Chapter 2128
2128 / 2354
7 min read
Chapter 2128: Ten Royal Phoenix Clans’ Gathering(3)
Published Apr 5, 2026, 02:03 AM
บทที่ 2128: การรวมตัวของสิบตระกูลฟีนิกซ์ราชัน (3)
เมื่อการแนะนำตัวสิ้นสุดลง หยวนจึงเริ่มเปิดฉากสนทนาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้าทราบดีว่าเวลาของพวกท่านนั้นมีค่าดั่งทองคำ ดังนั้นข้าจะขอเข้าประเด็นโดยไม่ให้อ้อมค้อม”
“พวกท่านเลือกผูกสัมพันธ์เป็นพันธมิตรกับจักรพรรดิสวรรค์ เพียงเพราะเขาให้คำมั่นว่าจะช่วยยกระดับสายเลือดของพวกท่านให้บริสุทธิ์ขึ้นอีกสามส่วน ทว่า... ระหว่างข้ากับจักรพรรดิสวรรค์นั้นเรียกได้ว่าความสัมพันธ์ค่อนข้างจะ ‘ปีนเกลียว’ กันอยู่ไม่น้อย และข้าต้องการให้พวกท่านมาติดตามข้า แทนที่จะไปรับใช้จักรพรรดิสวรรค์ผู้นั้น”
สิ้นคำกล่าว เหล่าฟีนิกซ์ในห้องโถงต่างเบิกตากว้าง จ้องมองหยวนราวกับไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ชั่วอึดใจที่ความเงียบเข้าปกคลุม ทันใดนั้น เสียงระเบิดหัวเราะก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้อง
“เจ้าอยากให้พวกเราไปติดตามเจ้าน่ะหรือ?! แทนที่จะเป็นจักรพรรดิสวรรค์เนี่ยนะ? ฮ่าๆๆ! นี่คือเรื่องตลกที่น่าขำที่สุดในรอบทศวรรษเลยทีเดียว!”
ครั้นเสียงหัวเราะเริ่มซาลง ผู้นำตระกูลฟีนิกซ์อัคคีจุติก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความขุ่นเคือง “ประการแรก พวกเราไม่ได้ ‘รับใช้’ จักรพรรดิสวรรค์ ความจริงคือพวกเราไม่ได้รับใช้ใครหน้าไหนทั้งนั้น สิ่งที่ทำอยู่คือการร่วมมือกัน ซึ่งมันแตกต่างจากการเป็นข้ารับใช้อย่างสิ้นเชิง” ตามด้วยผู้นำตระกูลฟีนิกซ์ชาดจักรพรรดิที่สำทับขึ้นว่า “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าใช้เล่ห์กลใดล่อลวงจนฟีนิกซ์บรรพกาลยอมตกเป็นข้ารับใช้ของเจ้าได้ แต่มันจะไม่ได้ผลกับพวกเรา ไม่ว่าข้อเสนอของเจ้าจะเลิศเลอเพียงใด พวกเราก็ไม่มีวันก้มหัวรับใช้เจ้า”
“เหตุใดไม่เก็บความคิดนั้นไว้ก่อน จนกว่าจะได้ฟังข้อเสนอของข้าล่ะ? ข้าเคยเปรยไว้แล้วว่าข้ามีสิ่งที่ดีกว่าที่จักรพรรดิสวรรค์มอบให้พวกท่านเสียอีก และนั่นคือเหตุผลที่บางคนในที่นี้ยอมอุตส่าห์ดั้นด้นมาปรากฏตัว”
ห้องทั้งห้องตกสู่ความเงียบงัน เหล่าฟีนิกซ์เริ่มส่งกระแสจิตสนทนากันเองอย่างรวดเร็ว
หยวนไม่ได้ยี่หระกับสิ่งที่พวกเขากำลังปรึกษาซุบซิบกันแม้แต่น้อย เขาเพียงรอคอยอย่างสุขุมและอดทน
ผ่านไปครู่ใหญ่ ผู้นำตระกูลฟีนิกซ์ชาดจักรพรรดิจึงเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบ “ก็ได้... พวกเราจะลองฟังเจ้าดูสักครา ไหนลองว่าข้อเสนอของเจ้ามาซิ”
น้ำเสียงของหยวนยังคงหนักแน่นและชัดถ้อยชัดคำขณะประกาศกร้าว “ไม่เพียงแต่ข้าจะยกระดับความบริสุทธิ์ของสายเลือดพวกท่านให้มากกว่าสามส่วน แต่ข้ายังจะมอบโอกาสในการ ‘วิวัฒนาการสายเลือด’ ให้แก่สามตระกูลแรกที่ตกลงใจมาติดตามข้าด้วย!”
“อะไรนะ?! วิวัฒนาการสายเลือดอย่างนั้นรึ?!” ผู้นำตระกูลหลายคนถึงกับผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึงสุดขีด
ทว่า ในกลุ่มนั้นกลับมีบางส่วนที่แค่นเสียงเหยียดหยามออกมาด้วยความโกรธแค้น “เจ้าคาดหวังจะให้พวกเราเชื่อเรื่องเหลวไหลเช่นนี้น่ะหรือ? นี่คืออุบายเดิมๆ ที่เจ้าใช้หลอกลวงฟีนิกซ์บรรพกาลใช่หรือไม่?”
“การหลอกลวงสิบตระกูลฟีนิกซ์ราชันจะมีประโยชน์อันใดกัน? ข้าไม่ได้โง่เขลาถึงเพียงนั้น” หยวนกล่าวพลางส่ายหน้าช้าๆ “แม้ข้าไม่อาจรับปากว่าจะวิวัฒนาการสายเลือดได้สำเร็จทุกคน แต่ข้ารับประกันได้ว่าข้าสามารถเพิ่มความบริสุทธิ์ของสายเลือดพวกท่านไปจนถึงจุดสูงสุดได้ นอกจากนี้ยังมีผลประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายสำหรับการติดตามข้า แต่ข้าจะขอเก็บไว้กล่าวในภายหลัง”
“ต่อให้เจ้าพูดความจริง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าพวกเราจะยอมเชื่อแค่คำพูดลอยๆ? เช่นเดียวกับที่เราต้องตรวจสอบสายเลือดของฟีนิกซ์บรรพกาลก่อน พวกเราต้องการหลักฐานที่จับต้องได้สำหรับคำกล่าวอ้างของเจ้า”
“แน่นอน ข้าจะพิสูจน์ให้เห็นกับตา”
หยวนกวาดสายตาคมกริบไปทั่วห้องก่อนจะหยุดลงที่บุคคลหนึ่ง
“เฟิงห้าวอวี่ มานี่สิ”
“ข้าหรือ?” เฟิงห้าวอวี่ที่มาร่วมประชุมพร้อมกับมารดาและผู้อาวุโสสูงสุด ทำหน้าเหลอหลาด้วยความงุนงงเมื่อถูกเรียกชื่อ
หยวนพยักหน้าเงียบๆ
เฟิงห้าวอวี่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงมายังกึ่งกลางห้องโถง
จากนั้น หยวนจึงเอ่ยกับเขาว่า “ก่อนจะเริ่ม ข้าอยากจะขอโทษเจ้าที่เคยหลอกลวงขณะที่ปลอมตัวเป็นฟีนิกซ์บรรพกาล และข้าจะไม่ถือโทษโกรธเคืองเลย หากเจ้าไม่ปรารถนาจะติดตามข้าอีกต่อไป”
“เรื่องนั้น...” เฟิงห้าวอวี่เริ่มอึกอัก เขาพยายามหาคำพูดแต่กลับพบว่าลำคอแห้งผากจนต้องรีบหุบปากลง
“ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจอย่างไร ข้าก็จะยกระดับสายเลือดของเจ้าอย่างถาวรเพื่อเป็นการขอโทษ” หยวนหันไปมองฟีนิกซ์ที่เป็นคนทดสอบสายเลือดของเฟิงยู่เซียงก่อนหน้านี้ “ท่านควรตรวจสอบสายเลือดของเขาก่อนที่ข้าจะเริ่ม เพื่อที่ทุกท่านจะได้ประจักษ์ถึงผลลัพธ์ด้วยตาตนเอง”
ฟีนิกซ์ผู้นั้น ซึ่งมาจากตระกูลฟีนิกซ์สง่างาม พยักหน้ารับแล้วเดินเข้าหาเฟิงห้าวอวี่ พร้อมกับถือ ‘เข็มฟีนิกซ์สวรรค์’ เพื่อเก็บตัวอย่างเลือด
เพียงไม่กี่อึดใจหลังจากเก็บเลือดของเฟิงห้าวอวี่ เข็มฟีนิกซ์สวรรค์ก็เปล่งประกายเผยระดับความบริสุทธิ์ออกมา
“86.4 ส่วน”
“ไม่เลว” เฟิงหลิงหยาง ผู้เป็นมารดา พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ทว่าด้วยสายเลือดของนางที่อ่อนแอลง ทำให้สายเลือดของเฟิงห้าวอวี่พลอยได้รับผลกระทบ จนลดระดับลงจากเดิมที่เคยอยู่ที่ 87 ส่วน
“86.4 ส่วน สินะ? จำตัวเลขนั้นไว้ให้ดี”
สิ้นคำ หยวนก็เรียก ‘เหวทมิฬ’ ออกมา ต่อหน้าสายตาของทุกคน เขาใช้คมดาบสะกิดปลายนิ้วเบาๆ จนเลือดหลายหยดซึมออกมา แม้ในมือเขาจะมีเลือดที่เตรียมไว้ล่วงหน้าอยู่บ้าง แต่เขาจำเป็นต้องแสดงหลักฐานให้เหล่าฟีนิกซ์เห็นว่าเลือดนี้เป็นของเขาจริงๆ
ทันทีที่เลือดสดๆ ของหยวนสัมผัสกับอากาศ กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ลึกลับก็ขจรขจายไปทั่วห้องโถง วินาทีที่เหล่าฟีนิกซ์ได้กลิ่น พวกเขาต่างพากันกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว หยวนรองเลือดของตนไว้แล้วยื่นไปตรงหน้าเฟิงห้าวอวี่พร้อมออกคำสั่ง “ดื่มซะ”
“เอ๋?” เฟิงห้าวอวี่ตาโตด้วยความตกใจกับคำสั่งนั้น
“หากเจ้าต้องการยกระดับสายเลือด ก็จงดื่มมัน แต่ถ้าไม่... ข้าจะยกมันให้คนอื่นแทน” หยวนกล่าวเสียงเรียบ
เฟิงห้าวอวี่ตกอยู่ในห้วงความคิดอย่างหนัก สำหรับสัตว์เทพแล้ว การดื่มเลือดของมนุษย์ถือเป็นเรื่องที่น่าอัปยศอดสู—เป็นพฤติกรรมที่คู่ควรกับเหล่าสัตว์อสูรป่าเถื่อนที่รื่นรมย์กับความกระหายเลือดเท่านั้น
ทว่า แม้จะรู้สึกรังเกียจเพียงใด เฟิงห้าวอวี่กลับสลัดความรู้สึกที่ว่า ‘หากปฏิเสธไปเขาจะต้องเสียใจอย่างสุดซึ้ง’ ทิ้งไปไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเขาสังเกตเห็นเฟิงยู่เซียงที่จ้องมองเลือดหยดนั้นด้วยดวงตาที่เป็นประกายกระหายอยากอย่างรุนแรง
“ตกลง ข้าจะดื่ม!”
ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่แน่วแน่ เฟิงห้าวอวี่รับเลือดนั้นมาแล้วดื่มรวดเดียวจนหมดสิ้น
“รสชาติดียิ่งนัก!” เขาโพล่งออกมาอย่างลืมตัว รสสัมผัสนั้นช่างแตกต่างจากทุกสิ่งที่เขาเคยลิ้มลอง—มันทั้งละเมียดละไมและศักดิ์สิทธิ์ ราวกับถูกรังสรรค์ขึ้นจากสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า
ทันใดนั้น ความรู้สึกที่คุ้นเคยก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างของเขา มันช่างคล้ายคลึงกับความรู้สึกเมื่อครั้งที่หยวนเคยมอบพรให้เขากว่าหนึ่งปีก่อนอย่างน่าประหลาด
เพื่อความมั่นใจ หยวนยังได้ร่าย ‘พรแห่งจักรพรรดิอมตะ’ ให้แก่เฟิงห้าวอวี่เสริมเข้าไปอีกด้วย
“เอาล่ะ ท่านตรวจสอบสายเลือดของเขาอีกครั้งได้เลย” หยวนเอ่ยพลางหันไปทางฟีนิกซ์ที่ถือเข็มฟีนิกซ์สวรรค์อยู่
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

