Chapter 35
36 / 552
15 min read
Chapter 35
Published Apr 7, 2026, 01:35 PM
ตอนที่ 8 – การป้องกันฉุกเฉิน (4)
หนึ่งชั่วโมงนับตั้งแต่สมรภูมิปะทุขึ้น กงพิลดูยังคงกัดฟันต่อสู้ดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แม้จำนวนของเหล่าอสูรกายจะแทบไม่ลดน้อยลงเลย แต่นับว่าเขายังทำได้ยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือ การที่เขาถูกขนานนามว่าเป็นผู้ที่มีพลังป้องกันแข็งแกร่งที่สุดในบรรดา ‘สิบทรชน’ นั้นย่อมมีเหตุผลของมัน
“ไอ้พวกสวะ!”
[ทักษะ ‘อาวุธล้อมพื้นที่’ ของตัวละคร ‘กงพิลดู’ เลเวลอัพ]
[ทักษะ ‘ที่ดินส่วนบุคคล’ ของตัวละคร ‘กงพิลดู’ เลเวลอัพ!]
[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ ได้รับทักษะ ‘กำแพงป้องกัน’]
ความเร็วในการเพิ่มระดับของทักษะอาวุธล้อมพื้นที่นั้นรวดเร็วปานก้าวกระโดด เห็นได้ชัดว่าผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังกงพิลดูกำลังเร่งระดมทรัพยากรเพื่อผลักดันการเติบโตของเขาอย่างสุดตัว หากเขาสามารถเอาชีวิตรอดจากที่นี่ไปได้ การเติบโตของกงพิลดูจะพุ่งทะยานจนน่าหวาดหวั่น
...แต่นั่นต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าเขา ‘รอด’ ไปได้ล่ะนะ
“อั่ก... อ้วก!”
ตามสถานการณ์ในฉาก กงพิลดูจะต้องยื้อเวลาต่อไปอีกเจ็ดชั่วโมง หากตอนนี้ผมมีป๊อปคอร์นอยู่ในมือสักถังก็คงจะรื่นรมย์ไม่น้อย น่าเสียดายจริงๆ
อีจีฮเยที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมกำลังหัวเราะคิกคักขณะทอดสายตามองลงไปยังลานต่อสู้ด้านล่าง ทั้งที่เมื่อครู่เธอยังเพิ่งบอกให้ผมช่วยพวกเขาสมกับที่เป็นศิษย์ของยูจุงฮยอกแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนท่าทีไปได้รวดเร็วเหลือเกิน
“ว่าแต่ ทำไมคุณพี่ยูจุงฮยอกถึงไม่มาที่นี่ล่ะคะ?”
“ผมจะไปรู้ได้ยังไง อาจารย์ของคุณน่ะยุ่งตลอดเวลานั่นแหละ”
ยุ่งอย่างนั้นเหรอ... ก็คงจะจริง คนที่พยายามแบกทุกอย่างไว้เพียงตัวคนเดียวน่ะเป็นคนที่ยุ่งที่สุดเสมอ
ผมก้มลงมองกงพิลดูที่สภาพร่อแร่ใกล้ตายเต็มทนก่อนจะเอ่ยถาม “ยูจุงฮยอกเข้าไปในดันเจี้ยนตอนกี่โมง?”
“ก็น่าจะประมาณเก้าโมงเช้าของวันนี้...” อีจีฮเยชะงักคำพูดแล้วหันมาจ้องหน้าผมเขม็ง “...เดี๋ยวนะ คุณรู้ได้ยังไงว่าท่านอาจารย์เข้าไปในดันเจี้ยน?”
ผมเมินคำถามของเธอแล้วเริ่มคำนวณเวลา ในตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่ม หากคำนวณง่ายๆ ก็หมายความว่ายูจุงฮยอกหายเข้าไปนานกว่า 11 ชั่วโมงแล้ว แต่เขากลับยังไม่ออกมา...
บัดซบ ผมต้องเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ยูจุงฮยอกคือตัวเอกของเรื่องนี้ หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องยากทันที
ผมเปิดช่องทางการสื่อสารกับโทแกบี
‘บีฮยอง’
บีฮยองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศหันมามองผม
[มีอะไร? เรียกข้าซะกะทันหันเลยนะ]
‘เปิดถุงโทแกบีซะ’
[อะไรนะ? มะ-ไม่! ตอนนี้ข้ากำลังมียอดผู้ติดตามพุ่งกระฉูดเลยนะ!]
ผมรู้ดี ค่าตัวของผมกำลังพุ่งสูงขึ้นจากการกระทำที่มีต่อกงพิลดู แผนการวางกับดักแล้วนั่งดูผลลัพธ์อย่างสบายใจของผม ทำให้กลุ่มดาวประเภท ‘ผู้แสวงหาความสำราญ’ เริ่มย้ายออกจากช่องที่กงพิลดูสังกัดอยู่
แล้วพวกกลุ่มดาวเหล่านั้นจะไปที่ไหนหลังจากออกจากช่องเดิมล่ะ?
[กลุ่มดาวดวงใหม่ได้เข้าสู่แชนแนล!]
แน่นอนว่าต้องเป็นแชนแนลของบีฮยอง
[แชนแนล #BI-7623 พร้อมสำหรับการขยายขอบเขต]
[ฮิฮิ ฮิๆๆ ดูนี่สิ ดูนี่! ตอนนี้แชนแนลของข้าเองก็...]
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่บีฮยองจะออกอาการดี๊ด๊าขนาดนี้ แต่นี่ไม่ใช่เวลามามัวรื่นเริง
‘ถ้าไม่อยากให้แชนแนลของแกพังพินาศ ก็รีบเปิดมันซะเดี๋ยวนี้ แกก็น่าจะเห็นว่ามันกำลังจะมีโฆษณาคั่นเพื่อเตรียมขยายแชนแนลไม่ใช่หรือไง’
[ชิ... โธ่เว้ย... ก็ได้...]
บีฮยองบ่นพึมพำแต่ก็ยอมเปิดถุงโทแกบีให้หลังจากโฆษณาจบลง ในที่สุดก็ได้เวลาใช้คอยน์ที่ผมออมไว้เสียที
‘ฉันจะจ่าย 5,000 คอยน์ อัปเกรดฉันเป็นสมาชิกระดับทองซะ’
บีฮยองจ้องมองผมเงียบๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว ตามมาด้วยข้อความแจ้งเตือนจากระบบ
[คอยน์ 5,000 เหรียญถูกหักออกไป]
[ยินดีด้วย! คุณได้กลายเป็นสมาชิกระดับทองของถุงโทแกบี!]
ระดับสมาชิกของผมเปลี่ยนไป พื้นหลังของหน้าต่างถุงโทแกบีก็แปรเปลี่ยนตาม คอยน์นี่มันช่างวิเศษจริงๆ รายการไอเทมใหม่ๆ ถูกเพิ่มเข้ามา ผมจัดการเลือกไอเทมที่จำเป็นใส่ลงในรถเข็นทันที
* สัญญาเบื้องหลัง – 10,000 คอยน์
* โพชั่นฟื้นฟูพลังมานาละดับกลาง x 10 – 5,000 คอยน์
สัญญาหนึ่งฉบับและโพชั่นระดับกลางอีกสิบขวด... เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
การใช้จ่ายครั้งนี้อาจจะดูหนักหนาไปบ้าง แต่ในเมื่อแชนแนลกำลังจะขยายตัว อีกไม่นานผมก็จะหาคืนกลับมาได้ทั้งหมด บีฮยองมีท่าทีประหม่าเมื่อเห็นไอเทมที่ผมกว้านซื้อไป
[...แกซื้อสัญญาไปทำไม? ลืมเงื่อนไขไปแล้วหรือไง? แกจะมีผู้สนับสนุนไม่ได้นะ!]
‘พูดเรื่องอะไรของแก? ใครบอกว่าฉันจะหาผู้สนับสนุนตอนนี้กันล่ะ’
ต่อให้ผมจะทำแบบนั้นจริงๆ มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องควักคอยน์ตัวเองซื้อสัญญานี้ด้วย? ยังไงเสีย บีฮยองก็ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ
[คอยน์ 15,000 เหรียญถูกหักออกไป]
[คุณได้รับ ‘สัญญาเบื้องหลัง’]
[คุณได้รับ ‘โพชั่นฟื้นฟูพลังมานาระดับกลาง’ 10 ขวด]
ยูซังอาแสดงท่าทีสนเท่ห์เมื่อเห็นไอเทมปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า
“นั่นคืออะไรเหรอคะ?”
“สัญญาที่จะเปลี่ยน ‘ก๊าบ’ (ผู้เหนือกว่า) ให้กลายเป็น ‘อึล’ (ผู้ด้อยกว่า) น่ะครับ”
ผมกรอกข้อมูลในสัญญาอย่างละเอียด เขียนชื่อตัวเองลงในช่อง ‘ก๊าบ’ และรอคอยอย่างสงบ บัดนี้ถึงเวลาที่ ‘อึล’ จะต้องปรากฏตัวแล้ว
[ผู้สนับสนุนของตัวละคร ‘กงพิลดู’ กำลังขอความช่วยเหลือจากกลุ่มดาวโดยรอบ]
ในที่สุด ผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังกงพิลดูก็มาถึงขีดจำกัด และเริ่มส่งข้อความขอความช่วยเหลือออกไปยังนอกแชนแนล ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเดิมทีผู้สนับสนุนรายนี้ก็ไม่ได้มีคอยน์มากมายอะไรนัก ไม่ใช่กลุ่มดาวทุกดวงหรอกที่จะร่ำรวยเสมอไป
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ หัวเราะเยาะ]
กลุ่มดาวดวงอื่นๆ ในแชนแนลของกงพิลดูคงหยุดให้การสนับสนุนไปแล้ว และร่างอวตารของเขาก็กำลังจะตาย... ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่ผมวางไว้
บีฮยองเริ่มสังเกตเห็นบางอย่างแล้วพึมพำออกมา
[เดี๋ยวนะ หรือว่าเจ้าจะ...]
ผมตะโกนออกไปหากงพิลดูที่อยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย
“เฮ้ คุณตรงนั้นน่ะ”
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! กงพิลดูยังคงสาดกระสุนอย่างบ้าคลั่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองผมพร้อมหอบหายใจอย่างหนัก
“แกจะยอมตายอยู่ตรงนี้ หรือจะยอมทำสัญญากับฉัน?”
“อะ... อะไรนะ...?”
“ฉันไม่ใช่กลุ่มดาว เพราะฉะนั้นฉันเป็นผู้สนับสนุนให้แกไม่ได้ แต่ถ้าแกต้องการ ฉันสามารถเป็นคนเบื้องหลังให้แกได้ ว่าไงล่ะ?”
“ไอ้สวะนี่พูดเรื่องบ้าอะไร...?”
“กงพิลดู หุบปากซะ ฉันไม่ได้พูดกับแก”
“หือ...?”
ผมโบก ‘สัญญา’ ในมือข้างหนึ่ง และชู ‘โพชั่นฟื้นฟูพลังมานาระดับกลาง’ ในอีกข้าง
“ตอบมาเร็วๆ ฉันจะมอบไอเทมพวกนี้ให้ ถ้าแกยอมเซ็นสัญญากับฉัน”
หน้าต่างข้อความกะพริบขึ้นตรงหน้า
[ผู้สนับสนุนเบื้องหลังตัวละคร ‘กงพิลดู’ ปรากฏตัวออกมา]
[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งการตั้งรับ’ กำลังจ้องมองคุณเหมือนเห็นคนบ้า]
ก็นะ เขายังไม่พร้อมจะกลายเป็น ‘อึล’ ในตอนนี้หรอก แต่ไม่ต้องห่วง เมื่อเวลาผ่านไป เขาจะเป็นฝ่ายกระวนกระวายใจเอง
บีฮยองมองผมด้วยสายตาว่างเปล่า
[เจ้า... เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ?]
‘แกเองก็ด้วย’
[เจ้าเป็นมนุษย์คนแรกเลยนะที่ริอ่านจะสนับสนุนกลุ่มดาว!]
‘แล้วทำไม่ได้หรือไง?’
[นั่นน่ะกลุ่มดาวนะ! เขาจะยอมทำสัญญากับมนุษย์ต่ำต้อยอย่างเจ้าได้ยังไง!]
‘นั่นมันก็แค่ความคิดของแก’
จ้าวแห่งการตั้งรับ กลุ่มดาวระดับกลาง เขาเป็นกลุ่มดาวที่มีระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับความสามารถที่แท้จริง
โลกของเขาได้กลายเป็น ‘ฉากเหตุการณ์’ ไปนานแล้วและถูกทำลายลงจนหมดสิ้น ด้วยเหตุนี้ ตำนานของจ้าวแห่งการตั้งรับจึงไม่มีใครกล่าวขานถึงอีก เมื่อตำนานเลือนหาย กลุ่มดาวก็ไม่อาจได้รับคอยน์ และสักวันหนึ่ง แม้แต่ตัวตนของเขาก็จะมลายสิ้นไป
นั่นคือเหตุผลที่กลุ่มดาวบางดวง รวมไปถึงจ้าวแห่งการตั้งรับ จึงกระหายที่จะตามหา ‘ร่างอวตาร’ เพราะเหล่ากลุ่มดาวจะยังคงถูกจดจำไว้ในโลกได้ก็ผ่านทางร่างอวตารที่พวกเขาเลือกเท่านั้น
‘หมอนั่นน่ะ ไม่เหลือคอยน์แล้วล่ะ’
[ว่าไงนะ?]
พลังของกงพิลดูลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ต่างจาก ‘ราชาเหล่าสหายพ่าย’ จ้าวแห่งการตั้งรับนั้นเป็นผู้ที่ใส่ใจร่างอวตารของตนเองมาก การที่กงพิลดูกำลังจะตายหมายความว่าคอยน์ในมือของเขาหมดเกลี้ยงแล้ว
มันชัดเจนอยู่แล้วว่าหากไร้ซึ่งคอยน์ ‘สัญญาสนับสนุน’ ฉบับใหม่ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มดาวที่ไม่สามารถสร้างร่างอวตารใหม่ได้ล่ะ?
‘ทันทีที่กงพิลดูตาย หมอนั่นก็จะถูกลืมเลือน’
และสำหรับกลุ่มดาว การถูกลืมเลือนก็คือความตายนั่นเอง
ความหวาดหวั่นเริ่มผุดพรายขึ้นในดวงตาของบีฮยอง
[เจ้าเป็นใครกันแน่...?]
กงพิลดูคือหมากที่ยอดเยี่ยมหากผมสามารถควบคุมได้ แม้แต่ยูจุงฮยอกเองก็เคยพยายามสยบกงพิลดูมาหลายครั้งในการย้อนกลับหลายรอบที่ผ่านมา แน่นอนว่าเขาไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง
ยูซังอาเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“คุณดกจาคะ คนๆ นั้นเขากำลังจะตายแล้วนะคะ”
กงพิลดูกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดซึม บัดนี้ป้อมปืนจิ๋วในอาวุธล้อมพื้นที่เหลือเพียงสองป้อมเท่านั้น ถึงเวลาจบเรื่องนี้แล้ว
[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งการตั้งรับ’ กำลังพิจารณาเนื้อหาในสัญญา]
เขามาแล้ว บีฮยองเบิกตาโพลนกับภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า
[...เอาจริงเหรอ? ไม่สิ นี่เรื่องจริงใช่ไหม?]
ผมแสดงเนื้อหาสัญญาให้ดูทันที
[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งการตั้งรับ’ เริ่มอ่านสัญญาแล้ว]
กงพิลดูที่เลือดอาบอยู่ชั้นล่างจู่ๆ ก็แผดเสียงตะโกน เขาคงได้รับข้อความจากผู้สนับสนุนของตนแล้ว
“อะ-อะไรกัน? ข้อความนี่มันอะไร!”
อะไรล่ะ? ก็แกกำลังถูกขายไง
“กะ-เกิดอะไรขึ้นเหรอคะคุณพิลดู?”
[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งการตั้งรับ’ ขอเวลาตัดสินใจครู่หนึ่ง]
ไม่นานนัก ผมก็ได้ยินข่าวดี
[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งการตั้งรับ’ ได้เพิ่มเงื่อนไขลงในสัญญา]
[หากคุณตกลงตามเงื่อนไขนี้ กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งการตั้งรับ’ จะยอมทำสัญญากับคุณ]
ผมรีบกวาดสายตาอ่านข้อความทันที
.......
14. ร่างอวตาร คิมดกจา (ก๊าบ) ยอมรับในสิทธิความเป็นเจ้าของของกลุ่มดาว จ้าวแห่งการตั้งรับ (อึล) และจะต้องรับประกันการมีชีวิตรอดของ ‘กงพิลดู’
15. ร่างอวตาร คิมดกจา (ก๊าบ) จะต้องช่วยเหลือกลุ่มดาว จ้าวแห่งการตั้งรับ (อึล) เพื่อให้ทรัพย์สินส่วนบุคคล ‘กงพิลดู’ เติบโตขึ้นอย่างงดงาม
.......
การรับประกันชีวิตและการเติบโตของกงพิลดู ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องเขียนไว้ด้วยซ้ำ เพราะกงพิลดูจะตายไม่ได้อยู่แล้วหากสัญญานี้บรรลุผล สิ่งเดียวที่สำคัญสำหรับผมคือเงื่อนไขข้อที่สาม
3. ร่างอวตาร คิมดกจา (ก๊าบ) มีสิทธิ์ในการออกคำสั่งต่อ ‘กงพิลดู’ ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลของกลุ่มดาว จ้าวแห่งการตั้งรับ (สูงสุด 10 ครั้งต่อวัน)
ผมตรวจทานสัญญาแล้วพยักหน้า
“ผมยอมรับสัญญา”
ชั่วพริบตา สายใยจางๆ ก็เชื่อมต่อผมกับกงพิลดูเข้าด้วยกัน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังระรัว
[สัญญาสมบูรณ์]
[คุณได้กลายเป็น ‘ผู้สนับสนุนร่วม’ ของ ‘กงพิลดู’ ตามเงื่อนไขสัญญา]
[คุณได้รับสิทธิ์ในการออกคำสั่งต่อร่างอวตาร ‘กงพิลดู’ ตามเงื่อนไขสัญญา]
[ระยะเวลาสัญญาคือห้าปี และจะไม่มีการต่อสัญญาโดยอัตโนมัติ]
ยูจุงฮยอกคงจะช็อกจนตาค้างแน่ๆ ถ้าเขารู้ว่ากงพิลดูถูกสยบได้ง่ายดายขนาดนี้ หากผมไม่ได้อ่าน ‘หนทางเอาชีวิตรอด’ จนถึงช่วงท้ายของเรื่อง ผมก็คงไม่รู้ว่าจะใช้ ‘สัญญาเบื้องหลัง’ ในรูปแบบนี้ได้อย่างไร
ผมส่งโพชั่นฟื้นฟูให้ยูซังอา
“มอบสิ่งนี้ให้กงพิลดูนะครับ ให้เขาดื่มหนึ่งขวดทุกๆ 40 นาที”
“...จะดีเหรอคะที่จะมอบมันให้เขา?”
เธอต้องให้ครับ มิฉะนั้น ฉากเหตุการณ์หลักนี้จะไม่มีวันสำเร็จ กงพิลดูมีสีหน้าสับสนหลังจากได้รับโพชั่นจากมือยูซังอา
“นี่มันอะไร?”
“ดื่มซะ แล้วไปสู้ต่อ”
กงพิลดูทำท่าระแวงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานเขาก็เปิดฝาขวดออก ควันสีฟ้าแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ป้อมปืนที่เคยพังพินาศกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างปาฏิหาริย์
[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ ฟื้นฟูพลังมานาโดยสมบูรณ์]
กงพิลดูเช็ดคราบโพชั่นที่มุมปากแล้วเงยหน้ามองผมด้วยแววตาอาฆาต
“ไอ้โง่เอ๊ย แกคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะยกโทษให้เหรอ? ทันทีที่ฉันออกไปจากที่นี่ได้ มันคือวันตายของแก...”
“หุบปากซะ กงพิลดู”
[เงื่อนไขสัญญา ‘สิทธิ์ในการสั่งการ’ เปิดใช้งาน!]
“อะ-อุ๊บ? อื๊อ อื๊อ อื๊อ!”
น่าสงสารชะมัด หมอนั่นยังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองตกอยู่ในสถานะไหน
“ตั้งใจสู้เข้าล่ะ แล้วก็อย่าริอ่านมาแตะต้องคนในปาร์ตี้ของฉัน”
“ฮึ่ม...! อื๊อ อื๊อ...!”
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ยูซังอาเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นกงพิลดูปฏิบัติตามคำสั่งของผมอย่างเคร่งครัด
“คุณดกจาคะ? ทะ-ทำไมคนๆ นั้นถึง...?”
“ผมก็แค่เปลี่ยนจาก ‘ก๊าบ’ ให้กลายเป็น ‘อึล’ น่ะครับ”
“...คุณเขียนอะไรลงไปกันแน่คะ?”
“ตอนนี้เราวางใจเรื่องกงพิลดูได้แล้วล่ะครับ”
จากนั้น ข้อความจากกลุ่มดาวก็หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
[กลุ่มดาว ‘ผู้วางแผนลับ’ สนใจในแนวคิดของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ทำไม้พลองหลุดมือกับกลยุทธ์ของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรทมิฬแห่งอเวจี’ คิดว่าคุณมันโอหัง]
......
แม้ผมจะแอบเซ็นสัญญาเงียบๆ แต่พวกกลุ่มดาวกลับรู้ทันกันหมด จ้าวแห่งการตั้งรับอาจเป็นเพียงกลุ่มดาวระดับกลาง แต่นั่นก็ยังถือว่าเป็นกลุ่มดาวอยู่ดี
มนุษย์ธรรมดาที่บังอาจกลายเป็นผู้สนับสนุนร่วมกับกลุ่มดาว... ผลกระทบที่ส่งถึงเหล่ากลุ่มดาวนั้นย่อมมหาศาล มันอาจสร้างความขัดเคืองใจให้แก่พวกอย่างมังกรทมิฬแห่งอเวจี แต่ว่า...
[กลุ่มดาวจำนวนมากกำลังให้ความสนใจในตัวคุณ]
[กลุ่มดาวหลายดวงต้องการเป็นผู้สนับสนุนของคุณ]
กลุ่มดาวที่เล็งเห็นถึงคุณค่าในตัวผมนั้นมีจำนวนมากกว่ามหาศาล หากพวกเขามาเป็นผู้สนับสนุนให้ผม พวกเขาก็จะสามารถใช้พลังของจ้าวแห่งการตั้งรับได้เช่นกัน
ทันใดนั้น บีรยู โทแกบีเจ้าของแชนแนลของกงพิลดูก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ
[ท่านกลุ่มดาวทั้งหลาย! ทะ-ทำไม... ถึงจากไปกะทันหันแบบนี้ล่ะครับ? ยะ-อย่าไปเลยนะ! รออีกสักนิดเถอะ...!]
บีรยูที่แชนแนลกำลังจะพังพินาศอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง เขาคือโทแกบีที่สร้างบทลงโทษเรื่องอาหารและ ‘ค่าครองชีพ’ ในสถานีคึมโฮนั่นเอง
[ฮี้ววว! มะ-ไม่นะ...]
ร่างของบีรยูค่อยๆ จางหายไปและสูญสลายในที่สุด
[แชนแนล # BIR-3642 ถูกบังคับให้ปิดตัวหลังจากยอดผู้ติดตามลดฮวบ]
บีฮยองพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหลังจากเห็นความพินาศของเพื่อนร่วมอาชีพ
[ขอโทษนะครับ... ท่านดกจา?]
‘มีอะไร?’
[ท่าน... วางแผนเรื่องกงพิลดูไว้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอ?]
ผมยักไหล่แทนคำตอบ
[บ้าไปแล้ว... มนุษย์คนนี้... นี่ข้าเซ็นสัญญากับตัวประหลาดอะไรกันแน่?]
บีฮยองอ้าปากค้างจนหุบไม่ลง แต่ผมไม่สนใจหรอก ที่นี่จัดการเรียบร้อยแล้ว ผมต้องเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป
ผมหันไปพูดกับคนในปาร์ตี้ที่ยังงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“ทุกคนครับ ผมขอโทษด้วยนะ แต่ผมต้องขอตัวออกไปข้างนอกสักพัก”
“เอ๊ะ? ตอนนี้เลยเหรอคะ?”
“มีที่ที่ผมต้องรีบไปน่ะครับ คุณฮยอนซองกับคุณซังอาอยู่ที่นี่นะครับ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่คอยป้อนโพชั่นให้กงพิลดูไปเรื่อยๆ จนกว่าฉากเหตุการณ์จะจบลง พักผ่อนให้เต็มที่เลยครับ”
จองฮีวอนเอ่ยถาม “แล้วฉันกับคิลยองล่ะ?”
“พวกคุณต้องไปกับผม”
“ที่ไหน?”
“เอ่อ... มันอธิบายยากหน่อยนะครับ แต่ที่นั่นมีคนเลวอยู่คนหนึ่ง”
“คนเลวเหรอ?”
“ใช่ครับ คนนิสัยเสียที่แอบหนีไปกินไอเทมคนเดียวโดยไม่สนว่าคนอื่นจะตายหรือไม่ตาย หลังจากนี้ผมจะไปฟาดหัวหมอนั่นสักหน่อย”
มันเป็นเรื่องที่ต้องทำจริงๆ จองฮีวอนนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนถามต่อ
“...หมอนั่นเลวกว่ากงพิลดูอีกเหรอ?”
ผมหยุดคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
“เลวกว่าเยอะเลยล่ะครับ”
“งั้นก็ไปกันเลย”
“รายละเอียดเดี๋ยวผมเล่าให้ฟังทีหลังนะครับ”
ผมเริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกับจองฮีวอนและอีคิลยอง ทันใดนั้นก็มีมือข้างหนึ่งมาจับที่ไหล่ของผมไว้ นั่นคืออีจีฮเย
“เดี๋ยวสิ คุณจะไปไหนน่ะ?”
ดีเลย แบบนี้ก็เข้าทางสิ
“เยี่ยม คุณก็มาด้วยกันสิ”
“คุณจะไปไหนล่ะ?”
“ยูจุงฮยอกกำลังตกอยู่ในอันตราย”
อีจีฮเยระเบิดหัวเราะออกมาเหมือนได้ฟังเรื่องตลก “พูดบ้าอะไรของคะเนี่ย? ท่านอาจารย์น่ะเหรอจะตกอยู่ในอันตราย?”
สีหน้าของผมยังคงเคร่งขรึมจนเสียงหัวเราะของอีจีฮเยค่อยๆ เงียบหายไป
“...นี่คุณจริงจังเหรอ? ไม่สิ คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?”
ผมรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ? ก็บางทีผมอาจจะเป็นคนเดียวในโลก หรืออาจจะเป็นคนที่สองที่รู้จักตัวตนของอาจารย์เธอดีที่สุดยังไงล่ะ
ผมเช็กเวลาอีกครั้ง
“ไอ้หมอนั่น เข้าไปในดันเจี้ยนลับที่ทางออก 1 ใช่ไหม?”
“อะ-เอ๊ะ?”
“แล้วนี่ก็ผ่านไป 11 ชั่วโมงแล้วใช่ไหมตั้งแต่เขาเข้าไป?”
“เอ่อ...” อีจีฮเยอ้ำอึ้ง พูดไม่ออก
ผมจำได้ว่ายูจุงฮยอกเคยบุกดันเจี้ยนลับของชุงมูโรทั้งหมดแปดรอบ เขาล้มเหลวสองครั้งและสำเร็จหกครั้ง ปัญหาก็คือความล้มเหลวทั้งสองครั้งนั้นเกิดขึ้นในช่วงการย้อนกลับครั้งแรกๆ ของเขา นั่นคือรอบที่ 8 และรอบที่ 11
ในการย้อนกลับครั้งที่ 8 ยูจุงฮยอกตายในดันเจี้ยนลับแห่งนี้
แต่ยูจุงฮยอกคนปัจจุบันคือ... รอบที่ 3
“ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ยูจุงฮยอกได้ตายวันนี้แน่”
หากผมคาดการณ์ไม่ผิด เจ้าผู้ย้อนกลับเฮงซวยของเรากำลังเดินเข้าสู่ ‘เส้นทางปลาแสงอาทิตย์’ เข้าให้แล้ว
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.