Chapter 690
695 / 2551
9 min read
บทที่ 690 ผลลัพธ์ของการดวล
Published Mar 7, 2026, 12:41 AM
บทที่ 690 ผลลัพธ์ของการดวล
กลุ่ม Cursed โห่ร้องด้วยความดีใจเมื่อเห็นลินดาโจมตีใส่ทีมตรงข้ามได้อย่างรุนแรง นั่นเป็นสิ่งดีเพียงสิ่งเดียวที่เกิดขึ้นตั้งแต่การต่อสู้เริ่มขึ้น และพวกเขาก็กำลังต้องการเหตุการณ์บางอย่างเพื่อเฉลิมฉลอง
พวกเขาไม่สนใจว่าในตอนนี้เธอมีพละกำลังมหาศาลขนาดนั้นได้อย่างไร เรื่องนั้นเอาไว้หาคำตอบทีหลังก็ได้ พวกเขาแค่ต้องการให้เธอเป็นผู้ชนะ ในขณะที่พอลหันไปมองคาสซเพื่อดูว่าเธอจะเคลื่อนไหวหรือไม่
“อะไร?” คาสซตอบกลับพลางจ้องมองเขา “ฉันไม่ทำอะไรหรอก พละกำลังที่เหนือมนุษย์สามารถอธิบายได้หลายวิธี ไม่มีใครจู่ๆ จะคิดหรอกว่าเธอเป็นแวมไพร์ ต่อให้เธอแสดงความสามารถในการรักษาหรือใช้ความสามารถหลายอย่าง ผู้คนก็จะไม่สรุปเอาเองง่ายๆ ว่าเป็นแวมไพร์เพียงเพราะเรื่องนี้หรอก”
พอลไม่ได้ตอบกลับ แต่ความกังวลของเขาก็น้อยลงอย่างน้อยคาสซก็ไม่สามารถลงมือได้ท่ามกลางผู้คนที่รายล้อมอยู่แบบนี้ และเธอก็พูดถูก ออร่าเลือดมันต่างออกไปเพราะเป็นสิ่งที่แวมไพร์เท่านั้นที่จะทำได้ นั่นคือเหตุผลที่ตอนนี้เฟ็กซ์กำลังลำบากกับการรับมือคู่ต่อสู้ของเขา
เฟ็กซ์สามารถหลบการโจมตีที่พุ่งเข้ามาได้อย่างง่ายดาย แต่เกราะที่ถูกสร้างขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น เขาเคยลองชกไปที่เกราะเพื่อพยายามทำลายมันแล้ว แต่ถ้าใช้แรงปกติก็ไม่มีโอกาสสำเร็จ การจะทำลายมันเขาต้องใช้แรงทั้งหมดหรือไม่ก็ใช้ทักษะเลือดของเขา ซึ่งนั่นจะทำให้ตัวตนของเขาถูกเปิดเผย
ดังนั้นเขาจึงอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากพอสมควร เช่นเดียวกับเนท เนทไม่ได้รับบาดเจ็บจากวิวิล แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็ไม่สามารถจับตัว หยุดยั้ง หรือสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายได้ในสถานการณ์เช่นนี้ มันเป็นการจับคู่ที่แย่มากสำหรับเนท
หากเขามีความอดทน เขาก็แค่รอให้วิวิลหมดแรง แต่เนทอยากจะลงมือตอนนี้เลย
‘เจ้าหญิงเฮเลนของฉันกำลังเฝ้าดูอยู่ ถ้าฉันไม่แสดงให้เห็นว่าทำอะไรได้บ้าง เธอคงคิดว่าฉันอ่อนแอ แล้วใครจะอยากคบกับคนอ่อนแอกันล่ะ!’ เนทคิดในใจ
เมื่อเห็นเฟ็กซ์กำลังตกที่นั่งลำบากและเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนทจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาเปลี่ยนแผน เขาเมินวิวิลแล้วตรงดิ่งไปยังตำแหน่งของเฟ็กซ์ และเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย เขาก็กำหมัดที่แข็งแกร่งแล้วชกออกไปทำลายเกราะเหล่านั้นจนแตกกระจาย
“นายช่วยสลับที่กับฉันหน่อยได้ไหม?” เนทถาม
“ด้วยความยินดี” เฟ็กซ์ตอบ
ทันทีที่วิวิลพุ่งเข้ามาหาเขา เฟ็กซ์ได้วางกับดักด้วยเส้นด้ายของเขาไว้แล้ว เขารัดขาของวิวิลก่อนจะชกเข้าที่ท้องจนอีกฝ่ายกระเด็นไปกองกับพื้น
วิวิลลุกขึ้นและถอยหลังไปสองสามก้าว เขางอตัวด้วยความจุกจากหมัดนั้น
‘เส้นด้ายของเขามันเป็นปัญหาต่อความสามารถของฉันจริงๆ แต่ฉันยังมีสิ่งที่ทำได้อยู่’ วิวิลคิด
เขาเปิดใช้งาน Soul Weapon เพื่อเร่งความเร็วของตัวเอง ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ เขาเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า
‘ด้วยวิธีนี้ เขาจะจับฉันที่เร็วขนาดนี้ไม่ได้หรอก’ วิวิลคิด
วิวิลเปลี่ยนทิศทางเคลื่อนที่ไปซ้ายทีขวาที เตรียมพร้อมด้วยมีดสั้นในมือ แต่เฟ็กซ์ทำเพียงยืนนิ่งพยายามจับตาดูความเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย จากนั้นเมื่อวิวิลกระโดด เขาก็ถูกหยุดเอาไว้อีกครั้งด้วยเส้นด้าย
“เป็นไปได้ยังไง? นายยังมองเห็นฉันได้ไง?”
“ฉันรู้จักคนที่เร็วกว่านายเยอะ และถ้าฉันมองพวกนั้นไม่เห็น ฉันก็คงไร้ประโยชน์สุดๆ ไปเลย!” เฟ็กซ์กล่าวพลางกระชากเส้นด้ายดึงวิวิลเข้ามาแล้วต่อยเข้าที่หน้าจังๆ
ในขณะเดียวกัน เนทก็กำลังไล่ทุบทำลายเกราะที่ถูกสร้างขึ้นมาเรื่อยๆ และการโจมตีด้วยลมก็ไร้ผลเมื่อเจอกับเขา
“ฉันเสียเวลาอยู่ที่นี่ชัดๆ!” โทนี่กล่าวอย่างหงุดหงิด ความสามารถของเขาเหมาะกับการสะท้อนการโจมตีประเภทพลังธาตุมากกว่า แต่เมื่อเจอกับคนที่ใช้พละกำลังแบบนี้ มันก็ไร้ประโยชน์ โทนี่มองไปรอบๆ เพื่อหาคนอื่นที่พอจะจัดการได้ และนั่นคือตอนที่เขาเห็นซิลยืนอยู่ด้านหลังโดยปล่อยมือไว้ข้างลำตัว
“เจ้านั่นดูจัดการง่ายแฮะ!” โทนี่พูดพลางวิ่งผ่านเนทไป
“ไม่นะ!” เนทตะโกนพยายามจะหยุดเขา แต่ฮาน่าซึ่งกำลังโจมตีด้วยคมลมได้ขวางไม่ให้เขาขยับเข้าไป เนทเริ่มกังวล เขารู้ว่าเฟ็กซ์บอกว่าซิลแข็งแกร่งมาก แต่เขายังไม่เคยเห็นหลักฐานพิสูจน์เรื่องนั้นเลย
โทนี่หัวเราะราวกับคนบ้า เขาคิดว่าซิลตกอยู่ในตำแหน่งที่เขาต้องการแล้ว เกราะถูกสร้างขึ้นปิดกั้นด้านหลังและด้านข้างทั้งสองฝั่งของซิล ดังนั้นถ้าซิลคิดจะหนี เขาก็มีทางให้เคลื่อนที่ไปได้แค่ทางเดียว แต่ซิลกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
โทนี่คว้าหอกสัตว์ป่าจากหลังของเขาแล้วแทงออกไปข้างหน้า
“ตายซะ!”
เมื่อหอกสัมผัสกับผิวของซิล เสียงโลหะกระทบกันก็ดังขึ้น แต่หอกกลับไม่สามารถแทงทะลุผิวหนังเข้าไปได้เลยแม้แต่นิดเดียว
‘เสริมความแข็งแกร่งงั้นเหรอ?’ เนทคิด ‘แต่ฉันนึกว่าความสามารถของเขาคือการเปลี่ยนร่างเหมือนเดนนิสเสียอีก?’
ซิลคว้าจับที่ตัวหอกแล้วกระชากโทนี่เข้ามาใกล้ ก่อนจะวางมือลงบนศีรษะของอีกฝ่าย โทนี่พยายามชกซิลด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่ร่างกายของซิลไม่ขยับแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำโทนี่ยังเจ็บมือตัวเองอีกต่างหาก
“ความสามารถของนายน่าสนุกดีนะ นี่วิธีใช้มันเป็นแบบนี้หรือเปล่า?” ซิลยกมือขึ้นสร้างเกราะที่ครอบร่างโทนี่ไว้พอดีเป๊ะ โทนี่พยายามขยับตัว แต่เขาแทบจะขยับไม่ได้เลยจนไม่สามารถสร้างแรงเหวี่ยงเพื่อโจมตีใส่เกราะได้
ฮาน่าที่เห็นดังนั้นจึงปล่อยคมลมใส่โทนี่ แต่เมื่อการโจมตีปะทะเข้ากับเกราะ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เกราะนั้นไม่ได้รับความเสียหายหรือแตกสลายแต่อย่างใด
“เป็นไปได้ยังไง เกราะของเขาแข็งแกร่งกว่าของฉันอีก!” โทนี่ร้องออกมาแต่ไม่มีใครได้ยิน
ณ จุดนี้ ทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าความสามารถของซิลคืออะไร เขาสามารถคัดลอกความสามารถของผู้อื่นได้
ซิลตัดสินใจถอยกลับและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้อีก การได้เห็นภาพนั้นทำให้เฮเลนรู้สึกหนาวสั่นไปถึงสันหลัง ‘เด็กคนนั้น ถ้าเขาเข้าร่วมการต่อสู้ตั้งแต่แรก เรื่องคงจบไปนานแล้ว แต่สำหรับความสามารถที่แข็งแกร่งขนาดนี้ มันต้องมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างแน่ๆ ใช่ตอนที่เขาแตะหัวนั่นหรือเปล่านะ?’
“น่าสนใจจริงๆ ดูเหมือนจะมีอะไรเกิดขึ้นมากมายในตอนที่ฉันไม่อยู่ และดีใจที่เห็นว่าซิลเชื่อฟังในสิ่งที่ฉันบอกไว้ก่อนหน้านี้” เสียงหนึ่งดังมาจากกลุ่มผู้ชม
เมื่อพลิปหันไปมองว่าเจ้าของเสียงที่คุ้นเคยนี้เป็นใคร เขาก็ต้องประหลาดใจ
“ควินน์ นายมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ควินน์หัวเราะเบาๆ
“สักพักแล้วล่ะ แต่ฉันไม่อยากกดดันพวกนาย ฉันคิดว่าอาจมีเรื่องเกิดขึ้นตอนที่เจอคนน่ารำคาญสะกดรอยตามมา แต่นดูเหมือนทุกอย่างจะจบลงในไม่ช้า”
กลับมาที่ฝั่งของแมนทิส ตอนนี้มูนไม่ได้กดตัวเดนนิสไว้แล้ว เขาจึงขยับตัวได้อิสระ เดนนิสคว้าขาของแมนทิสแล้วกระชากลงจนอีกฝ่ายล้มลงกับพื้น
“นายไม่รู้หรอกว่าฉันรอจะทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว” เดนนิสกล่าวพลางง้างหมัดเตรียมโจมตี
“น่าเสียดายที่นายไม่มีโอกาสหรอก” แมนทิสกล่าวพลางยิ้มตอบ “เราขอยอมแพ้ในการดวลนี้!” เขาตะโกน
“อะไรนะ? ไม่!” เดนนิสพูดพลางกระชากคอเสื้อของแมนทิส
“ปล่อยเขาซะ การแข่งขันจบลงแล้ว” เฮเลนสั่ง
“เธอพูดถูก ถ้าพวกนายปฏิเสธ เราคงต้องเข้าแทรกแซงเอง” เฮกเตอร์กล่าว
เดนนิสจำใจต้องปล่อยแมนทิสลงพื้นแล้วเดินกลับไปหาพวกพ้อง มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การต่อสู้พลิกผันไปแล้ว และในที่สุดพวกเขาก็เป็นฝ่ายแพ้
เฮเลน สมาชิกกลุ่ม Parasite และคนอื่นๆ ต่างก็เห็นเรื่องนี้ ดังนั้นจึงไม่มีใครตำหนิแมนทิสที่ยอมแพ้ อย่างน้อยเขาก็ปกป้องคนของเขาได้ด้วยวิธีนั้น
เจ้าหน้าที่รักษาถูกเรียกตัวออกมาเพื่อเริ่มทำการรักษาอาการบาดเจ็บของผู้เข้าแข่งขัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งสองกลุ่มก็มาพบกันตรงกลางสนาม และครั้งนี้ควินน์ในฐานะผู้นำกลุ่ม Cursed ก็ได้ปรากฏตัวออกมาด้วยเช่นกัน
“อ้อ นี่นายอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?” เฮกเตอร์กล่าว
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง” ควินน์ตอบ
“นายเป็นใคร?” เฮเลนถาม
“ไม่เป็นไรหรอก” แมนทิสขัดขึ้น “เขาคือผู้นำกลุ่ม Cursed”
เฮเลนมองไปที่ควินน์พลางนึกสงสัยว่าจะประเมินเขาอย่างไรดี ในตอนนี้เขาไม่ได้แผ่ออร่าอะไรออกมาเลย อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในฐานะนักสู้ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือเขาไม่ได้แผ่อะไรออกมาเลยต่างหาก ราวกับว่าเขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าเธอจริงๆ
‘คนนี้คือคนที่ฉันต้องระวังไว้ให้ดี’ เธอคิด
“ผลลัพธ์ของการดวลนี้ถูกตัดสินแล้ว กลุ่ม Cursed คือผู้ชนะ ตอนนี้กลุ่ม Parasite มีสองทางเลือก คือยุบกลุ่ม หรือจะยอมทำงานและเข้าร่วมใต้สังกัดของกลุ่ม Cursed”
แมนทิสโค้งคำนับต่อหน้าควินน์และยื่นมือออกมา
“เราจะทำงานภายใต้สังกัดกลุ่ม Cursed ผมดูออกว่ากลุ่มนี้จะไปได้ไกลในอนาคต” แมนทิสกล่าว
ควินน์จ้องมองมือของแมนทิสอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะให้คำตอบ
“ไม่” ควินน์ปฏิเสธ “ฉันไม่ต้องการให้คนของ Parasite มาทำงานให้เรา ฉันต้องการให้พวกนายออกไปจากดาวของเรา ไปทำอะไรก็ตามที่พวกนายอยากทำ แต่อย่าทำที่นี่”
“เดี๋ยวสิ ควินน์!” แซมพยายามทักท้วง พวกเขาสามารถใช้คนของ Parasite รวมถึงทรัพยากรของพวกเขามาช่วยเหลือกลุ่มได้ และพวกเขาก็ต้องการคนเพิ่มในอนาคตด้วย เขารู้สึกว่าควินน์กำลังทำโอกาสนี้ให้เสียเปล่า
ควินน์แบมือออก เงาสีดำสามสายเปิดออกและร่างของชายสามคนที่สะบักสะบอมก็ร่วงลงมาจากเงาเหล่านั้น
“นายพาพวกนี้ไปด้วยแล้วกัน”
“ตกลง ในเมื่อเราแพ้เราก็ต้องทำตามที่นายต้องการ แต่มันต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ในการเก็บข้าวของและออกจากที่นี่” แมนทิสกล่าว
หลังจากนั้นข้อตกลงก็ถูกจัดทำขึ้น ทั้งสองฝ่ายเดินแยกย้ายกันไปคนละทิศทาง อย่างไรก็ตาม ในขณะที่แมนทิสเดินกลับไปหาคนของเขา เขาไม่ได้รู้สึกไม่พอใจกับการตัดสินใจนี้แม้แต่น้อย กลับกันมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.