Chapter 394
396 / 4197
7 min read
Chapter 394 Fun Times Part 1
Published Apr 9, 2026, 07:56 AM
เพียงวาจาสั้นๆ จากปากของลิธ กลับสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชาของชาวนาจนทำให้น้ำตาพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจกลั้น ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ชายผู้นี้พยายามทุกวิถีทางเท่าที่สติปัญญาจะเอื้ออำนวยเพื่อหลบหนีจากฝันร้ายที่เรียกว่าชีวิต เขาเคยพยายามขุดดินลอดใต้กระแสมานาที่กางกั้น พยายามทำลายม่านพลัง หรือแม้แต่ปลิดชีพตัวเองในทุกรูปแบบที่มนุษย์คนหนึ่งจะจินตนาการได้
ทว่าผลลัพธ์เดียวที่ได้รับกลับมีเพียงการลืมตาตื่นขึ้นมาในวันเดิม วันที่ ‘ไฮลอร์ด’ จะถูกเปิดใช้งานเสมอ ไม่ว่าเขาจะมอดไหม้ภายใต้สายฝนสีดำหรือสิ้นใจด้วยน้ำมือตัวเองก็ตาม ในคราแรก เขาเคยฝากความหวังไว้กับเหล่านักบวชแห่งสุริยันสูงสุด
พวกเขาคือนักเวทที่ทรงพลังที่สุดในอาณาจักรเบแลมด์ ซึ่งมีคาดูเรียเป็นเมืองหลวง เหล่านักบวชคือผู้หลอมสร้างไฮลอร์ดขึ้นมาเพื่อปกป้องแผ่นดินจากการรุกรานของกองกำลังทางทิศเหนือ ในเมื่อพวกเขาเป็นผู้สร้างปัญหา พวกเขาก็ควรเป็นผู้แก้ไขมัน และเวลาคือสิ่งเดียวที่ชาวคาดูเรียมีเหลือเฟือ จนกระทั่งหลายปีต่อมา เหล่านักบวชจึงได้สารภาพความจริงอันน่าสลดว่า พวกเขาได้สูญเสียพลังเวทมนตร์ไปจนสิ้นแล้ว
การเปิดเผยนั้นนำไปสู่ยุคสมัยแห่งความบ้าคลั่งที่กินเวลานานหลายทศวรรษ แต่มันสิ้นสุดลงไม่ใช่เพราะผู้คนพบความหวังใหม่ในใจ แต่เป็นเพราะไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไร ผลลัพธ์กลับไม่เคยคงอยู่ การกระทำของพวกเขา ไม่ว่าจะดีหรือชั่วร้ายล้วนไร้ความหมาย
ทุกสิ่งจะถูก ‘รีเซ็ต’ เมื่อวัฏจักรใหม่เริ่มต้นขึ้น ความเป็นจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยในชีวิตทำให้พวกเขาสูญเสียแรงผลักดันที่จะกระทำสิ่งใดต่อไป จากนั้นชาวนาก็เริ่มฝากศรัทธาไว้กับเหล่าคนแปลกหน้าลึกลับที่แวะเวียนมาเป็นครั้งคราว แต่สุดท้ายนั่นก็เป็นเพียงฝันกลางวัน คนแปลกหน้าเหล่านั้นไม่สื่อสารด้วย หรือไม่ก็ไม่แยแสที่จะทำ และมักจบลงด้วยการใช้ความรุนแรงเสมอ
พวกเขาจะเมินเฉยต่อชาวนา หรือไม่ก็สังหารเขาคาทันทีโดยไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว หลังจากได้พูดคุยกับผู้อื่น ชายผู้นี้จึงได้รู้ว่าคนแปลกหน้าเหล่านั้นมักจะกระทำการสังหารหมู่ต่อเนื่องไปหลายวัฏจักรก่อนจะจากไป
ชาวคาดูเรียบางส่วนมองว่าคนแปลกหน้าคือปีศาจที่มาเพื่อสร้างความพินาศและช่วงชิงไฮลอร์ด แต่ยังมีอีกหลายคนที่มองว่าคนแปลกหน้าคือข้อพิสูจน์เพียงหนึ่งเดียวว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่จริงๆ ไม่ได้ติดอยู่ในฝันร้ายอันนิรันดร์ สำหรับคนไม่กี่คน เช่นชาวนาที่กำลังสะอึกสะอื้นผู้นี้ คนแปลกหน้าคือเศษเสี้ยวสุดท้ายของความหวังที่หลงเหลืออยู่ คนแปลกหน้ายังคงมีเวทมนตร์ ใบหน้าและภาษาของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปเสมอ พวกเขาคือ ‘ตัวแปร’ เดียวที่ยังเหลืออยู่ในชีวิตที่เคยมั่นคงตายตัวจนน่าสยดสยอง
ถ้อยคำของลิธสั่นสะเทือนใจของชาวนาอย่างรุนแรง เพราะนี่คือบทสนทนาครั้งแรกในรอบกว่า 700 ปีที่เขาได้พูดคุยกับคนจากโลกภายนอก คนที่เขามิอาจคาดเดาได้ว่าเป็นใคร หรือจะมีคำตอบเช่นไรให้แก่เขา
แม้จะเป็นเพียงชั่ววินาทีสั้นๆ แต่ชาวนากลับรู้สึกว่ากงล้อแห่งกาลเวลาที่เคยหยุดนิ่งได้เริ่มกลับมาหมุนอีกครั้งเพื่อเขาแล้ว
"ท่านเป็นอะไรหรือไม่?" ลิธรู้สึกประหลาดใจที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็ร่ำไห้ออกมาด้วยความยินดี เขาเกือบจะใช้ ‘อินวิกอเรชัน’ เพื่อตรวจดูอาการของชาวนาคาดูเรียผู้นี้ แต่พลันนึกถึงคำกล่าวของคามิลาได้ว่า เวทมนตร์รักษานั้นเปรียบเสมือนพิษร้ายแรงต่อพลเมืองแห่งนครที่สาบสูญ
"ข้าไม่เป็นไร... ข้าสบายดีมาก ขอบคุณท่านจริงๆ" ชายผู้นั้นปาดน้ำตา เขาไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวของปาฏิหาริย์ที่อยู่ตรงหน้านี้ไป
"ท่านมาที่นี่เพื่อช่วยพวกเราใช่หรือไม่? ท่านสามารถทำลายม่านพลังและปลดปล่อยพวกเราให้เป็นอิสระได้ใช่ไหม?" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ต่อให้ข้าอยากจะช่วยพวกท่านเพียงใด ข้าก็ไม่รู้วิธี" ความสามารถในการสื่อสารกับชาวคาดูเรียเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ลิธ แต่เขายังไม่แน่ใจว่ามันคุ้มค่าที่จะสำรวจหรือไม่ หรือควรจะรีบจัดการให้เสร็จสิ้นเพื่อเดินทางต่อไป
"ส่วนเรื่องม่านพลังนั้น... มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อคุมขังพวกท่าน แต่มันมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้โรคระบาดจากแบล็กสตาร์แพร่กระจายออกไป ข้าเสียใจด้วย" ลิธคาดหวังว่าชายผู้นี้จะโกรธแค้นหรือเริ่มร้องไห้อีกรอบ
"มันสมเหตุสมผลแล้ว" ชายผู้นั้นถอนหายใจยาว "ไฮลอร์ด หรือที่ท่านเรียกว่าแบล็กสตาร์ ถูกสร้างขึ้นเพื่อรักษาชีวิตของชาวคาดูเรียไว้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม และเพื่อปลดปล่อยความพิโรธของสุริยันสูงสุด เทพเจ้าของพวกเรา เข้าใส่ศัตรู"
"ข้ายังสงสัยอยู่ว่ามันเกิดขัดข้องที่ตรงไหน หรือเหล่านักบวชโง่เขลาพวกนั้นไม่เคยใส่ใจที่จะสอนให้ไอ้สิ่งของเฮงซวยนั่นแยกแยะมิตรกับศัตรู แผนผังของมันเต็มไปด้วยความสามารถอันทรงพลัง แต่ข้ากลับจำไม่ได้เลยว่ามีบรรทัดไหนที่อธิบายวิธีควบคุมมันเอาไว้บ้าง"
ลิธไม่แน่ใจว่าเขาควรจะประหลาดใจกับความเยือกเย็นของชายผู้นี้ หรือความรู้ที่เขามีเกี่ยวกับแบล็กสตาร์มากกว่ากัน
"ข้าขออภัย... เมื่อครู่ท่านบอกว่าท่านเคยศึกษาแบล็กสตาร์อย่างนั้นหรือ? บทบาทของท่านคืออะไรกันแน่?"
ชาวนาหัวเราะออกมาเสียงดังเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 300 ปี
"ข้าดูเหมือนนักบวชในสายตาท่านอย่างนั้นหรือ? แน่นอนว่าข้าไม่มีส่วนในการสร้างมัน ข้าก็แค่เพียงอ่านทุกอย่างที่มีให้อ่านเพื่อฆ่าเวลาไปวันๆ ในคาดูเรียไม่มีความลับอีกต่อไปแล้ว เพราะไม่มีใครใส่ใจจะปกป้องมัน มันเป็นการกระทำที่สูญเปล่า... เหมือนกับทุกอย่างในที่แห่งนี้นั่นแหละ"
"ข้าไม่อาจรับปากอะไรท่านได้ แต่ถ้าท่านอธิบายวิธีทำงานของอาร์ติแฟกต์ชิ้นนั้นให้ข้าฟัง ข้าอาจจะพอทำอะไรบางอย่างเพื่อพวกท่านได้บ้าง" ลิธรู้สึกว่าโชคเริ่มเข้าข้างเขาเสียที เขาเพิ่งจะขุดพบขุมทองเข้าให้แล้ว
เขาจะได้เรียนรู้ข้อมูลอันล้ำค่าที่สามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับอาณาจักรกริฟฟอนได้ตามแต่ใจต้องการ และยังขยับเข้าใกล้ทางออกของปัญหาเรื่องการกลับชาติมาเกิดของตนเอง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
"ข้าต้องขอโทษด้วย ข้าศึกษามันเมื่อหลายทศวรรษก่อน และเมื่อไม่มีความสามารถในการใช้เวทมนตร์ ข้าก็หลงลืมไปเกือบหมดสิ้น" ชายผู้นั้นส่ายหัว "อย่างไรก็ตาม ข้าสามารถพาไปดูแผนผังนั่นได้ มันหาได้ไม่ยากหรอกหากท่านรู้แหล่ง ข้าชื่อเรดัน"
เรดันพนมมือพร้อมกับค้อมตัวให้ลิธเล็กน้อย
"นามของข้าคือ ลินจอส" ลิธตอบกลับไปโดยไม่ลังเล
‘ข้าไม่รู้ว่าชายคนนี้ทำตามความต้องการของตัวเองจริงๆ หรือถูกไอเทมต้องสาปนั่นควบคุมอยู่ ถ้าข้าใช้ชื่อจริง ข้าจะทิ้งร่องรอยเอาไว้ ใครบางคนอาจจะทำแบบเดียวกับข้าแล้วมาคุยกับเรดันก็ได้’
‘ในเมื่อข้าจำเป็นต้องทิ้งปมเอาไว้ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ท่านอาจารย์ใหญ่ผู้ล่วงลับของข้าก็คงไม่ต้องมารับรู้ความเดือดร้อนอะไรแล้วล่ะ’
"แผนผังนั่นอยู่ที่ไหน?"
"อยู่ในห้องส่วนตัวของมหาปุโรหิตเมรุ ภายในปราสาท"
‘ไม่ต้องกังวลไป’ โซลัสส่งเสียงในใจเมื่อสัมผัสได้ถึงความไม่อยากเข้าใกล้ไอเทมต้องสาปที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นของลิธ
‘แม้จะอยู่ในระยะประชิดขนาดนี้ ข้าก็ไม่เห็นสายใยเชื่อมโยงระหว่างเรดันกับแบล็กสตาร์เลย ตอนนี้ไอเทมต้องสาปนั่นอยู่ในช่วงที่อ่อนแอที่สุด วัฏจักรแห่งแสงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และเพราะการแทรกแซงของเรา ม่านพลังจึงแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก’
‘มันกำลังปิดกั้นพลังงานส่วนใหญ่จากพุพลังมานา หากแบล็กสตาร์มัวแต่พุ่งเป้ามาที่พวกเราแทนที่จะรวบรวมพลังงาน การโจมตีครั้งต่อไปของมันก็จะอ่อนแรงเกินกว่าจะสร้างรอยขีดข่วนให้ม่านพลังได้ และหากเป็นเช่นนั้น ไอเทมต้องสาปนั่นจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะฟื้นฟูพลังกลับมาได้ดังเดิม’
‘นับว่าเป็นข่าวดี ถ้าเรดันพูดความจริง ข้าจะได้ความรู้อันประเมินค่ามิได้ แต่ถ้าเขาโกหก เพียงแค่ใช้ก้าวย่างมิติ ข้าก็สามารถกลับไปยังม่านพลังได้ทันที และแบล็กสตาร์ก็จะอ่อนแอลงจนไม่จำเป็นต้องย่างกรายเข้าไปในนรกแห่งนี้อีก ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่มีแต่ได้กับได้’ ลิธครุ่นคิด
"ไปกันเถอะ เราไม่มีเวลาให้เสียเปล่าแล้ว" เขาเอ่ยขึ้น
"ท่านเข้าไปในเมืองด้วยชุดแบบนั้นไม่ได้หรอก" เรดันชี้ให้เห็นถึงจุดสำคัญ "ที่นั่นยังมีพวกคลั่งศาสนาอีกมากที่มองว่าคนนอกคือศัตรู ให้ข้าหยิบยืมชุดของข้าให้ท่านใส่จะดีกว่า"
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.