Chapter 293
294 / 1162
8 min read
Chapter 293: Important Talk With The Gods
Published Mar 11, 2026, 08:00 PM
บทที่ 293: การสนทนาครั้งสำคัญกับเหล่าทวยเทพ
“วิลล์ ได้เวลาตื่นแล้ว เจ้าวางแผนจะนอนไปถึงเมื่อไหร่กัน?” เสียงที่น่ารักถามขึ้น “ถ้าเจ้าไม่รีบตื่นล่ะก็ ข้าจะจุมพิตเจ้าแล้วนะ”
ดวงตาของวิลเลียมค่อยๆ ลืมขึ้นเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยกระซิบข้างหู ใบหน้าที่น่ารักของเทพธิดาโลลิปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของเขา พร้อมกับริมฝีปากที่ยื่นออกมาหมายจะจุมพิตเขา
วิลเลียมรีบยกมือขึ้นบังริมฝีปากของนาง แต่เขาก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น
แทนที่จะเป็นมือของเขา สิ่งที่ขวางริมฝีปากของลิลลี่ไว้กลับเป็นอุ้งมือที่มีขนปุยและนุ่มนิ่ม ซึ่งทำให้เทพธิดาโลลิหลุดหัวเราะคิกคักออกมา
“อ๊ายยย วิลเลียมนี่ขี้อายจังเลย” ลิลลี่หัวเราะขณะที่นางยกตัววิลเลียมขึ้นสูงในอากาศและหมุนเขาไปรอบๆ “ข้าน่าจะทำแบบนี้ตั้งนานแล้ว เจ้าดูน่ารักกว่าเดิมเยอะเลย!”
“ลิลลี่? ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่?” วิลเลียมถามผ่านทางโทรจิต “ผมอยู่ที่ไหน? ไม่สิ ผมกลายเป็นตัวอะไรไปแล้ว?”
ใช้เวลาไม่นานวิลเลียมก็ตระหนักว่ามีบางอย่างที่แปลกประหลาดมากเกี่ยวกับร่างกายของเขา เพราะมันรู้สึก “พิลึก” ราวกับว่าเขายังไม่คุ้นเคยกับร่างกายนี้อย่างเต็มที่และมีปัญหาในการขยับเขยื้อนส่วนต่างๆ
“เอาล่ะ ใจเย็นๆ ก่อนนะ วิลล์น้อย” ลิลลี่จิ้มจมูกของวิลเลียมอย่างร่าเริงพร้อมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า “ข้ารู้ว่าตอนนี้เจ้ากำลังสับสน แต่คำอธิบายของข้าคงต้องรอจนกว่าเราจะไปถึงจุดหมาย”
ลิลลี่อุ้มวิลเลียมออกจากที่พักของนางอย่างอารมณ์ดีเพื่อไปพบกับอิซเซย์และเดวิด ส่วนกาวินกำลังพักผ่อนอยู่ในกระท่อมแถบชานวิหารเพื่อพักฟื้น การใช้ ‘เทวะจุติฝืนลิขิต’ ที่เขาทำเพื่อช่วยชีวิตวิลเลียมทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะอัมพาตและต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่
“มาถึงแล้ว!” ลิลลี่ประกาศเมื่อนางมาถึงบริเวณพื้นที่ปิกนิกของวิหาร ซึ่งมีเทพเจ้าอีกหลายองค์กำลังพักผ่อนหย่อนใจกันอยู่
อิซเซย์และเดวิดนั่งรออยู่ที่โต๊ะปิกนิกแล้ว และโบกมือให้เทพธิดาโลลิที่กำลังเดินเข้ามา
“เป็นอย่างไรบ้าง?” อิซเซย์ถามขึ้น
“ไปได้สวยเลยล่ะ!” ลิลลี่ตอบพร้อมทำท่าทางแห่งชัยชนะ
เดวิดลูบเคราของเขาขณะจ้องมองตุ๊กตาหมีเทดดี้สีชมพูในมือของลิลลี่ ในเมื่อลิลลี่ประกาศว่าความพยายามของนางประสบความสำเร็จ เช่นนั้นดวงจิตที่สถิตอยู่ในตุ๊กตาสัตว์ตัวนี้ก็ย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกจากวิลเลียม
ลิลลี่วางตุ๊กตาหมีลงบนโต๊ะอย่างสบายๆ พร้อมรอยยิ้มกว้าง “ทา-ดา! ข้าขอแนะนำ วิลล์น้อย เวอร์ชัน 1.1!”
อิซเซย์และเดวิดตามน้ำลิลลี่ด้วยการปรบมือเพื่อชื่นชมนาง
วิลเลียมซึ่งยังคงอยู่ในสภาวะสับสนได้เอียงคอขณะรอคำอธิบาย
“เอ่อ มีใครบอกผมได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?” วิลเลียมถาม “ผมทะลุมิติมาเหรอ? หรือว่าผมตายไปแล้ว?”
ลิลลี่หัวเราะคิกคักแล้วจิ้มจมูกตุ๊กตาหมีก่อนจะเริ่มอธิบาย “ในทางเทคนิคแล้ว ตอนนี้เจ้าเป็น ‘ครึ่งตายครึ่งเอลฟ์’ สิ่งเดียวที่รั้งเจ้าไม่ให้ข้ามภพไปก็คือ ‘แก่นวิญญาณ’ ที่เพิ่งถูกปลูกถ่ายเข้าไปในร่างกายของเจ้า ถ้าไม่มีสิ่งนั้น เจ้าคงเข้าสู่กงล้อแห่งการเวียนว่ายตายเกิดไปในวินาทีนี้แล้ว”
วิลเลียมพยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะหมดสติไป และจำได้ถึงดวงตาสีม่วงคู่หนึ่งที่มองมาที่เขาด้วยความรักใคร่ เขารู้ดีว่าดวงตาคู่นั้นเป็นของใคร และความรู้สึกที่ซับซ้อนก็ผุดขึ้นในใจของเขา
‘ดูเหมือนว่าผมจะติดค้างเธออีกแล้วสิ’ วิลเลียมคิดพลางถอนหายใจในใจ
“เจ้าหลับไปสามวันแล้ว และในช่วงเวลานั้น ร่างกายและวิญญาณของเจ้าได้รับการดูแลโดยสาวงามสามคน” อิซเซย์ให้ความเห็นจากด้านข้าง “เจ้าควรขอบคุณพวกนางให้ดีเมื่อเจ้าฟื้นตัว”
“ส-สามวัน? ผมหลับไปสามวันเลยเหรอ?!” วิลเลียมอุทานด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้นตอนที่ผมหมดสติ? คนอื่นๆ ปลอดภัยไหม?! แล้วเวนดี้ล่ะ?”
“ใจเย็นๆ” เดวิดตอบ “ทุกคนปลอดภัยดี อย่างน้อยก็ในตอนนี้”
“ในตอนนี้?”
“ใช่ ในตอนนี้”
วิลเลียมอยากรู้มากกว่านี้ แต่เดวิดก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ลิลลี่และอิซเซย์เองก็ไม่ได้พูดเสริมอะไร ซึ่งนั่นทำให้วิลเลียมรู้สึกกระวนกระวายใจ
“ฟังนะ ก่อนจะไปห่วงคนอื่น ทำไมไม่ห่วงตัวเองก่อนล่ะ?” ลิลลี่พูดพลางตบหน้าผากตัวเอง “เจ้ารู้ไหมว่าความเสียหายต่อวิญญาณของเจ้านั้นรุนแรงแค่ไหน? มันเป็นปาฏิหาริย์มากที่ข้ายังสามารถลากเอาดวงจิตของเจ้าออกมาจากร่างได้”
วิลเลียมเงียบลงหลังจากได้ยินคำพูดของลิลลี่ หากวิญญาณของเขายังคงติดอยู่ในร่าง และมีเพียงดวงจิตเท่านั้นที่ถูกลากออกมา มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าสถานการณ์ปัจจุบันของเขานั้นย่ำแย่เพียงใด
“เอาน่า ไม่มีประโยชน์ที่จะไปกังวลเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเจ้า” อิซเซย์พูดพลางตบบ่าของตุ๊กตาหมี “สิ่งที่เจ้าต้องคิดคือเจ้าจะทำอย่างไรต่อจากนี้ เห็นได้ชัดว่าเจ้าไม่สามารถกลับคืนสู่ร่างในสภาพปัจจุบันได้ ต่อให้เจ้ากลับไป ทุกอย่างก็ไม่เปลี่ยนไปหรอก เจ้าจะยังคงอยู่ในสภาพเจ้าชายนิทราไปอีกเดือนสองเดือน”
วิลเลียมหลับตาลงและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสงบสติอารมณ์ อิซเซย์พูดถูก แม้ว่าเขาจะอยากกลับเข้าร่างใจจะขาด แต่ความเสียหายในห้วงสำนึกของเขาก็ยังคงอยู่ หลังจากใจเย็นลง เขาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งและเผชิญหน้ากับเทพเจ้าทั้งสามที่คอยสนับสนุนเขาจากสรวงสวรรค์
“ผมควรทำอย่างไรดีครับ?” วิลเลียมถาม “มีวิธีที่ร่างกายของผมจะฟื้นตัวได้ไหม? พวกท่านพอจะช่วยผมได้หรือเปล่า?”
เทพทั้งสามสบตากันและมองกลับมาที่เขาด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ความเสียหายในห้วงสำนึกของเจ้าจะฟื้นตัวได้ตามกาลเวลา แต่มันจะใช้เวลาอย่างน้อยสองสามเดือนจึงจะหายดี” อิซเซย์ตอบด้วยความมั่นใจ “ตอนนี้เอียนและคนอื่นๆ กำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเร่งกระบวนการนั้น แต่เจ้าไม่สามารถเร่งเรื่องแบบนี้ได้ วิญญาณเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนมาก มันต้องใช้พลังงานทางจิตวิญญาณจำนวนมหาศาลในการทำลายมัน และก็ต้องการพลังงานในปริมาณที่เท่ากันเพื่อฟื้นฟูมันขึ้นมาใหม่”
เดวิดกระแอมขณะมองดูตุ๊กตาหมีที่กำลังหดหู่ตรงหน้า “อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะไม่สามารถตื่นขึ้นจากสภาพปัจจุบันได้ แน่นอนว่าเจ้าทำได้ ในความเป็นจริง เจ้าสามารถต่อสู้ได้ด้วยซ้ำ แต่เจ้าทำได้เพียงในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น”
“หากเจ้าใช้เกินขีดจำกัด วิญญาณที่กำลังแตกสลายของเจ้าจะพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ เมื่อถึงเวลานั้น มันจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งพันปีกว่าที่วิญญาณของเจ้าจะฟื้นตัวและเข้าสู่สังสารวัฏได้”
วิลเลียมถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินว่ายังมีหวังที่เขาจะตื่นขึ้นมาในโลกแห่งความเป็นจริง แม้ว่าเรื่องที่วิญญาณจะพังทลายลงอย่างสมบูรณ์จะทำให้เขาหวาดกลัว แต่เขาก็กังวลมากกว่าเกี่ยวกับการต้องนอนเป็นผักไปอีกหลายเดือน
“เอาน่า อย่าเพิ่งพูดเรื่องพวกนี้เลย” ลิลลี่ขัดจังหวะ “มาคุยเรื่องที่สำคัญกันดีกว่า วิลเลียม ถึงเวลาแล้วที่เจ้าควรเรียนรู้วิธีใช้พลังเทวะที่พวกเรามอบให้ อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดว่าอมยิ้มของข้าเป็นแค่ขนมธรรมดาที่เอาไว้ล่อลวงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ให้เดินตามเจ้าไปรอบๆ น่ะ ถึงข้าจะไม่ถือถ้าเจ้าจะทำแบบนั้น แต่คนรอบตัวเจ้าจะมองว่าเจ้าเป็นคนสถุลแน่นอน”
“เอ๋? อมยิ้มของท่านไม่ใช่แค่ขนมเหรอ?” วิลเลียมเกาหัว “ผมคิดว่ามันเป็นแค่ลูกกวาดที่เอาไว้ขจัดสถานะผิดปกติอื่นๆ ซะอีก มันทำได้มากกว่านั้นเหรอครับ?”
“แน่นอนสิ” ลิลลี่พูดอย่างวางมาด “อย่างมากที่สุด เจ้าเพิ่งใช้พลังของมันไปแค่ 10% เท่านั้นเอง”
“และเจ้าก็ใช้ของข้าไปแค่ 25%” อิซเซย์เสริม
“เจ้ายังไม่ได้ใช้พลังของอาชีพคนเลี้ยงแกะอย่างเต็มที่ด้วยนะ” เดวิดร่วมสมทบกับเพื่อนๆ ในการบ่นวิลเลียม “เจ้าพลาดอะไรไปหลายอย่างเลยล่ะ!”
เทพทั้งสามจ้องมองวิลเลียมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่ต้องรีบกลับหรอก วิลล์น้อย” ลิลลี่พูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง “เจ้าจะต้องเข้ารับการฝึกฝนพลังเทวะ เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่เสียเปล่ากับของขวัญล้ำค่าที่พวกเรามอบให้”
“ข้ายังทำใจรับไม่ได้ที่เจ้า ‘หนอน’ นั่นเกือบจะได้ประโยชน์จากพรที่พวกเรามอบให้เจ้า ถ้ามันเกิดขึ้นจริงล่ะก็ ข้าคงจะจุติลงไปยังโลกของเจ้าและฉีกเจ้าหนอนนั่นเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว!”
หลังจากลิลลี่ระเบิดอารมณ์ออกมา เทพทั้งสามก็ลากวิลเลียมไปยังชานวิหารเพื่อเริ่มการฝึกฝนพลังเทวะ อิซเซย์และเดวิดมีความเห็นตรงกันกับเทพธิดาโลลิ หากวิลเลียมรู้วิธีใช้พลังเทวะที่พวกเขามอบให้ แม้จะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ เจ้าหนอนดาราตัวนั้นก็ไม่มีทางเอาชนะเขาได้ง่ายๆ แบบนั้นแน่นอน
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.