Chapter 409
409 / 2060
10 min read
Chapter 409
Published Apr 3, 2026, 06:01 PM
บทที่ 409
ณ ปารีส สนามบินนานาชาติชาร์ล เดอ โกล
ที่นี่คือหนึ่งในสนามบินที่พลุกพล่านที่สุดในยุโรป โดยมีเครื่องบินขึ้นลงกว่า 530,000 เที่ยวต่อปี บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนเนืองแน่นเสมอ ซึ่งเป็นภาพที่น่ามองไม่น้อย
“ทั้งใหญ่ทั้งน่ากลัวเลยแฮะ”
ทีมชาติเกาหลีลงจากเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของยูราและเดินเข้าสู่เทอร์มินัล 2E พวกเขาถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นการตกแต่งภายใน
“มันดูใหญ่กว่าสนามบินอินชอนอีกไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่แล้วล่ะ ใหญ่กว่าสนามบินนานาชาติอินชอนถึงสองเท่าเลย”
“ว้าว ดูแผนที่นั่นสิ เดินไปทางออกที่ใกล้ที่สุดต้องใช้เวลาตั้งชั่วโมงหนึ่งแน่ะ”
ยูราอธิบายให้กลุ่มคนที่กำลังตื่นตะลึงฟัง
“ไม่ต้องห่วงค่ะ เราไปขึ้นรถบัสกันได้”
ในฐานะสาวงามอันดับหนึ่งและผู้เล่นอันดับ 5 ของโลก ยูรามักตกเป็นเป้าสายตาและได้รับเชิญไปยังประเทศต่างๆ เสมอ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 9 แล้วที่เธอมาเยือนปารีส เธอคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี สมาชิกในกลุ่มจึงเดินตามเธอไปราว 20 นาทีจนถึงป้ายรถเมล์แล้วขึ้นรถบัส
ด้วยความเคยชินสมัยเรียน ยองอูเลือกนั่งที่นั่งด้านหลังคนขับพอดีแล้วถอนหายใจออกมา
“เราจะเข้าเมืองด้วยรถบัสคันนี้เลยเหรอ?”
เขาค่อนข้างกังวลกับการต้องเคลื่อนที่ในสนามบินขนาดใหญ่แบบนี้ พอเห็นว่าสามารถไปได้อย่างสะดวกสบายเขาก็รู้สึกเบาใจ แต่แล้วยูราก็เอ่ยคำพูดที่ทำให้ยองอูต้องช็อก
“นี่คือรถบัสรับส่งภายในสนามบินค่ะ”
“รถรับส่งสนามบิน...?”
“ใช่ค่ะ เราจะนั่งคันนี้ไปลงที่จุดจอดแท็กซี่ที่ใกล้ที่สุด แล้วค่อยนั่งแท็กซี่เข้าเมืองกัน”
“...”
แค่สนามบินอย่างเดียวก็ทำเอาคนเพลียได้แล้ว ยองอูมองออกไปนอกหน้าต่างและสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มาปารีสอีก ปารีสอาจเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของโลกก็จริง แต่ในซาทิสฟายยังมีสถานที่ที่สวยงามกว่านี้อีกมาก ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกประทับใจอะไรเป็นพิเศษ
ในทางกลับกัน ยูราซึ่งนั่งอยู่ข้างยองอูกำลังลอบยิ้มอย่างอ่อนโยน ท่อนแขนของยองอูในตอนนี้ดูแข็งแรงและกำยำขึ้นมาก ต่างจากตอนที่พวกเขาพบกันครั้งแรก มันเป็นภาพที่น่ามองและทำให้รู้สึกอุ่นใจ
‘ทำไมเธอถึงมานั่งข้างผม ทั้งที่มีที่ว่างตั้งเยอะแยะ?’
เขารู้สึกดีที่ได้สัมผัสผิวอันนุ่มนวลของยูรา เมื่อมองจากด้านข้าง จมูกของเธอโด่งสวยราวกับงานศิลปะชั้นเลิศ ผิวขาวเนียนไร้ที่ติทำให้เธอดูราวกับทุ่งหิมะอันบริสุทธิ์
*ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก*
หัวใจของยองอูเริ่มเต้นแรงขึ้นเมื่อเขารู้สึกตัวว่าอยู่ใกล้ชิดกับยูรา
‘ใจเย็นไว้ ใจเย็นเข้าไว้’
ยองอูที่กำลังประหม่ากำหมัดแน่น เขาเกรงว่าหากขยับนิ้วพลาดไปเพียงนิดเดียวอาจจะไปสัมผัสร่างกายของเธอเข้า
***
ทีมชาติเกาหลีนั่งแท็กซี่จากสนามบินชาร์ล เดอ โกล ประมาณ 40 นาที จนมาถึงโรงแรมของพวกเขา
โรงแรมแชงกรี-ลา (Shangri-La Hotel) เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ห่างจากหอไอเฟลเพียง 600 เมตร การตกแต่งภายในอันหรูหราทำให้นึกถึงพระราชวังในยุคกลาง และห้องพักแขกยังสามารถมองเห็นวิวของหอไอเฟลและย่านมงมาทร์ได้อีกด้วย
“แถมร้านอาหารที่นี่ยังได้อยู่ในมิชลินไกด์ด้วยเหรอ?”
“ค่าห้องคงแพงระยับแน่ๆ”
“ได้ยินมาว่าห้องที่ถูกที่สุดคืนละ 2 ล้านวอน ส่วนห้องแพงๆ ราคาสูงถึง 30-40 ล้านวอนเลยนะ”
“30-40 ล้าน? ต่อ... ต่อวันเนี่ยนะ...?”
“ใช่แล้ว”
“...”
มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันซาทิสฟายระดับนานาชาติครั้งที่ 2 ทั้งหมด 224 คน ซึ่งเอสเอ กรุ๊ป (S.A. Group) จัดหาที่พักในโรงแรม 5 ดาวให้กับทุกคนเป็นเวลา 16 วัน นี่แหละคืออำนาจของกลุ่มบริษัทอันดับหนึ่งของโลก
‘ถ้าเซฮีได้มาร่วมการแข่งขันนี้ด้วยก็คงดี’
ยองอูชื่นชมห้องพักสุดหรูที่เขาได้รับมอบหมายและนึกถึงเซฮีน้องสาวของเขา เขาจินตนาการว่าเซฮีจะดีใจแค่ไหนถ้าได้เห็นสถานที่แบบนี้
‘ช่างเถอะ ไม่ต้องรีบร้อน ปีหน้าผมจะพาเธอมาแข่งระดับนานาชาติด้วยกันให้ได้’
ปัจจุบันเซฮียังเป็นนักเรียน เธอมีเวลาเล่นซาทิสฟายน้อยเพราะต้องทุ่มเทกับการเรียน และเลเวลของเธอก็ยังต่ำเกินกว่าจะเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติได้ แต่ปีหน้าจะต่างออกไป เซฮีเข้าใจถึงมูลค่าของซาทิสฟายและอาชีพนักบุญหญิง (Saintess) ของเธอเป็นอย่างดี ดังนั้นเธอจึงวางแผนจะทุ่มเทให้กับซาทิสฟายหลังจากเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว
“แล้วนี่มันเสื้อผ้าอะไรกันเนี่ย?”
ยองอูขมวดคิ้วขณะรื้อกระเป๋าเดินทาง มันไม่ใช่ชุดวอร์มและรองเท้าแตะที่เขาใส่เป็นประจำ แต่กลับมีทั้งรองเท้าผ้าใบ กางเกงสแล็ก เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้าย และกางเกงยีนส์ แถมยังมีรองเท้าหนังทรงสวยอีกด้วย
‘จะให้ผมใส่ของพวกนี้เนี่ยนะ?’
ปกติยองอูแต่งตัวเน้นความสบายเป็นหลัก สไตล์น่ะเหรอ? เขาไม่เคยสนใจมันเลย
เขาเคยมีปมฝังใจจากการถูกอายอง รักแรกของเขาเมินใส่หลังจากที่พยายามแต่งตัวตามแฟชั่นเพื่อจีบเธอ หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยสนใจแฟชั่นอีกเลย โดยเฉพาะเสื้อเชิ้ตมีปกที่เขาเกลียดความรู้สึกอึดอัดของมันที่สุด
เซฮีก็รู้รสนิยมนี้ดี แต่เธอยังอุตส่าห์จัดเสื้อผ้าพวกนี้มาให้เนี่ยนะ?
“เซฮี ยัยเด็กคนนี้...”
ที่ทำเป็นบอกว่าอยากช่วยจัดกระเป๋าเพราะพี่ต้องไปนาน ที่แท้ก็แผนการงั้นเหรอ? ยองอูบ่นพึมพำขณะอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า
เขาเลือกชุดหนึ่งจากทั้งหมด 19 ชุดที่เซฮีจัดคู่วางไว้ให้ เขาเลือกชุดที่ 1 เพราะมันมีเลข 1 แปะอยู่ วันนี้คือวันแรกในปารีส พรุ่งนี้เขาค่อยใส่ชุดที่ 2
[พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอกแล้วเอาชายเสื้อใส่ในกางเกงด้วยนะ! แล้วก็ใส่ นาฬิกาเรือนนี้ด้วย!]
“...ว้าว ผู้ชายที่จะมาเป็นสามีเธอในอนาคตคงเหนื่อยแย่เลย”
ยองอูเช็กโน้ตที่เซฮีทิ้งไว้และแต่งตัวตามนั้น เมื่อเขายืนส่องกระจก ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
‘นี่เราดูหล่อขนาดนี้เลยเหรอ?’
ในอดีต ยองอูมักจะถูกบอกว่าหน้าตาแย่อยู่บ่อยครั้ง โหนกแก้มที่ยื่นออกมา สันจมูกที่โด่งแหลม และดวงตาที่ไม่มีตา 2 ชั้น ทำให้เขาดูเป็นคนเจ้าอารมณ์ ผิวพรรณหยาบกร้านบวกกับท่าทางห่อไหล่ ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ดูไม่ดีเข้าไปใหญ่
แต่ในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา ยองอูมีน้ำมีนวลขึ้นและได้ฝึกฝนร่างกายจากการออกกำลังกาย ใบหน้าของเขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นตามวัย และการดูแลผิวก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
เปล่าเลย แม้จะไม่เทียบกับอดีต เขาก็ดูดีกว่าค่าเฉลี่ยของผู้ชายเกาหลีทั่วไปด้วยซ้ำ สันจมูกที่คมชัดและแก้มที่ดูเต็มขึ้นทำให้เขาดูมีเสน่ห์แบบตะวันตก ขณะที่หัวไหล่กว้างก็ช่วยขับเน้นความเป็นชาย โดยเฉพาะดวงตาของเขาที่ดูเซ็กซี่ในสายตาผู้หญิง
ด้วยการดูแลสไตล์จากเซฮี ยองอูจึงสามารถดึงเสน่ห์ของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่
*ก๊อก ก๊อก*
ยองอูที่กำลังยืนเหม่ออยู่หน้ากระจกสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู
“เข้ามาได้เลย”
“เตรียมตัวเสร็จหรือยัง?”
พีคซอร์ดเดินเข้ามาในห้องและรู้สึกประหลาดใจ
“โอ้โห แต่งตัวดูดีเป็นผู้เป็นคนกับเขาบ้างแล้วนะเนี่ย”
พีคซอร์ดยกนิ้วโป้งให้ ยองอูรู้สึกมั่นใจขึ้นและเดินออกจากห้องไป ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังชั้นล่างของโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าว ทีมสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และตุรกีที่พักอยู่ในโรงแรมเดียวกันได้นั่งประจำที่อยู่ก่อนแล้ว
“เกริด!”
รีกัส (Regas) โบกมือทักทายจากที่นั่งตัวแทนทีมอังกฤษ ในทางกลับกัน ซิบาล (Zibal) ผู้นำทีมสหรัฐฯ กลับทำเฉยเมยต่อยองอู ส่วนบูบัต (Bubat) ตัวแทนทีมตุรกีกำลังจ้องมองมายองอูเขม็ง
“เอ๊ะ? ผมเป็นตัวแทนทีมเกาหลีใต้เหรอ?”
เขารู้สึกสับสนเมื่อเห็นชื่อ ‘ชินยองอู’ ระบุว่าเป็นผู้นำทีมเกาหลีใต้ และยูราก็เข้ามาอธิบายตามหลัง
“พวกเราตัดสินใจเรื่องนี้กันในที่ประชุมแล้วค่ะ”
“ทำไมล่ะ? เฮือก...”
ยองอูถึงกับลืมหายใจเมื่อเห็นรูปลักษณ์ของยูรา ยูราปรากฏตัวในชุดเดรสราวกับเทพธิดาแห่งความงามที่จุติลงมา ยองอูไม่อาจละสายตาจากลำคอระหงที่เผยให้เห็นยามเธอเกล้าผมขึ้นได้เลย
“คุณคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเรา และยังเป็นมาสเตอร์ของโอเวอร์เกียร์ด้วยไม่ใช่เหรอคะ? จะมีใครเหมาะสมเป็นตัวแทนไปมากกว่าคุณอีกล่ะ?”
‘เรามีความเป็นผู้นำด้วยเหรอ?’
ในฐานะมาสเตอร์ของโอเวอร์เกียร์ สิ่งที่เขาทำก็มีแค่การสร้างไอเทมและออกล่า ยองอูยังไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่ยูรากลับประเมินเขาไว้สูงกว่านั้น ในระหว่างการเรดเอลฟินสโตน ยองอูได้แสดงความเป็นผู้นำที่เหนือความคาดหมายซึ่งช่วยลดความเสียหายให้กับเพื่อนร่วมทีมได้
ยูราเล็งเห็นถึงศักยภาพความเป็นผู้นำในตัวยองอู เธอจึงตั้งใจที่จะฝึกฝนศักยภาพนี้ผ่านการแข่งขันระดับนานาชาติ
“ครับ... เอ่อ... อือ...”
ยองอูที่กำลังเขินกับคำชมที่ไม่คาดฝันถูกพีคซอร์ดดันตัวไปข้างหน้า
“มัวทำอะไรอยู่? ทุกคนกำลังรอคุณอยู่นะ เทพเกริด”
“ฮึ่ม”
ในที่สุด ยองอูก็นั่งลงบนที่นั่งตัวแทนทีมเกาหลีใต้ และในตอนนั้นเอง...
‘แววตาของเขาเปลี่ยนไป?’
เหล่านักข่าวและสตาฟฟ์นับร้อยที่รวมตัวกันอยู่ในห้องประชุมต่างพากันตกใจพร้อมกัน สีหน้าท่าทางที่ดูเด๋อด๋าของยองอูหายไปทันทีที่เขานั่งลง แววตาของเขาดูเฉียบคมขึ้นยามที่สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมาที่เขา
“ขออภัยที่มาช้าครับ ผมชินยองอู หรือที่รู้จักกันในชื่อ เกริด ตัวแทนจากทีมชาติเกาหลีใต้ครับ”
คนธรรมดาทั่วไปย่อมรู้สึกประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณชน มันยากที่จะรักษาความเยือกเย็นท่ามกลางแรงกดดันจากสายตามากมายที่จับจ้อง โดยเฉพาะยองอูในอดีต
เขาเคยขาดความมั่นใจจนไม่กล้าสบตาคน แต่หลังจากเริ่มเล่นซาทิสฟาย เขาก็พัฒนาขึ้นมาก เขารู้ซึ้งถึงคุณค่าของตัวเองและค้นพบความมั่นใจ เขาคุ้นเคยกับสายตาของสาธารณชนในฐานะดยุก วีรบุรุษของอาณาจักร และหัวหน้ากลุ่มโอเวอร์เกียร์
เกริดคือผู้นำของผู้คนกว่า 20,000 คน และสมาชิกกิลด์อีกนับร้อย แล้วเขาจะมาหวั่นเกรงต่อหน้านักข่าวเพียงไม่กี่ร้อยคนได้อย่างไร? มันไม่มีทางเป็นไปได้
“นี่คือการถ่ายทอดสดใช่ไหมครับ? ผมอยากจะทักทายทุกคนที่กำลังรับชมผมอยู่ในตอนนี้ด้วยครับ”
แววตาที่ผ่อนคลายและน้ำเสียงที่มั่นคง มันช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับยองอูในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งที่ 1
“เทพเกริด นี่แหละคือเหตุผลที่ผมตัดสินใจติดตามคุณ”
พีคซอร์รรู้ดีว่ามันยากแค่ไหนที่คนคนหนึ่งจะเติบโตและเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วขนาดนี้ พีคซอร์ดรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจอีกครั้งที่ได้ติดตามยองอู
“ยอดเยี่ยมมากค่ะ”
ในวันนี้ ตั้งแต่สไตล์การแต่งตัวไปจนถึงทัศนคติ ทุกอย่างของยองอูคือสิ่งที่ยูราปลาบปลื้มที่สุด ในขณะที่ชาวเกาหลีที่กำลังชมการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตต่างพากันประทับใจ
- บุคลิกของเกริดดูทรงพลังขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
- ปีที่แล้วเขายังดูเหมือนเด็กอยู่เลย แต่ตอนนี้ชัดเจนว่าไม่ใช่แล้ว
- เขาดูหล่อขึ้นกว่าเมื่อก่อนไหม? ไปศัลยกรรมมาหรือเปล่า?
- ศัลยกรรมที่ไหนล่ะ? เขาก็หน้าตาแบบนี้อยู่แล้ว แค่สไตล์การแต่งตัวมันเปลี่ยนไปต่างหาก ลองส่องกระจกดูตัวเองซะก่อนเถอะ หน้านายดูทื่อกว่าเขาตั้งเยอะ
- ผมว่าเขาออกกำลังกายหนักแน่ๆ
- เพชรในตมชัดๆ...
ซาทิสฟายได้กลายเป็นวัฒนธรรมที่เหนือกว่าคำว่าเกมไปแล้ว และตัวแทนของซาทิสฟายในเกาหลีใต้ก็คือเกริด
*ติ๊ง~ ติ๊ง~*
อันดับคำค้นหาในพอร์ทัลไซต์ต่างๆ เกี่ยวกับเกริดถูกอัปเดตใหม่ พ่อแม่ของยองอูที่กำลังดูโทรทัศน์อยู่ในร้านขายผักก็รู้สึกประทับใจเช่นกัน
“ลูกชายของเราพึ่งพาได้มากขึ้นจริงๆ... ลูกชายเราได้เป็นตัวแทนเกาหลีใต้สองปีซ้อนเลยนะ...”
“เราให้กำเนิดลูกชายที่ดีขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย จริงไหม?”
การแข่งขันระดับนานาชาติยังไม่ทันเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ แต่ยองอูก็โดดเด่นขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่ในฐานะเกริด แต่เป็น ‘ชินยองอู’
มีนักข่าวต่างชาติคนหนึ่งที่ไม่ค่อยพอใจนัก และได้ยิงคำถามยั่วยุใส่เขาตั้งแต่เริ่มต้น...
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.



