ตอนที่ 5087
5085 / 5804
อ่าน 12 นาที
Chapter 5087, The Royal City
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 14:23
บทที่ 5087, นครหลวงแห่งราชันย์
ผู้แปล: ศิลามินทร์ และ จร
ผู้ตรวจทานคำแปล: ปิ้วปิ้วเลเซอร์กัน
บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร: ลีโอแห่งเขาไซออน และ เดล ไลเกอร์คีย์ส
หลายวันต่อมา ขณะที่หยางไค่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่นั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยของเรือสำเภาขนาดมหึมาที่กำลังชะลอความเร็วลง
ในไม่ช้า เสียงตะโกนของชาวเผ่าหมึกคนหนึ่งก็ดังมาจากดาดฟ้าเรือ “เตรียมตัวให้พร้อม! เรากำลังจะถึงนครหลวงแล้ว!”
หยางไค่เก็บทรัพยากรของเขาเข้าที่และทะยานร่างไปยังดาดฟ้าเรือ เมื่อทอดสายตาไปยังทิศทางที่เรือกำลังมุ่งหน้าไป สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือเศษเสี้ยวจักรวาลอันมหึมา
แม้ว่าอาณาเขตของเฮยหยวนจะเป็นเศษเสี้ยวจักรวาลขนาดใหญ่เช่นกัน ทว่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าแล้ว มันกลับดูเล็กกระจ้อยร่อยไปถนัดตา เศษเสี้ยวจักรวาลอันเป็นที่ตั้งของนครหลวงนั้นใหญ่กว่าอาณาเขตของเฮยหยวนถึงสิบเท่า
เพียงแค่ได้เห็นภาพนั้น หยางไค่ก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ต้องไม่ลืมว่าเศษเสี้ยวจักรวาลนั้นโดยพื้นฐานแล้วคือผลจากการแตกสลายของโลกจักรวาลแห่งหนึ่ง เพียงแค่มองขนาดของเศษเสี้ยวจักรวาลนี้ หยางไค่ก็สามารถจินตนาการได้ว่าโลกจักรวาลดั้งเดิมก่อนที่จะแตกสลายนั้นจะต้องยิ่งใหญ่ไพศาลเพียงใด
นี่คงเคยเป็นโลกที่รุ่งเรืองเฟื่องฟู แต่บัดนี้กลับเหลือเพียงเศษเสี้ยวที่ถูกปกคลุมด้วยพลังหมึกอันหนาทึบตลอดทั้งปี
เมื่อเรือสำเภาเข้าใกล้มากขึ้น รังหมึกขนาดมหึมาก็ปรากฏสู่สายตา แม้ว่าเศษเสี้ยวจักรวาลจะถูกปกคลุมด้วยพลังหมึกอันหนาแน่น แต่มันก็ยังไม่สามารถบดบังความโอ่อ่าตระการตาของรังหมึกนั้นได้ เมื่อมองดูวัตถุขนาดใหญ่เกินจินตนาการนี้ หยางไค่ก็ถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด
จาเก๋าเคยเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับระดับต่างๆ ของรังหมึก ดังนั้นเขาจึงตระหนักได้ว่านี่คือรังหมึกของราชันย์ ซึ่งเป็นรังหมึกระดับสูง
ในทางกลับกัน รังหมึกของจาเก๋าเป็นเพียงรังหมึกระดับต่ำ แม้จะเป็นรังหมึกระดับต่ำสุด แต่มันก็สามารถสร้างชาวเผ่าหมึกได้มากกว่า 1,000 คนในคราวเดียว ตราบใดที่มีทรัพยากรเพียงพอ
รังหมึกของราชันย์ที่อยู่เบื้องหน้านี้ มีขนาดใหญ่กว่ารังหมึกของจาเก๋าหลายสิบเท่า มันตั้งตระหง่านอยู่บนเศษเสี้ยวจักรวาล ประหนึ่งภูผาที่มิอาจข้ามผ่าน
หากมีทรัพยากรเพียงพอ รังหมึกเช่นนี้ย่อมสามารถสร้างชาวเผ่าหมึกได้หลายหมื่นคนในคราวเดียวอย่างไม่ต้องสงสัย
รังหมึกคือรากฐานของเผ่าหมึก และรังหมึกแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางของนครหลวงทั้งหมดอีกด้วย
โดยมีรังหมึกเป็นศูนย์กลาง พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลโดยรอบได้ก่อร่างขึ้นเป็นนครหลวง
ก่อนที่เรือสำเภาจะเข้าใกล้เศษเสี้ยวจักรวาลอันเป็นที่ตั้งของนครหลวง หยางไค่ก็สัมผัสได้ถึงจิตสัมผัสอันทรงพลังที่สำรวจตรวจสอบพวกเขา เห็นได้ชัดว่าบุคคลผู้นั้นคือเจ้าครองอาณาเขตที่รับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของนครหลวง
เฮยหยวนเพียงแค่ยืนอยู่ที่หัวเรือพร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายของตนเองออกมาเล็กน้อย
ในไม่ช้า จิตสัมผัสอีกสายหนึ่งก็ถอนกลับไปเมื่อตรวจสอบยืนยันตัวตนของเฮยหยวนได้แล้ว
โดยไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งใดๆ เรือสำเภาก็บินไปยังทิศทางหนึ่งมุ่งสู่นครหลวง ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงจัตุรัสแห่งหนึ่งซึ่งมีเรือขนาดต่างๆ จอดทอดสมออยู่กว่า 100 ลำ ทั้งหมดล้วนมีขนาดใหญ่กว่าเรือรบของฝ่ายมนุษย์อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าเรือขนาดใหญ่เหล่านี้สร้างขึ้นโดยปรมาจารย์หลอมศาสตราฝ่ายมนุษย์ บัดนี้หยางไค่ก็เป็นปรมาจารย์หลอมศาสตราที่มีฝีมือพอตัว เขาสามารถมองออกได้อย่างง่ายดายว่าเรือขนาดใหญ่เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นสำหรับเผ่าหมึกโดยเฉพาะโดยปรมาจารย์หลอมศาสตราของมนุษย์
“พวกเจ้าทุกคนรออยู่ที่นี่ ข้าจะไปเข้าเฝ้าราชันย์เดี๋ยวนี้” เฮยหยวนกล่าวกับผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาแล้วจากไป
ขณะที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ หยางไค่ก็ตกอยู่ในภวังค์
ในตอนแรกเขาคิดว่าเฮยหยวนจะพาเขาไปเข้าเฝ้าราชันย์ ทำให้เขารู้สึกประหม่าและกังวลอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาไม่แน่ใจว่าราชันย์จะมีทักษะพิเศษใดที่สามารถมองทะลุกลลวงของเขาได้หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น เขาคงต้องจบชีวิตลงก่อนที่จะบรรลุเป้าหมาย
ทว่า ดูเหมือนเฮยหยวนจะไม่มีเจตนาพาเขาไปเข้าเฝ้าราชันย์ สิ่งนี้ทำให้หยางไค่รู้สึกโล่งใจอย่างยิ่ง
หลังจากครุ่นคิดดูแล้ว เขาก็ตระหนักได้ว่าแม้ตนจะถือเป็นสมบัติล้ำค่าในฐานะปรมาจารย์หลอมศาสตราผู้ยิ่งใหญ่ แต่ก็ยังไม่สำคัญพอที่จะได้เข้าเฝ้าราชันย์โดยตรง เป็นที่คาดการณ์ได้ว่าเฮยหยวนจะไม่พาเขาไปด้วย
เมื่อหยางไค่ยังไม่ต้องเผชิญหน้ากับราชันย์ในทันที เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้น
เฮยหยวนมุ่งหน้าไปยังรังหมึกขนาดยักษ์ และในไม่ช้าก็ลับสายตาไป หยางไค่มองไปรอบๆ และสังเกตเห็นว่าชาวเผ่าหมึกที่ติดตามมาด้วยล้วนมีสีหน้าเคร่งขรึม พวกเขายืนตัวตรงแน่ว จ้องมองไปยังรังหมึกด้วยท่าทีที่เปี่ยมด้วยความเคารพยำเกรง
นอกเหนือจากพวกเขาแล้ว ชาวเผ่าหมึกที่อยู่บนเรือลำอื่นๆ ก็อยู่ในสภาพเดียวกัน
ดูเหมือนว่าชาวเผ่าหมึกจะเทิดทูนบูชารังหมึกของราชันย์เป็นพิเศษ
ตามคำบอกเล่าของจาเก๋า รังหมึกในนครหลวงแห่งนี้คือต้นกำเนิดของรังหมึกทั้งหมดในสมรภูมิหยินหยาง รังหมึกของเจ้าครองอาณาเขตทั้งหมดล้วนถือกำเนิดมาจากรังหมึกนี้ และรังหมึกระดับต่ำจำนวนมากก็ถือกำเนิดมาจากรังหมึกของเหล่าเจ้าครองอาณาเขตอีกทอดหนึ่ง
ชาวเผ่าหมึกนับไม่ถ้วนถือกำเนิดจากรังหมึกในระดับต่างๆ โดยพื้นฐานแล้ว รังหมึกในนครหลวงจึงเป็นต้นกำเนิดแห่งชีวิตของพวกเขา นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาแสดงความเคารพยำเกรงต่อรังหมึกแห่งนี้เป็นพิเศษเมื่อมาถึงที่นี่
หยางไค่ไม่อาจหยุดความคิดของตนเองได้, *แล้วต้นกำเนิดของรังหมึกระดับราชันย์เล่ามาจากที่ใด? มันไม่น่าจะปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้ ข้าเคยถามจาเก๋าเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถให้คำตอบได้*
ทั้งหมดที่จาเก๋ารู้คือรังหมึกของราชันย์เป็นรังหมึกระดับสูงสุด อย่างไรก็ตาม หยางไค่ไม่คิดว่านั่นจะเป็นความจริง บางทีอาจมีความลับบางอย่างที่แม้แต่ชาวเผ่าหมึกจำนวนมากก็ยังไม่ล่วงรู้
ไม่แน่ชัดว่าการพบปะระหว่างเฮยหยวนกับราชันย์จะใช้เวลานานเพียงใด และเนื่องจากหยางไค่รู้สึกเบื่อหน่าย เขาจึงคิดที่จะเดินเล่นชมรอบๆ นครหลวง ทว่าเขาไม่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ จึงกังวลว่าอาจจะสร้างปัญหาโดยไม่ตั้งใจได้ ท้ายที่สุดแล้ว ตัวตนของเขาในฐานะมนุษย์นั้นช่างโดดเด่นสะดุดตา ยิ่งไปกว่านั้น เขายังใช้เหรียญหมึกจนหมดสิ้นแล้ว แม้ว่าจะเจอของดีใดๆ ก็ไม่มีเงินพอที่จะซื้อ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตัดสินใจล้มเลิกความคิดนั้นไป
เขาจึงเดินกลับเข้าไปในห้องโดยสารและหยิบทรัพยากรออกมาเพื่อบำเพ็ญเพียรต่อ
เวลาผ่านไปเช่นนี้สองสามวัน
ในที่สุด ก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเฮยหยวนที่ปรากฏลงบนดาดฟ้าเรือ เขาจึงรีบออกจากห้องโดยสารไปทันที
เฮยหยวนยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือจริงๆ ทว่าแม้ตอนที่เขาจากไปจะไปเพียงลำพัง แต่เมื่อเขากลับมา เขากลับมีชาวเผ่าหมึกอีกคนหนึ่งมาด้วย
ชาวเผ่าหมึกคนนั้นเป็นเจ้าศักดินา แต่กลิ่นอายของเขากลับเข้มข้นกว่าเจ้าศักดินาคนใดที่หยางไค่เคยพบเจอมา
หยางไค่คำนับเฮยหยวนอย่างนอบน้อม “ท่านอาจารย์”
“เขาหรือ?” ชาวเผ่าหมึกที่ไม่คุ้นหน้าก้มลงมองหยางไค่และพิจารณาเขาอย่างถี่ถ้วน
เฮยหยวนตอบกลับ “ใช่ เขาเอง”
ชาวเผ่าหมึกคนนั้นพยักหน้า “เช่นนั้น ข้าจะรับตัวเขาไปจากที่นี่ หวังว่าเขาจะมีฝีมือในการหลอมศาสตราดังที่ท่านเฮยหยวนได้บรรยายไว้นะ”
เฮยหยวนกล่าว “ข้าจะโป้ปดต่อราชันย์ได้อย่างไร?”
จากนั้น เขาก็กวักมือเรียกหยางไค่ “หยางไค่!”
“ขอรับ ท่านอาจารย์” หยางไค่ก้าวไปข้างหน้า
เฮยหยวนสั่งสอนประดุจผู้อาวุโส “เจ้าจงตามเขาไป จำสิ่งที่ข้าเคยบอกเจ้าได้หรือไม่? อย่าทำให้ชื่อเสียงของข้าต้องมัวหมองเมื่อเจ้าอยู่ที่นั่น”
หยางไค่ประสานหมัด “มิต้องกังวล ท่านอาจารย์ ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรับใช้ท่าน”
เฮยหยวนพยักหน้าอย่างพึงพอใจและหันไปมองเจ้าศักดินา “ท่านพาเขาไปได้แล้ว”
จากนั้น ชาวเผ่าหมึกคนนั้นก็ปลดปล่อยพลังหมึกของตนออกมาห่อหุ้มร่างของหยางไค่ไว้ ก่อนจะกลายร่างเป็นกลุ่มหมอกสีดำแล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เขาจากไปโดยไม่ได้กล่าวลาเฮยหยวนแม้แต่คำเดียว
อย่างไรก็ตาม เฮยหยวนไม่ได้ถือสา แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าครองอาณาเขต แต่คนผู้นั้นเป็นทหารองครักษ์ส่วนตัวของราชันย์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้เขาอ่อนแอกว่าเฮยหยวน แต่ในอนาคตเขาจะมีฐานะทัดเทียมกัน
ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ในตอนแรก หลังจากที่เขาพ่ายแพ้ในการต่อสู้ครั้งก่อนและสูญเสียพื้นที่เก็บเกี่ยวทรัพยากรให้กับพวกมนุษย์เมื่อหลายปีก่อน เฮยหยวนควรจะถูกลงโทษ ทว่าหลังจากที่เขาเสนอชื่อหยางไค่ให้กับราชันย์ พระองค์ก็มิได้ตำหนิเขาแม้แต่น้อย เฉกเช่นที่เขาคาดไว้ ราชันย์เพียงแค่ตักเตือนและสั่งให้ทหารองครักษ์มาที่นี่พร้อมกับเฮยหยวนเพื่อรับตัวหยางไค่ไป
เมื่อเรื่องราวคลี่คลายลงแล้ว เฮยหยวนก็ตัดสินใจจากไป เขาสั่งให้คนควบคุมเรือสำเภาออกเดินทางกลับไปยังอาณาเขตของตน
ในขณะเดียวกัน หยางไค่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังหมึกอันหนาทึบและถูกลากไปโดยชาวเผ่าหมึกด้วยความเร็วปานสายฟ้า
ขณะที่เขาถูกปกคลุมด้วยพลังหมึก เป็นการยากที่เขาจะระบุทิศทางที่แน่นอนที่พวกเขากำลังเดินทางไปได้ แม้ว่าเขาจะพอมีแนวคิดคร่าวๆ ก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป หยางไค่ก็ตระหนักว่าพวกเขากำลังเคลื่อนที่ห่างออกจากเศษเสี้ยวจักรวาลอันเป็นที่ตั้งของนครหลวงไปเรื่อยๆ
สิ่งนี้ทำให้เขาประหลาดใจอย่างยิ่ง
พวกเขากำลังพยายามสร้างเรือรบ และภารกิจนี้ไม่สามารถทำได้โดยคนเพียงคนเดียว ดังนั้นจึงต้องมีปรมาจารย์หลอมศาสตราฝ่ายมนุษย์จำนวนมากมารวมตัวกัน เนื่องจากนี่เป็นเรื่องสำคัญ เผ่าหมึกจึงต้องจัดตั้งสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อทำการวิจัยและทดลอง
ในตอนแรกหยางไค่คิดว่าสถานที่เช่นนั้นต้องอยู่ในนครหลวง นั่นคือการคาดเดาของคนจากด่านหยินหยางเช่นกัน นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาตัดสินใจให้เขากลายเป็นศิษย์หมึกของเฮยหยวน เพื่อที่เขาจะได้เคลื่อนไหวไปมาในนครหลวงและรวบรวมข้อมูลได้อย่างอิสระ
แต่บัดนี้ ดูเหมือนว่าสถานที่พัฒนาเรือรบจะไม่ได้อยู่ในนครหลวง
การค้นพบนี้ทำให้หยางไค่รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากศูนย์วิจัยไม่ได้อยู่ในนครหลวง นั่นหมายความว่าเขาไม่ต้องเผชิญหน้ากับราชันย์โดยตรง นี่เป็นข่าวดีสำหรับเขา ท้ายที่สุดแล้ว ราชันย์นั้นทรงพลังเกินไป
ระหว่างทางไปยังจุดหมายปลายทาง หยางไค่เอ่ยถามอย่างหยั่งเชิง “ท่านครับ พวกเรากำลังจะไปที่ใดกัน?”
ชาวเผ่าหมึกดูเหมือนจะไม่มีเจตนาตอบคำถามของเขาและเพียงแค่สั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หุบปาก!”
หยางไค่จึงปิดปากเงียบทันที
ดูเหมือนว่าเจ้าศักดินาคนนี้จะรับมือได้ยาก แม้แต่เฮยหยวนยังต้องสุภาพกับเขา เห็นได้ชัดว่าตัวตนของเขาไม่ธรรมดา หากหยางไค่ถูกเขากดขี่ข่มเหง เขาก็คงไม่มีทางเอาคืนได้
เพียงหนึ่งชั่วยามต่อมา เจ้าศักดินาก็หยุดฝีเท้าลงกะทันหันและมองไปรอบๆ ราวกับว่ากำลังมองหาอะไรบางอย่าง
หยางไค่กวาดสายตามองไปรอบๆ และในไม่ช้าก็ตรวจพบความผิดปกติบางอย่างในห้วงมิติ
แม้ว่าสถานที่นั้นจะดูไม่แตกต่างจากบริเวณโดยรอบ แต่กลับมีความผันผวนของหลักแห่งมิติที่อ่อนบางอยู่ หยางไค่เลิกคิ้วขึ้น หากเขาไม่เข้าใจผิด ที่นั่นมีประตูมิติอยู่
ในไม่ช้าเขาก็ตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
สถานที่พัฒนาเรือรบไม่ได้อยู่ในนครหลวง แต่กลับอยู่ในโลกที่ถูกผนึกซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วยามจากนครหลวง นี่เป็นการจัดการที่ดีอย่างแท้จริง
ตามที่คาดไว้ หลังจากมองไปรอบๆ อยู่ครู่หนึ่ง เจ้าศักดินาก็จ้องมองไปยังประตูมิติที่ซ่อนอยู่อย่างไม่วางตา จากนั้น เขาก็หยิบแผ่นป้ายอาญาสิทธิ์ออกมาและถ่ายทอดพลังของตนเข้าไป ก่อนจะยิงลำแสงไปยังสถานที่นั้น
ระลอกคลื่นแผ่กระจายไปทั่วห้วงมิติขณะที่ลำแสงทะลุผ่านม่านพลังและหายลับเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง
หยางไค่รู้สึกคิ้วกระตุก เห็นได้ชัดว่านี่เป็นผลงานการสร้างของมนุษย์ ผู้ที่ตั้งค่ายกลจำกัดอาณาเขตไว้รอบๆ ที่นี่และสร้างแผ่นป้ายผ่านทางนี้ขึ้นมา ย่อมต้องเป็นผู้ฝึกตนฝ่ายมนุษย์อย่างแน่นอน
หลังจากที่เจ้าศักดินาทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็รอคอยอย่างอดทน
ครู่ต่อมา ระลอกคลื่นก็แผ่กระจายไปทั่วห้วงมิติอีกครั้งเมื่อประตูสู่โลกที่ถูกผนึกเปิดออก คาดว่ามีคนจากข้างในเปิดมันออกมา
เมื่อประตูมิติขยายใหญ่พอ เจ้าศักดินาก็กระชากคอเสื้อของหยางไค่แล้วพุ่งเข้าไปข้างใน
ทิวทัศน์รอบตัวของหยางไค่เปลี่ยนไป และเขาก็ตระหนักว่าบัดนี้ตนเองได้เข้ามาอยู่ในโลกที่ถูกผนึกแล้ว
เช่นเดียวกับโลกที่ถูกผนึกซึ่งเคยถูกสำรวจมาก่อน โลกแห่งนี้เต็มไปด้วยพฤกษชาติเขียวขจี มันงดงามและสดชื่นราวกับวันในฤดูใบไม้ผลิ
ประตูที่นำไปสู่โลกภายนอกอยู่ด้านหลังของเขา ทว่าในทันใดนั้น เขากลับรู้สึกขนลุกชันไปทั้งตัว นี่เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้ เมื่อเขารู้ว่ามีจิตสัมผัสหลายสิบสายจับจ้องมาที่เขา หนึ่งในนั้นดุร้ายและเกรี้ยวกราดเป็นพิเศษ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.