Chapter 5032
5030 / 5804
11 min read
Chapter 5032, Taking the World Tree
Published Apr 11, 2026, 02:16 PM
## บทที่ 5032: ยึดครองต้นไม้โลก
**ผู้แปล:** ศิลวินทร์ & จร
**ตรวจสอบการแปล:** PewPewLazerGun
**บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร:** ลีโอแห่งเขาไซออน & เดล ไลเกอร์คีย์ส
---
เพียงหนึ่งชั่วโมงให้หลัง ผลไม้โลกทั้งหมดก็ถูกเก็บรวบรวมจนสิ้น
แม้ว่าจะไม่มีผลไม้หลงเหลืออยู่แล้ว ทว่าร่างแยกของต้นไม้โลกที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาก็ยังคงเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างยิ่งยวด ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่ปรารถนาที่จะพลาดมันไป
อย่างไรก็ตาม ฉาหู่ไม่ได้นำผลไม้โลกเก็บเข้าไปในจักรวาลย่อยของตนในทันที หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยขึ้น "หยางไค่ จงรับต้นไม้โลกนี้ไป"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยางไค่ก็ถึงกับตกตะลึง
ฉาหู่กล่าวต่อไป "แม้ว่าราชันย์ผู้นี้จะไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะนำมาซึ่งประโยชน์อันใด แต่ข้าคาดว่ามันคงไม่ก่อให้เกิดโทษภัย ตราบใดที่มันยังเป็นร่างแยกของต้นไม้โลกที่ถูกปลูกไว้ในจักรวาลย่อยของยอดฝีมือบรรพกาล แม้ว่าเจ้าจะเป็นเพียงราชันย์สวรรค์ชั้นเจ็ด แต่พวกเราต้องรับประกันความปลอดภัยของเจ้า เพราะเจ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อพวกเรา หากสิ่งนี้ไม่นำมาซึ่งประโยชน์ใดๆ ก็ไม่เป็นไร ทว่าหากมีประโยชน์ใดๆ มันก็น่าจะช่วยให้เจ้าเติบโตในพละกำลังได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อที่เจ้าจะสามารถป้องกันตนเองได้ในสมรภูมิหมึกดำ"
หยางไค่ผู้รู้สึกซาบซึ้งใจรีบประสานมือคารวะ "ขอบคุณท่านมากขอรับ"
ฉาหู่โบกมือ "เจ้าคือผู้ค้นพบโลกผนึกทั้ง 11 แห่งนี้ หากปราศจากเจ้า พวกเราคงไม่ได้รับประโยชน์มากมายถึงเพียงนี้ตั้งแต่แรก ดังนั้นเจ้ามีสิทธิ์ที่จะเก็บรักษาสิ่งนี้ไว้ อย่างไรก็ตาม ราชันย์ผู้นี้ต้องชี้แจงให้เจ้าเข้าใจอย่างหนึ่ง แม้ว่าคนจากแดนในจะไม่คัดค้านเมื่อพวกเขารู้ว่าเจ้าได้สิ่งนี้ไป แต่เจ้าจะต้องใช้คุณูปการทหารของเจ้าเพื่อแลกมันมา ส่วนจะต้องใช้คุณูปการทหารมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะได้รับประโยชน์จากสมบัตินี้มากเพียงใด เมื่อเรากลับไปยังแดนใน เหล่าผู้บัญชาการทัพจะสอบถามเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้เอง"
หยางไค่พยักหน้า "ข้าเข้าใจแล้ว"
แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ค้นพบสมบัติในโลกผนึกแห่งนี้ แต่กฎก็คือกฎ ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องถูกส่งมอบและจากนั้นจึงค่อยแลกเปลี่ยนเป็นคุณูปการทหารในสมรภูมิหมึกดำ
"ลงมือได้แล้ว ข้าจะไปสำรวจแถวนั้นดู" ฉาหู่กล่าวจบก็เคลื่อนกายไปยังสวนสมุนไพร สมุนไพรวิญญาณส่วนใหญ่ในสวนถูกเก็บไปแล้ว แต่สมุนไพรที่ไม่สามารถระบุชนิดได้ยังคงอยู่ที่เดิม พวกเขาไม่กล้าที่จะเก็บมันไปเพราะเกรงว่าสรรพคุณทางยาจะเสียหาย
หยางไค่ยืนอยู่หน้าร่างแยกของต้นไม้โลก เขาพลันโคจรพลังจิตศักดิ์สิทธิ์ของตนเอง และในขณะที่หลักการแห่งมิติพลันปรากฏขึ้นเป็นระลอกคลื่น ห้วงมิติโดยรอบก็เริ่มบิดเบี้ยว
ในตอนแรกเขาคาดว่า ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา การย้ายร่างแยกของต้นไม้โลกนี้เข้าไปในจักรวาลย่อยของตนคงไม่ใช่เรื่องยาก
กระนั้นก็ตาม หลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียด หยางไค่ก็ตระหนักว่าตนเองไร้เดียงสาเกินไป
สองชั่วโมงต่อมา หลังจากที่ฉาหู่เก็บสมุนไพรวิญญาณที่เหลืออยู่ในสวนสมุนไพรเสร็จสิ้น เขาก็ตระหนักว่าหยางไค่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าร่างแยกของต้นไม้โลกไม่ขยับเขยื้อน ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้าของเขาซีดเผือดเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขาได้สูญเสียพลังงานไปไม่น้อย
ด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น ฉาหู่ปรากฏกายขึ้นข้างๆ เขาและรอคอยอย่างอดทน
อีกสองชั่วโมงต่อมา หยางไค่ลืมตาขึ้นและระบายลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
"เกิดอะไรขึ้น?" ฉาหู่เอ่ยถาม ไป๋อี้ที่อยู่ข้างๆ ก็มองมายังหยางไค่ด้วยความสงสัยใคร่รู้
หยางไค่เผยรอยยิ้มอย่างจนปัญญา "ท่านขอรับ ร่างแยกของต้นไม้โลกนี้เชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับโลกผนึกแห่งนี้ พวกมันไม่อาจแยกจากกันได้"
ฉาหู่ถึงกับตะลึง "จริงรึ?"
ขณะที่พูด เขาก็ปลดปล่อยพลังจิตศักดิ์สิทธิ์ของตนออกไปสำรวจโดยรอบ เขามีพลังมากกว่าหยางไค่ ดังนั้นจึงใช้เวลาตรวจสอบน้อยกว่า เพียงไม่นานเขาก็พบว่ามันเป็นอย่างที่หยางไค่กล่าวไว้ไม่มีผิด ร่างแยกของต้นไม้โลกและโลกผนึกนี้เป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่อาจแยกจากกันได้
สิ่งนี้ทำให้เขาประหลาดใจอย่างแท้จริง ตอนที่เขาบอกให้หยางไค่รับต้นไม้โลกไปนั้น เขาทำไปเพื่อประโยชน์ของหยางไค่เอง ดั่งที่เขาได้กล่าวไว้ แม้จะไม่รู้ว่าต้นไม้โลกจะนำมาซึ่งประโยชน์อันใด แต่การรับมันไปก็ไม่น่าจะก่อให้เกิดโทษภัยใดๆ หากมีประโยชน์จริงๆ หยางไค่ก็จะได้รับประโยชน์จากมันและสามารถเติบโตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
แม้ว่าราชันย์สวรรค์ชั้นเจ็ดจะถือว่าแข็งแกร่งพอตัว แต่หยางไค่ยังคงอ่อนแอเกินไปที่จะต่อกรกับเจ้าครองอาณาเขต และหากเขาเผชิญหน้ากับราชันย์ เขาจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตแม้แต่น้อย
ฉาหู่หวังว่าหยางไค่จะสามารถก้าวขึ้นสู่ขอบเขตราชันย์สวรรค์ชั้นแปดได้อย่างรวดเร็ว เพื่อที่เขาจะได้สร้างคุณูปการให้แก่มวลมนุษย์ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเมื่อร่างแยกของต้นไม้โลกนี้เชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับโลกผนึก แม้แต่ผู้บัญชาการหน่วยระดับราชันย์สวรรค์ชั้นแปดเช่นเขาก็ยังไม่สามารถเอามันไปได้อย่างง่ายดาย นับประสาอะไรกับหยางไค่
"ช่างน่าเสียดายนัก!" ฉาหู่ถอนหายใจยาว
หยางไค่ขมวดคิ้ว "ยังมีหนทางที่จะเก็บต้นไม้นี้ไปได้ แต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย"
ฉาหู่ฉงนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานเขาก็เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย "เจ้าทำเช่นนั้นไม่ได้ อย่าได้คิดถึงมันเลย"
"ท่านรู้ว่าข้าหมายถึงอะไรหรือขอรับ?"
ฉาหู่แค่นเสียง "ในเมื่อสิ่งนี้และโลกผนึกเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น เจ้าก็เพียงแค่ต้องเก็บโลกผนึกทั้งใบเข้าไปในจักรวาลย่อยของเจ้าเพื่อที่จะได้ต้นไม้นี้ไป"
"ถูกต้องขอรับ" หยางไค่พยักหน้า "ไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว"
ฉาหู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "การทำเช่นนั้น จะทำให้แก่นแท้แห่งเต๋าหลากหลายชนิดในโลกผนึกนี้หลอมรวมเข้ากับจักรวาลย่อยของเจ้า หากแก่นแท้แห่งเต๋าเหล่านั้นส่งเสริมจักรวาลย่อยของเจ้า ก็คงจะดี พวกมันอาจจะช่วยเสริมพลังของเจ้าให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยซ้ำ ทว่าหากพวกมันขัดแย้งกับจักรวาลย่อยของเจ้า พวกมันก็ไม่ต่างอะไรจากมลทินสำหรับเจ้า และอาจส่งผลกระทบต่อรากฐานของเจ้าได้ เจ้าต้องรู้ว่าวิธีการนี้คือสิ่งที่พวกบำเพ็ญตบะสายมารใช้เพื่อเพิ่มพลังของตนโดยการกลั่นพลังแห่งโลกของจักรวาลต่างๆ อย่างฝืนขืน"
โดยพื้นฐานแล้ว โลกผนึกนี้คือจักรวาลย่อยที่หลงเหลือจากยอดฝีมือบรรพกาล ซึ่งบรรจุการบ่มเพาะที่สั่งสมมาทั้งหมดก่อนตายของพวกเขา แก่นแท้แห่งเต๋าที่ซ่อนอยู่ในโลกผนึกนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อหยางไค่ทั้งหมด ตรงกันข้าม พวกมันน่าจะเป็นอันตรายต่อเขาเสียมากกว่า นั่นคือเหตุผลที่ฉาหู่คัดค้านความคิดนี้ เขาต้องการให้หยางไค่รับร่างแยกของต้นไม้โลกไปเพราะต้องการช่วยให้หยางไค่เติบโต ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการเห็นชายหนุ่มทำลายรากฐานของตนเอง
หยางไค่พยักหน้า "แน่นอน ข้าเข้าใจเรื่องนั้นดี แต่โปรดอย่าลืมว่าข้ามีน้ำพุโลกที่สามารถปกป้องจักรวาลย่อยของข้าจากอิทธิพลภายนอกได้ ด้วยสิ่งนี้ มันจะใช้เวลาเพียงชั่วครู่ในการขับไล่พลังแห่งโลกและแก่นแท้แห่งเต๋าที่ไม่เข้ากันในโลกผนึกนี้ออกไป เมื่อถึงตอนนั้น ร่างแยกของต้นไม้โลกนี้ก็จะอยู่ในจักรวาลย่อยของข้าแล้ว"
หยางไค่เคยมีประสบการณ์คล้ายกันนี้มาก่อน ในอดีต ตอนที่เขานำเหล่าราชันย์สวรรค์ชั้นหกจากแดนอสูรไปล่าสังหารจั่วฉวนฮุ่ยในดินแดนมหามิติใหม่ ฝ่ายหลังซึ่งกำลังจะพ่ายแพ้ ได้แผ่ขยายจักรวาลย่อยของตนออกมาเพื่อต่อต้านเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อตอบโต้ หยางไค่จึงได้ปรากฏจักรวาลย่อยของตนออกมาเช่นกัน แม้ว่าในที่สุดเขาจะสังหารจั่วฉวนฮุ่ยได้ แต่พลังส่วนใหญ่ของฝ่ายหลังก็ได้ตกค้างอยู่ในจักรวาลย่อยของเขาหลังจากการปะทะกันระหว่างจักรวาลย่อยของทั้งสอง
หยางไค่ต้องใช้ความพยายามพอสมควรในการกำจัดมลทินเหล่านี้ แต่รากฐานของเขาก็ไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย
ในตอนนั้นเขายังไม่มีน้ำพุโลกด้วยซ้ำ ดังนั้นเมื่อมีแล้ว เขาจึงไม่กังวลสิ่งใด
ฉาหู่ยังคงลังเล แต่หยางไค่ตีเหล็กเมื่อยังร้อนโดยกล่าวว่า "ท่านขอรับ แม้แต่พลังแห่งหมึกดำก็ยังไม่อาจบุกรุกจักรวาลย่อยของข้าได้ แล้วเหตุใดข้าต้องหวาดกลัวพลังของโลกผนึกนี้ด้วยเล่า? อาจกล่าวได้ว่า ข้าคือบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการเก็บสมบัตินี้"
ฉาหู่เริ่มคล้อยตามเมื่อได้ยินเช่นนั้น "แต่เจ้าต้องใช้เวลานานพอสมควรในการกำจัดมลทินทั้งหมด ความพยายามของเจ้าจะสูญเปล่าหากไม่มีประโยชน์ใดๆ เกิดขึ้น"
หยางไค่ตอบด้วยรอยยิ้ม "มันใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อลองดู แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์ใดๆ ข้าก็ยังมีร่างแยกของต้นไม้โลกในจักรวาลย่อยของข้า ซึ่งอาจจะออกผลเป็นผลไม้โลกในอนาคตได้ ยิ่งไปกว่านั้น มันคือร่างแยกของต้นไม้โลก ไม่มีทางที่จะไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย"
ฉาหู่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "เอาล่ะ เจ้าลองดูได้ ราชันย์ผู้นี้จะคอยคุ้มกันให้เจ้า แต่หากมีสิ่งผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น เจ้าต้องยอมแพ้ในทันที"
"ขอบคุณท่านมากขอรับ" หยางไค่ประสานมือคารวะ
เมื่อตัดสินใจแล้วว่าหยางไค่จะนำโลกผนึกนี้เข้าไปในจักรวาลย่อยของตน ก็ไม่จำเป็นต้องสำรวจอะไรอีกต่อไป ฉาหู่จึงสั่งให้คนอื่นๆ ออกไป
ในไม่ช้า ก็เหลือเพียงหยางไค่และฉาหู่ในโลกผนึก
หยางไค่สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะโคจรพลังเพื่อแผ่ขยายจักรวาลย่อยของตนออกไป
ในชั่วพริบตาต่อมา จักรวาลย่อยของเขาแผ่ขยายออกไปราวกับสายฟ้าฟาดและกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
ฉาหู่ลอยอยู่ในห้วงอากาศและมองไปรอบๆ อย่างตั้งใจ เมื่อได้เห็นจักรวาลย่อยของชายหนุ่ม เขาก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้น
ตามหลักแล้ว หยางไค่เป็นราชันย์สวรรค์ชั้นเจ็ดที่เพิ่งเลื่อนระดับขึ้นมาใหม่ ดังนั้นรากฐานของเขาไม่ควรจะมั่นคงมากนัก อย่างไรก็ตาม ฉาหู่สามารถมองเห็นได้ว่า แทนที่จะไม่มั่นคง มรดกแห่งจักรวาลย่อยของหยางไค่กลับอุดมสมบูรณ์และมั่งคั่ง ขณะที่จักรวาลย่อยแผ่ขยายออกไป เขายังมองเห็นสิ่งมีชีวิตภายในนั้นด้วย นอกจากนี้ยังมีน้ำพุเล็กๆ ที่มอบรัศมีอันสดชื่นและมั่นคงให้แก่จักรวาลย่อยทั้งหมด
เมื่อเขาถูกห่อหุ้มด้วยจักรวาลย่อยของหยางไค่ ฉาหู่ก็ตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ และในชั่วพริบตานั้น เขารู้สึกว่าการรับรู้ถึงเวลาของเขาบิดเบี้ยวไป
[มรรคาแห่งกาลเวลา?] เขาเลิกคิ้วขึ้น
ทุกคนรู้ว่าหยางไค่เป็นผู้เชี่ยวชาญในมรรคาแห่งมิติ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขายังเชี่ยวชาญในมรรคาแห่งกาลเวลาด้วย
ฉาหู่ถึงกับตกตะลึง สงสัยว่าเจ้าเด็กนี่จัดการฝึกฝนทั้งมรรคาแห่งมิติและมรรคาแห่งกาลเวลาไปพร้อมกันได้อย่างไร ต้องรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะเรียนรู้พื้นฐานของมรรคาที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ นับประสาอะไรกับการเชี่ยวชาญมัน การที่ใครคนหนึ่งจะเชี่ยวชาญในหนึ่งในสองมรรคาที่ยิ่งใหญ่อันลี้ลับนี้ก็นับว่าเป็นโชคดีอย่างมหาศาลแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อว่าจะมีใครบางคนบรรลุผลสำเร็จในทั้งสองมรรคา
ขณะที่อารมณ์ของฉาหู่กำลังปั่นป่วน จักรวาลย่อยของหยางไค่ก็ได้กลืนกินโลกผนึกทั้งใบเข้าไปแล้ว เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกไม่สบายใดๆ ฉาหู่ก็วางใจลง
ทันใดนั้น หยางไค่หันมาหาเขาและกล่าวว่า "โปรดย้ายออกจากที่นี่ด้วยขอรับ ท่าน"
หลังจากพยักหน้า ฉาหู่ก็กลายร่างเป็นลำแสงและพุ่งไปยังประตูทางออก
ตอนที่หยางไค่แผ่ขยายจักรวาลย่อยของตนนั้น ไม่มีปัญหาใดๆ กับการที่ฉาหู่อยู่ที่นั่น แต่ตอนนี้ที่หยางไค่กำลังจะดึงจักรวาลย่อยของตนกลับ เขาจึงต้องจากไป ท้ายที่สุดแล้ว ฉาหู่มีระดับสูงกว่าหยางไค่อยู่หนึ่งขอบเขต ดังนั้นความจุของจักรวาลย่อยของชายหนุ่มจึงไม่ใหญ่พอที่จะรองรับเขาได้
หลังจากออกจากประตู ฉาหู่หันกลับไปและรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากโลกผนึก เสียงครืนครั่นดังขึ้นเป็นระยะๆ และตำแหน่งของประตูก็บิดเบี้ยวราวกับว่ามันจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
สถานการณ์นี้ดำเนินต่อไปเป็นเวลาสองสามวันจนกระทั่งประตูหายไปในที่สุด ในชั่วพริบตาต่อมา ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า เขาคือหยางไค่นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของเขาในขณะนี้ซีดขาวราวกับกระดาษ และรัศมีพลังของเขาก็ไม่มั่นคง ราวกับว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
ไป๋อี้รีบเข้าไปหาเขาทันที แต่หยางไค่โบกมือเพื่อบอกว่าเขาไม่เป็นไร
ตอนนี้ที่เขาดูซีดเผือดเป็นเพราะเขาฝืนนำโลกผนึกเข้าไปในจักรวาลย่อยของตน โลกผนึกคือจักรวาลย่อยที่หลงเหลือจากยอดฝีมือในสมัยโบราณ เป็นที่คาดหมายได้ว่าหยางไค่จะได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงหลังจากรับมันเข้าไป อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำเช่นนั้นเพื่อที่จะได้ต้นไม้โลกมา
หากเป็นราชันย์สวรรค์ชั้นเจ็ดโดยเฉลี่ยที่พยายามทำเช่นนี้ จักรวาลย่อยของเขาย่อมต้องระเบิดออกเป็นแน่ โชคดีที่หยางไค่มีน้ำพุโลกคอยปกป้องจักรวาลย่อยของเขา ดังนั้นแม้ว่ากระบวนการจะยากลำบาก แต่เขาก็ไม่ได้ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะต้องเสียชีวิต
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.