Chapter 21
21 / 3916
10 min read
บทที่ 21 - พยัคฆ์หมอบ มังกรซ่อน
Published Mar 7, 2026, 09:24 PM
บทที่ 21 - พยัคฆ์หมอบ มังกรซ่อน
เมื่อถูกเวิร์ดเลสซัมเมอร์พูดจาถากถางเช่นนั้น โลนลี่สโนว์ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร เขาเพียงแต่ก้มหน้าและเดินจากไปเพื่อตามชือเฟิงให้ทัน
เวฟวิ่งสโลว์ลี่หรี่ตาลง เมื่อเขานึกถึงชือเฟิงที่สวมใส่อุปกรณ์ขยะเต็มตัว เขาก็ไม่เข้าใจเลยว่าชือเฟิงใช้วิธีไหนในการทำให้โลนลี่สโนว์ยอมติดตามไป แถมโลนลี่สโนว์ยังถึงขั้นยอมละทิ้งการลงดันเจี้ยนป่ามรณะกับปาร์ตี้เดิมอีกด้วย
“หัวหน้า เลิกสนใจเจ้าโง่โลนลี่สโนว์นั่นเถอะ อย่างมากเราก็แค่หาคนใหม่ ตอนนี้มีผู้เล่นเลเวล 2 อยู่เต็มไปหมด” แบตเทิลทูเดอะเอนด์กล่าวอย่างเหยียดหยามขณะมองตามหลังโลนลี่สโนว์ไป
เวฟวิ่งสโลว์ลี่พยักหน้า การจากไปของโลนลี่สโนว์ไม่ได้ทำให้ปาร์ตี้ของพวกเขาสูญเสียอะไรมากนัก ส่วนเรื่องที่ชือเฟิงจะสร้างปาร์ตี้เพื่อบุกลุยป่ามรณะนั้น อย่าว่าแต่เรื่องเคลียร์ดันเจี้ยนเลย แค่จะมีใครยอมเข้าปาร์ตี้กับผู้เล่นเลเวล 1 หรือเปล่าก็ยังไม่รู้
ที่ด้านหน้าทางเข้าป่ามรณะ ชือเฟิงและแบล็กกี้ยังคงตะโกนรับสมัครคนเข้าปาร์ตี้อย่างต่อเนื่อง
“เปิดปาร์ตี้ลุยป่ามรณะ ไม่จำกัดเงื่อนไข ขอแค่เป็นเกมเมอร์มือเก๋าพอ 2 รอ 4 ครับ!” ชือเฟิงตะโกน
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น ผู้เล่นเลเวล 2 หลายคนต่างก็วิ่งกรูเข้ามา เป็นเพราะเงื่อนไขของชือเฟิงนั้นต่ำมาก ในขณะที่ปาร์ตี้เล็กๆ ส่วนใหญ่จะเลือกคนจากคุณภาพของอุปกรณ์ โดยต้องการคนที่มีอุปกรณ์ระดับทั่วไป (Common) สองสามชิ้นถึงจะยอมให้ผ่าน แต่ใครเล่าจะมีอุปกรณ์ระดับทั่วไปมากมายขนาดนั้นในช่วงเริ่มต้นของเกม?
“ดึงผมเข้าปาร์ตี้ที! ผมเป็นคลีริกเลเวล 2 แล้ว”
“รับผมด้วย! ผมเป็นนักรบโล่เลเวล 2 แถมยังมีปลอกแขนเกราะเหล็กระดับทั่วไปเลเวล 1 อยู่ชิ้นหนึ่งด้วย”
เพียงชั่วครู่เดียว ชือเฟิงก็เชิญคนเข้าปาร์ตี้ครบ 4 คน
เดิมทีทั้ง 4 คนนี้ต่างก็ดีใจมาก เพราะมีคนอยู่ตรงนั้นมากกว่าสิบคนแต่พวกเขากลับถูกเลือก ทว่าหลังจากที่พวกเขาได้เห็นเลเวลของหัวหน้าปาร์ตี้อย่างชือเฟิง พวกเขาก็ออกจากปาร์ตี้ด้วยความโกรธแค้นทีละคน
“แม่งเอ้ย แค่ไอ้พวกมือใหม่เลเวล 1 ที่มาหาที่ตายในป่ามรณะชัดๆ ถ้าอยากเข้าดันเจี้ยนน่ะก็เข้าไปคนเดียวเถอะ ฉันไม่ขอร่วมวงด้วยหรอก”
“มิน่าล่ะถึงไม่มีเงื่อนไขในการเข้าปาร์ตี้ ที่แท้ก็อยากจะให้พวกเราแบกงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ”
ทั้ง 4 คนโกรธจัดและส่งเสียงโวยวายจนแทบจะเป็นการคำราม ซึ่งผู้เล่นทุกคนที่อยู่หน้าป่ามรณะต่างก็ได้ยินกันถ้วนหน้า
“เหอะๆ ขนาดผู้เล่นเลเวล 1 ยังกล้าคุยโวเรื่องเข้าป่ามรณะ เขาคงแค่อยากจะเกาะคนอื่นเพื่อเอาค่าประสบการณ์และอุปกรณ์ล่ะสิ โชคดีนะที่ฉันไม่ได้เดินเข้าไปสมัคร”
“ป่าใหญ่ย่อมมีนกนานาชนิด ใครมันจะโง่พอที่จะเข้าดันเจี้ยนกับมือใหม่เลเวล 1 กัน? นั่นมันหาเรื่องไปทรมานตัวเองชัดๆ”
ผู้เล่นเลเวล 2 ต่างพากันหัวเราะเยาะชือเฟิงที่ประเมินตัวเองสูงเกินไปและในความโง่เขลาของเขา
“ถ้าไม่อยากร่วมปาร์ตี้ก็ไสหัวไป พวกเราไม่ได้กราบกรานให้พวกแกมาเข้าสักหน่อย” แบล็กกี้เริ่มโมโหหลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น ฝีมือของชือเฟิงนั้นทำให้เขาเลื่อมใสมานานแล้ว แต่คนพวกนี้กลับเรียกชือเฟิงว่ามือใหม่ มือใหม่ที่ไหนจะฆ่ามอนสเตอร์ระดับแรร์อีลิทเลเวล 2 ได้ตอนที่ตัวเองเลเวล 2? มือใหม่ที่ไหนจะฆ่าระดับหัวหน้าเผ่า (Chieftain) เลเวล 5 ได้ตอนที่ตัวเองเลเวล 0? คนพวกนี้มันก็แค่กลุ่มคนตาถั่วและพวกงี่เง่าเท่านั้น
“เช็ดเข้... วันนี้ได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ ปาร์ตี้มือใหม่เลเวล 1 นี่มันกร่างได้ใจว่ะ ฉันอยากจะรอดูจริงๆ ว่าพวกแกสองคนจะรวมทีมจนครบได้ยังไง” คลีริกที่เพิ่งออกจากปาร์ตี้ไปกล่าวพร้อมรอยยิ้มเย็นชา
ในตอนนั้นเอง โลนลี่สโนว์ก็วิ่งเข้ามา เมื่อเขาเห็นชือเฟิง เขาก็รีบพูดขึ้นว่า “พี่ชายยอดฝีมือ ช่วยเชิญผมเข้าปาร์ตี้ทีครับ ผมอยากเข้าป่ามรณะไปกับพวกพี่ ผมมีอุปกรณ์เกราะเหล็กระดับทั่วไป 2 ชิ้น พลังป้องกันรวม 24 แต้มครับ”
“ได้เลย” ชือเฟิงส่งคำเชิญให้ทันที
แบล็กกี้ไม่เคยนึกฝันเลยว่าโลนลี่สโนว์จะยอมทิ้งปาร์ตี้เดิมของตนเพื่อมาหาพวกเขา เขาพลันมีความรู้สึกที่ดีต่อโลนลี่สโนว์ขึ้นมาทันที แบล็กกี้ตบไหล่โลนลี่สโนว์พลางหัวเราะอย่างร่าเริง “นายนี่ตาถึงจริงๆ ไม่ต้องห่วง ตามพี่เฟิงไปรับรองว่าไม่มีผิดหวังแน่นอน”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ...” โลนลี่สโนว์ยังคงรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ ในใจ จุดเก็บเลเวลที่ชือเฟิงแค่ชี้แนะง่ายๆ นั้นทำให้เขาเลเวลอัพเป็นเลเวล 2 ได้อย่างรวดเร็ว ทว่าตัวชือเฟิงเองกลับยังไม่ถึงเลเวล 2 ด้วยซ้ำ แถมยังสวมใส่อุปกรณ์ที่ดูแย่มาก โลนลี่สโนว์ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้
ผู้เล่นที่ยืนดูอยู่รอบๆ ต่างพากันตกตะลึง ไม่นึกเลยว่าจะมีคนยอมเข้าดันเจี้ยนกับมือใหม่เลเวล 1 แถมคนๆ นั้นยังมีอุปกรณ์ที่ดีเสียด้วย เกราะเหล็กและรองเท้าบูทคู่ใหม่บนตัวโลนลี่สโนว์นั้นต้องเป็นอุปกรณ์ระดับทั่วไปอย่างแน่นอน ไม่ใช่อุปกรณ์ขยะ
แม้โลนลี่สโนว์จะเข้าร่วมปาร์ตี้แล้ว แต่หลังจากที่ชือเฟิงรับสมัครคนต่ออีกกว่าสิบนาที ก็ไม่มีผู้เล่นคนไหนยอมเข้าร่วมกับพวกเขาอีกเลย ด้วยจำนวนเพียง 3 คน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าไปเคลียร์ดันเจี้ยน
ในเวลานั้นเอง เวฟวิ่งสโลว์ลี่ก็นำกลุ่มคนเดินผ่านมา
“เหอะๆ พี่ชาย ‘ยอดฝีมือ’ ยังหาคนเข้าปาร์ตี้ไม่ได้อีกเหรอ? พวกเราน่ะเชิญสมาชิกที่แข็งแกร่งมาร่วมทีมได้อีก 3 คนแล้วนะ ทุกคนล้วนมีอุปกรณ์ระดับทั่วไปเลเวล 1 อย่างน้อยสองถึงสามชิ้นกันทั้งนั้น” เอ็นด์เลสซัมเมอร์ไนท์ คลีริกสาวกล่าวกับชือเฟิงอย่างเย้ยหยัน
เวฟวิ่งสโลว์ลี่เพียงแค่ชายตามองชือเฟิงแวบหนึ่ง ก่อนจะย้ายสายตาไปที่โลนลี่สโนว์และพูดว่า “นายจะไม่มีอนาคตหรอกถ้าตามเขาไปแบบนั้น ก่อนที่เราจะเข้าดันเจี้ยน นายยังมีเวลาตัดสินใจใหม่ให้ดีนะ ฉันรับรองว่านายจะไม่เสียใจแน่นอน”
จากนั้น เวฟวิ่งสโลว์ลี่ก็หันไปมองแบล็กกี้ ก่อนหน้านี้ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่ชือเฟิงจนมองข้ามแบล็กกี้ไป แต่เมื่อเขาสังเกตดูดีๆ เสื้อผ้าของแบล็กกี้ดูใหม่เอี่ยม แถมในมือยังถือไม้เท้าไม้ดำ (Blackwood Staff) อุปกรณ์ของเขาน่าจะดีทีเดียว แถมเขายังเลเวล 2 อีกด้วย ฝีมือก็คงจะไม่เลว
“นายน่ะก็ดูใช้ได้นะ ทำไมไม่มาร่วมปาร์ตี้กับพวกเราล่ะ? นายก็น่าจะรู้ว่าพวกเราคือปาร์ตี้ระดับอีลิท ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นทั่วไปจะเทียบได้ ถ้าเราอยู่ด้วยกัน การเก็บเลเวล ฟาร์มมอนสเตอร์ หรือลงดันเจี้ยนก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย” เวฟวิ่งสโลว์ลี่ยิ้มให้แบล็กกี้
“ไสหัวไปเถอะ คิดจะมาดึงตัวฉันด้วยปาร์ตี้กระจอกๆ ของพวกแกงั้นเหรอ?” แบล็กกี้ด่าพลางชี้ไม้เท้าไม้ดำไปที่เวฟวิ่งสโลว์ลี่ ในขณะเดียวกัน เขาก็เลือกที่จะแสดงเอฟเฟกต์แสงของอุปกรณ์ระดับทองแดงออกมาพร้อมกับพูดว่า “ก็แค่อุปกรณ์ระดับทั่วไปสองสามชิ้น ฉันน่ะมีอุปกรณ์ระดับทองแดง (Bronze) ถึงสามชิ้น และระดับทั่วไปอีกสองชิ้นโว้ย!”
เวฟวิ่งสโลว์ลี่และคนอื่นๆ ต่างพากันช็อก พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าแบล็กกี้จะทรงพลังขนาดนี้ การมีอุปกรณ์ระดับทองแดงถึงสามชิ้นในเวลานี้มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ในช่วงเวลานี้ คนที่มีอุปกรณ์ระดับทั่วไปสองสามชิ้นก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือแล้ว ส่วนใครที่มีอุปกรณ์ระดับทองแดงแม้เพียงชิ้นเดียว คนๆ นั้นย่อมเป็นสุดยอดฝีมือที่ทุกกิลด์ต่างต้องการตัว แต่แบล็กกี้ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขากลับมีอุปกรณ์ระดับทองแดงถึงสามชิ้น!
ปาร์ตี้ของเวฟวิ่งสโลว์ลี่ต่างตกตะลึง เมื่อพวกเขาเห็นเอฟเฟกต์แสงของอุปกรณ์ระดับทองแดง ตาของพวกเขาก็แทบจะถลนออกมาจากเบ้า
มิน่าล่ะชือเฟิงถึงได้ทำตัวอวดดีนัก ที่แท้ชือเฟิงก็ไม่เกรงกลัวอะไรเพราะเขามียอดฝีมือคอยหนุนหลังอยู่นี่เอง
ขณะเดียวกัน โลนลี่สโนว์ที่ยืนอยู่ข้างแบล็กกี้ก็อ้าปากค้าง เขามองแบล็กกี้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เดิมทีโลนลี่สโนว์คิดว่าชือเฟิงเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับยากแล้ว แต่เขาไม่นึกเลยว่าแบล็กกี้ต่างหากที่เป็นยอดฝีมือตัวจริงเสียงจริง
“น้องชาย ถ้านายร่วมปาร์ตี้กับมือใหม่แบบนั้นเข้าไปในดันเจี้ยน มันจะเป็นภาระกับนายเปล่าๆ นอกจากจะเคลียร์ดันเจี้ยนไม่ได้แล้ว นายอาจจะต้องตายฟรีอีกรอบด้วยซ้ำ มากับพวกเราเถอะ อุปกรณ์สายเวททุกชิ้นที่ดรอปจากดันเจี้ยน นายเลือกไปได้เลยตามใจชอบ” แม้เวฟวิ่งสโลว์ลี่จะรู้สึกโกรธที่โดนตบหน้าด้วยความจริงเช่นนี้ แต่ถ้าเขาสามารถดึงตัวแบล็กกี้มาได้ โอกาสในการเคลียร์ดันเจี้ยนก็จะเพิ่มขึ้นมหาศาล
“ฉันเห็นด้วยกับความคิดของแกนะ การเข้าร่วมกับกลุ่มมือให้อย่างพวกแกน่ะ มันจะเป็นภาระให้ฉันจริงๆ นั่นแหละ” แบล็กกี้หัวเราะในลำคอ
“แก...!” ใบหน้าของเวฟวิ่งสโลว์ลี่เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาพูดออกมาอย่างดุดันว่า “งั้นก็มาดูกันว่าใครจะเคลียร์ป่ามรณะได้ก่อน!”
พูดจบ เวฟวิ่งสโลว์ลี่ก็สะบัดหน้าเดินจากไป เขาไม่เชื่อว่าปาร์ตี้ที่มีมือให้อยู่ด้วยจะสามารถเคลียร์ป่ามรณะได้
“หึ ก็แค่ตัวทำดาเมจแรงๆ คนหนึ่งที่เข้าดันเจี้ยนไป คิดจริงๆ เหรอว่าจะเคลียร์ได้?” เวิร์ดเลสซัมเมอร์พึมพำด้วยความอิจฉา
“นั่นสิ พวกเราทุกคนล้วนเป็นเกมเมอร์มือเก๋า เรื่องการลงดันเจี้ยนพวกเราย่อมแข็งแกร่งกว่าพวกนั้นแน่นอน” นักรบโล่เบ้ปาก
หลังจากที่ปาร์ตี้ของเวฟวิ่งสโลว์ลี่จากไป จำนวนคนที่มาสมัครเข้าปาร์ตี้ของชือเฟิงก็เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
ผลลัพธ์นี้เกิดจากอุปกรณ์ที่แบล็กกี้สวมใส่อยู่เป็นหลัก
ในช่วงเวลานี้ อุปกรณ์ระดับทองแดงถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นยอดฝีมือได้อย่างดีเยี่ยม ต่อให้หัวหน้าปาร์ตี้จะเป็นมือใหม่ แต่การมียอดฝีมือที่มีอุปกรณ์ระดับทองแดงถึงสามชิ้นอยู่ในทีม ก็ถือว่าแข็งแกร่งเท่ากับคนสองคนเลยทีเดียว ข้อดีของการมียอดฝีมือเช่นนี้ย่อมดีกว่าปาร์ตี้ทั่วไปอย่างแน่นอน
ทว่าครั้งนี้ชือเฟิงไม่ได้สุ่มรับคนอีกต่อไป เขามีเงื่อนไขที่ชัดเจนขึ้น การกระทำเช่นนี้ทำให้ผู้เล่น 4 คนที่ออกจากปาร์ตี้ไปก่อนหน้านี้รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ทำไมพวกเขาถึงได้ทำอะไรไปตามอารมณ์นะ? ตอนนี้ต่อให้พวกเขาอยากจะกลับเข้าปาร์ตี้ ชือเฟิงก็ไม่ให้โอกาสพวกเขาแล้ว
ขณะที่ชือเฟิงกำลังรับสมัครสมาชิกปาร์ตี้อย่างขะมักเขม้นอยู่นั้น...
ที่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทางเข้าดันเจี้ยนป่ามรณะ พลันเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ขึ้น ผู้เล่นจำนวนมากต่างวิ่งกรูเข้าไปหาทีละคน ทุกคนต่างมีสีหน้าที่ตื่นเต้น
“เป็นไปไม่ได้... มาเจอคนแบบนั้นในสถานที่แบบนี้เนี่ยนะ?” แบล็กกี้เบิกตากว้างจ้องมองไปข้างหน้า
ชือเฟิงเองก็ตกตะลึงเช่นกัน การที่พวกเขาได้พบกับบุคคลสำคัญระดับนี้ในสถานที่เล็กๆ อย่างเมืองเรดลีฟ (Red Leaf Town) มันเป็นเรื่องที่จินตนาการไม่ถึงเลยจริงๆ หรือว่าเมืองเรดลีฟจะเป็นสถานที่ที่มีพยัคฆ์หมอบมังกรซ่อนอยู่จริงๆ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ชือเฟิงไม่เคยค้นพบมันมาก่อน?
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.