ตอนที่ 1930
1830 / 1914
อ่าน 6 นาที
Chapter 1930: Changing Opponents Mid-battle
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 17:45
Chapter 1930: เปลี่ยนคู่ต่อสู้กลางคัน
ณ สถานที่แห่งหนึ่งในทวีปออโรรา
ท่ามกลางป่าทึบ กลุ่มโนมกำลังยืนพูดคุยกันอยู่ เบื้องหลังของพวกเขามีประตูมิติขนาดใหญ่กว่าบานที่เกรย์และวอยด์เพิ่งทำลายไปตั้งตระหง่านอยู่
มีโนมตนหนึ่งเดินก้าวออกมาจากประตูมิติแล้วตรงเข้าไปหาคนกลุ่มนั้น
“ประตูมิติอีกบานถูกค้นพบแล้ว” โนมตนนั้นกล่าวเมื่อเข้าใกล้กลุ่มโนม
“เป็นไปได้อย่างไร?” โนมตนหนึ่งถามด้วยความตกใจ พวกเขาต่างระมัดระวังเรื่องข่าวเกี่ยวกับประตูมิติทั้งสองบานนี้เป็นอย่างมาก โดยมั่นใจว่ามีเพียงสมาชิกชั้นสูงของเผ่าพันธุ์โนมเท่านั้นที่รู้ถึงการมีอยู่ของมัน แล้วประตูมิติอีกบานที่ลับยิ่งกว่ากลับถูกพบก่อนได้อย่างไร?
“ไม่มีใครรู้ แต่ประตูมิตินั้นถูกทำลายลงโดยที่ยังไม่ได้ปิดผนึกเสียด้วยซ้ำ มนุษย์พวกนั้นคงจะพบมันตั้งแต่แรกแล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพื่อล่อให้พวกผู้อาวุโสและหัวหน้าตระกูลหลงเข้ามา” โนมที่เพิ่งมาถึงคาดการณ์ พวกเขาไม่รู้รายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นที่อีกฝั่ง หลังจากได้รับข่าวว่าถูกโจมตี พวกเขาก็สังเกตเห็นว่าประตูมิติถูกทำลายไปแล้วในเวลาไม่นานหลังจากส่งความช่วยเหลือออกไป
“แล้วจะเอาอย่างไรต่อ?” โนมตนหนึ่งถามด้วยสีหน้าหม่นหมอง ก่อนจะเสริมว่า “เราเริ่มดำเนินการที่นี่ไปแล้ว ไม่มีทางที่เราจะหยุดตอนนี้ได้”
โนมที่มาใหม่พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “จักรพรรดิทรงทราบเรื่องแล้ว พระองค์บอกว่าเราต้องเร่งมือ นั่นคือเหตุผลที่ข้าถูกส่งมาที่นี่”
“อ้อ ถ้าเป็นเช่นนั้น เราจะรออะไรอยู่เล่า?”
...
การต่อสู้เริ่มปะทุขึ้นในหลายจุดทั่วทวีปออโรรา เมื่อพวกโนมตัดสินใจลงมืออย่างเต็มตัว พวกเขาจำเป็นต้องเปิดประตูมิติที่ถูกผนึกไว้ในส่วนลึกของป่าอสูรเวทมนตร์ในทวีปอาซูร์ น่าเสียดายที่พวกเขาไม่มีกำลังพลเพียงพอจะทำเช่นนั้น จนกระทั่งถึงตอนนี้
เหล่าเนโครแมนเซอร์ที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มอำนาจชั้นนำเริ่มเผยธาตุแท้ พวกเขาเข่นฆ่าผู้เชี่ยวชาญระดับสูงไปมากมายก่อนจะหลบหนีไป
ทั่วทั้งทวีปออโรราตกอยู่ในความโกลาหล เมื่อมีการสู้รบเกิดขึ้นในที่ต่างๆ แทบจะพร้อมกัน ทำให้ยากที่ใครจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่นได้เพราะต่างก็มีปัญหาของตัวเอง ตระกูลใหญ่ๆ คือกลุ่มที่มีคนทรยศน้อยที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต่างจากกลุ่มอำนาจที่รับคนจากทั่วโลกเข้ามา ตระกูลชั้นนำเหล่านี้มีความเหนียวแน่นมาก และผู้ทรงพลังส่วนใหญ่ก็เกิดในตระกูล ทำให้ยากที่จะเกิดความรู้สึกอยากทรยศ ตรงกันข้ามกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มอำนาจใหญ่ที่มักจะไม่มีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ในขณะที่ทวีปออโรราตกอยู่ในความวุ่นวาย ทวีปอาซูร์ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
แรงปะทะจากการต่อสู้ของกลุ่มเกรย์กับพวกโนมทำให้ป่าราบเป็นหน้ากลอง แม้แต่เมืองที่อยู่ห่างออกไปสองสามกิโลเมตรก็กำลังอพยพผู้คน เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนของการต่อสู้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
....
ณ สนามรบ
เกรย์ถูกกระแทกจนร่างปลิวไปฟาดกับพื้น เขากระดอนขึ้นมาสองสามครั้งก่อนจะปรับสมดุลร่างกายกลางอากาศในการกระดอนครั้งสุดท้าย เขาลงจอดบนพื้นด้วยเท้าทั้งสองข้าง พลางจ้องเขม็งไปที่โนมตนนั้นที่กำลังรัวโจมตีเข้ามาไม่ยั้ง
ในพื้นที่โล่งกว้าง พลังที่โนมตนนี้ใช้อยู่สูงกว่าตอนที่สู้กันใต้ดินถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้มันไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ อาจเป็นเพราะกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อประตูมิติ ตอนนี้เมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นแล้ว โนมตนนี้จึงต้องการใช้เลือดของเกรย์มาล้างความอัปยศที่มันรู้สึก
เกรย์สัมผัสได้ถึงคลื่นจิตสังหารที่พุ่งตรงมายังเขา และเขารู้ดีว่าโนมตนนี้จะไม่ลังเลเลยที่จะสังหารเขา
‘บ้าเอ๊ย! ไอ้หมอนี่แข็งแกร่งจริงๆ!’ เขาอดคิดไม่ได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโนมที่ใช้พลังเต็มกำลังแบบนี้ เขาจึงตระหนักได้ว่ามันแข็งแกร่งกว่าระดับยอดฝูงชนทั่วไป ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมโนมตนนี้ถึงได้รับมอบหมายให้เฝ้าประตูมิติแทนที่จะมาสู้ตรงนี้ โนมตัวอื่นๆ คงคิดว่ามันน่าจะปกป้องประตูไว้ได้ หากไม่ใช่เพราะความประมาทของโนมตนนี้ที่เปิดโอกาสให้เกรย์และวอยด์ทำลายประตูมิติได้สำเร็จ มันก็คงจะปกป้องประตูเอาไว้ได้แล้ว แต่มันประเมินเกรย์ต่ำไป และต้องชดใช้ด้วยผลที่ตามมา
‘วอยด์!’
‘จัดไป’
วอยด์โผล่มาอยู่ตรงหน้าเกรย์ และในจังหวะที่การโจมตีกำลังจะถึงตัว พลันเกิดห้วงมิติหมุนวนหลายจุดที่แผ่คลื่นมิติรุนแรงขึ้นรอบตัววอยด์และเกรย์ มันกลืนกินการโจมตีของโนมเข้าไปก่อนจะสะท้อนกลับไปหามัน
นี่คือหนึ่งในความสามารถติดตัวของวอยด์ นั่นคือการรับการโจมตีของคู่ต่อสู้แล้วสะท้อนกลับไป
โนมตนนั้นถูกบีบให้ต้องรับมือกับการโจมตีของตัวเองอีกครั้ง มันส่งสายตาอาฆาตไปทางวอยด์ มันพบว่าวอยด์รับมือยากยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่ามันจะพยายามปิดผนึกพื้นที่บริเวณนี้อย่างไร วอยด์ก็ยังสามารถใช้ธาตุมิติของตนได้ ต่างจากเกรย์
ในขณะที่มันกำลังจัดการกับการโจมตีที่พุ่งเข้าใส่ มันก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังมหาศาลที่ก่อตัวขึ้นเหนือหัว เมื่อเงยหน้าขึ้น มันก็เห็นอักขระเวทมนตร์ปรากฏขึ้นเบื้องบน มันเหยียดแขนออกแล้วกำมือช้าๆ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาคว้าอักขระที่กำลังก่อตัวเหล่านั้นเอาไว้แล้วบีบจนแตกละเอียด อักขระเหล่านั้นยังไม่ทันได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ก็ถูกทำลายลง
เกรย์ส่งเสียงหึในลำคอเมื่อเห็นเช่นนั้น พื้นดินที่โนมยืนอยู่พลันแปรสภาพกลายเป็นโคลนตม ทำให้ร่างของมันจมลงไป
โนมตนนั้นไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แม้จะตกใจแต่มันก็ไม่ตื่นตระหนก มันยังคงจับตาดูการเคลื่อนไหวของเกรย์ พลันมีพายุหมุนเข้าห่อหุ้มตัวมัน เป่าโคลนที่ตรึงร่างมันไว้ออกไป ก่อนจะค่อยๆ ลอยตัวขึ้นสู่อากาศ สบตาเข้ากับเกรย์ แต่สิ่งที่ทำให้มันประหลาดใจคือ เกรย์ไม่อยู่ในตำแหน่งเดิมแล้ว แม้จะมีคนยืนอยู่ตรงนั้นแต่กลับไม่ใช่เกรย์ หากแต่เป็นเคลาส์ที่ส่งเข็มน้ำแข็งบางเฉียบพุ่งเข้าใส่มัน เข็มนั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงจนทะลุผ่านพายุหมุนที่ปกป้องโนมอยู่ได้
“หือ?”
โนมตนนั้นชะงักไปกับการเปลี่ยนคู่ต่อสู้ที่เกิดขึ้นกะทันหัน และไม่ใช่แค่มันเท่านั้นที่ตกตะลึง คู่ต่อสู้ของเคลาส์ที่เป็นยอดฝูงชนขั้นเก้าเองก็ยืนอึ้งเมื่อจู่ๆ เกรย์ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าแล้วลงมือโจมตีโดยไม่พูดจาใดๆ ทั้งสิ้น
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.