ตอนที่ 188
188 / 2060
อ่าน 7 นาที
Chapter 188
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 17:22
บทที่ 188
หาก 'ผู้สืบทอดของแพ็กม่า' คืออาชีพที่พึ่งพาไอเทม 'นักพูด' (Orator) ก็คืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านการใช้ปาก
พวกเขาสามารถสร้างเงื่อนไขที่ได้เปรียบในการทำเควสต์ผ่านการเจรจากับ NPC หรือมอบบัฟและดีบัฟด้วยคำพูดเฉพาะทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักพูดคืออาชีพที่เหล่าขุนนางและเจ้าเมืองต่างต้องการตัวเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาสามารถสร้างขวัญกำลังใจให้กองทัพด้วยวาทศิลป์ และยังสามารถจูงใจประชาชนเพื่อควบคุมกระแสสังคมได้อย่างง่ายดาย
ทว่า สำหรับผู้เล่นแล้ว นักพูดกลับไม่ใช่อาชีพที่ได้รับความนิยม ผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างลังเลที่จะเปลี่ยนอาชีพเป็นนักพูด มันจึงกลายเป็นอาชีพที่หาได้ยากยิ่ง ปัญหาก็คือการเพิ่มเลเวลนั้นทำได้ยากลำบากมาก อาวุธที่พวกเขาสวมใส่ได้มีเพียง 'หนังสือ' และมีทักษะโจมตีเพียงแค่อย่างเดียว ทั้งยังไม่มีทักษะป้องกันหรือทักษะหลบหนี แถมยังมีพลังชีวิตต่ำกว่าจอมเวทเสียอีก
ปัญหาแรกคืออาวุธที่เป็นหนังสือ แม้หนังสือจะมีออปชันช่วยเพิ่มพลังในการเล่าเรื่อง แต่ไม่มีความสามารถในการเพิ่มพลังเวทหรือกักเก็บเวทมนตร์เหมือนพวกลูกแก้วสื่อนำเวท (Orb) พวกเขาต้องวิ่งเข้าใส่เป้าหมายแล้วฟาดหนังสือใส่ แล้วเป้าหมายจะเจ็บไหมน่ะหรือ? ไม่เลยสักนิด พลังโจมตีนั้นเบาหวิว หนังสือสร้างความเสียหายได้น้อยกว่าค้อนของช่างตีเหล็กเสียอีก
ทักษะโจมตีเพียงหนึ่งเดียวที่นักพูดมีคือ 'วาจาร้าย' (Spiteful Tongue) ซึ่งนี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง เพราะมันไม่สามารถใช้งานได้จริงเลย เนื่องจากมีคูลดาวน์นานถึง 80 วินาที และสร้างความเสียหายเพียง 200% ต่อเป้าหมายเดี่ยวเท่านั้น
ในทางปฏิบัติแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่นักพูดจะล่ามอนสเตอร์เพียงลำพัง พวกเขาต้องพึ่งพาการปาร์ตี้ แต่โชคร้ายที่นักพูดมักจะหาปาร์ตี้ได้ยาก เนื่องมาจากความไร้ประโยชน์ของพวกเขานั่นเอง บัฟหรือดีบัฟที่ว่าดีนักหนาจะมีประโยชน์อะไร?
มันเห็นได้ชัดเมื่อนักพูดเข้าร่วมการต่อสู้ คำพูดที่พ่นออกมาไม่หยุดนั้นน่ารำคาญใจ แถมสมาชิกในปาร์ตี้ยังต้องคอยพะวงไม่ให้นักพูดตายอีกด้วย ผู้เล่นส่วนใหญ่จึงไม่ชอบให้นักพูดอยู่ในปาร์ตี้ เพราะนอกจากนักพูดแล้ว ยังมีนักบวช นักเวทดำ นักเต้น หรือนักเชื่อมโยง (Linker) ที่สามารถมอบทักษะบัฟได้เช่นกัน จึงไม่มีความจำเป็นต้องรับนักพูดที่ไม่เสถียรเข้ามาร่วมทีม
ด้วยเหตุนี้ การที่นักพูดจะเลเวลอัปผ่านการล่ามอนสเตอร์จึงเป็นเรื่องยากมาก และพวกเขาก็ไม่สามารถเพิ่มเลเวลผ่านการผลิตไอเทมเหมือนอาชีพสายผลิตได้ ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาการเก็บเลเวลผ่านเควสต์เพียงอย่างเดียว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความยากในการเล่นอาชีพนักพูดนั้นสูงที่สุดในบรรดาทุกอาชีพของ Satisfy และผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างก็หลีกเลี่ยงอาชีพนี้ ทั้งที่ความจริงแล้ว นักพูดเป็นอาชีพที่เหล่าขุนนางและเจ้าเมืองทั่วทั้งทวีปต่างพร้อมจะจ่ายเงินมหาศาลเพื่อจ้างมา!
เกริดโชคดีจริงๆ ที่ได้นักพูดอันดับ 1 มาเป็นลูกน้อง
'...เกริดจะรู้ความจริงข้อนี้บ้างไหมนะ?' เลาเอลตั้งคำถามขณะมองไปยังเกริด ผู้ที่มักจะใช้ฮูรอยไปทำธุระสัพเพเหระอยู่เสมอ
***
ในเวลาเดียวกัน ณ ชานเมืองวินสตัน
“...ดาบงั้นเหรอ?”
ฮูรอยผู้ 'พิเศษ' ที่ได้รับอาชีพที่สองใน Satisfy... พวกพ้องของเชย์กำลังขมวดคิ้วให้กับดีบัฟอันน่าสะพรึงกลัวที่พวกเขาโดนเข้าไป นี่นักพูดถึงขั้นติดอาวุธเป็นดาบแล้วงั้นหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น ดาบเล่มนั้นยังมีรูปลักษณ์ที่ดูชั่วร้าย มันดูคล้ายกับดาบใหญ่ที่เกริดเคยใช้บดขยี้พวกเขาในอดีตไม่ใช่หรือไง? ความวิตกกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อความทรงจำอันเลวร้ายผุดขึ้นมา
'มันจะเป็นไปได้ยังไง... ไม่มั้ง?'
เชย์พยายามสงบสติอารมณ์พร้อมกับยิ้มแห้งๆ ออกมา
“นักพูดที่ถือดาบ... ก็ยังเป็นแค่ไอ้กระจอกอยู่ดีไม่ใช่เหรอ? ใช่ไหม? แกแค่ขู่ล่ะสิ? แก... แกใช้ดาบนั่นไม่ได้หรอก ใช่ไหม?”
ฮูรอยอยู่อันดับที่ 937 ในการจัดอันดับรวม ซึ่งเป็นอันดับที่ใกล้เคียงกับเชย์ และสูงพอที่จะเทียบเคียงกับเคิร์บและสนิฟเฟอร์ได้ ถึงอย่างนั้น เหตุผลที่เชย์กล้าเผชิญหน้ากับฮูรอยก็ง่ายมาก
ฮูรอยคือนักพูด และนักพูดไม่ใช่พวกที่อ่อนแอที่สุดหรอกหรือ? เลเวลของเขาอาจจะสูง แต่นั่นก็เป็นเพราะบารมีของเกริดและการปาร์ตี้ซ้ำๆ ตัวฮูรอยเองย่อมต้องอ่อนแออย่างยิ่ง แล้วทำไมเขาถึงถือดาบล่ะ?
เชย์เริ่มรู้สึกไม่สบายใจอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินฮูรอยพลาดไป
“...แต่เดิม ข้าคือตัวตนที่ไร้ทางสู้” ฮูรอยจ้องมองกลุ่มของเชย์และเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีต “ข้าเพิ่มเลเวลด้วยการทำเควสต์เล็กๆ น้อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง”
ใช่แล้ว เขาได้พบกับนายเหนือหัวครั้งแรกที่เมืองวินสตัน
“ข้าได้รับเควสต์ระดับ S ครั้งแรกในชีวิต”
เขาถูกบีบให้ทำเควสต์ที่เหลือเชื่อ โดยการถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินแคบๆ เป็นเวลา 50 ชั่วโมงในโลกแห่งความเป็นจริง มันเป็นความเจ็บปวดที่เกินจินตนาการ และไม่ใช่ระดับที่คนที่มีสภาพจิตใจปกติจะทนได้
เขาอยากจะถอนตัวและล็อกเอาต์ออกไปหลายต่อหลายครั้ง แต่เขาก็อดทนไว้ เขาพากเพียรด้วยความหวังว่าจะก้าวข้ามขีดจำกัดของนักพูด ทว่าเขาก็ได้แต่รอแล้วรอเล่า
“ข้าไม่คิดเลยว่าเควสต์นั้นจะสิ้นสุดลง”
เควสต์ที่เขาต้องรอคอยผู้ช่วยชีวิตที่อาจจะไม่มีวันปรากฏตัว ฮูรอยแทบจะเสียสติเพราะเควสต์นั้น เขาไม่สามารถล็อกเอาต์ได้นานกว่า 150 ชั่วโมงในเวลาเกม และถูกขังอยู่ในสถานที่มืดมิด ประสาทสัมผัสเรื่องเวลาพร่าเลือน เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรอยู่ มันไม่ต่างจากนรกเลย
ก่อนที่เวลาของเควสต์จะหมดลงเพียงชั่วครู่ แสงสว่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความมืดมิด นั่นคือวินาทีที่เกริดปรากฏตัว
“...นายเหนือหัวเป็นคนช่วยข้าไว้ เพราะท่าน การรอคอยของข้าจึงไม่สูญเปล่า และข้าก็สามารถทำเควสต์จนสำเร็จได้”
เขาได้รับพลังใหม่
อาชีพที่สอง: คู่หูอัครสาวกแห่งความยุติธรรม
* ความกล้าหาญไร้เทียมทาน
* เมื่ออยู่ร่วมกับอัครสาวกแห่งความยุติธรรม ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 20%
* สามารถใช้ทักษะ 'ความยุติธรรมไม่เสื่อมคลาย' และ 'เสียสละเพื่อความยุติธรรม' ได้
ฉายา 'ผู้ก้าวข้ามความยากลำบาก'
* มีพลังใจที่สูงส่งอย่างยิ่ง
* จะไม่ยอมจำนนต่ออุปสรรคใดๆ
* สามารถใช้ทักษะ 'เจตจำนงที่แข็งแกร่ง' ได้
“นายท่านได้มอบพลังใหม่ให้แก่ข้า”
ตอนนี้เขาแข็งแกร่งแล้ว และเขามีชีวิตอยู่เพื่อนายเหนือหัวของเขาเท่านั้น!
“ข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายนายเหนือหัวของข้าเด็ดขาด!”
กลุ่มของเชย์ต่างรู้สึกอินไปกับเรื่องราวของฮูรอย
'เป็นเรื่องที่น่าประทับใจจริงๆ...'
'เกริด ไอ้นี่มัน...!'
'ใจข้าหนักอึ้งไปหมดแล้ว!'
นี่แหละคือนักพูดตัวจริง เรื่องเล่าของฮูรอยทำให้ผู้คนต้องหยุดฟัง ดังนั้นกลุ่มของเชย์จึงอดไม่ได้ที่จะจดจ่อกับเรื่องราวของเขา ราวกับว่าพวกเขาเป็นตัวเอกในเรื่องนั้นเสียเอง พวกเขาใจเต้นแรงเมื่อฮูรอยเล่าถึงตอนที่ได้รับความช่วยเหลือ และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเกริดช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน แม้ว่าจะเป็นศัตรูกันก็ตาม
นั่นแหละคือปัญหา
[คุณตกอยู่ในภวังค์ของเรื่องราวที่น่าสนใจ]
[คุณรู้สึกราวกับว่าเป็นตัวเอกของเรื่อง]
[ผลจากเรื่องเล่า ทำให้คุณสูญเสียสติรับรู้ต่อความเป็นจริง คุณไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้]
[คุณจะติดสถานะสับสนเป็นเวลา 3 วินาที]
“เฮือก?”
เดิมที อาวุธของนักพูดก็คือปาก การปล่อยให้นักพูดมีโอกาสใช้ปากเล่าเรื่องก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย
“นี่
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

