ตอนที่ 138
138 / 1536
อ่าน 7 นาที
Chapter 138: Vacation I
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 07:20
# บทที่ 138: พักผ่อน (ตอนที่ 1)
ทันทีที่ก้าวพ้นจากคฤหาสน์พกพา จางเยว่ก็รุดเข้าประคองมารดาพลางกึ่งลากกึ่งจูงเข้าไปในห้องส่วนตัว นางต้องการจะเปิดอกพูดคุยกับผู้เป็นแม่ให้รู้ความอย่างจริงจัง
“เหตุใดจึงมองแม่ด้วยสายตาเช่นนั้นหรือ เยว่เอ๋อร์?” ฉิงอี้เอ่ยถามด้วยความประหม่าขณะเหลือบมองบุตรสาวคนโต
จางเยว่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ “ลูกไม่คาดคิดเลยจริงๆ ว่าท่านแม่จะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินเลยกับเฟยเอ๋อร์เช่นนี้”
“แม่... คือแม่...” ฉิงอี้ไม่รู้จะหาคำใดมาโต้ตอบบุตรสาว นางทำได้เพียงก้มหน้าลงด้วยความขัดเขินและละอายใจ
“แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับเขาจะเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ แต่เมื่อเห็นสถานการณ์ของท่านในยามนี้ ลูกก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาก และไม่นึกเลยว่าท่านจะตัดสินใจหย่าขาดจากจางไห่หลังจากอดทนมาเนิ่นนานเพียงนี้” จางเยว่หยุดเว้นจังหวะครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “บางทีท่านแม่คงคิดว่าตัวเองปกปิดความลับได้แนบเนียนแล้ว...”
“แต่ในอดีต ลูกเห็นท่านถูกเขาทุบตีทำร้ายมานับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นลูกจึงไม่แปลกใจเลยที่ท่านยอมโอนอ่อนตามการตัดสินใจของเขาที่จะทอดทิ้งและตัดขาดกับเฟยเอ๋อร์... นั่นเป็นเพราะท่านขลาดกลัวเขาจนเกินไป”
“หือ?” ฉิงอี้เบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง นางหลงเชื่อมาตลอดว่านางซุกซ่อนรอยแผลและความเจ็บปวดเหล่านั้นไว้ภายใต้ท่าทีที่เรียบเฉยได้หมดสิ้นแล้ว
จางเยว่ถอนใจอีกครา “ช่างน่าเสียดายที่ตอนนั้นลูกยังเยาว์วัยเกินกว่าจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือท่านได้ แต่นั่นก็กลายเป็นแรงผลักดันให้ลูกมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ เพราะหวังว่าวันหนึ่งจะพาท่านออกไปจากบ้านหลังนั้นให้ได้ ทว่าใครจะคาดคิด... เฟยเอ๋อร์กลับต้องมาเผชิญเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดเสียก่อน จนกระทั่งเรามาถึงจุดนี้”
“เจ้าพูดถูกแล้วเยว่เอ๋อร์ แม่มันขี้ขลาดเกินไป แม่หวาดกลัวพ่อของเจ้าจนไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืน” ฉิงอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนจะเริ่มสะอื้นไห้ “หากเพียงแม่มีความกล้าที่จะลุกขึ้นสู้กับพ่อของเจ้า เฟยเอ๋อร์ก็คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานตลอดสองปีที่ผ่านมา...”
“ทุกอย่างล้วนผ่านพ้นไปแล้ว ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องจมปลักอยู่กับความเสียใจอีกต่อไป” จางเยว่รวบตัวมารดาเข้ามาสวมกอด “แม้ลูกจะเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเฟยเอ๋อร์ในอดีต แต่ในขณะเดียวกันลูกก็นึกขอบคุณมัน หากเขาไม่ผ่านเหตุการณ์เหล่านั้น ชีวิตของพวกเราก็คงไม่อาจเปลี่ยนแปลงมาได้ถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้พวกเราสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อีกยาวนาน ลูกมั่นใจว่าอนาคตของพวกเราจะต้องดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน”
ฉิงอี้นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่หลังจากได้ฟังคำปลอบโยนของบุตรสาว แม้นางจะเคยร่วม ‘บำเพ็ญคู่’ กับจางเฟยมาแล้วหลายครั้ง แต่ลูกชายของนางก็ยังมิได้รับรู้ความจริงทั้งหมด และดูเหมือนว่าเขาก็ยังมิได้ให้อภัยในตัวนางอย่างสิ้นเชิง
จางเยว่ถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยเสริม “ลูกคิดว่ามันคงจะดีกว่าหากเราอธิบายทุกอย่างให้เฟยเอ๋อร์ฟัง ลูกมั่นใจว่าเขาจะต้องยกโทษให้ท่านแน่”
“เฮ้อ... ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้เถิด เยว่เอ๋อร์”
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นเล่า? ท่านแม่ต้องการให้เฟยเอ๋อร์เกลียดชังท่านต่อไปอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่เป็นไรหรอก... ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแม่เอง ดังนั้นมันจึงสมควรแล้วที่เขาจะเกลียดแม่”
*แครก—*
เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของจางเฟยที่เอ่ยถามขึ้นว่า “ท่านพี่ อยากจะไปเที่ยวพักผ่อนกับพวกเราหรือไม่? อิ่งเอ๋อร์ ฉิงเอ๋อร์ และเหลียนเอ๋อร์ ยังไม่เคยเห็นโลกภายนอกของที่นี่เลย ข้าจึงคิดว่ามันคงจะดีไม่น้อยหากพวกเราไปเที่ยวด้วยกัน”
“น้องเห็นด้วยอย่างยิ่งท่านพี่!” จางหลินรุดตามเข้ามาในห้อง “พวกเราไปสวนสนุกที่เมืองข้างๆ กันเถอะ!”
“ตกลง ข้าจะไปกับพวกเจ้าด้วย” จางเยว่พยักหน้าตอบรับ “ตลอดสองปีมานี้ข้ามัวแต่ทุ่มเทให้กับงานจนลืมเรื่องการพักผ่อนไปเสียสนิท ถือโอกาสนี้ไปเที่ยวกันเสียเลย”
ทว่า มิใช่ทุกคนที่จะสามารถร่วมเดินทางไปในทริปนี้ได้ หรูเสวี่ยและจงหยานนั้นมีภาระหน้าที่ต้องไปทำงาน ส่วนฉิงอี้เลือกที่จะอยู่ที่บ้านเพื่อดูแลจางเฉิน
.
.
ไม่นานนัก พวกเขาก็เดินทางมาถึงสวนสนุก ทันทีที่ย่างกรายเข้าไป เหล่าสตรีที่เดินผ่านไปมาต่างพากันส่งสายตาชื่นชมระคนหลงใหลมายังจางเฟย ทว่าในขณะเดียวกันพวกนางก็รู้สึกอิจฉาตาร้อนต่อสตรีทั้งหกที่ห้อมล้อมเขาอยู่
ทางด้านบุรุษเพศก็มิได้ต่างกัน พวกเขาจับจ้องไปยังหญิงสาวทั้งหกด้วยสายตาหิวกระหาย บางคนถึงขั้นมองด้วยความหื่นกระหายอย่างไม่ปิดบัง พวกเขารู้สึกอิจฉาจางเฟยเหลือคณาที่ถูกแวดล้อมด้วยสาวงามล่มเมืองถึงหกนาง แม้จะมีบุรุษหลายคนพยายามเข้าไปทักทาย แต่พวกนางกลับเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใย
สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ ในขณะที่พี่น้องตระกูลจางและเจเน็ตดูจะคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ แต่สตรีทั้งสามจากดินแดนหยกเวหากลับแสดงท่าทีสับสนและตื่นตาตื่นใจกับเครื่องเล่นหลากชนิด เนื่องจากในดินแดนของพวกนางไม่มีสวนสนุกเช่นนี้ ยิ่งมิต้องพูดถึงอุปกรณ์ที่ดูแปลกตาเหล่านี้เลย
“สถานที่แห่งนี้ช่างประหลาดล้ำนัก เฟยเอ๋อร์” ฉู่ชิงเอ่ยพลางกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ “สิ่งเหล่านั้นเคลื่อนไหวเองได้อย่างไรโดยมิใช้พลังปราณ?”
จางเฟยหัวเราะออกมาเบาๆ “อืม... หากอุปกรณ์เวทเคลื่อนที่ได้ด้วยปราณหรืออัญมณีวิเศษ เครื่องเล่นเหล่านี้ก็ขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่เรียกว่า ‘ไฟฟ้า’ อย่างไรเล่า”
“ไฟฟ้า?” ฉู่ชิง ฉู่อิ่ง และเย่เหลียน ต่างมองหน้ากันด้วยความฉงน เพราะพวกนางไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อนในชีวิต
“ฮิฮิ พวกท่านทั้งสามมิต้องไปขบคิดให้ปวดหัวหรอก” จางหลินกล่าวพร้อมรอยยิ้มซุกซน นางเองก็ไม่รู้จะอธิบายเรื่องไฟฟ้าให้คนจากต่างโลกเข้าใจได้อย่างไร จึงตัดบทด้วยการดึงมือฉู่ชิงให้ตามมา “ไปเถอะ! พวกเราไปลองเล่นเครื่องเล่นที่มีอยู่ทั้งหมดที่นี่กันดีกว่า!”
“พวกเจ้าสองคนก็ตามหลินเอ๋อร์ไปเถอะ” จางเฟยหันไปบอกฉู่อิ่งและเย่เหลียน
หญิงสาวทั้งสองพพยักหน้ารับก่อนจะรุดตามจางหลินและฉู่ชิงไป พวกนางเองก็มีความใคร่รู้ในเครื่องเล่นประหลาดเหล่านี้อยู่ไม่น้อย
เมื่อพวกนางผละไปแล้ว จางเยว่ก็ขยับเข้ามากอดแขนของจางเฟยเอาไว้ “ที่บ้านเมืองของพวกนางไม่มีสวนสนุกหรือ เฟยเอ๋อร์?”
“โลกที่พวกนางจากมานั้นเหมือนกับโลกของเราในอดีตหน่ะท่านพี่” จางเฟยตอบพลางส่ายหน้า “อย่างไรเสีย ท่านก็จะได้เห็นด้วยตาตัวเองเมื่อพวกเราเดินทางไปที่นั่นในคืนนี้”
“ฉันขอไปด้วยคนได้ไหม?” เจเน็ตเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับดินแดนอื่น
จางเยว่ขมวดคิ้วมุ่น นางไม่ค่อยชอบใจนักยามที่เจเน็ตพยายามเข้าใกล้ใกล้ชิดน้องชายของนาง แต่ก่อนที่นางจะทันได้เอ่ยปากห้าม จางเฟยก็ชิงตอบเสียก่อน “เจ้าไปกับพวกเราไม่ได้หรอกเจเน็ต สถานที่แห่งนั้นมันค่อนข้างซับซ้อน และผู้คนที่นั่นอาจจะมีปฏิกิริยาต่อเจ้าเหมือนที่เย่เหลียนและคนอื่นๆ เป็น”
เจเน็ตพยักหน้าอย่างเข้าใจ นางสัมผัสได้ดีว่าสตรีทั้งสามจากดินแดนหยกเวหานั้นดูจะชิงชังนางอยู่ลึกๆ และที่พวกนางยังคงนิ่งเงียบอยู่นั้นก็เป็นเพราะจางเฟยเพียงคนเดียว
“พวกเจ้าคุยเรื่องอะไรกันน่ะ?” จางเยว่ถามด้วยความมึนพง เนื่องจากนางยังไม่ระแคะระคายเลยว่าเจเน็ตนั้นแท้จริงแล้วคือ ‘ดรายแอด’ (นางไม้)
จางเฟยจงใจไม่บอกความจริงแก่นาง เพราะเกรงว่าจางเยว่จะโกรธเคืองเพื่อนสนิทที่ปกปิดตัวตน แต่ทันใดนั้น เจเน็ตกลับเอ่ยขึ้นว่า “เยว่... เดี๋ยวกลับไปถึงบ้านฉันจะบอกความลับเรื่องหนึ่งให้เธอฟังนะ เพราะตอนนี้เป็นที่สาธารณะ ฉันคงพูดเรื่องนี้ไม่ได้”
“หืม? ทำไมถึงบอกตอนนี้ไม่ได้ล่ะ?” จางเยว่ขมวดคิ้ว นางไม่ชอบเลยหากคนใกล้ตัวมีความลับต่อกัน
แม้แต่จางเฟยเองก็ยังประหลาดใจกับการตัดสินใจของเจเน็ต “ท่านพี่อย่าไปคาดคั้นนางเลย เอาไว้กลับบ้านค่อยคุยกันเถอะ”
“ก็ได้!” จางเยว่ทำปากยื่นพลางดึงมือจางเฟย “งั้นเราไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ตรงนั้นกันเถอะ”
จางเฟยทำได้เพียงปล่อยให้จางเยว่ลากไปอย่างหมดทางสู้ อันที่จริงเขาไม่ได้พิสมัยการมาสวนสนุกเท่าใดนัก แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะชายหาดหรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ก็ดูไม่ต่างจากดินแดนหยกเวหาเท่าใดนัก
เจเน็ตทำได้เพียงส่ายหน้าให้กับภาพที่เห็น ก่อนจะเดินตามทั้งคู่ไปยังชิงช้าสวรรค์เพื่อร่วมเดินทางไปในกระเช้าเดียวกัน
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.