Chapter 5053
5051 / 5804
12 min read
Chapter 5053, Compelled to Buy
Published Apr 11, 2026, 02:18 PM
## บทที่ 5053: มัดมือชก
**ผู้แปล**: ศิลวินทร์ และ จอน
**ผู้ตรวจสอบ**: ปิ้วปิ้วเลเซอร์กัน
**บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร**: ลีโอแห่งภูผาสิงห์ และ เดล ไลเกอร์คีย์
---
หยางไค่เกิดความสนใจในผลไม้เคลือบน้ำตาลเสียบไม้เหล่านั้นขึ้นมา ขณะที่เขาระลึกถึงสิ่งที่ได้เห็นก่อนหน้า เขาจึงเอ่ยปากหยั่งเชิง "สิบเหรียญทองแดงหรือ?"
ชายชรายิ้มพลางพยักหน้า "ถูกต้อง สิบเหรียญทองแดงต่อหนึ่งไม้ ราคายุติธรรม ใช่หรือไม่เล่า?"
"เช่นนั้นข้าขอหนึ่งไม้" ขณะพูด หยางไค่ก็ล้วงหยิบเหรียญทองแดงสิบเหรียญส่งให้ชายชรา
ในฐานะจอมยุทธ์ขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับเจ็ด ย่อมเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ได้พกเหรียญทองแดงติดตัว ทองคำ เงิน และทองแดงล้วนเป็นสิ่งที่เหล่ามนุษย์ปุถุชนใช้ในการซื้อขายสินค้า ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งของเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ในจักรวาลย่อยของหยางไค่มีมนุษย์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เหรียญทองแดง เงิน และทองจึงเป็นสิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนกันอย่างแพร่หลาย ดังนั้น เหรียญทองแดงสิบเหรียญที่เขาหยิบออกมาจึงมาจากจักรวาลย่อยของเขานั่นเอง
น่าประหลาดใจที่ชายชราเพียงเหลือบมองเหรียญทองแดงแต่กลับไม่ได้รับมันไว้ ตรงกันข้าม ใบหน้าของเขากลับเคร่งขรึมลง "เจ้าหนู นี่เจ้าเห็นว่าข้าแก่แล้วจึงคิดจะมาล้อเล่นกับข้างั้นรึ?"
หยางไค่ถามด้วยความงุนงง "ท่านผู้เฒ่า ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มดูจริงใจ ชายชราก็ขมวดคิ้ว ขณะพิจารณาหยางไค่ เขาก็พลันตระหนักถึงบางสิ่งได้ "โอ้ ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าหนู ในเมื่อเจ้าเพิ่งมาถึงที่นี่และไม่รู้อะไร ข้าจะไม่ถือสาหาความเจ้า แต่ในวันนี้ ข้าจะสอนบางสิ่งให้แก่เจ้าเอง"
หยางไค่ตอบอย่างนอบน้อม "ข้าน้อมรับฟัง"
ชายชรากล่าวพร้อมรอยยิ้ม "เหรียญทองแดงที่ใช้ในตลาดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ เหรียญทองแดงธรรมดาทั่วไปเช่นนี้ใช้ที่นี่ไม่ได้"
กล่าวจบ เขาก็ดีดเหรียญทองแดงเหรียญหนึ่งให้หยางไค่
หยางไค่รับเหรียญมาและตรวจสอบอย่างละเอียด เขาสังเกตเห็นว่าแม้ว่าวัสดุที่ใช้ทำเหรียญจะไม่ได้พิเศษอะไร แต่มันก็ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะจริงๆ ด้านหนึ่งสลักอักษร "หยิน" ส่วนอีกด้านเป็นอักษร "หยาง"
บนเหรียญทองแดงไม่มีข้อจำกัดหรือกลไกพิเศษใดๆ การปลอมแปลงมันขึ้นมาจึงไม่ใช่เรื่องยาก อย่างน้อยที่สุด หยางไค่ก็สามารถสร้างมันขึ้นมาจำนวนมากได้อย่างง่ายดายหากเขาต้องการ
กระนั้น มันก็คงไม่เหมาะสมที่เขาจะทำเช่นนั้น
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เขาจึงทำได้เพียงกล่าวกับชายชราอย่างตรงไปตรงมา "ต้องขออภัยท่านผู้เฒ่า ข้าไม่มีเหรียญทองแดงชนิดนี้"
ชายชราหัวเราะเบาๆ "ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าไม่มี ไม่เป็นไร ข้ามั่นใจว่าเจ้าต้องมีทรัพยากรบ่มเพาะอยู่บ้าง เจ้าสามารถใช้มันแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญทองแดงกับข้าได้"
"ทำเช่นนั้นได้ด้วยหรือ?" หยางไค่ถึงกับตะลึง
"แล้วข้าจะโกหกเจ้าไปไยเล่า?" ชายชราพยักหน้าอย่างหนักแน่น
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ด้วยความอยากรู้ที่ไม่อาจข่มได้ หยางไค่จึงหยิบผลึกเหลืองระดับหกออกมา "แล้วของสิ่งนี้เล่า ท่านผู้เฒ่า?"
ชายชราเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งและรับผลึกเหลืองระดับหกไป จากนั้นใบหน้าของเขาก็เปี่ยมไปด้วยความปรีดา "นี่มันวัสดุธาตุหยางระดับหกอันแสนวิเศษ ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ข้าไม่ได้เห็นของที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้มานานมากแล้ว"
หยางไค่ได้แต่คิดในใจว่าของสิ่งนี้บริสุทธิ์อย่างแน่นอน เพราะมันคือผลึกแห่งพลังของแสงเผาผลาญ ไม่มีวัสดุธาตุหยางใดในโลกที่จะบริสุทธิ์ไปกว่านี้อีกแล้ว
"เจ้าสามารถแลกมันเป็นผลไม้เคลือบน้ำตาลได้สิบไม้" ชายชรากล่าวอย่างหนักแน่น จากนั้นก็เตรียมที่จะหยิบผลไม้เคลือบน้ำตาลออกมาสิบไม้
"เดี๋ยวก่อน!" หยางไค่ที่กำลังตกตะลึงรีบหยุดเขาไว้
ในเมื่อผลไม้เคลือบน้ำตาลหนึ่งไม้มีค่าสิบเหรียญทองแดง สิบไม้ก็เท่ากับหนึ่งร้อยเหรียญทองแดง เป็นไปได้อย่างไรที่ผลึกเหลืองระดับหกจะแลกได้เพียงผลไม้เคลือบน้ำตาลแค่สิบไม้?
ผลึกเหลืองระดับหกนั้นมีมูลค่าอย่างน้อยยี่สิบล้านเม็ดโอสถเปิดสวรรค์ และทรัพยากรที่หายากระดับนี้ก็ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินจริงๆ เมื่อคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว นั่นหมายความว่าเหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญในตลาดแห่งนี้มีค่าเท่ากับสองแสนเม็ดโอสถเปิดสวรรค์
ความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจถาโถมเข้าใส่หยางไค่ เขาไม่คิดว่าชายชรากำลังหลอกลวงเขา แต่ของสิ่งนี้มันแพงเกินไปอย่างเหลือเชื่อ
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เมื่อครู่ตอนที่จอมยุทธ์ขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับเจ็ดซื้อผลไม้เสียบไม้จากชายชราผู้นี้ เขาถึงได้มีท่าทีราวกับถูกเฉือนเนื้อของตนเองออกไป
นั่นก็เพราะผลไม้เคลือบน้ำตาลเพียงไม้เดียวมีราคาสูงถึงสองล้านเม็ดโอสถเปิดสวรรค์!
[เหตุใดมันถึงได้แพงเช่นนี้?]
หยางไค่รีบหยุดเขาไว้ แต่ชายชรากลับว่องไวยิ่งนัก ทันทีที่หยางไค่เอ่ยปาก ชายชราก็ได้หยิบผลไม้เคลือบน้ำตาลออกมาแล้วห้าไม้
"ท่านผู้เฒ่า แม้ข้าจะเพิ่งมาถึงที่นี่ แต่ท่านก็ไม่อาจข่มเหงข้าเช่นนี้ได้" หยางไค่จ้องมองชายชราด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ชายชราตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม "ข้าย่อมไม่ข่มเหงหนุ่มน้อยเช่นเจ้าอย่างแน่นอน มิต้องกังวล ข้าเป็นพ่อค้าที่ซื่อสัตย์ หากเจ้าไม่เชื่อ ก็ลองไปถามคนอื่นดูได้"
หยางไค่ขมวดคิ้ว หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวว่า "ข้าขอแค่ไม้เดียวก็พอ ข้ากินมากขนาดนั้นไม่ไหว"
ชายชราส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ "ไม่ได้ๆ ข้าหยิบออกมาห้าไม้แล้ว เจ้าต้องซื้อมันทั้งหมด"
หยางไค่ถึงกับพูดไม่ออก "ท่านก็แค่นำมันกลับเข้าไปเก็บดังเดิมไม่ได้หรือ?"
ชายชราก้มหน้าลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "หากมีคนเอามีดแทงเข้ามาในร่างกายของเจ้าแล้วดึงมันออกไป เจ้าจะทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้งั้นรึ?"
หยางไค่ถึงกับพูดไม่ออก "นี่มันคนละเรื่องเดียวกันเลย"
ชายชราส่ายหน้า "สำหรับข้าแล้ว มันก็เหมือนกัน"
หยางไค่เดือดดาลจนแทบระเบิด "ท่านเพิ่งจะบอกว่าท่านเป็นพ่อค้าที่ซื่อสัตย์ แต่ตอนนี้ท่านกลับมาบังคับให้ข้าซื้อสินค้าของท่าน มันไม่ยุติธรรม!"
ชายชราไม่สนใจเขาและยัดผลไม้เคลือบน้ำตาลห้าไม้ใส่มือของหยางไค่ หลังจากส่งเหรียญทองแดงให้เขาห้าสิบเหรียญ เขาก็กล่าวอย่างเคร่งขรึม "หนุ่มน้อย ถือซะว่าวันนี้ข้าให้บทเรียนแก่เจ้า จากนี้ไปเมื่อเจ้าออกไปที่ใด ก็จงรอบคอบให้มาก"
กล่าวจบ เขาก็จากไปอย่างเร่งรีบพร้อมกับหาบผลไม้เคลือบน้ำตาลของเขา
หยางไค่ถูกทิ้งให้ยืนตะลึงงัน ขณะที่ในมือข้างหนึ่งถือผลไม้เคลือบน้ำตาลห้าไม้ และอีกข้างถือเหรียญทองแดงห้าสิบเหรียญ
เขาไม่เข้าใจเลยว่าตลาดแห่งนี้มันเป็นสถานที่บ้าบอคอแตกอะไรกัน เหตุใดถึงมีสถานที่เช่นนี้อยู่ในด่านหยินหยาง? และจุดประสงค์ของการสร้างมันขึ้นมาคืออะไร?
เห็นได้ชัดว่าหยางไค่ถูกชายชราหลอกเข้าให้แล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยที่สุด เขาก็ยังเหลือผลไม้เคลือบน้ำตาลห้าไม้กับเหรียญทองแดงอีกห้าสิบเหรียญ
ในเมื่อผลไม้มันแพงถึงเพียงนี้ บางทีมันอาจจะมีผลพิเศษอันน่าอัศจรรย์บางอย่าง บางทีมันอาจจะช่วยให้จิตใจสงบลงหรือเพิ่มพูนรากฐานของจักรวาลย่อยก็เป็นได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น หยางไค่จึงเก็บเหรียญทองแดงและหยิบผลไม้เคลือบน้ำตาลขึ้นมาหนึ่งไม้ก่อนจะกัดเข้าไปคำหนึ่ง
ขณะที่เคี้ยวผลไม้ เขาก็ตระหนักได้ว่ามันมีรสหวานสดชื่นเจือรสเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อนุ่มและสดใหม่ ที่สำคัญที่สุดคือเมล็ดถูกนำออกไปแล้ว เขาจึงไม่ต้องเสียเวลาคายมันทิ้ง
หลังจากกินผลไม้เข้าไปหนึ่งลูก เขาก็ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าของเขาก็พลันมืดทะมึน
มันเป็นเพียงผลไม้เคลือบน้ำตาลที่ธรรมดาที่สุดซึ่งไม่ได้ช่วยเสริมสร้างรากฐานของผู้ฝึกตนแต่อย่างใด
หยางไค่สบถสาปแช่งพ่อค้าไร้สัตย์ผู้นั้นและเกิดความอยากที่จะไล่ตามชายชราไปสู้ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง
แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น เขาก็ไม่เคยคิดจะลงมือทำจริง เพราะอีกฝ่ายคือจอมยุทธ์ขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับแปด หากเขาวิ่งไล่ตามชายชราไปจริงๆ คนที่จะต้องทนทุกข์ก็คือตัวเขาเอง
หลังจากขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถอนหายใจออกมา ขณะที่กำลังละเลียดกินผลไม้เคลือบน้ำตาลราคาแพงระยับ หยางไค่ก็เดินลึกเข้าไปในตลาด
ถนนที่คับคั่งเรียงรายไปด้วยร้านค้าทุกประเภท
ไม่นานหยางไค่ก็หยุดฝีเท้าลงหน้าร้านขายเครื่องประดับแห่งหนึ่ง เครื่องประดับในร้านล้วนงดงามอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าพวกมันถูกสร้างขึ้นโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญ
ทว่าหลังจากถูกชายชราคนขายผลไม้เคลือบน้ำตาลหลอกมาแล้วครั้งหนึ่ง หยางไค่ก็ระมัดระวังตัวมากขึ้นในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่ามีผู้ฝึกตนจำนวนมากเข้าออกร้านนี้ และเครื่องประดับก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ในเมื่อกิจการของร้านนี้รุ่งเรืองถึงเพียงนี้ ก็ย่อมแสดงว่าเครื่องประดับที่นี่ต้องไม่ธรรมดา
บางทีพวกมันอาจไม่ใช่เครื่องประดับธรรมดา แต่เป็นศาสตราที่สร้างขึ้นโดยปรมาจารย์บางท่าน
เมื่อคิดได้ดังนั้น หยางไค่ก็พยักหน้า เพราะเขาเชื่อว่าการคาดเดาของเขานั้นถูกต้อง
"ท่านพี่ชายผู้ใจกว้าง ท่านกำลังมองหาเครื่องประดับอยู่หรือขอรับ?" หลังจากส่งลูกค้าคนก่อนหน้าเสร็จ พนักงานร้านคนหนึ่งก็รีบเข้ามาให้บริการหยางไค่
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยางไค่ก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ "เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าข้าใจกว้างเล่า?"
พนักงานร้านชี้ไปที่ผลไม้เคลือบน้ำตาลในมือของเขา "หากท่านไม่ร่ำรวย ท่านคงไม่ซื้อผลไม้เคลือบน้ำตาลมามากมายขนาดนี้เป็นแน่ คนที่ขายผลไม้เคลือบน้ำตาลนั่นโด่งดังไปทั่วทั้งตลาดแห่งนี้เลยนะขอรับ"
ถึงตอนนั้นหยางไค่จึงได้เข้าใจ "เป็นเช่นนี้นี่เอง"
ไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนจำนวนมากมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกๆ ขณะที่เขาเดินไปตามถนน นั่นก็เพราะเขามีผลไม้เคลือบน้ำตาลอยู่ในมือหลายไม้นั่นเอง
เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการถือผลไม้เคลือบน้ำตาลไม่กี่ไม้ในมือจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งในยุคสมัยนี้
กระนั้น ในตลาดแห่งนี้มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
"ท่านอยากจะซื้อเครื่องประดับชิ้นไหนดีขอรับ?" พนักงานร้านถามอย่างอัธยาศัยดี
หยางไค่ไม่ได้มีของที่ต้องการเป็นพิเศษ เขาเพียงแค่สงสัยว่าเครื่องประดับเหล่านี้เป็นศาสตราประเภทหนึ่งหรือไม่ หลังจากมองไปรอบๆ เขาก็ชี้ไปที่ปิ่นปักผมสีแดงอันหนึ่ง "ข้าขอดูอันนี้ได้หรือไม่?"
พนักงานร้านรีบหยิบปิ่นปักผมออกมาทันทีและกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ของชิ้นนี้เจ้าของร้านเป็นผู้สร้างขึ้นเอง เครื่องประดับที่เขาสร้างนั้นดีที่สุดในตลาดแห่งนี้ ร้านเครื่องประดับอื่นๆ เทียบกับพวกเราไม่ได้เลย หากท่านมอบปิ่นปักผมอันนี้ให้กับสตรีที่ท่านรัก นางจะต้องพอใจอย่างแน่นอน"
ปิ่นปักผมถูกบรรจุอยู่ในภาชนะโปร่งใส แม้ว่าหยางไค่จะมองเห็นปิ่นปักผมได้อย่างชัดเจน แต่เขาก็ไม่สามารถตรวจสอบมันได้
เขาขมวดคิ้ว "เจ้าเปิดมันให้ดูได้หรือไม่?"
พนักงานร้านยิ้มอย่างขออภัย "ท่านจะสามารถเปิดกล่องได้ก็ต่อเมื่อท่านซื้อมันไปแล้วเท่านั้นขอรับ"
[นี่มันกฎบ้าอะไรกัน?] ในเมื่อปิ่นปักผมอยู่ในภาชนะพิเศษบางอย่าง หยางไค่จึงไม่สามารถประเมินระดับของเครื่องประดับได้ แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่ามันมีค่าจริงหรือไม่?
อย่างไรก็ตาม เขาได้เห็นผู้คนจำนวนมากซื้อเครื่องประดับเหล่านี้ในลักษณะเดียวกัน ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้ดูมันใกล้กว่านี้
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เขาจึงถามว่า "มันราคาเท่าไหร่?"
"ห้าสิบเหรียญทองแดงขอรับ" พนักงานร้านตอบพร้อมรอยยิ้ม
ใบหน้าของหยางไค่กระตุกอย่างเห็นได้ชัด เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าพนักงานร้านคนนี้กับชายชราคนขายผลไม้เคลือบน้ำตาลอาจจะเป็นแก๊งเดียวกัน มิเช่นนั้นแล้ว เด็กหนุ่มคนนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเหลือเงินอยู่เท่าไหร่กันแน่?
กระนั้น หยางไค่ก็ตัดสินใจส่งเหรียญห้าสิบเหรียญให้พนักงานร้านโดยไม่ลังเลและจากไปพร้อมกับปิ่นปักผม
หลังจากก้าวออกจากร้าน เขาก็รีบนำปิ่นปักผมออกจากภาชนะและตรวจสอบมันทันที
ครู่ต่อมา เขาก็คำรามลอดไรฟัน "พ่อค้าหน้าเลือดใจทมิฬอีกคน!"
นี่เป็นเพียงปิ่นปักผมธรรมดา ไม่ใช่ศาสตราอันน่าอัศจรรย์แต่อย่างใด ตอนแรกเขาถูกบังคับให้ซื้อผลไม้เคลือบน้ำตาลห้าไม้จากชายชรา จากนั้นเขาก็ถูกหลอกให้ซื้อปิ่นปักผมไร้ประโยชน์อันนี้ เขาผิดหวังกับตลาดแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
ทุกสิ่งในสถานที่แห่งนี้เป็นเรื่องหลอกลวงทั้งเพ ทว่าเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีสถานที่เช่นนี้อยู่ในด่านหยินหยาง ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีจอมยุทธ์ขอบเขตเปิดสวรรค์จำนวนมากเดินเตร่อยู่ที่นี่อีกด้วย
หลังจากประสบการณ์อันเลวร้ายเช่นนี้ หยางไค่ก็หมดความสนใจที่จะซื้อของที่นี่อีกต่อไป เขาจึงตัดสินใจกลับไปยังที่พักของตน
ตอนแรกเขาอยากจะโยนปิ่นปักผมทิ้งไป แต่เมื่อคิดว่ามันน่าเสียดายที่จะโยนของที่เขาซื้อมาด้วยผลึกเหลืองระดับหกครึ่งชิ้นทิ้งไป เขาจึงทำได้เพียงเก็บมันไว้ในแหวนมิติของเขา
ขณะที่เขากำลังมุ่งหน้าไปยังทางออก เขาก็พลันหยุดฝีเท้าและหันกลับมาถาม "เหตุใดเจ้าถึงตามข้ามา?"
ทันทีที่เขาก้าวออกจากร้านเครื่องประดับ เขาก็รู้แล้วว่ามีคนกำลังตามเขาอยู่ ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ แต่คนที่อยู่ข้างหลังเขากลับไม่เคยหายไปไหน ถึงตอนนั้นเขาจึงได้ยืนยันว่าเขาถูกสะกดรอยตามแล้ว
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.