Chapter 415
417 / 4197
8 min read
Chapter 415 The Idiot Part 2
Published Apr 9, 2026, 07:59 AM
หลังจากได้สดับตรับฟังรายงานและพิจารณาหลักฐานทุกชิ้นที่เจ้ามอบให้ คณะกรรมการชุดนี้มีมติเป็นเอกฉันท์ในการแซ่ซ้องสรรเสริญความมุมานะอุตสาหะของเจ้า ทว่า... คำพูดนั้นช่างไร้ค่านัก ข้าจึงปรารถนาจะตบรางวัลให้เจ้าอย่างสมเกียรติ เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าไม่ต้องการเลื่อนขั้นหรือรับบรรดาศักดิ์ขุนนาง?"
"ขอบพระคุณฝ่าบาท ทว่าข้าหาใช่ผู้นำไม่ การมียศถาบรรดาศักดิ์ที่สูงขึ้นมีแต่จะกลายเป็นขวากหนาม ส่วนตำแหน่งขุนนางก็เปรียบเสมือนตรวนที่จองจำข้าไว้ ข้าคงต้องใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตเพื่อดูแลผู้คนในเขตปกครอง ซึ่งพวกเขาควรจะได้พบกับลอร์ดที่ดีกว่าคนที่จำใจรับตำแหน่งเช่นข้า"
เมรอนลอบถอนหายใจยาว ทว่าเขาก็คาดการณ์คำตอบของลูธไว้อยู่แล้ว
"ข้ากังวลเรื่องสุขภาพของเจ้ายิ่งนัก แต่ข้าจะไม่ขอให้เจ้าหยุดค้นหาวิธีรักษา เพราะเวทมนตร์คือเรื่องของการวิจัยและความทุ่มเท หากจะมีใครสักคนที่สามารถค้นพบทางออกของโชคชะตาที่โหดร้ายนี้ได้ คนผู้นั้นย่อมต้องเป็นเจ้า... ด้วยพรสวรรค์ที่เจ้ามี ข้าเชื่อมั่นว่าเจ้าจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้อีกครั้ง ข้าเฝ้ามองเจ้าเติบโต และหวังว่าจะมีวาสนาได้เห็นเจ้าแก่เฒ่า ว่าแต่... เจ้าสนใจเรื่องการแต่งงานบ้างหรือไม่? ข้าสามารถแนะนำสตรีสูงศักดิ์ให้เจ้าได้มากมาย"
"มันช่างน่าเสียดายหากสายเลือดของเจ้าต้องสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ อีกอย่าง ข้าคิดว่าการมีใครสักคนให้เฝ้ารอการกลับมา ย่อมจะมอบขุมพลังให้เจ้าได้มากกว่าที่เป็นอยู่"
"ขอบพระคุณในความกรุณาอีกครั้งฝ่าบาท แต่คงไม่ดีกว่า ข้ารู้จักตนเองดี หากข้าเริ่มสร้างครอบครัว ข้าคงไม่สามารถทอดทิ้งพวกเขาไปได้ นั่นคือเหตุผลที่ข้ามั่นใจว่าได้ถ่ายทอดทุกสรรพวิชาให้แก่ 'ทิสต้า' น้องสาวของข้าแล้ว ต่อให้ข้าต้องสิ้นลมในวันพรุ่งนี้ มรดกของข้าก็จะยังคงสืบทอดผ่านตัวนาง... ได้โปรด ช่วยดูแลนางในยามที่ข้าไม่อยู่ด้วยเถิด" ลูธเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยรันทด ขณะที่ใช้พลังเวทเค้นหยาดน้ำตาให้คลอเบ้าอย่างแนบเนียน
เขาไม่มีความคิดที่จะมีบุตรแม้แต่น้อย และตระหนักดีว่าในฐานะ 'ผู้ตื่นรู้' (Awakened) ต่อให้พลังชีวิตจะบอบช้ำเพียงใด แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขามีอายุยืนยาวได้มากกว่าหนึ่งร้อยปี แน่นอนว่าไม่มีเหตุผลอันใดที่กษัตริย์จะต้องมารับรู้เรื่องนี้
เป็นครั้งแรกในรอบหลายศตวรรษที่ไทริสต้องพยายามอย่างหนักเพื่อสะกดกลั้นเสียงหัวเราะ
'ให้ตายเถอะมอการ์ ลูธช่างมีวาทศิลป์เหลือล้น ทุกคำที่เขาเอ่ยออกมานับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ ไม่มีคำไหนที่เป็นความจริงแท้หรือคำลวงทั้งหมด เขาปั่นหัวเมรอนราวกับเล่นเครื่องดนตรี นอกจากจะเป็นไอ้ลูกครึ่งที่เหยียดโลก เจ้าเล่ห์ ขี้เหนียว และเป็นจอมลวงโลกเข้าเส้นแล้ว เขายังทำให้ข้านึกถึงวาเลรอนจริงๆ' นางคิดในใจ
"ข้าให้คำสัตย์" เมรอนเอ่ยพลางน้ำตาคลอเบ้า ขณะที่ในใจเริ่มพิจารณาว่าทิสต้ายังมิได้แต่งงาน หากเขาสามารถซื้อใจนางได้ สิ่งที่ลูธทิ้งไว้ก็ย่อมตกเป็นของนาง การฟูมฟักสตรีที่งดงามและเปี่ยมพรสวรรค์เช่นนั้นย่อมไม่มีสิ่งใดเสียหาย
"ตราบเท่าที่ข้ายังยังมีลมหายใจ ข้าจะปกป้องครอบครัวของเจ้าประหนึ่งคนในครอบครัวของข้าเอง"
ดวงหน้าของลูธดูสั่นสะท้านด้วยความตื้นตัน ทว่าในสายตาของไทริสนั้น นางกลับเห็นใบหน้าอีกซีกที่เป็นเกล็ดมังกรกำลังฉีกยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ ราวกับนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อผู้โง่เขลา นางต้องใช้พลังใจมหาศาลเพื่อไม่ให้หลุดขำกับภาพตรงหน้า
ทันใดนั้น ดาบพิธีการที่ตีขึ้นจากเงินบริสุทธิ์ก็ปรากฏขึ้นในหัตถ์ขวาของกษัตริย์
"ข้าอยากจะเลี่ยงสิ่งนี้ เพราะมันจะนำพาความวุ่นวายมาสู่เจ้าประหนึ่งการแหย่รังแตน ทว่าเจ้าไม่เหลือทางเลือกให้ข้าเลย ไม่มีเงินทองจำนวนใดจะล้ำค่าเท่ากับความเสียสละที่เจ้ามีต่ออาณาจักร... ลูธ จงคุกเข่าลง"
ลูธไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เขาก็ปฏิบัติตามโดยดุษณี
'โซลัส?' เขาเอ่ยถามในใจ
'ไม่รู้เหมือนกัน' นางตอบหลังจากค้นหาในตำราทุกเล่มในโซลัสพีเดีย
"ลูธ เวอร์เฮน ข้าขอมอบบรรดาศักดิ์ 'มหาจอมเวท' (Great Mage) แห่งอาณาจักรริฟฟอนให้แก่เจ้า" กษัตริย์เอ่ยพร้อมกับใช้ด้านแบนของตัวดาบแตะลงบนบ่าซ้ายของลูธ ตามด้วยบ่าขวา และปิดท้ายที่กลางศีรษะ
'โอ้ บรรลัยแล้ว! ข้าลืมระบบจัดอันดับจอมเวทไปเสียสนิท' ลูธคิดในใจ 'โซลัส อายุเฉลี่ยของผู้ที่จะขึ้นเป็นมหาจอมเวทคือเท่าไหร่?'
'สำหรับสามัญชนที่เพิ่งสร้างสายเลือดเวทมนตร์ใหม่และไม่มีบรรดาศักดิ์ขุนนาง... ก็ราวๆ ห้าสิบปี' โซลัสตอบ
'นั่นไงล่ะ! ทำดีไม่ได้ดีจริงๆ ตอนนี้ข้ากลายเป็นเป้าล่อเป้าเบ้อเริ่มอีกแล้ว!'
'มันไม่แย่ขนาดนั้นหรอก' โซลัสพยายามปลอบ 'กษัตริย์เพิ่งรับปากจะคุ้มครองเจ้า และตอนนี้เจ้าจะเข้าถึงตำราเวทระดับสูงได้มากขึ้น มองโลกในแง่ดีหน่อยสิ?'
ในที่สุดสีหน้าภายในของลูธก็เริ่มตรงกับที่แสดงออกภายนอก ท่านนายพลและกษัตริย์เดินออกจากห้องไปหลังจากกล่าวแสดงความยินดี ทิ้งไว้เพียงไทริสที่ยังอยู่
"ยินดีที่ได้พบเจ้าเสียที" นางกุมมือเขาไว้ ขณะที่ความเย็นเยียบแล่นผ่านกระดูกสันหลังของลูธ "ข้าหวังว่าจะได้พบเจ้าอีกในสถานการณ์ที่น่ายินดีกว่านี้"
หลังจากนางเดินพ้นประตูไป ลูธรู้สึกสิ้นเรี่ยวแรงจนต้องทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง
'เห็นไหม? โลกไม่ได้แย่ไปเสียหมด ดูเหมือนเจ้าจะเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ นะ' โซลัสหัวเราะคิกคัก
'นิยมกับผีสิ ทำไมข้าถึงต้องเลี่ยงบรินญ่าราวกับเป็นโรคร้ายล่ะ? เพราะค่าเข้างานรื่นเริงแบบนั้นคือการแต่งงานยังไงล่ะ การไปยุ่งเกี่ยวเชิงชู้สาวกับเชื้อพระวงศ์ก็ไม่ต่างจากการเอาปลอกคอทาสมาสวมคอตัวเอง... พูดถึงเรื่องนี้...'
ลูธหยิบอัญมณีสื่อสารออกมาจากกระเป๋าแล้วติดต่อหาคามิลล่า
"ขอโทษนะ พอดีข้ายุ่งมาก เรื่องสำคัญหรือเปล่า?" เป็นครั้งแรกที่นางเปิดระบบฉายภาพโฮโลแกรม เขาเห็นนางหันรีหันขวางอย่างกังวลพลางคอยระวังผู้บังคับบัญชา
"ใช่... ข้าแค่อยากให้เจ้าได้ยินจากปากข้า ก่อนที่เรื่องนี้จะแพร่ไปตามเครือข่าย" น้ำเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดจนสัมผัสได้ คามิลล่าหยุดชะงักและจ้องมองเขาเขม็ง
"โธ่พระเจ้า! อย่าบอกนะว่าเจ้าถูกลดตำแหน่ง? หรือถูกย้าย? ข้ากลัวอยู่แล้วว่าพวกขุนนางขี้อิจฉาจะหาทางเล่นงานเจ้า ตอนนี้เบเลียสปลอดภัยแล้ว เส้นทางการค้าจะเปลี่ยนไปและต้องมีคนเสียผลประโยชน์มหาศาล... พวกเขาส่งเจ้าไปทำภารกิจฆ่าตัวตายงั้นเหรอ?" นางกัดเล็บด้วยความเครียด
"ข้ายังไม่ประสาทแดกขนาดนั้น! อย่าเพิ่งแช่งกันสิ เรื่องมันซับซ้อน... แต่สรุปสั้นๆ คือ ข้าจบสิ้นแล้ว กษัตริย์เพิ่งแต่งตั้งข้าเป็น 'มหาจอมเวท'"
"อะไรนะ!" นางกระโดดพรวดออกจากเก้าอี้จนเพื่อนร่วมงานหันมามองเป็นตาเดียว
"นั่นแหละ ข้ารู้ดีว่ามันหมายถึงปัญหาใหญ่ นายพลมอร์น ริฟฟอน ก็จ้องจะงาบหัวข้าอยู่แล้ว ไหนจะพวกตระกูลขุนนางเก่าแก่พวกนั้นอีก ตอนนี้ข้าเหมือนเดินอยู่บนเปลือกไข่ ข้าคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้า..."
"มันเป็นข่าวที่วิเศษที่สุดเลย! พ่อแม่ของเจ้าว่ายังไงบ้าง?" นางตัดบทเขาอย่างรวดเร็ว
"ยังไม่ได้บอก เพราะพวกเขายังไม่รู้ ตอนนี้ข้ากำลังตรงกลับบ้าน ข้าต้องรีบเตือนพวกเขาเรื่อง..."
"เดี๋ยวก่อน... เจ้ากำลังจะบอกว่า 'ข้า' เป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้งั้นเหรอ?"
"ก็มีเจ้า มีข้า กษัตริย์ นายพลมอร์น แล้วก็พนักงานทะเบียนราชวงศ์อีกคน ทำไมเหรอ?" ลูธเริ่มปวดหัวหนักกว่าเดิม
"มันเป็นข่าวที่ยอดเยี่ยมที่สุดเลย!" นางทวนซ้ำพร้อมรอยยิ้มอันเจิดจรัส "ไว้ถึงบ้านแล้วโทรหาข้านะ แล้วเจอกัน" ภาพโฮโลแกรมวูบหายไปพร้อมกับการตัดสาย
'ข้าสาบานได้เลย เรื่องนี้เหมือนตอนฟลอเรียไม่มีผิด ต่อให้เจ้าจะพูดเหตุผลแค่ไหน พวกผู้หญิงก็จะหยุดฟังแล้วเริ่มหัวเราะคิกคักแทน ข้าไม่ได้ตั้งใจจะ...'
ลูธหยุดจมปลักกับความสมเพชตัวเองแล้วลองทบทวนบทสนทนาในหัว โดยลองสมมติตนเองเป็นคามิลล่า
'ข้ามันไอ้งี่เง่าจริงๆ' นั่นคือคำตัดสินสุดท้าย
'ยิ่งกว่างี่เง่าอีก เจ้ามันพวกเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง' โซลัสตำหนิ 'เจ้ามัวแต่จดจ่ออยู่กับการระแวงศัตรู จนมองข้ามความรู้สึกของคนใกล้ชิดไปเสียสนิท โชคดีนะที่พวกเจ้าเพิ่งเดทกันแค่ครั้งเดียว ไม่งั้นแม่สาวน้อยผู่น่าสงสารคงคิดว่าเจ้ารักนางเข้าเต็มเปาแล้ว'
'ขืนเจ้ายังทำตัวแบบนี้ต่อไป สักวันหนึ่ง... จะต้องมีใครบางคนต้องบาดเจ็บเพราะเจ้า'
ลูธทำได้เพียงเห็นด้วยกับนางอย่างเงียบๆ เมื่อเขามาถึงประตูวาร์ปมุ่งสู่เดริออส เมืองหลวงของเขตมาร์ควิสเดสทาร์ เขาก็ยังคงก่นด่าตัวเองไม่หยุด
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องควบคุมที่เหล่านักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่ประสานงานกำลังปฏิบัติหน้าที่ ผู้บังคับบัญชาก็เดินเข้ามาประกาศข่าวสำคัญ
"เผื่อใครยังไม่รู้ ร้อยโทคามิลล่า เยวัล กำลังเดทกับ 'มหาจอมเวท' อยู่... วันนี้เครื่องดื่มรอบแรกนางเป็นเจ้ามอนะทุกคน!"
เสียงปรบมือดังกึกก้องตามมาด้วยคำแสดงความยินดี เพื่อนร่วมงานทุกคนต่างอวยพรให้คามิลล่าโชคดี ทว่าสิ่งที่นางต้องการเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ คือการหายตัวไปจากตรงนั้นเสียเดี๋ยวนั้น
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.