ตอนที่ 2475
2475 / 3170
อ่าน 7 นาที
Chapter 2475 - Full Invasion
เผยแพร่เมื่อ 5 พ.ค. 2569 03:47
บทที่ 2475: การรุกรานเต็มรูปแบบ
ผู้แปล: Exodus Tales บรรณาธิการ: Exodus Tales
แปลโดย XephiZ
เรียบเรียงโดย Aelryinth
—
ทะเลจีนใต้ เมืองฝูซี...?
อุณหภูมิยังคงคงที่อยู่ที่ประมาณยี่สิบองศาเซลเซียส สภาพอากาศอบอุ่นและชุ่มชื้น
ด้วยอุณหภูมิและความชื้นที่คงที่นี้ ทำให้เมืองฝูซีมีสถานที่ที่มีชื่อเสียงซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นั่นคือ "ทะเลมะลิ"
ช่วงเวลานี้เป็นฤดูกาลที่ดอกมะลิกำลังเบ่งบาน นักท่องเที่ยวต่างเดินทางไปยังภูเขาเพื่อเพลิดเพลินกับความอบอุ่นและกลิ่นอายของธรรมชาติ
ทะเลสีฟ้าอ่อนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล กลีบดอกมะลิเริงระบำอย่างสง่างามยามที่ลมทะเลพัดผ่านพวกมัน
เด็กน้อยคนหนึ่งชี้ไปยังทะเลและอุทานด้วยความตื่นเต้น “แม่ ดูสิ ในทะเลก็มีดอกไม้เหมือนกัน! สวยจังเลย!”
“ไร้สาระ ในทะเลจะมีดอกไม้ได้ยังไง?” แม่ของเด็กน้อยรู้สึกโกรธเล็กน้อย การมีจินตนาการที่โลดโผนไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็น่าตีที่เด็กคนนี้โกหกเพียงเพื่อเรียกร้องความสนใจ
ทันใดนั้นฝูงชนก็เริ่มส่งเสียงฮือฮา ไม่นานนักแม่ของเด็กน้อยก็สังเกตเห็นว่าผู้คนรอบข้างหยุดชื่นชมทัศนียภาพของดอกไม้บนเขา พวกเขากำลังมองไปยังทะเลพลางบันทึกวิดีโอและถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ
แม่รีบสวมแว่นตา ในที่สุดเธอก็สามารถมองเห็นภาพในระยะไกลได้อย่างชัดเจน ละอองน้ำหลากสีสันบนผิวน้ำทะเลดึงดูดสายตาของเธอในทันที
เป็นเรื่องยากที่จะได้เห็นสีสันเช่นนี้บนท้องทะเล เธอสงสัยว่าทำไมพวกมันถึงผุดขึ้นมาเหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานบนผิวน้ำ มันดูเหนือจริงราวกับความฝัน
ผู้คนต่างสูดหายใจด้วยความตกใจและส่งเสียงกรีดร้อง หลายคนรู้สึกปีติยินดีกับภาพที่เห็น คู่รักหนุ่มสาวโอบกอดและจูบกันเพื่อจดจำช่วงเวลาที่แปลกประหลาดนี้
มันช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน!
ความลึกลับของโลกคือส่วนหนึ่งของความงดงาม ภาพเช่นนี้เป็นสิ่งที่ยากจะลืมเลือน แม้จะมองเพียงแวบเดียวก็ตาม
ทันใดนั้น เสียงไซเรนดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าเหนือเมืองฝูซี
แสงสีม่วงประหลาดสาดส่องลงมาที่ชายหาด ราวกับม่านสีม่วงกึ่งโปร่งแสง
“แม่ครับ นั่นมันสัญญาณเตือนภัยเวลาเกิดภัยพิบัติร้ายแรง คุณครูเคยสอนผมตอนที่เราซ้อมที่โรงเรียน!” เด็กน้อยอุทาน
แม่ของเขายังคงจับจ้องไปที่ทะเลที่พร่างพราย เธอสังเกตเห็นบางสิ่งกำลังลุกขึ้นยืนท่ามกลางละอองน้ำหลากสี
แต่ละกลุ่มสีบนทะเลมีขนาดเท่ากับเรือเฟอร์รี่ลำย่อม...
สิ่งที่อยู่ภายใต้สีสันเหล่านั้นในที่สุดก็เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงหลังจากโผล่พ้นผิวน้ำ
พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายสยดสยอง เยื่อสีแดงด้านนอกดูเหมือนอวัยวะที่เปลือยเปล่าต่ออากาศมากกว่าจะเป็นผิวหนัง เส้นเลือดที่ปกคลุมด้วยสารเหนียวเป็นชั้นๆ พันเกี่ยวไปตามร่างกาย ส่งผลให้พวกมันกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีแผ่นหลังคล้ายดอกไม้และมีร่างกายเหมือนแมงกะพรุนเนื้อ!
ในความเป็นจริง หากผู้คนมองดูใกล้ๆ พวกเขาจะตระหนักว่าแผ่นหลังที่เหมือนดอกไม้ของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ห่างไกลจากความสวยงามนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาอยู่ใกล้พอที่จะสังเกตเห็นหนวดที่ขยับยั้วเยี้ยอยู่บนนั้น พวกมันเกาะกลุ่มกันทำให้ดูเหมือนดอกทานตะวันที่กำลังเบ่งบานขณะโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ
ภาพที่เห็นเปลี่ยนจากความตระการตากลายเป็นความหลอน ผู้คนบนภูเขาเริ่มตระหนักว่าทำไมสัญญาณเตือนภัยถึงดังขึ้น
พวกเขาถูกครอบงำด้วยความหวาดกลัว และเพิ่งจะเริ่มวิ่งหนีอย่างโกลาหลในภายหลัง
หลายคนล้มลงกับพื้นและกรีดร้องหลังจากชนกันเอง “ทานตะวันทะเล” เหล่านี้ดูอัปลักษณ์และใหญ่โต พวกมันกำลังมุ่งหน้าเข้าหาฝั่ง ดูคล้ายกับหอยทากยักษ์ที่ไม่มีเปลือกบนหลัง หนวดของพวกมันพ่นของเหลวหลากสีเข้าใส่ฝูงชนที่อยู่ใกล้ชายหาดอย่างต่อเนื่อง
ของเหลวหลากสีเทลงมาบนเมืองราวกับสายฝน นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาเพื่อชมความงามของดอกไม้คงจะกลายเป็นแอ่งเลือดไปในพริบตาหากไม่มีม่านพลังสีม่วงคอยปกป้อง
ถึงกระนั้น ผู้คนนับพันก็ต้องสังเวยชีวิตในการลอบโจมตีของสัตว์ร้ายแห่งท้องทะเล!
ปีฉาจบุปผาทะเลที่น่าสยดสยองนั้นไม่อาจหยุดยั้งได้ เหล่านักล่าเมืองที่มาถึงในเวลาอันสั้นพยายามเข้าโจมตีพวกมัน แต่เวทมนตร์ของพวกเขากลับทำได้เพียงแค่สร้างความรำคาญใจให้แก่สัตว์ร้ายเหล่านั้นเท่านั้น
ไม่นานนักชายหาดก็ปกคลุมไปด้วยเลือด แม้แต่คลื่นที่ซัดเข้ามาก็ไม่สามารถทำให้มันเจือจางลงได้!
ห่างออกไปจากชายหาดที่วุ่นวาย ปีศาจบุปผาทะเลขนาดมหึมาตัวหนึ่งกำลังลอยอยู่บนทะเล
มันมีขนาดใหญ่เท่ากับเกาะหนึ่งเกาะ!
ร่างกายของมันที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ จะกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ผู้คนเคยพบเห็นมา!
—
—
เขตผู่ตง เมืองเวทมนตร์...
ต่างจากสถานที่อื่นๆ ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่นี่ไม่มีสัญญาณของกองทัพสัตว์เลื้อยคลานทะเลขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นมาจากเขตผู่ตงที่จมน้ำ สิ่งเดียวที่ผู้คนมองเห็นคือคลื่นยักษ์ที่มีความสูงเกือบเท่าตึกระฟ้า
ในที่สุดคลื่นเหล่านั้นก็รวมตัวกันกลายเป็นโครงกระดูกยักษ์
ดาดฟ้าของหอคอยไข่มุกตะวันออก (Dongfang Oriental Tower) เป็นที่สูงเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ในเขตผู่ตง
จอมเวทระดับสูงจำนวนมากยืนอยู่บนยอดหอคอย ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
นั่นคือโครงกระดูกจักรพรรดิสมุทร!
โครงกระดูกจักรพรรดิสมุทรมีความสูงเกือบจะเท่ากับหอคอยไข่มุกตะวันออก มันกำลังเดินอย่างช้าๆ มุ่งหน้าสู่เมืองที่ทันสมัย
ผู้คนในเมืองที่อยู่ในจุดที่มองเห็นได้กว้างไกลสามารถมองเห็นโครงกระดูกจักรพรรดิสมุทรได้อย่างง่ายดาย มันสูงเด่นราวกับเป็นแลนด์มาร์คที่ชัดเจน ไม่ต่างจากหอคอยไข่มุกตะวันออก
ทุกครั้งที่สายฟ้าแลบผ่านท้องฟ้าที่มืดมิด มันจะเผยให้เห็นโครงกระดูกมหาศาลที่สร้างขึ้นจากน้ำทะเล สร้างแรงกดดันที่น่าอึดอัดใจให้แก่ผู้คนในเมืองอย่างยิ่ง!
——
เมืองจูไห่...
ทุกคืน แสงไฟที่สว่างไสวของเมืองจะสะท้อนลงบนผิวน้ำทะเล คลื่นที่สงบนิ่งจะทำให้ภาพสะท้อนนั้นดูราวกับงานศิลปะ
อย่างไรก็ตาม เมืองจูไห่ในคืนนี้กลับมืดมิดสนิท
ไม่มีดาวแม้แต่ดวงเดียวบนท้องฟ้า และไม่มีแสงไฟใดๆ บนผืนดินและในเมือง ราวกับว่าเมืองชายฝั่งแห่งนี้ถูกความมืดมิดกลืนกินไปเสียแล้ว
ร่างที่ยาวเหมือนปลาไหลพร้อมเกล็ดที่วาววับกำลังเคลื่อนที่เข้ามาจากทะเลกว้าง พื้นที่ทั้งหมดมืดสนิท ยกเว้นแต่สายฟ้าที่ฟาดกระหน่ำราวกับพายุฝนฟ้าคะนอง
แสงสว่างเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่ในเมืองจูไห่คือเงาสะท้อนของแสงฟ้าแลบในดวงตาที่เบิกกว้างของเหล่าชาวเมือง
ดวงตาเหล่านั้นถ่ายทอดความตกตะลึงและความหวาดกลัวที่อยู่ในใจของผู้คนออกมา!
——
เมืองฐานทัพเฟยเหนียว...
ที่นี่ไม่มีอะไรนอกจากความเงียบงัน
หมอกจางๆ ปกคลุมเมือง ซึ่งเงียบสงบราวกับทารกที่กำลังหลับสนิท
ไม่มีเสียงรบกวนหรือความวุ่นวายใดๆ ในเมือง มีเพียงเสียงกระซิบเบาๆ ของลมทะเลที่อ่อนโยน ราวกับท่วงทำนองแผ่วเบาที่เกิดจากเปลือกหอย หรือเสียงร้องอันไพเราะของนักร้องสาว
ทุกอย่างหยุดนิ่งขณะที่ท่วงทำนองอันน่ารื่นรมย์ยังคงดำเนินต่อไป ราวกับสรวงสวรรค์ในยามค่ำคืน
ทว่า นี่คือเมืองฐานทัพเฟยเหนียว มหานครที่แสนวุ่นวาย
โดยปกติแล้ว จะต้องมีรถบรรทุกบนท้องถนนในยามดึกสะสงัด คนหนุ่มสาวควรจะกำลังดื่มสังสรรค์ ร้องคาราโอเกะ และทานมื้อดึกในย่านที่พลุกพล่าน
แต่คืนนี้กลับไม่มีวี่แววของพวกเขาเลย
เมืองทั้งเมืองกำลังหลับสนิท
มันหลับสนิทท่ามกลางสายหมอกและบทเพลงชวนฝัน
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.