Chapter 306
307 / 1162
7 min read
Chapter 306: The Jack Of All Trades Is A Useless Profession [Part 2]
Published Mar 11, 2026, 08:03 PM
บทที่ 306: ผู้รอบรู้สารพัดคืออาชีพที่ไร้ค่า [ภาค 2]
แน่นอนว่าไม่ใช่เทพเจ้าทุกองค์ภายในวิหารหมื่นเทพจะเข้ากันได้ดี มีกลุ่มฝ่ายต่างๆ ถูกก่อตั้งขึ้นมากมายเนื่องจากความแตกต่างของอุดมการณ์และเป้าหมาย
เดวิด, อิซเซย์, ลิลลี่ และกาวิน เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายเป็นกลาง พวกเขาคือกลุ่มที่ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในขณะที่ ลู นั้นเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายธรรมะ พวกเขาเป็นกลุ่มที่เกลียดชังความชั่วร้าย และมักจะทะเลาะเบาะแว้งกับเหล่าเทพฝ่ายอธรรมในวิหารอยู่เป็นประจำ
“หึ ไอ้เปี๊ยกนี่อยากจะสัมผัสเทวภัณฑ์ของข้าอย่างนั้นรึ?” ลูพินิจพิจารณาตุ๊กตาหมีในมือของลิลลี่พลางลูบคางของเขา แน่นอนว่าเขาสามารถมองเห็นวิญญาณของวิลเลียมและมองเห็นชีวิตที่เขาเคยใช้ก่อนจะมาจุติใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ลูจะได้ตัดสินใจว่าจะตกลงตามคำขอของเดวิดหรือไม่ ตุ๊กตาหมีในมือของลิลลี่ก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
“พวกเราไปจากที่นี่กันเถอะครับ” วิลเลียมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมไม่อยากแตะต้องของของเขา มันจะทำให้ผมรู้สึกสกปรกเปล่าๆ”
แม้ว่าวิลเลียมจะอยากสัมผัสหอกสีแดงที่อยู่ข้างหลังลูมากเพียงใด แต่เขาก็ไม่สามารถยอมรับวิธีที่ลูพูดถึงกาวินได้ วิลเลียมไม่ได้โกหกเมื่อเขาบอกว่าการสัมผัสข้าวของของลูทำให้เขารู้สึกสกปรก ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ความคิดที่จะได้รับอาชีพจากเทวภัณฑ์ของเทพองค์นี้ทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียน
“ตกลง” เดวิดพยักหน้า “ขอโทษทีนะลู เพื่อนตัวน้อยของข้าค่อนข้างอ่อนไหวน่ะ ไว้คราวหน้าข้าจะเลี้ยงข้าวเจ้าเป็นการตอบแทนแล้วกัน”
“ไม่มีปัญหา แต่ว่า... เฮ้ย ไอ้หนู” ลูจ้องเขม็งไปที่ตุ๊กตาหมีในมือของลิลลี่ “ข้าไม่มีพันธะอะไรที่ต้องช่วยเจ้า เจ้าไม่ใช่ผู้ติดตามของข้า ดังนั้นเจ้าไม่มีความหมายอะไรสำหรับข้า แล้วยังไงล่ะถ้าข้าจะเยาะเย้ยเทพผู้อุปถัมภ์ของเจ้า? เจ้าคิดว่าเพียงเพราะพวกเราทุกคนเป็นเทพเจ้า แล้วพวกเราจะต้องจับมือเป็นเพื่อนกันอย่างนั้นรึ? ช่างไร้เดียงสานัก!
“จำใส่หัวไว้ซะไอ้หนู ผู้รอบรู้สารพัดก็คือคนที่ไม่เชี่ยวชาญสักอย่าง (Jack of all trades is a master of none) มันเป็นอาชีพที่งี่เง่า เจ้าควรจะไปหาเทพองค์อื่นมาเป็นเทพผู้อุปถัมภ์ซะดีกว่า แทนที่จะพยายามเป็นพวกเลือดผสมที่น่ารังเกียจแบบนี้”
“ลู ใช่ไหมครับ?” วิลเลียมถามกลับ “คุณเป็นเทพประเภทไหนกันแน่? คุณถือค้อนช่างตีเหล็ก แต่กลับสะพายหอกและโล่ คุณเป็นช่างตีเหล็กหรือว่าเป็นนักรบกันแน่? ผมว่ามันถึงเวลาที่คุณควรจะคิดให้ชัดเจนได้แล้วนะว่าอาชีพจริงๆ ของคุณคืออะไร”
ความโกรธของวิลเลียมพุ่งสูงขึ้นในอกขณะที่เขาจ้องกลับไปยังเทพเจ้าที่ทะนงตัวสูงส่งจนเกินเหตุ
มันใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าที่ความทรงจำของวิลเลียมจะทำงาน แต่ตอนนี้เขาจำได้แล้วว่าลูคือใครจากตำนานที่เขาเคยอ่านบนโลก วิลเลียมหัวเราะออกมาดังลั่น และเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยและเหยียดหยาม หลังจากจำได้ว่าลูคือใคร เขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไม “เทพแห่งการตีเหล็ก” องค์นี้ถึงไม่ชอบกาวิน
“มันน่าขำไหมล่ะ?” วิลเลียมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “คนที่เรียกได้ว่าเป็น ‘ผู้รอบรู้สารพัด’ เหมือนกันกลับมาเยาะเย้ยเทพผู้อุปถัมภ์ของผม ช่างน่าตลกสิ้นดี มันเหมือนกับว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองแท้ๆ ช่างน่าขันจริงๆ”
“เจ้าว่าอะไรนะไอ้หนู? กล้าพูดอีกทีซิ”
“ไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำหรอก คุณมันก็แค่ของเลียนแบบของกาวิน เทพที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นทั้งเทพแห่งดวงอาทิตย์, เทพแห่งการตีเหล็ก, เทพแห่งศิลปะ, เทพแห่งความยุติธรรม แถมยังเป็นเทพแห่งสงครามด้วย”
วิลเลียมส่ายหัวและใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความดูถูก “เทพที่มีหลายอาชีพ แต่ไม่เชี่ยวชาญสักอย่าง นั่นแหละคือคุณ ลู คนอย่างคุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกกาวิน ลิลลี่ ไปกันเถอะ ผมไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว”
“ข้าเห็นด้วย” ลิลลี่ยิ้มและเดินจากไปพร้อมกับอุ้มวิลเลียมไว้ ทว่าเธอยังเดินไปได้ไม่ไกล ลูก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าวิลเลียมพร้อมกับถือหอกไว้ในมือ
“ไอ้หนู เจ้ากล้าดียังไงมาใส่ร้ายเทพเจ้าภายในวิหารของพวกเราเอง?” ลูถาม “เจ้าช่างขวัญกล้านัก”
เดวิดรีบก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างลูและวิลเลียม พร้อมส่งสัญญาณให้ลิลลี่ถอยออกไป ลิลลี่ถอยหลังไปสองสามก้าว แต่เธอก็แอบรวบรวมพลังไว้ที่มืออย่างเงียบๆ หากลูคิดจะโจมตีวิลเลียม เธอจะไม่ยืนดูเฉยๆ แน่นอน
มือของอิซเซย์เองก็ขยับไปที่กริชตรงเข็มขัด เทพแห่งฮาเร็มยังมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ทว่าดวงตาของเขากลับมองไปยังลูด้วยเจตนาฆ่า เขาได้รับวิลเลียมเป็นน้องชายร่วมสาบานแล้ว หากลูโจมตีวิลเลียม นั่นก็เท่ากับเป็นการประกาศสงครามกับเขาด้วยเช่นกัน
“ลู เด็กคนนี้ยังเด็กและเลือดร้อน” เดวิดกล่าว “แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผิด แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่นานพอที่จะเข้าใจกฎของวิหาร ไม่ต้องห่วง ข้าจะสั่งสอนเขาอย่างเหมาะสมเอง เจ้าช่วยปล่อยผ่านคำพูดหยาบคายของเขาไปสักครั้งได้ไหม?”
ลูแค่นเสียงเหี้ยมและเก็บหอกกลับไปไว้ข้างหลัง “เดวิด เจ้าเป็นเพื่อนของข้า ดังนั้นข้าจะให้เกียรติเจ้าและทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งให้แค่ครั้งนี้เท่านั้น แต่อย่าให้ข้าเห็นไอ้เด็กนั่นอีกเป็นอันขาด ครั้งหน้าที่ข้าเจอเขา ข้าจะใช้หอกเสียบวิญญาณของมันแล้วโยนมันลงสู่กงล้อแห่งการเวียนว่ายตายเกิดด้วยมือของข้าเอง”
เดวิดพยักหน้า เขาไม่อยากเป็นศัตรูกับเพื่อนและทำให้เรื่องมันยุ่งยากสำหรับทั้งสองฝ่าย เทพทั้งสามเดินออกจากร้านของลูโดยไม่หันกลับไปมอง เดวิดทอดถอนใจในอกเพราะพวกเขากพลาดโอกาสดีๆ ที่จะช่วยให้วิลเลียมได้รับอาชีพใหม่
ไม่เพียงแค่นั้น วิลเลียมยังได้รับความเกลียดชังจากเทพองค์หนึ่งในฝ่ายธรรมะอีกด้วย
แน่นอนว่ามีเทพเจ้าหลายองค์เห็นเหตุการณ์นี้ และพวกเขาทุกคนต่างมองไปยังตุ๊กตาหมีในมือของลิลลี่ด้วยสีหน้าที่หลากหลาย เทพบางองค์ที่อยู่ในฝ่ายอธรรมต่างหัวเราะและชูนิ้วโป้งให้วิลเลียม
มีคำกล่าวที่มีชื่อเสียงว่า “ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร” ในสายตาของเหล่าเทพฝ่ายอธรรม วิลเลียมได้ทำความดีความชอบในการเป็นปรปักษ์กับศัตรูคนหนึ่งของพวกเขา
‘นี่น่ะเหรอเด็กที่ผู้ติดตามของข้าจับตามอง’ หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความเย้ายวนจ้องมองวิลเลียมด้วยสายตาที่นึกสนุก ‘ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นคนกล้าหรือคนโง่กันแน่ แต่ข้าชอบดวงตาคู่นั้น บางที ข้าควรจะไปทักทายเขาสักหน่อยก่อนที่เขาจะออกไปจากวิหาร’
ไม่ไกลจากเธอนัก เทพธิดาอีกองค์หนึ่ง—ผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์สีดำ—เฝ้ามองวิลเลียมจากระยะไกล รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเธอขณะที่จ้องมองตุ๊กตาหมีในมือของลิลลี่ ตั้งแต่ที่วิลเลียมปรากฏตัวในวิหาร เทพธิดาองค์นี้ก็สัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาในทันที
เธอเฝ้ามองขณะที่วิลเลียมฝึกฝนอยู่ในมิติของอิซเซย์และลิลลี่
เธอรับฟังอย่างอดทนขณะที่วิลเลียมเล่าเรื่องราวของเธอให้แอชฟัง
เธอเฝ้ามองว่าเขาปฏิบัติต่อ “ภรรยาเงือก” ของเขาด้วยความรักและความเอาใจใส่เพียงใด
เธอเฝ้ามอง... เฝ้ามอง... และเฝ้ามอง...
นี่คือสิ่งเดียวที่เธอทำได้ เพราะเธอรู้ดีว่าเวลายังไม่สุกงอมพอที่เธอจะเริ่มเคลื่อนไหว
‘วิญญาณของเจ้ายังคงแผดเผาอย่างโชติช่วงนะ วิลน้อย’ เทพธิดาคิดขณะที่จับจ้องตุ๊กตาหมีจากระยะไกล ‘แม้แต่แร็กนาร็อกก็มิอาจทำให้แสงสว่างของเจ้าลดน้อยลงได้ ข้าตั้งตารอวันที่ข้าจะได้ดับแสงสว่างในวิญญาณดวงนั้นด้วยมือของข้าเอง’
เทพธิดาถอนหายใจด้วยความรื่นรมย์เมื่อเธอนึกถึงรสชาติอันโอชะจากเมื่อหลายพันปีก่อน รสชาติของนักรบผมเงินผู้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่าเทพแห่งแอสการ์ด ในสงครามที่ถูกโชคกำหนดให้จบลงด้วยความพินาศของพวกเขา
“ความมืดมิอาจขับไล่ความมืด มีเพียงแสงสว่างเท่านั้นที่ทำได้” เทพธิดากล่าวเบาๆ “ความเกลียดชังมิอาจขับไล่ความเกลียดชัง มีเพียงความรักเท่านั้นที่ทำได้”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.