ตอนที่ 88
89 / 552
อ่าน 14 นาที
Chapter 88 - A Reader’s Fight (2)
เผยแพร่เมื่อ 7 เม.ย. 2569 13:41
ตอนที่ 18 – การต่อสู้ของนักอ่าน (2)
ยามที่สัมผัสได้ถึงกระแสลมอันเย็นเยียบเข้าโอบล้อมกายา ข้าพลันระลึกถึงถ้อยคำที่เคยปรากฏอยู่ในหน้ากระดาษของ ‘สามวิถีเพื่อการเอาตัวรอด’
ฮันซูยองที่กำลังอัญเชิญร่างอวตารอยู่ ชะงักงันไปทันทีเมื่อสังเกตเห็นทักษะที่ข้ากำลังจะใช้
“อะไรกัน? นายบอกว่าไม่ได้เรียนวิชานี้ไม่ใช่เหรอ!”
“ถอยไปซะ”
วิถีแห่งสายลม (Way of the Wind)
「 หัตถ์ขวาก่อเกิดลมกรด หัตถ์ซ้ายอุบัติพายุคลั่ง วิถีแห่งสายลมจักเปิดออก เมื่อเส้นตรงและเส้นโค้งมาบรรจบกัน 」
ถ้อยคำที่เคยยากแท้หยั่งถึง กลับกลายเป็นความจริงในชั่วพริบตาที่ข้าสัมผัสได้ถึงมวลอากาศที่พัดผ่านปลายเท้า หมัดของมยองอิลซังพุ่งเข้าใส่สันจมูกของข้าอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
ทว่า การโจมตีที่ควรจะเข้าเป้ากลับกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า พลังอันมหาศาลของทักษะนี้เข้ามาเติมเต็มค่าสถานะที่ขาดหายไป นี่คือสุดยอดวิชาลับแห่งเผ่าอิมยุนทาร์
ดวงตาของมยองอิลซังเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
“...หือ? แกเร็วขึ้นงั้นเหรอ?”
ข้าไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ขณะที่สมาธิจดจ่ออยู่กับการหยั่งรู้บทบัญญัติแห่งลม จากนี้ไปคือการเดิมพันกับเวลา ระยะเวลาที่เหลืออยู่ของบุ๊กมาร์กคือ 30 นาที
“อ้า... เข้าใจแล้ว ทักษะของพวกหมาป่านั่นสินะ?” มยองอิลซังหัวเราะเยาะพรางแค่นเสียง “นี่แกไปหยั่งรู้อะไรมาถึงได้ใช้ทักษะขยะๆ แบบนี้ได้กัน?”
“...”
“แกรู้ไหม? ฉันนี่แหละที่ปลิดชีพราชาของพวกมันด้วยมือคู่นี้เอง”
แน่นอนว่าข้าต้องรู้ ข้ารจนาถึงเหล่าสิ่งมีชีวิตแห่งโครโนสที่สิ้นชีพไปได้ทุกตน
เจ้าชายไลคาออนแห่งอิมยุนทาร์, ราชินีปรสิตแอนตินุส...
ชะตากรรมของผู้ที่รอดชีวิตจากโลกที่ล่มสลาย คือการถูกใช้เป็นหมากในฉากทัศน์ที่อุบัติขึ้นบนดาวดวงอื่น และข้าเองก็คงหนีไม่พ้นสภาพเดียวกับพวกเขาหากโลกใบนี้ต้องพินาศลง
กระสุนเพลิงทมิฬขนาดกลาง (Medium Black Fire Cannon) พุ่งทะยานออกจากหัตถ์ขวาของมยองอิลซัง
「 สายลมหนึ่งบรรจบสายลมหนึ่ง ก่อเกิดหยินและหยาง สายลมหนึ่งประสานสายลมหนึ่ง รังสรรค์กฎเกณฑ์แห่งด้านลบและด้านบวก 」
ข้าเค้นทุกมโนภาพเพื่อเปลี่ยนถ้อยคำเหล่านั้นให้กลายเป็นภาพที่แจ่มชัด
มวลลมร้อนและเย็นหมุนวนสลับกันเบื้องหน้าข้า ทิศทางของกระแสลมเริ่มบิดเบี้ยวและปั่นป่วน เพลิงทมิฬถูกเบี่ยงเบนออกไปทันทีที่ปะทะกับกำแพงลม พลังงานอันเกรี้ยวกราดกระจายตัวออกไปทุกทิศทาง
การโจมตีด้วยอีเธอร์ (Ether) ทุกรูปแบบจำเป็นต้องมีสื่อกลาง หากรากฐานของสื่อกลางถูกสลายไป การโจมตีนั้นก็ย่อมไร้ผลและตีกลับไปยังผู้ใช้
มยองอิลซังฉายแววประหลาดใจ “...ไม่เลวนี่ แกพอจะมีพรสวรรค์อยู่บ้างนะ?”
มันเริ่มถอยฉากออกไปอีกครั้ง
[ตัวละคร ‘มยองอิลซัง’ ใช้ทักษะเคลื่อนที่พริบตา (Blink) เลเวล 4]
มันคือการเคลื่อนที่พริบตาอีกครั้ง ทว่ามันไม่ยากเย็นเกินกว่าที่ข้าจะตามล่า ทันทีที่หลับตาและจดจ่ออยู่กับสายลม ข้าก็สามารถอ่านทุกการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นโดยรอบได้
ข้าทะยานไปตามท้องถนนด้วยความเร็วที่ทัดเทียมกับ ‘ก้าวย่างวิหคเพลิง’ (Red Phoenix Shunpo) ของยูจุงฮยอก จนกระทั่งพบมยองอิลซังที่กำลังคว้าตัวผู้คนส่งเดชเพื่อเค้นถามคำถาม
ข้าถีบตัวออกจากโครงเหล็กของอาคาร พุ่งเข้าใส่ขยี้เป้าหมายด้วยลูกถล่มที่รุนแรงพอจะบดขยี้กระดูก ทว่ามันกลับหยัดยืนขึ้นมาได้
[ตราประทับที่ยี่สิบสี่ของผู้หวนคืน ‘มยองอิลซัง’ ถูกปลดออก]
ตราประทับชิ้นต่อไปถูกปลดออกอย่างเฉียดฉิว
“...เมื่อกี้มันแค่คันๆ น่ะ?”
มยองอิลซังเอ่ยด้วยน้ำเสียงขี้เล่น มันเชื่อมั่นว่าอย่างไรเสียตนก็เป็นฝ่ายชนะ บาดแผลของมันได้รับการเยียวยาจากการปลดตราประทับ และยิ่งเวลาผ่านไป พลังมานาของข้าก็ยิ่งถูกสูบกินมากขึ้น
“ฮ่าๆๆๆ หยุดฉันให้ได้ก็แล้วกัน!”
ความจริงก็คือ ข้าไม่สามารถสังหารมันได้หากใช้ ‘วิถีแห่งสายลม’ เป็นเพียงทักษะเสริมพลัง หากเพียงแค่นี้สามารถสยบภัยพิบัติแห่งคำถามได้ โลกโครโนสก็คงไม่พินาศแต่แรก
ข้าต้องทำ ‘สิ่งนั้น’ ทว่าปัญหาคือ... ข้าต้องการใครสักคนมาถ่วงเวลาเพื่อรวบรวมพลัง
...หือ? ทันใดนั้น บางสิ่งก็ดิ่งพสุธาลงมาจากฟากฟ้า มันดูราวกับเหยี่ยวที่โฉบลงมาฉีกกระชากอากาศ พุ่งตรงเข้าใสมยองอิลซัง
ตูมมม!
เสียงระเบิดกัมปนาทก้องพร้อมกับหลุมลึกที่ปรากฏบนพื้นดิน ท่ามกลางกลุ่มควันในจุดที่มยองอิลซังนอนกองอยู่ ข้าเห็นร่างที่คุ้นตา ข้าจ้องมองชายผู้นั้นด้วยอาการอ้าปากค้างแล้วพึมพำออกมาว่า
“...ยูจุงฮยอก?”
ไอ้บ้านี่บอกว่าต้องใช้เวลาพักฟื้นสองวันไม่ใช่เหรอ? ข้าจ้องมองยูจุงฮยอกที่เดินเข้ามาใกล้พลางถอยฉากออกมาตามสัญชาตญาณ หวังว่าเขาคงไม่ได้กะจะซัดข้าตอนนี้หรอกนะ?
ทว่า ยูจุงฮยอกกลับหยุดลงเบื้องหน้าข้าเพียงไม่กี่ก้าวแล้วหันหลังกลับไป
“เริ่มซะ” ยูจุงฮยอกเอ่ยขึ้น ราวกับเขาล่วงรู้ว่าข้ากำลังจะทำอะไร “ฉันจะกันมันไว้เอง”
ฮันซูยองที่นอนแหมะอยู่ใกล้ๆ พึมพำแทนใจข้าออกมา “เหอะ ให้ตายสิ สมกับเป็นพระเอกจริงๆ...”
ทว่าขัดกับคำพูดของเธอ ยูจุงฮยอกดูอยู่ในสภาพที่อันตรายยิ่ง ร่างกายของเขายังคงโงนเงน เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนจนน่ากลัว
ในขณะเดียวกัน มยองอิลซังก็หยัดยืนขึ้นจากหลุม กระอักเลือดออกมาพลางหัวเราะร่า
“อา... น่ารำคาญชะมัด...”
มันแทบไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงแม้จะโดนกระแทกหนักขนาดนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่านี่คือกลุ่มที่ ‘อ่อนแอ’ ที่สุดในบรรดาเหล่าผู้หวนคืนที่จะปรากฏตัวขึ้น
มยองอิลซังพุ่งเข้าใส่ และยูจุงฮยอกก็กระโจนเข้ารับมือ
ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะใช้ ‘วิถีแห่งสายลม’
「 สายลมทั้งสี่บรรจบก่อเกิดปราการ สายลมอีกสี่หนุนนำรังสรรค์แปดทิศ มวลอากาศคงอยู่ทุกหนแห่ง ทว่ากลับไร้ตัวตนในทุกทิศทาง 」
นี่คือบทบัญญัติที่เคยทำให้ไลคาออนได้หยั่งรู้ กำแพงอากาศลึกลับรูปแปดเหลี่ยมเริ่มหมุนวนและบีบอัดเข้าหากัน
มันคือโดมแห่งพื้นที่ขนาดเล็ก การปิดผนึกที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
จากนี้ไปคือการต่อสู้กับเวลา ยูจุงฮยอกถูกซัดจนกระเด็นถอยออกมา ขณะที่สีหน้าของมยองอิลซังเริ่มแข็งค้าง มันเริ่มตระหนักได้แล้วว่านี่ไม่ใช่การเล่นสนุกอีกต่อไป
“อะไรกัน...?!”
วินาทีต่อมา อากาศทั้งหมดภายในโดมถูกรีดออกจนหมดสิ้น หูของข้าดับวูบและสุ้มเสียงทั้งมวลอันตรธานหายไป ลมภายนอกพัดคลั่ง ทว่าภายในโดมกลับสงบนิ่งราวกับตาพายุ
มยองอิลซังอ้าปากค้าง
“...!”
“...?”
มันพยายามขยับปากพูดอยู่หลายครั้ง ทว่าไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา สุ้มเสียงไม่อาจก่อเกิดได้เพราะไร้ซึ่งสื่อกลาง
มันกำลังอยู่ในสภาวะสุญญากาศโดยสมบูรณ์ ด้วยความแตกต่างของความดันอากาศ อากาศในปอดของข้าถูกรีดออกมาในชั่วพริบตา ข้าต้องรีบสูดมันกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ภายนอกโดม ฮันซูยองกำลังตะโกนบางอย่างออกมา แต่ไม่มีใครได้ยิน
[ทักษะเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่ 2 ทำงาน!]
「 นี่มันอะไรกัน? 」
ข้าได้ยินเสียงความคิดของมยองอิลซัง
「 ทำไมฉันถึงไม่มีเสียง? มายากลงั้นเหรอ? 」
มยองอิลซังแผดร้องอย่างสับสน แต่นั่นเป็นเรื่องธรรมชาติ ผู้หวนคืนทุกคนล้วนมี ‘บทลงโทษ’ (Penalty) โดยเฉพาะพวกที่ได้รับพลังเดิมกลับคืนมาอย่างรวดเร็วภายใต้เงื่อนไขบางประการ
[บทลงโทษของ ‘ภัยพิบัติแห่งคำถาม’ ทำงาน]
[พลังของผู้หวนคืน ‘มยองอิลซัง’ อ่อนแอลง]
[ตราประทับที่ยี่สิบสี่ของผู้หวนคืน ‘มยองอิลซัง’ ถูกผนึก]
「 อว๊ากกก ไม่นะ! 」
เงื่อนไขที่ทำให้พวกเขา ‘อ่อนแอลง’ นั้นง่ายดายพอๆ กับตอนที่ ‘แข็งแกร่งขึ้น’
[ตราประทับที่ยี่สิบสามของผู้หวนคืน ‘มยองอิลซัง’ ถูกผนึก]
ทำไมภัยพิบัติแห่งคำถามถึงต้องคอยตั้งคำถามน่ะหรือ? เหตุผลนั้นง่ายนิดเดียว พลังของมันจะอ่อนแอลงทันทีหากมันไม่ได้เอ่ยปากถาม
「 บ้าเอ๊ย! ปล่อยฉันนะ! ปล่อยเเดี๋ยวนี้! 」
หมัดของมันระดมซัดใส่กำแพงอากาศครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่ากำแพงนั่นกลับไม่พังทลายลงง่ายๆ ในพื้นที่ไร้สื่อกลาง เพลิงทมิฬไม่อาจลุกไหม้ได้
[ตราประทับที่ยี่สิบสองของผู้หวนคืน ‘มยองอิลซัง’ ถูกผนึก]
คุกสุญญากาศที่รังสรรค์ขึ้นจากวิถีแห่งสายลม นี่คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการรับมือภัยพิบัติแห่งคำถามที่ข้ารู้จัก
「 อว๊ากกกกก! 」
มยองอิลซังพุ่งเข้าใส่ข้าอย่างบ้าคลั่ง มันคิดว่าถ้าสังหารข้าได้ คุกสุญญากาศนี้จะพังทลายลง แต่มันคิดผิด นี่คือพื้นที่ที่ข้ารังสรรค์ขึ้น
ข้าใช้วิถีแห่งสายลมหลบหลีกการโจมตีของมันพลางบีบอัดอาณาเขตของคุกให้เล็กลง
ทันทีที่กำแพงหดตัว ข้าก็สร้างช่องแคบๆ แล้วพาตัวเองกับยูจุงฮยอกหนีออกมาภายนอกโดม ทิ้งให้มยองอิลซังติดอยู่ข้างในเพียงลำพัง
「 ...ไอ้สารเลว! 」
ขึ้นชื่อว่าผู้หวนคืนย่อมไม่ธรรมดา โดมเริ่มมีรอยร้าวจากการระเบิดพลังของมัน ข้ายกมือขึ้นและบัญชาให้สายลมเข้าไปเติมเต็มจุดอ่อนทันที ท่ามกลางความกดดันมหาศาล ขนาดของโดมเริ่มหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว
เลือดกำเดาไหลซึมจากจมูกของข้าเนื่องจากการใช้สมาธิที่เกินขีดจำกัด เป้าหมายสูงสุดคือการบีบคุกสุญญากาศให้เหลือเพียงรอบกายของมันเท่านั้น
ทว่าการควบคุมกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด บ้าชะมัด ยูจุงฮยอกทำมันได้อย่างง่ายดายแท้ๆ ทำไมข้าถึงรู้สึกว่ามันยากเย็นขนาดนี้?
“อย่าพยายามควบคุมมัน แต่จงนำทางสายลม” เสียงของยูจุงฮยอกดังขึ้น
ในวินาทีนั้น ข้าพลันหยั่งรู้ บางทีความผิดพลาดของข้าคือการสร้าง ‘กำแพง’ สิ่งสำคัญคือการสลายสื่อกลางรอบตัวมันต่างหาก
「 อะ... อว๊ากกกก อว๊ากกกก! หายใจไม่ออก! 」
มยองอิลซังตะเกียกตะกายตะกุยคอตัวเองอย่างเสียสติจนเลือดสาดกระเซ็น
“...ไม่เลว แม้แกจะยังไม่มีพรสวรรค์เท่าไหร่ก็เถอะ” เสียงยูจุงฮยอกดังขึ้นอีกครั้ง
มยองอิลซังพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
[ตัวละคร ‘มยองอิลซัง’ ใช้ทักษะมหาปืนใหญ่เพลิงทมิฬ (Great Black Fire Cannon) เลเวล 3]
หัตถ์ขวาของมันถูกห่อหุ้มด้วยเพลิงอเวจีสีมืดมิด ทว่าสิ่งที่น่าตกใจคือ เพลิงมหาประลัยนั้นพุ่งทะลวงผ่านโดมสายลมออกมาได้!
ข้าล้มคว่ำลงพลางกอดร่างของยูจุงฮยอกเพื่อปกป้อง แรงกระแทกหนักอึ้งบดขยี้ประสาทสัมผัส มยองอิลซังดูเหมือนจะเค้นพลังมานาเฮือกสุดท้ายเพื่อส่งปืนใหญ่เพลิงทมิฬออกมาอย่างต่อเนื่อง
ทว่าสายลมหาได้หยุดนิ่ง ทันทีที่เพลิงทมิฬพุ่งทะลวงโดมออกไป มวลอากาศก็กลับเข้าไปเติมเต็มจุดนั้นในทันที
การดิ้นรนเฮือกสุดท้ายไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใด ปัญหาเดียวคือผู้คนกำลังล้มตายจากเปลวเพลิงทมิฬนั่น
ยูจุงฮยอกจ้องหน้าข้าแล้วเอ่ย “คิมดกจา อย่าไปคิดถึงเรื่องนั้น พวกมันไม่สนหรอกว่าแกจะตายหรือเปล่า”
“มันก็มีคนประเภทนั้นอยู่แหละครับ”
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้น ข้าหยัดยืนขึ้นเผชิญหน้ากับเปลวเพลิงทมิฬ
เพลิงทมิฬถูกทำให้แตกกระจายและบิดเบี้ยวด้วยพลังการหมุนที่รุนแรงของโดม ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสพุ่งพล่านไปทั่วร่าง เพราะข้าเป็นผู้รับแรงปะทะส่วนใหญ่ไว้เอง
เปลวไฟเผาไหม้ผิวหนังของข้าจนไหม้เกรียม ความรู้สึกที่ลึกถึงกระดูกค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย
ข้าทำได้... ตอนนี้มันไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย ในวินาทีนี้ ข้าก้าวข้ามไปยังอาณาเขตที่อยู่เหนือขีดจำกัด ยามที่ประสาทสัมผัสเริ่มเลือนราง ร่างกายของข้าก็แปรเปลี่ยนราวกับสายลม
[กลุ่มดาวที่รักในความพยายาม กำลังชื่นชมความเจ็บปวดของคุณ]
[เศษเสี้ยวแห่งพรสวรรค์ที่หลับใหลอยู่ในจิตวิญญาณของคุณเบ่งบานแล้ว]
ข้าควบคุมคุกสุญญากาศด้วยหัตถ์ซ้าย พลางวาดสายลมด้วยหัตถ์ขวาเพื่อสลายพลังงานของเพลิงทมิฬ ท่ามกลางความภวังค์อันสมบูรณ์ ข้าได้ลิ้มรสจุดสูงสุดใหม่ของวิถีแห่งสายลม ลมที่ปลายนิ้วกำลังรังสรรค์ทัศนียภาพที่ข้าไม่เคยพานพบมาก่อน
[ความหนาของทักษะเฉพาะตัว ‘กำแพงที่สี่’ บางลงชั่วคราว]
มันคือความรู้สึกที่แปลกประหลาด... นี่สินะคือสิ่งที่เหล่า ‘ตัวละคร’ มองเห็นโลกใบนี้
ไม่ว่าข้าจะจดจ่ออ่านข้อความมากเพียงใด ข้าก็ไม่อาจล่วงรู้ความรู้สึกที่แท้จริงได้ ทว่าในตอนนี้ ข้ากลับรู้สึกว่าส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เคยสัมผัสผ่านเพียงปลายนิ้วบนหน้ากระดาษ สิ่งที่ข้าไม่เคยเอื้อมถึง บัดนี้ข้ากลับเข้าใจมันอย่างถ่องแท้
การอ่าน แตกต่างจากการทำความเข้าใจ และบางที ข้าอาจจะยังไม่เข้าใจโลกใบนี้แม้เพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์เสียด้วยซ้ำ
ไม่นานนัก พลังเพลิงทมิฬของมยองอิลซังก็เริ่มอ่อนกำลังลง
「 บ้าเอ๊ย! ไอ้สวะ! ตายซะ! ตายยยย!! 」
กระแสของเปลวเพลิงลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว มิหนำซ้ำ พลังมานาของข้ายังคงเต็มเปี่ยม
มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาด... ต่อให้ข้าจะอยู่ในภวังค์ แต่ข้าจะมีมานาเหลือเฟือขนาดนี้ได้อย่างไร?
เบื้องหลังของข้า ยูจุงฮยอกเอ่ยขึ้นมาว่า “...ฉันจะฆ่าแก”
...ดูเหมือนว่าข้าจะแอบสูบมานาของยูจุงฮยอกมาใช้เสียแล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน การโจมตีของมยองอิลซังก็ยุติลง
[ตราประทับทั้งหมดของผู้หวนคืน ‘มยองอิลซัง’ ถูกผนึก]
ข้ากับยูจุงฮยอกหันมาสบตากัน
[ทักษะเฉพาะตัว ‘วิถีแห่งสายลม เลเวล 8’ ถูกปลดออก]
มยองอิลซังที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวจ้องมองมายังพวกเรา
“แค่อั่ก... แค่กๆ...!”
ข้าเขวี้ยง ‘ศรัทธาที่ไม่สั่นคลอน’ (Unbroken Faith) เข้าใส่ร่างของชายที่กำลังหอบหายใจและพยายามจะหนีไป
“กึด...!”
มันล้มคว่ำลงพร้อมกับดาบที่ปักคาหลัง มันไม่สามารถหนีด้วยการเคลื่อนที่พริบตาได้อีกต่อไป ข้าถลาเข้าไปคว้าคอของมันไว้
“...เหอะ น่ารำคาญจริงๆ ที่พูดไม่ได้เนี่ย คำถามของแกจบแล้วหรือยัง?”
“ค่อก...”
“ฉันจะฆ่าแกทิ้งซะเดี๋ยวนี้ถ้าแกกล้าตั้งคำถามขึ้นมาอีก อย่าถามอะไรทั้งนั้น”
เหล่าผู้หวนคืน... สิ่งมีชีวิตที่เย่อหยิ่งและโหดเหี้ยมที่สุดใน ‘สามวิถีเพื่อการเอาตัวรอด’ และในบรรดานั้น มยองอิลซังคือหนึ่งในพวกที่เลวทรามที่สุด
“ตอนนี้ ฉันไม่อยากได้ยินแม้แต่เสียงเดียวจากแก”
ผัวะ! ผัวะ!
“อ๊ากกกก!”
มยองอิลซังเงยหน้ามองข้าด้วยสายตาที่เหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม ข้าระดมหมัดซัดมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนความทะนงตัวนั้นพังทลายลงไม่มีชิ้นดี มยองอิลซังที่สะบักสะบอมเค้นเสียงออกมาได้เพียงว่า “มะ... มันไม่ควรเป็นแบบนี้...”
ข้าจ้องมองมันพลางนึกถึงสมัยที่มันยังเป็น ‘ผู้กล้า’
「 “ฉะ... ฉันคือผู้กล้าเหรอ? ฉันคือผู้กล้าจริงๆ ใช่ไหม? จริงๆ นะ?” 」
มยองอิลซัง เด็กหนุ่มมัธยมปลายวัย 17 ปี เด็กชายผู้บริสุทธิ์ที่ถูกเลือกให้เป็นผู้กล้าเพื่อกอบกู้โลกและตกลงมายังโครโนส
แน่นอนว่าเขาไม่ได้อยากกลายเป็นแบบนี้ เขาไม่ได้อยากเป็นฆาตกรที่ล้างบางสิ่งมีชีวิตทั้งทวีป แต่เขาก็ได้ทำมันไปแล้ว
“แกต่างหากที่เป็นคนเลือกจะกลายเป็นภัยพิบัติเอง”
บัดนี้ เขาไม่อาจแก้ไขความจริงนั้นได้อีกต่อไป
[ความเข้าใจของคุณที่มีต่อตัวละคร ‘มยองอิลซัง’ เพิ่มขึ้น]
ใบหน้าของมยองอิลซังบิดเบี้ยว “ฉัน... แน่นอนว่าต้องเป็น... พะ... พระเอกของโลกนี้...”
ชายผู้โหยหาการเป็นพระเอก ทว่าสุดท้ายกลับล้มเหลว พระเอกตัวจริงยามนี้ได้ก้าวเข้ามาใกล้และฝังคมดาบลงบนศีรษะของมัน
ข้าจ้องมองดวงตาของชายที่ถูกปลิดชีพโดยยูจุงฮยอก ช่างเป็นการตายที่ว่างเปล่ายิ่งนักสำหรับภัยพิบัติที่เคยทำลายโลกทั้งใบมาแล้ว
[คุณชนะการต่อสู้กับ ‘ผู้หวนคืน’ เป็นครั้งแรกในฉากทัศน์!]
[ผู้มีส่วนร่วม: คิมดกจา, ยูจุงฮยอก]
[คุณได้รับ 40,000 เหรียญ เป็นรางวัลความสำเร็จ]
[ไอเทมใหม่ถูกเพิ่มเข้าไปในเรื่องราวของคุณ]
[ได้รับเรื่องเล่า ‘ผู้ต่อต้านปาฏิหาริย์’ (Person who Opposes the Miracle)]
[คุณได้รับโอกาสในการได้รับสตีกมา (Stigma) ใหม่]
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.