาหาด้วยความวุ่นวาย จองฮีวอนถึงกับอึ้งเมื่อตรวจสอบข้อมูลไอเทม
“พระเจ้าช่วย... นี่มันไอเทมอะไรกันคะเนี่ย?”
“...นี่คือรางวัลจากเซนาริโอที่ซ่อนอยู่ครับ”
ผมพูดด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย พับผ่าสิ เรื่องนี้มันค่อนข้างยากแฮะ ผมไม่ได้ล่าทีแร็กซ์คนเดียว ดังนั้นการจะกวาดไอเทมไปทั้งหมดก็รู้สึกผิดต่อมโนธรรมอยู่บ้าง...
[กลุ่มดาวบางส่วนไม่พอใจกับสถานการณ์นี้]
อีจีฮเยจ้องมองแอมพูลเสริมพละกำลังตาเป็นมันก่อนจะเอ่ยปาก
“ขอแอมพูลพละกำลังให้หนูได้ไหมคะ? หนูรู้สึกว่าแรงหนูยังน้อยไปนิดนึง”
[ทักษะเฉพาะตัว ‘รายชื่อตัวละคร’ เปิดใช้งาน!]
มันคือหน้าต่างข้อมูลฉบับย่อที่มีเพียงค่าสถานะโดยรวม
[รายการสรุปตัวละคร]
ชื่อ: อีจีฮเย
คุณลักษณะเฉพาะ: ดาบปีศาจผู้มีแผลเป็น (หายาก)
ทักษะเฉพาะตัว: ฝึกฝนวิชาดาบ Lv. 4, สังหารปีศาจ Lv. 1, สัมผัสสมบูรณ์แบบ Lv. 2, ย่างก้าวภูตผี Lv. 2
สติกมา: สงครามทางเรือ Lv. 1, บัญชาการกองทัพใหญ่ Lv. 1
ค่าสถานะโดยรวม: พลังชีวิต Lv. 13, พละกำลัง Lv. 17, ความคล่องตัว Lv. 13, มานา Lv. 10
ยัยเด็กนี่...
“เอ๋? พี่ฮีวอน หนูขอไม่ได้เหรอคะ?”
“เอ่อ คุณดกจาเป็นคนหาเจอนะ เพราะฉะนั้นให้เขาเป็นคนตัดสินใจเถอะ...”
เอาเข้าจริง มันก็ไม่เป็นไรหรอกถ้าคนอื่นในปาร์ตี้จะได้ไป แต่การให้ไอเทมกับอีจีฮเยมันแอบเสียดายนิดหน่อย ยังไงเธอก็เป็นคนของกลุ่มยูจุงฮยอกอยู่ดี
[กลุ่มดาว ‘ตุลาการไฟผู้อยู่ในคราบปีศาจ’ คาดหวังในความยุติธรรมของคุณ]
ความยุติธรรมงั้นเหรอ... ได้ งั้นมาใช้วิธีที่ใสสะอาดที่สุดเท่าที่ผมรู้จักกันดีกว่า
ผมเผยยิ้มก่อนจะเสนอทางเลือกออกไป
“งั้นมาเป่ายิ้งฉุบกันไหม?”
“เป่ายิ้งฉุบ?”
“ผู้ชนะคนสุดท้ายจะได้มันไป”
ความโลภฉายชัดบนใบหน้าของอีจีฮเย
“ตกลง!”
“เอ่อ... ฉันยังไงก็ได้ตามที่คุณดกจาต้องการค่ะ แต่มันจะดีเหรอคะ? ถ้าพลาดขึ้นมาล่ะ”
“ถ้าแพ้ก็แค่หมายความว่าดวงไม่ดีเท่านั้นแหละครับ”
อีจีฮเยถามย้ำด้วยความตื่นเต้นที่จะได้มีส่วนร่วมในของรางวัล
“เริ่มจากแอมพูลเสริมพละกำลังก่อนเลยละกัน”
ผมวางแอมพูลพละกำลังลงเบื้องหน้าและหันไปหาอีจีฮเย
“เธอต้องสู้กับฉัน”
“หนูเป่ายิ้งฉุบเก่งนะ ลุงจะไหวเหรอ?”
“อา งั้นเหรอ?”
ผมส่งยิ้มพิมพ์ใจให้เธอ
[ทักษะเฉพาะตัว ‘มุมมองคนอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่ 1 เปิดใช้งาน!]
[ตัวละคร ‘อีจีฮเย’ เตรียมที่จะออก ‘กรรไกร’]
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.