Chapter 136
136 / 2060
15 min read
Chapter 136
Published Apr 3, 2026, 05:13 PM
บทที่ 136
ในโลกของเกมมีคำกล่าวเก่าแก่ที่ว่า ‘เลเวลคืออำนาจ’
คำกล่าวนี้ยังคงใช้ได้ผลในซาทิสฟาย (Satisfy) แม้ซาทิสฟายจะปฏิวัติโลกด้วยการนำระบบเสมือนจริงมาใช้เป็นครั้งแรก แต่มันก็ยังคงมีแก่นแท้เป็นเกม และในซาทิสฟาย ‘เลเวล’ คือแนวคิดที่เรียบง่ายและสำคัญที่สุด
ผู้เล่นจะได้รับค่าสถานะ (Stats) 10 แต้มทุกครั้งที่เลเวลเพิ่มขึ้น และจะแข็งแกร่งขึ้นตามค่าสถานะที่สูงขึ้น ยิ่งเลเวลสูงเท่าไร ผู้เล่นก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น เพราะพวกเขาสามารถสวมใส่อุปกรณ์ดี ๆ หรือครอบครองทักษะที่ทรงพลังได้ แต่มันไม่ใช่แค่เหตุผลพื้นฐานเหล่านั้น เพราะยิ่งเลเวลสูงขึ้น ฟังก์ชันพิเศษของค่าสถานะก็จะยิ่งแสดงผลออกมามากขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น ค่าพละกำลัง (Strength)
หากเลเวลของผู้เล่นต่ำกว่า 100: พละกำลัง 1 แต้ม จะเพิ่มพลังโจมตี 0.1, พลังชีวิต 3 แต้ม และน้ำหนักบรรทุกเพิ่มขึ้น 20 หน่วย
แต่หากเลเวลเกิน 100: พละกำลัง 1 แต้ม จะเพิ่มพลังโจมตีเป็น 0.2, พลังชีวิต 5 แต้ม และน้ำหนักบรรทุกเพิ่มขึ้น 30 หน่วย เมื่อเลเวลเกิน 200 พลังโจมตีจะเพิ่มเป็น 0.3, พลังชีวิต 7 แต้ม และน้ำหนักบรรทุกเพิ่มขึ้น 40 หน่วยต่อพละกำลัง 1 แต้ม
ด้วยวิธีนี้ ประสิทธิภาพของค่าสถานะจะเพิ่มขึ้นในทุก ๆ 100 เลเวล สิ่งนี้เรียกว่า ‘การตื่นรู้ของค่าสถานะ’ (Stats Awakening) ผลลัพธ์ของการตื่นรู้นั้นมหาศาลมาก ดังนั้นยิ่งเลเวลสูงเท่าไร ประสิทธิภาพก็จะยิ่งดีขึ้นทวีคูณ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้แทบจะไม่เกี่ยวข้องกับเกริด ผู้ครอบครองคลาสระดับตำนานเลยแม้แต่น้อย
ด้วยเลเวลเพียง 170 เขาสามารถโค่นแรงเกอร์เลเวล 200 กว่า ๆ ได้ถึงสี่คน และสังหารกริฟฟอนเลเวล 260 ได้เป็นฝูง เขาออกล่ากริฟฟอนนับร้อยตัวได้อย่างง่ายดาย (ต้องขอบคุณโทบันที่ยอมเป็นเหยื่อล่ออย่างดี) เรียกได้ว่าเขาคือตัวตนที่ ‘โกง’ จนก้าวข้ามแนวคิดเรื่องเลเวลไปแล้ว
‘แค่คลาสลับระดับเอปิกก็ถือเป็นยอดฝีมือแล้ว แต่นี่เกริดเป็นคลาสระดับตำนาน... ฉันพูดไม่ออกเลยจริง ๆ’
พวกเขาตั้งค่ายในถิ่นอาศัยของกริฟฟอนและออกล่าทั้งวันทั้งคืน อยู่ดี ๆ โทบันก็เกิดสงสัยขึ้นมา “เกริด นายไปได้คลาสระดับตำนานมาได้ยังไงน่ะ?”
การจะเป็นคลาสลับต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาล มันเกือบจะเหมือนกับการถูกลอตเตอรี่ แม้จะเป็นเรื่องพื้นฐานที่ใครก็รู้ แต่โทบันก็อยากรู้รายละเอียดเฉพาะเจาะจง เขาอยากรู้ว่าเกริดผ่านกระบวนการอะไรมาบ้างกว่าจะได้เป็นระดับตำนาน การฟังเรื่องราวพวกนี้คงสนุกดี และเขาอาจจะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้ด้วย
ทว่า สำหรับเกริดแล้ว มันไม่ใช่ความทรงจำที่น่าอภิรมย์เลย เขาไม่อยากนึกถึงช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดตลอดหลายเดือนที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ตายซ้ำแล้วซ้ำเล่านับสิบครั้ง และสูญเสียทรัพย์สินเกือบทั้งหมดที่มี
“อย่าถามเลย...”
โทบันเห็นสีหน้ามืดมนของเกริดก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะฟังต่อทันที
‘เขากำลังโกรธจัดเลยแฮะ คงจะลำบากมามากจริง ๆ นั่นแหละ การได้คลาสตำนานมามันคงไม่ใช่ง่าย ๆ... ฉันรีบไปจากที่นี่ดีกว่า...’
พวกเขาออกล่าในถิ่นกริฟฟอนมาสี่วันแล้ว ในช่วงเวลานี้ เกริดเก็บเลเวลเพิ่มได้ถึง 10 เลเวลจนแตะเลเวล 180 ดูเหมือนว่าเกริดอยากจะเก็บให้ถึงเลเวล 200 ที่นี่เลยด้วยซ้ำ
แต่โทบันเริ่มจะทนไม่ไหว ตลอดสี่วันที่ผ่านมาเขาไม่ได้รับค่าประสบการณ์หรือไอเทมเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เขาถูกบังคับให้สวมผ้าคลุมของมาลาคัสเพื่อทำหน้าที่เป็นเหยื่อล่อ ในขณะที่เกริดตักตวงผลประโยชน์ไปคนเดียว อันดับ 1 ในทำเนียบพาลาดินที่เขาเฝ้าปกป้องมานานหลายเดือนอาจจะถูกดาเมียน (Damian) อันดับ 2 แย่งชิงไปได้ทุกเมื่อ
โทบันเริ่มกระวนกระวายใจและเอ่ยเตือน “เกริด เลิกล่ากันแค่นี้เถอะ นายต้องไปทำเควสต์ให้เสร็จไม่ใช่เหรอ?”
“หืม...” เกริดเริ่มลังเล
ถิ่นกริฟฟอนให้ค่าประสบการณ์เยอะมาก เขาเลยอยากอยู่ที่นี่จนถึงเลเวล 200
‘ความต่างระหว่างเลเวล 180 กับ 200 มันมหาศาลมากเลยนะ...’
แต่มันเป็นการตัดสินใจที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก
‘ใช้เวลาตั้งสี่วันกว่าจะขึ้น 10 เลเวล ถ้าจะเอาอีก 20 เลเวลคงต้องใช้อย่างน้อยแปดวัน แต่เราไม่อยากดีเลย์เควสต์นานขนาดนั้น’
พูดตามตรง เขาก็รู้สึกผิดต่อโทบันอยู่นิดหน่อย แม้จะใช้งานโทบันเหมือนทาส แต่หลังจากผ่านไปวันสองวัน เขาก็เริ่มมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขึ้นมาบ้าง
‘หมอนี่เป็นถึงแรงเกอร์ จะมาคอยรับใช้ฟรี ๆ นานกว่านี้คงไม่ได้... จบแค่นี้ก็น่าจะดีแล้ว’
และแล้ววันแห่งประวัติศาสตร์ที่เกริดรู้สึกผิดที่ไปเอาเปรียบคนอื่นก็มาถึง! เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมีมุมแบบนี้
‘เราต้องใจแข็งกว่านี้เพื่อที่จะอยู่รอดในโลกที่โหดร้าย...!’
ทำไมพระเจ้าถึงสร้างให้เขาเป็นคนซื่อสัตย์และจิตใจดีขนาดนี้กันนะ? เกริดรู้สึกขุ่นเคืองพระเจ้าอยู่ลึก ๆ ในขณะที่เตรียมตัวออกเดินทาง
“ไปกันเถอะ”
“โอ้!”
โทบันอุทานด้วยความดีใจ เขารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกที่ในที่สุดก็ได้หลุดพ้นจากการเป็นเหยื่อล่อกริฟฟอนเสียที ตอนนี้ถึงเวลาเดินทางไปยังวิหารจูดาร์ เกริดต้องการจบเควสต์นี้ให้เร็วที่สุด ส่วนโทบันก็ต้องการทวงคืนอิสรภาพของตัวเอง
ทั้งสองใช้เวลาไม่ถึงวันก็เดินทางมาถึงมหาวิหารจูดาร์ (Judar Sanctum) โทบันหยุดชะงักที่ด้านหน้า
“ผู้นำปาสคาล (Pascal) กำลังเล็งชุดเกราะแสงศักดิ์สิทธิ์อยู่ บางทีเขาอาจจะแสดงท่าทีเป็นศัตรูกับนายก็ได้ อาจจะมีการต่อสู้เกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้นะ เข้าใจไหม?”
“ฉันชินกับการสู้คนเดียวแล้วล่ะ”
เกริดไม่ได้กังวลเป็นพิเศษ ผู้นำนิกายจูดาร์จะไปเก่งกว่าพระสันตะปาปาได้ยังไง? เขาคิดว่าถ้าต้องสู้กันจริง ๆ เขาก็ชนะแน่ แต่ก่อนหน้านั้น เขาต้องตรวจสอบสถานะของตัวเองอีกครั้ง
‘รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง... หน้าต่างสถานะ!’
---
**ชื่อ:** เกริด
**เลเวล:** 180 (140,090/5,531,200)
**อาชีพ:** ทายาทของแพ็กม่า
* เพิ่มโอกาสในการเพิ่มออปชันเสริมเมื่อสร้างไอเทม
* เพิ่มโอกาสในการตีบวกไอเทมสำเร็จ
* สามารถสวมใส่อุปกรณ์ได้ทุกชนิดโดยไม่มีเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม จะมีบทลงโทษตามระดับของไอเทมนั้น ๆ
**ฉายา:** ผู้กลายเป็นตำนาน
* สถานะผิดปกติส่งผลได้ยากขึ้น
* จะไม่เสียชีวิตเมื่อพลังชีวิตลดลงถึงขีดต่ำสุด (อมตะชั่วคราว)
* ได้รับการยอมรับได้ง่าย
**ฉายา:** ผู้สร้างไอเทมระดับยูนิคคนแรก
* ความชำนาญ (Dexterity) +200
**ฉายา:** ผู้สร้างไอเทมระดับตำนานเพียงหนึ่งเดียว
* ความชำนาญ (Dexterity) +350
**ฉายา:** ผู้สังหารอัศวิน
* ความอึด (Stamina) +100
* พละกำลัง (Strength) +30
**ฉายา:** อัครสาวกแห่งความยุติธรรม
* ค่าสถานะทั้งหมด +10
* ความกล้าหาญของอัครสาวกแห่งความยุติธรรมนั้นไร้เทียมทาน
**พลังชีวิต:** 29,560/29,560 + 7,000 **มานา:** 3,240/3,240
**พละกำลัง:** 1,584 **ความอึด:** 962 **ความว่องไว:** 417
**สติปัญญา:** 439 + 200 **ความชำนาญ:** 984 **ความบากบั่น:** 498
**ความเยือกเย็น:** 364 **ความไม่ย่อท้อ:** 414 **ศักดิ์ศรี:** 364
**การหยั่งรู้:** 664 **ความกล้า:** 308
**แต้มสถานะคงเหลือ:** 0
**น้ำหนัก:** 25,519/57,480
**[รายละเอียดความสามารถ]**
**พลังโจมตีพื้นฐาน:** 325 **พลังโจมตีจากอาวุธ:** 412~579
**พลังโจมตีเพิ่มเติม:**
* วิชาดาบของแพ็กม่า เลเวล 1 (ยังไม่ทำงาน): พลังโจมตีเพิ่มเติม 20%
* พรแห่งเทพโดมินิียน: พลังโจมตีเพิ่มเติม 15%
**รวมพลังโจมตี:** 995~1220
**พลังเวทพื้นฐาน:** 220 **พลังเวทจากไอเทม:** 100
**รวมพลังเวท:** 320
**พลังป้องกันพื้นฐาน:** 192 **พลังป้องกันจากไอเทม:** 539
**พลังป้องกันเพิ่มเติม:**
* ชุดเซตต่อสู้แสงศักดิ์สิทธิ์: พลังป้องกัน +500
**รวมพลังป้องกัน:** 1,231
---
ที่เลเวล 100 เขาจะได้รับพลังโจมตี 0.2 ต่อพละกำลัง 1 แต้ม และพลังเวท 0.5 ต่อสติปัญญา 1 แต้ม นอกจากนี้ ค่าความอึดยังให้พลังป้องกัน 0.2 ต่อแต้ม เมื่อรวมกันแล้วระบบจะปัดเศษทศนิยมทิ้ง
พลังโจมตีพื้นฐาน พลังเวท และพลังป้องกันของเกริดนั้นสูงผิดปกติเมื่อเทียบกับผู้เล่นเลเวลเดียวกัน นั่นเป็นเพราะเขาได้รับค่าสถานะมากมายจากการผลิตไอเทม แต่เกริดยังไม่พอใจ เขาไม่ชอบตัวเลขพลังโจมตีและพลังป้องกันที่ถูกหักทอนจากไอเทมที่เขาสวมใส่
ดาบแดนสเลฟ +5 มีพลังโจมตีสูงถึง 549~772 แต่เนื่องจากติดบทลงโทษ 25% จึงแสดงผลได้เพียง 412~579 เท่านั้น นอกจากนี้ชุดเกราะของเขายังติดบทลงโทษถึง 40~55% ค่าที่สูญเสียไปนั้นมหาศาลจนเขารู้สึกเสียดาย
‘การที่ใส่ไอเทมได้ทุกอย่างมันก็เหมือนโกงนั่นแหละ แต่ระบบบทลงโทษนี่มันน่ารำคาญชะมัด ถ้าจะให้โกงก็ให้มันโกงสุด ๆ ไปเลยสิ จะมีบทลงโทษไว้ทำไม?’
แต่ตอนนี้ก็ยังถือว่าโอเคอยู่ ตอนที่เขาสังหารพระสันตะปาปา เลเวลเขาน้อยกว่านี้ถึง 30 เลเวล แถมพลังป้องกันยังแย่กว่านี้มากด้วย
“เฮ้อ... เอาเถอะ!”
เขาสลัดความคิดลบออกไปและก้าวเข้าไปในวิหารจูดาร์ เขาเลื่อนจดหมายแนะนำตัวจากอิซาเบลให้พาลาดินที่ขวางทางอยู่ดูแล้วพูดว่า “ฉันมาพบผู้นำปาสคาล”
พาลาดินตรวจสอบจดหมายแนะนำของอิซาเบลแล้วรีบเปิดทางให้อย่างรวดเร็ว
“ยินดีต้อนรับคุณเกริด ท่านผู้นำกำลังรออยู่พอดีครับ”
“...?”
ต้อนรับขับสู้ดีขนาดนี้เลยเหรอ? เกริดประหลาดใจกับการตอบรับที่ผิดคาด เขาเหลียวหลังไปมอง โทบันกำลังแอบอยู่หลังเสา และส่งข้อความซิบมาหาเขา
- เกริด ฉันขอโทษนะ แต่ฉันเข้าไปด้วยไม่ได้จริง ๆ ฉันกลัวว่าถ้าท่านผู้นำเห็นฉันเขาจะโกรธเอา
‘ไอ้คนขี้ขลาด...’
สุดท้ายเกริดก็ต้องเดินเข้าไปคนเดียว เขาได้พบกับอาหารเลิศรสมากมายที่เตรียมไว้รอรับ ปาสคาล ผู้นำนิกายจูดาร์ลำดับที่ 11 ให้การต้อนรับเกริดอย่างอบอุ่น
“ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกับผู้ที่ได้รับพรจากเทพีเรเบคก้าและเทพโดมินิียน!”
ปาสคาลเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูง แต่เขาก็มีความสามารถในการอ่านสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยม เขาได้ข่าวมาว่าเกริดเป็นคนปราบมาลาคัสและได้รับการยอมรับจากนิกายเรเบคก้าและนิกายโดมินิียน ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่ามันโง่แค่ไหนที่จะทำตัวเป็นศัตรูกับเกริด
นอกจากนี้ เขายังไม่มีเหตุผลที่จะต้องเป็นศัตรูกับเกริดเลย ในเมื่อตำแหน่งพระสันตะปาปาว่างลง ปาสคาลย่อมเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะขึ้นเป็นพระสันตะปาปาคนต่อไป แม้จะไม่มีชุดเกราะแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม
‘กลายเป็นว่าเรื่องมันง่ายขึ้นกว่าเดิมเสียอีก’
ในตอนนี้ นิกายเรเบคก้ามีคนที่มีความสามารถพอจะชิงตำแหน่งพระสันตะปาปาอยู่น้อยมาก ส่วนผู้นำนิกายโดมินิียนก็ไม่ใช่คนละโมบ ปาสคาลมรความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเขาจะได้ขึ้นเป็นพระสันตะปาปาแน่นอน เขาจึงรู้สึกขอบคุณเกริดอย่างสุดซึ้งที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้
“ฉันอยากฟังเรื่องราวตอนที่ท่านกำจัดจอมมารมาลาคัสและพระสันตะปาปาเดรวิโกผู้เสื่อมทรามเหลือเกิน เอาละ เชิญนั่งก่อนสิ อาหารที่เตรียมไว้เดี๋ยวจะเย็นหมดนะ”
“...”
ในวันนั้น เกริดได้รับค่าความสนิทสนมกับปาสคาล ว่าที่พระสันตะปาปาเพิ่มขึ้น และแผ่นพาวราเนียมก็ได้รับพรจากเทพจูดาร์มาได้อย่างปลอดภัย
---
**[แผ่นดิสก์ทองคำที่สร้างจากพาวราเนียม]**
**ความทนทาน:** ไร้ขีดจำกัด
แผ่นดิสก์ทองคำที่ทำจากพาวราเนียม แร่ธาตุที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างช่างตีเหล็กในตำนาน ‘แพ็กม่า’ และมหาจอมเวทในตำนาน ‘บราฮัม’
โดยปกติจะลอยวนเวียนเพื่อปกป้องเจ้าของ และจะดำเนินการอื่น ๆ ตามคำสั่งของเจ้าของ
* ได้รับทักษะการรักษาจากพรของเทพีเรเบคก้า: เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูพลังชีวิตของเจ้าของ 300%
* ได้รับทักษะบัฟพลังโจมตีจากพรของเทพโดมินิียน: เพิ่มพลังโจมตีของเจ้าของ 15%
* ได้รับทักษะบัฟพลังป้องกันจากพรของเทพจูดาร์: เพิ่มพลังป้องกันของเจ้าของ 15%
**น้ำหนัก:** 3
---
‘เยี่ยม!’
การเดินทางอันยาวนานนี้กำลังจะถึงจุดสิ้นสุดเสียที ตอนนี้เขาแค่ต้องไปรับพรจากเทพยาทัน (Yatan) เควสต์ก็จะเสร็จสมบูรณ์
ปาสคาลเอ่ยกับเกริดที่กำลังตื่นเต้น “แต่เกริด การจะหาที่ตั้งของวิหารนิกายยาทันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย พวกนั้นลึกลับมาก สถานที่ตั้งวิหารของพวกมันไม่เคยถูกเปิดเผยในประวัติศาสตร์มาก่อน ท่านบอกว่าต้องการพรจากเทพยาทันสินะ? บางทีมันอาจจะต้องรอไปอีกนานเลยล่ะ”
“...”
คำพูดของปาสคาลเป็นความจริง เกริดลองปรึกษากับโทบันหลังจากนั้น แต่พวกเขาก็ไม่รู้เบาะแสเรื่องที่ตั้งของวิหารยาทันเลย ดูเหมือนว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะหาเจอ
สุดท้าย เกริดจึงจำต้องเดินทางกลับไปยังวินสตันทั้งที่เป้าหมายยังไม่สำเร็จลุล่วง เมื่อเขากลับมาถึง วินสตันกำลังอยู่ในบรรยากาศที่คึกคักอย่างยิ่ง
“อะไรน่ะ? มีอีเวนต์อะไรเหรอ?”
พวกผู้เล่นต่างพากันตื่นเต้น ที่บริเวณหน้าประตูเมืองวินสตัน มี NPC ชื่อดังและเหล่าทหารยืนเรียงรายอยู่มากมาย รวมถึงฟีนิกซ์ (Phoenix) แม้แต่ท่านหญิงไอรีนก็มาร่วมด้วย สมาชิกกิลด์เซดากะเองก็มารวมตัวกัน ซึ่งมีข่าวลือว่าพวกเขาเข้าไปอยู่ใต้สังกัดของท่านหญิงไอรีนเมื่อไม่นานมานี้
“หรือว่าพระราชาจะเสด็จ?”
“โห ต้องใช่แน่ ๆ พระราชาคงได้ยินข่าวลือเรื่องการพัฒนาของวินสตันเลยเสด็จมาตรวจเยี่ยมด้วยตัวเอง”
การจะได้เห็นพระราชาของประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย มีข่าวลือว่าแค่ได้เห็นพระราชา ค่าสถานะก็อาจจะได้รับผลกระทบในทางบวก ขบวนเสด็จจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันนะ? ผู้เล่นนับพันต่างมารวมตัวกันราวกับฝูงมดตามกำแพงเมืองและจตุรัส เฝ้ามองที่ประตูเมืองด้วยความคาดหวัง
หลังจากนั้นไม่นาน
ในที่สุด ประตูเมืองก็เปิดออกและมีใครบางคนก้าวเข้ามา ทหารตรวจสอบตัวตนและเป่าแตรสัญญาณหนึ่งครั้ง จากนั้นเหล่าอัศวินก็ชักดาบออกมาชูเพื่อทำความเคอารพ ผู้คนต่างพากันยิ้มแย้มและโปรยดอกไม้ต้อนรับ
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้ต้อนรับพระราชาอย่างกระตือรือร้นเช่นนั้น... ไม่สิ คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่แม้แต่ NPC ด้วยซ้ำ เขาเป็นผู้เล่นสภาพซอมซ่อที่ดูเหมือนมือใหม่ด้วยซ้ำ ชายคนนั้นสวมหมวกปิดบังใบหน้าและชื่อไอดีมิดชิด ราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะเป็นจุดสนใจ ทันใดนั้น ท่านหญิงไอรีนก็วิ่งเข้าไปหาชายคนนั้น
“เอ๊ะ?”
ผู้เล่นที่มองเหตุการณ์อยู่ต่างอุทานออกมาพร้อมกัน ไอรีนได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพธิดาแห่งวินสตันเนื่องจากความงามและจิตใจที่โอบอ้อมอารี เธอเป็นที่รักของหนุ่ม ๆ ผู้เล่นมากมาย แล้วทำไมเธอถึงได้เข้าไปกอดชายที่ดูซอมซ่อและน่าสงสัยคนนี้ล่ะ?
“ข้าคิดถึงท่านเหลือเกินค่ะ”
ไอรีนจ้องมองชายคนนั้นด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก มันเป็นภาพที่เหลือเชื่อ
“นี่... นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
ทำไม NPC ที่ทั้งสวยและสูงศักดิ์ถึงได้ชอบผู้เล่นแบบนี้? ในขณะที่ผู้เล่นกำลังตกตะลึง จิซูกะ หนึ่งในผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก ก็เดินเข้าไปหาชายคนนั้นเช่นกัน เธอมียิ้มที่สดใสบนใบหน้าที่ปกติจะดูเย็นชา
“กลับมาได้อย่างปลอดภัยสินะ ฉันรอจนใจคอไม่ดีเลย”
“อึก...”
ผู้เล่นต่างพากันใบ้รับประทาน ท่านหญิงแห่งวินสตันที่เป็น NPC ตระกูลใหญ่โต แถมชายลึกลับคนนี้ยังได้รับการต้อนรับจากจิซูกะ แรงเกอร์ระดับท็อปและสาวงามอีก ฉากนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงและถูกรายงานไปทั่วสื่อทั่วโลก แน่นอนว่ามีการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนบนอินเทอร์เน็ต
“โอ้... ฉันสงสัยจังว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?”
หลังมื้อค่ำ
เซฮี (Sehee) นั่งอยู่ข้าง ๆ ยองอู (Youngwoo) บนโซฟา และแสดงความสนใจในชายลึกลับที่ปรากฏในข่าว เซฮีไม่มีประสบการณ์ตรงในการเล่นซาทิสฟาย แต่เธอก็มักจะดูรายการทางทีวีอยู่บ่อยครั้ง เธอจึงเข้าใจดีว่าทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นประเด็นใหญ่โตขนาดนี้
“ดูแวบแรกก็เหมือนมือใหม่แถมดูเด๋อด๋าด้วย ทำไมเขาถึงเป็นที่รักของคนดังระดับนั้นได้นะ?”
เมื่อเซฮีถามคำถามนั้น ยองอูที่กำลังหาวหวอดอยู่ก็อธิบายสั้น ๆ “นั่นพี่เอง”
“...ห๊ะ?”
“พี่ไปทำเควสต์ข้างนอกมาพักหนึ่ง ทุกคนก็เลยมารอรับตอนพี่กลับมาน่ะ”
“...”
“ฮิฮิ... พี่นี่ป๊อปไม่ใช่เล่นเลยใช่ไหมล่ะ?”
*เปรี้ยะ!*
รีโมตทีวีในมือของเซฮีส่งเสียงประหลาดเหมือนจะแตก ยองอูเดาะลิ้น “ว้าว... ถึงรีโมตจะใช้มา 10 ปีแล้ว แต่มันแตกง่ายขนาดนี้เลยเหรอ? ฝีมือคนทำนี่แย่จริง ๆ คราวหลังเราอย่าไปซื้อทีวียี่ห้อนี้อีกนะ”
“ชิ!”
เซฮีถลึงตาใส่พี่ชายแล้วเดินเข้าห้องไป เมื่อยองอูอยู่คนเดียว เขาก็ทนต่อความเหนื่อยล้าไม่ไหวและสลบไสลไปบนโซฟา
“...คืนแรก... หุหุหุ!”
เสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ดังสะท้อนอยู่ในห้องนั่งเล่น
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.



