ตอนที่ 157
157 / 1536
อ่าน 11 นาที
Chapter 157: Trouble
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 07:21
# บทที่ 157: ปัญหาจู่โจม
“ท่านแน่ใจนะว่าท่านแม่จะไม่สงสัยในตัวท่าน?” เจ้าจื่อฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล สายตาเหลือบมองจางเฟยที่กำลังเอนกายในร่างสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยอยู่บนศีรษะของนางอย่างสบายอารมณ์
‘เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ตราบใดที่ระดับการบ่มเพาะของข้ายังต่ำเตี้ยเรี่ยดินเช่นนี้ นางย่อมไม่มีทางระแคะระคายแน่ว่าข้าสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้แล้ว’ ขณะที่ดวงตาคู่เล็กจ้องมองแผนที่ จางเฟยตอบกลับนางผ่านทางกระแสจิตเพื่อป้องกันไม่ให้หวนหนิงเกิดความสงสัย ‘หืม? หวนชงงั้นรบกวน... ดูเหมือนจะเป็นคนของตระกูลหวน พลังฝีมืออยู่ในขอบเขตปฐพี 3 ดารา ส่วนชายอีกคนคือเสวียนอวี้ พลังอยู่ที่ขอบเขตวิญญาณ 10 ดารา... ลำพังตัวข้าในตอนนี้คงไม่อาจต่อกรกับพวกเขาทั้งสามได้พร้อมกัน’
“ตกลงค่ะ” ไม่นานนัก ทั้งสองก็ย่างเท้าเข้าสู่โถงหลัก เจ้าจื่อฉินไม่รอช้ารีบเอ่ยทักทายหวนชงทันที “ไม่ได้พบกันนานเลยนะเจ้าคะ ท่านลุง”
“ฮ่าๆๆ” หวนชงหัวเราะร่าพลางลูบเคราขาวเฟิ้มของตน “ไม่ได้เจอกันเสียนาน เจ้าโตขึ้นมากทีเดียว แถมยังงดงามหยดย้อยกว่าแต่ก่อนเสียอีก”
“ขอบคุณสำหรับคำชมเจ้าค่ะ ท่านลุง” เจ้าจื่อฉินทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ว่างข้างมารดา ทว่านางกลับต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาหยาบโลนที่เสวียนอวี้จ้องมองมา ‘ชายผูนี้เป็นใครกัน? เหตุใดท่านลุงชงถึงพาเขามาที่นี่?’
ทันใดนั้น หวนหนิงก็เอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงจับผิด “เจ้าไปเอาสุนัขจิ้งจอกนั่นมาจากไหน? ทำไมแม่ไม่เคยเห็นมาก่อน”
“ท่านแม่ สุนัขจิ้งจอกตัวนี้พลัดหลงเข้ามาในตระกูลเมื่อไม่กี่วันก่อน ลูกเห็นว่ามันน่าเอ็นดูดีเลยตัดสินใจเลี้ยงไว้เจ้าค่ะ” แม้หวนหนิงจะยังไม่คลายความสงสัยหลังจากได้ยินเช่นนั้น แต่นางก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับจางเฟยมากนัก โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าระดับการบ่มเพาะของมันอยู่ที่ขอบเขตรากฐาน 5 ดาราเท่านั้น ก่อนที่เจ้าจื่อฉินจะชิงพูดต่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
“หลายวันที่ผ่านมาท่านแม่เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ลูกเลยยังไม่มีโอกาสเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเจ้าค่ะ”
“อย่างนั้นรึ” หวนหนิงพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะแจ้งข่าวสำคัญ “ท่านปู่ของเจ้าได้ตกลงหมั้นหมายเจ้ากับเสวียนอวี้ไว้แล้ว และพวกเจ้าทั้งสองจะต้องแต่งงานกันในเดือนหน้า ท่านปู่จึงให้พี่ชงพาเขามาแนะนำให้เจ้ารู้จักในวันนี้”
“เอ๊ะ?” เจ้าจื่อฉินถึงกับชะงักงันด้วยความตกใจกับคำประกาศสายฟ้าแลบของมารดา นางไม่รู้จักมักจี่กับเสวียนอวี้แม้แต่น้อย อีกทั้งเรื่องใหญ่อย่างการแต่งงานก็ไม่เคยมีการหารือกันมาก่อน ที่สำคัญไปกว่านั้นคือนางได้มอบใจและเลือกจางเฟยเป็นคู่ชีวิตไปแล้ว ทว่านางก็ยังไม่อาจเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ออกมาได้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จางเฟยถึงกับขมวดคิ้วแน่น เขาตวัดสายตาคมปลาบจ้องมองเสวียนอวี้อย่างไม่วางตา ทว่าชายหนุ่มจำต้องข่มโทสะไว้ก่อน เพราะรู้ดีว่าหวนหนิงและหวนชงสามารถปลิดชีพเขาได้โดยง่าย ประกอบกับบอยตาต้าก็ไม่ได้อยู่เคียงข้างในยามนี้ ‘นังแพศยา! ดูเหมือนบทเรียนที่ข้ามอบให้เจ้าเมื่อวันก่อนจะยังไม่สาแก่ใจสินะ? ถ้าอย่างนั้น ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้หนักกว่าเดิม... จะทำให้เจ้าต้องจมดิ่งอยู่กับความสิ้นหวังจนถึงที่สุด!’
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของหญิงสาว หวนชงจึงรีบกล่าวเสริมเพื่อโน้มน้าวจิตใจ “เสวียนอวี้เป็นคนหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยอนาคต แม้แต่ผู้อาวุโสในสำนักยังยอมรับในพรสวรรค์ด้านการบ่มเพาะและการปรุงยาของเขา หากเจ้าได้เป็นภรรยาเขา เจ้าจะมีความสุขอย่างแน่นอน อีกอย่างท่านปู่ของเขาก็เป็นสหายเก่าแกกับท่านปู่ของเจ้า การดองกันในครั้งนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของสองตระกูลให้มั่นคงยิ่งขึ้น”
‘ไม่ว่าจะที่โลกมนุษย์ หรือในขอบเขตหยกนภา สตรีก็ยังคงถูกใช้เป็นเบี้ยหมากเพื่ออำนาจและฐานะของตระกูลไม่เปลี่ยนแปลง’ จางเฟยพึมพำในใจพลางครุ่นคิดหาวิธีขัดขวางงานแต่งงานในครั้งนี้อย่างเคร่งเครียด เพราะในตอนนี้ไม่มีใครช่วยเขาได้เลยนอกจากบอยตาต้าที่กำลังอยู่กับเย่เหลียน
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ทั้งนั้น” หวนหนิงเอ่ยขัดขึ้นเสียงแข็ง “คำตัดสินของท่านปู่ถือเป็นที่สิ้นสุด เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ และเจ้าจะต้องแต่งงานกับเสวียนอวี้ภายในเดือนหน้า!”
สิ้นคำขาดนั้น เจ้าจื่อฉินได้แต่ก้มหน้านิ่ง กัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด หมัดทั้งสองข้างกำแน่นจนสั่นเทา ทว่าจางเฟยรีบส่งกระแสจิตเพื่อปลอบประโลมให้นางสงบลง ‘เจ้ายังมีข้าอยู่ อย่าได้เศร้าเสียใจไปเลย ข้าจะหาทางพาเจ้าออกไปจากตระกูลเฮงซวยนี่เอง’
‘ท่านจะพาข้าหนีไปได้จริงๆ รึ จางเฟย?’ เจ้าจื่อฉินถามกลับด้วยความหวังอันริบหรี่ นางไม่อยากถูกบังคับให้แต่งงานกับชายแปลกหน้า แต่ลำพังตัวนางเองก็ไร้ซึ่งกำลังจะไปต่อต้านคำสั่งของท่านปู่
‘ร้อยเปอร์เซ็นต์!’ เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น จางเฟยจึงตัดสินใจว่าจะส่งเจ้าจื่อฉินเข้าไปในวิมานพกพาของเขา และตั้งใจจะพานางหนีไปยังโลกมนุษย์ ‘ข้ามีสถานที่แห่งหนึ่งที่พวกมันไม่มีวันหาเจอ เจ้าจะปลอดภัยอย่างแน่นอนที่นั่น เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เราต้องรอจังหวะที่ลงตัวกว่านี้ก่อน’
‘ตกลงค่ะ ข้าเชื่อท่าน... ท่านต้องพาข้าออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดนะ’
“หลานจื่อฉิน ไหนๆ เสวียนอวี้ก็มาแล้ว เจ้าช่วยพาเขาไปเดินชมเมืองหน่อยเป็นอย่างไร?” เจ้าจื่อฉินเงยหน้ามองหวนชงด้วยสายตาที่ซับซ้อน นางไม่คุ้นชินกับการเดินเที่ยวในเมือง ยิ่งต้องไปกับชายหนุ่มที่ตนไม่พึงใจด้วยแล้ว ยิ่งทำให้นางรู้สึกอึดอัดใจจนบอกไม่ถูก
“ลุงเข้าใจความรู้สึกของเจ้านะ แต่เขาก็เพิ่งเคยมาที่ภูมิภาคนี้เป็นครั้งแรก อีกอย่างตระกูลเสวียนของเขาก็ตั้งอยู่ในภูมิภาคกลางอันห่างไกล ลุงจึงหวังว่าเจ้าจะช่วยเป็นเจ้าบ้านที่ดีคอยดูแลเขาหน่อย”
‘ภูมิภาคกลางงั้นรึ?’ จางเฟยชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินชื่อนั้น เขานึกขึ้นได้ว่าจางหลิงเสวี่ยและตระกูลจางของนางก็พำนักอยู่ที่นั่นเช่นกัน เขาจึงรีบตรวจสอบตำแหน่งของนางบนแผนที่ทันที ‘โอ้? ช่างประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้! นางกำลังเดินทางกลับมาที่ภูมิภาคนี้พอดี’
ไม่รอช้า จางเฟยส่งกระแสจิตถึงจางหลิงเสวี่ยโดยตรง เร่งรัดให้นางเร่งเดินทางมาหาเขา ซึ่งนางก็ตอบตกลงในทันที เพราะตัวนางเองก็โหยหาที่จะพบเขาจนแทบจะอดรนทนไม่ไหวเช่นกัน
“ก็ได้เจ้าค่ะ” ด้วยความจำใจ เจ้าจื่อฉินจึงต้องนำทางเสวียนอวี้มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง ท่ามกลางรอยยิ้มพึงพอใจของหวนชงและหวนหนิงที่มองส่งทั้งคู่จนลับตา
ทว่าก่อนจากไป จางเฟยได้ตวัดสายตาอาฆาตจ้องมองไปยังหวนชงและหวนหนิง ก่อนจะแอบปลดปล่อย ‘ฟีโรโมนปีศาจ’ ออกมา กลิ่นอายสีชมพูจางๆ แผ่ซ่านออกจากร่างของเขาเข้าโอบล้อมคนทั้งสองไว้ ซึ่งทั้งคู่ก็สูดดมมันเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ‘เหอะ! พลังของปีศาจราคะนี่มันช่างสะดวกดีแท้! แม้ข้าจะสู้พวกเจ้าด้วยกำลังไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าข้าจะทำอะไรพวกเจ้าไม่ได้... ขอให้สนุกกับรสชาติของมันนะ!’
เพียงอึดใจเดียว ผลของฟีโรโมนก็เริ่มทำงาน มวลความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายของคนทั้งสอง สัญลักษณ์รูปหัวใจสีชมพูปรากฏขึ้นในดวงตา ทว่าด้วยประสบการณ์ของยอดฝีมือที่โชกโชน หวนหนิงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกาย นางจึงรีบพุ่งตัวกลับเข้าห้องพักของตนทันที
ส่วนหวนชงนั้นพยายามข่มกลั้นตัณหาที่พุ่งพล่าน แต่ความต้องการกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนแทบคลุ้มคลั่ง เขาจึงหายตัวไปจากตระกูลเจ้าในพริบตาเพื่อมุ่งหน้าไปยังหอนางโลมที่ใกล้ที่สุดในเมือง
.
.
.
เจ้าจื่อฉินที่กำลังเดินเคียงข้างเสวียนอวี้ สะบัดมือของเขาออกอย่างรวดเร็วเมื่อชายหนุ่มทำท่าจะโอบเอวนาง “ท่านปู่อาจจะต้องการให้เราแต่งงานกัน แต่ข้ายังไม่ได้ตกลง อีกอย่าง ข้ายังไม่รู้จักท่านดีพอและไม่คุ้นเคยกับการใกล้ชิดเช่นนี้ ดังนั้นข้าขอความกรุณาให้ท่านรักษาระยะห่างและอย่ามาแตะต้องตัวข้าในตอนนี้”
‘นังตัวแสบ! ข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจที่กล้าทำกิริยาเช่นนี้กับข้า!’ เสวียนอวี้ก่นด่าในใจด้วยความเดือดดาล ทว่าใบหน้ากลับยังคงปั้นยิ้มอย่างละมุนละไม “เจ้าไม่ต้องขอโทษข้าหรอก ข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด เอาเป็นว่าเจ้าจะพาข้าไปที่ไหนต่อล่ะ?”
“ข้าไม่รู้” เจ้าจื่อฉินตอบสั้นๆ พลางส่ายหน้า
“ในเมืองนี้พอจะมีสถานที่ที่น่าสนใจบ้างไหม?”
เจ้าจื่อฉินส่ายหน้าอีกครั้ง เพราะนางแทบจะไม่เคยย่างกรายออกมาจากเขตตระกูลเลย จึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกภายนอกนัก
เสวียนอวี้เริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีเย็นชาของหญิงสาว แต่เขาก็ยังไม่กล้าระเบิดอารมณ์ออกมา ได้แต่ขบเคี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ ‘ชิ! ช่างเป็นผู้หญิงที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี! ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเหตุใดท่านปู่ถึงได้คะยั้นคะยอให้ข้าแต่งงานกับนังนี่! จริงอยู่ที่นางสะสวยจนหาใครเปรียบได้ยาก แต่ระดับการบ่มเพาะก็น้อยนิด แถมนิสัยยังน่าสมเพชอีก!’
‘ไอ้โง่เอ๊ย! จื่อฉินเป็นของข้า เจ้าได้แต่ฝันหวานไปเถอะ’ จางเฟยพึมพำในใจพลางจ้องมองเสวียนอวี้ด้วยดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิต ‘อืม... ข้าควรจะจัดการกับหมอนี่ยังไงดีนะ?’
[ฮิๆ] จู่ๆ เม่ยก็หัวเราะขึ้นในห้วงความคิดของจางเฟย ก่อนจะเสนอไอเดียสุดแสบ [นายท่าน ในร้านค้ามีตัวยาชนิดหนึ่งที่ท่านสามารถใช้กับเขาได้ ผลของมันจะทำให้เขาสูญเสียสติไปชั่วขณะ และรับรองว่าเขาจะก่อความวุ่นวายโกลาหลไปทั่วทั้งเมืองแน่นอน แต่ราคามันค่อนข้างแพงสักหน่อยนะคะ...]
[หรืออีกวิธีหนึ่ง ท่านสามารถใช้ฟีโรโมนปีศาจกับเขาในยามที่อยู่ในที่พลุกพล่าน เขาจะแปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ป่าที่กระหายราคะในทันที แต่ท่านต้องปกป้องเจ้าจื่อฉินให้ดีนะคะ ไม่อย่างนั้นนางอาจจะกระโจนเข้าหาเขาเสียเอง]
จางเฟยถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินข้อเสนอจากเม่ย ‘ไม่รู้ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเจ้ามันร้ายกาจกว่าข้าเสียอีก... แต่ข้าชอบไอเดียนี้แฮะ’
[ไม่ใช่ข้าหรอกค่ะที่ร้ายกาจ แต่เป็นท่านต่างหาก นายท่าน เพราะข้าเชื่อมต่อกับสมองของท่าน ไอเดียที่ข้าเสนอมาจึงล้วนมาจากธาตุแท้ความชั่วร้ายในตัวท่านทั้งนั้น]
จางเฟยถึงกับกระตุกมุมปากกับคำตอกกลับของนาง ‘เอาเถอะ แล้วยานั่นมันคือยาอะไร? ราคาเท่าไหร่?’
[มันเรียกว่า 'ยาเสินฉี' ราคา 100 อัญมณีเขียวค่ะ]
‘100 อัญมณีเขียวเชียวรึ?’ จางเฟยถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เขาไม่ได้มีอัญมณีเขียวมากมายนัก จึงไม่อยากเสียมันไปกับเรื่องนี้ เพราะเขายังมีเป้าหมายที่จะซื้อยาตัวอื่นที่มีราคาสูงลิบลิ่ว ‘เฮ้อ... ขอดูสถานการณ์ไปก่อนแล้วกัน ถ้ามีโอกาสข้าค่อยใช้ฟีโรโมนจัดการมันเอาเอง’
ไม่นานนัก พวกเขาก็เดินทางมาถึงตัวเมือง เจ้าจื่อฉินยังคงนิ่งเงียบเดินเคียงข้างเสวียนอวี้ สีหน้าของนางดูอึดอัดที่ต้องอยู่ท่ามกลางฝูงชนมากมาย แต่จางเฟยก็คอยกระซิบปลอบโยนเพื่อให้นางคลายความกังวล
ในขณะที่เสวียนอวี้เริ่มทวีความรำคาญใจ เพราะทุกครั้งที่เขาชวนคุย เจ้าจื่อฉินจะตอบเพียงคำสองคำอย่างขอไปที เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่เย็นชากับเขาขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะเมื่อตระกูลเสวียนของเขามีอิทธิพลกว้างขวางในภูมิภาคกลาง สตรีมากมายต่างพยายามเข้าหาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
‘เฮ้อ... เห็นทีข้าต้องติดต่อท่านปู่ให้เร่งวันแต่งงานให้เร็วขึ้นเสียแล้ว พอข้าได้เด็ดบุปผาช่วงชิงลมปราณพรหมจรรย์ของนางมาได้เมื่อไหร่ ข้าจะทิ้งขว้างนางไว้ข้างหลังให้สมกับความหงุดหงิดที่ข้าได้รับในวันนี้เลยคอยดู!’
.
.
.
ในขณะเดียวกัน ทางด้านเหยียนหวนเอ๋อร์และเย่เหลียนได้เดินทางมาถึงตระกูลกู่ โดยมีหญิงวัยกลางคนนามว่าซิ่งเหมยคอยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
กู่จั้นที่นั่งอยู่ข้างมารดา เอาแต่จ้องมองเย่เหลียนอย่างไม่วางตาพลางเลียริมฝีปากเป็นระยะ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสะอิดสะเอียนกับพฤติกรรมต่ำต้อยนั้นเป็นอย่างยิ่ง
“เหตุใดน้องหวนเอ๋อร์ถึงได้มาหาพี่ที่นี่กะทันหันเช่นนี้ล่ะ?” ซิ่งเหมยเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วการมาเยือนจะต้องมีการส่งข่าวล่วงหน้า ทว่าการมาอย่างกะทันหันในครั้งนี้กลับดึงดูดความสนใจของนาง โดยเฉพาะสีหน้าที่ดูผิดแผกไปจากเดิมของเย่เหลียน
ก่อนจะเริ่มเอ่ยคำ เหยียนหวนเอ๋อร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ “พี่เหมย ข้าต้องขออภัยท่านก่อนล่วงหน้า แต่ที่ข้ามาในวันนี้... ข้าต้องการมายกเลิกการหมั้นหมายระหว่างเหลียนเอ๋อร์กับจั้นเอ๋อร์ค่ะ อีกอย่างท่านพี่ของข้าก็เห็นพ้องกับเรื่องนี้แล้ว และป่านนี้เขาน่าจะกำลังคุยกับพี่ทงอยู่ ท่านสามารถตรวจสอบเรื่องนี้กับเขาได้ทันทีค่ะ”
“อะไรนะ!?” กู่จั้นแผดคำรามลั่นพลางผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกตะลึง “เหตุใดท่านอาหวนเอ๋อร์ถึงได้ตัดสินใจเช่นนี้ล่ะครับ!?”
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.