ตอนที่ 644
181 / 229
อ่าน 7 นาที
Chapter 644 The Royal Pschyo
เผยแพร่เมื่อ 30 มี.ค. 2569 06:11
บทที่ 644 ราชินีโรคจิต
เซรามองตัวการตรงหน้าอย่างตกตะลึง
ทำไมต้องเป็นเธอ?
มีผู้ชายมากกว่าสิบห้าคนเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับยัยโรคจิตนั่น
และเมื่อมองจากจำนวนชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่เต็มทางเดินด้านนอก เซราก็รู้ทันทีว่าเธอถูกล้อมไว้แล้ว
เธออดหงุดหงิดไม่ได้ที่ปีนี้ใคร ๆ ก็มองว่าเธอเป็นเป้าหมายที่เล่นงานได้ง่ายกันไปหมด
หลายปีมานี้เธออ่อนลงไปจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?
หรือทั้งหมดนี่เป็นเพราะท่าทีที่ดูยุ่งตลอดเวลาของอเล็ก?
เธอไม่ใช่คนโง่!
ถ้าอเล็กยังเอาใจใส่เธอมากเหมือนที่ทำเป็นประจำ บางทีวันนี้ยัยโรคจิตนี่คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้
แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะต้องเดินทางแทบทุกนาทีแทนล่ะ?
แม้ตอนอยู่ในเมืองหลวง เขาก็ยังใช้เวลากับบรรดาช่างตีเหล็กประจำราชสำนัก นักเล่นแร่แปรธาตุ และอัศวินหลวงมากกว่า
ดังนั้นความสนใจทั้งหมดของเขาจึงจดจ่ออยู่กับอุบายใหญ่บางอย่าง
เพราะงั้นตอนที่เขาไม่อยู่ เขาเลยไม่ได้ทิ้งองครักษ์ไว้คุ้มกันเธอมากนัก
ตามปกติแล้ว... ในฐานะแม่ของอีไล อเล็กมักจะวางมาตรการคุ้มกันให้เธออย่างรอบคอบเสมอ เพราะนี่คือสิทธิพิเศษที่เธอพึงได้รับในฐานะพระราชมารดาในอนาคต
น่าเสียดายที่ครั้งนี้ไอ้สารเลวนั่นกลับอนุญาตให้เธอใช้ได้แค่คนของตัวเองในการคุ้มกันเท่านั้น
แต่ปัญหาคือเธอส่งพวกเขาไปเกือบครึ่งเพื่อคุ้มกันแครี ลูกสาวของเธอ
ถึงแครีจะมีอัศวินของตัวเอง แต่อเล็กก็เรียกตัวคนส่วนใหญ่ของพวกนั้นกลับไปเพื่อแผนการอันยิ่งใหญ่อะไรสักอย่าง
เอาตามที่เขาว่า เธอดูไม่จำเป็นต้องใช้พวกเขามากนัก เพราะทั้งวันก็เอาแต่นั่งอยู่บ้าน... (ราวกับว่าเธอมีทางเลือกอย่างนั้นแหละ)
เซรารู้สึกว่าปีนี้เป็นปีที่แย่ที่สุดในชีวิตเธอ
แต่สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าก็คือ เธอไม่เห็นเลยว่าการโจมตีในคืนนี้จะเกิดขึ้น
เธอมองยัยโรคจิตตรงหน้าด้วยความสับสน โกรธแค้น และอยากรู้
แล้วราชินีโรคจิตตรงหน้าเธอคือใครกัน?
ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากราชินีองค์ที่สาม... ราชินีอาร์เจเนีย ผู้สูญเสียลูกทั้งสองคนอย่างแจเนตต์และเจมส์ไปแล้ว
...
ต้องรู้เอาไว้ว่าเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี อาร์เจเนียแทบจะเสียสติไปหมดแล้ว เพราะเธอเอาแต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมาย
เซรายังส่งคนไปเพิ่มเพื่อยืนยันด้วยซ้ำว่านี่เป็นแค่การแสร้งทำหรือไม่
แต่ผ่านไปเกือบสองปี ผู้หญิงคนนั้นก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
ตามรายงาน อาร์เจเนียไม่เคยสั่งการองครักษ์ของตัวเองเลย หรือแม้แต่พยายามก้าวออกจากลานตำหนักของตนอีกครั้ง
จริง ๆ แล้ว ครั้งเดียวที่เธอออกมาก็มีแค่ตอนที่อเล็กลากเธอออกมาเหมือนหมาคลั่งเท่านั้น
เธอยังเคยได้ยินอีกว่าคนที่อเล็กส่งไปตามตัวเธอกลับมา มักจบลงด้วยแผลจากมีดและบาดเจ็บอื่น ๆ
และก็ด้วยเหตุนี้เองที่ปกติแล้วอเล็กจึงเป็นคนเดียวที่ลากตัวเธอออกมาได้
แน่นอน จะไปโทษเธอได้ยังไง?
เซรามั่นใจว่าถ้าลูกของเธอทั้งสองคนถูกฆ่า เธอเองก็คงจะเสียสติไปเหมือนกัน
แค่การที่แครีพิการ และการที่อีไลหายตัวไป ก็แทบทำให้เธอคลุ้มคลั่งมาตลอดหลายเดือนนี้แล้ว
แล้วถ้าพวกเขาตายล่ะ?
เธอรู้ดีว่าในชาตินี้ ต่อให้ทำยังไงเธอก็ไม่มีทางกลับมาเป็นปกติได้อีกแน่
แต่ตอนนี้ พอเห็นอาร์เจเนียยิ้มและเดินเข้ามาหาเธออย่างใจเย็น เซราก็รู้ทันทีว่ายัยนั่นวางแผนทุกอย่างไว้ตั้งแต่แรก!
บ้าเอ๊ย!
ยัยนั่นรู้หรือเปล่าว่าเธอกับลูกสาวเป็นคนลงมือฆ่าแจเนตต์?
หรือว่าเธอมาที่นี่ด้วยเหตุผลอื่นไปเลย?
เดี๋ยวก่อน!
ยัยนั่นเป็นต้นเหตุที่ทำให้อีไลหายตัวไปงั้นหรือ?
ทันใดนั้น เซราก็รู้สึกได้ถึงเปลวโทสะที่ลุกวาบขึ้นมาในอกเมื่อคิดถึงเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอพยายามสงบสติอารมณ์ และตัดสินใจไม่ด่วนสรุปอะไรจนกว่าจะรู้เหตุผลที่แท้จริงของการโจมตีในวันนี้
อาร์เจเนียรู้มากแค่ไหนกันแน่?
...
ชุดสีแดงของอาร์เจเนียพลิ้วไหวอย่างยั่วยวนแนบสะโพกยามเธอเดิน และทุกย่างก้าวของเธอก็เปี่ยมด้วยความสง่างามและไร้ที่ติ
คืนนี้ความงามของเธอยิ่งโดดเด่นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับใบหน้าซูบเซียวตามปกติ
แม้แต่ศัตรูของเธอก็ยังอดยอมรับไม่ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์เหลือร้ายคนหนึ่ง
เพราะในบรรดาภรรยาทั้งหมด เธอเป็นคนเดียวที่ยังรักษารูปร่างเพรียวโค้งเว้าเอาไว้ได้หลังแต่งงานมาหลายปี
อาร์เจเนียเดินตรงเข้าหาเซราอย่างมั่นใจ และทันทีที่เธอขยับเข้ามา คนของเธอก็เข้าควบคุมคนของเซราที่กำลังปกป้องเธออยู่ในพริบตา
แน่นอนว่าบางคนก็รีบพุ่งเข้าหาเซราเพื่อจับตัวเธอด้วยเหมือนกัน
“ปล่อยฉันนะ!
พวกเจ้ากล้าดียังไงมาแตะต้องภรรยาของกษัตริย์พวกเจ้า?
ถ้าพวกเจ้ามีสมองกันสักนิด ฉันแนะนำให้ปล่อยฉันทันที
เพราะถ้าพวกเจ้าทำ ฉันรับประกันว่าจะไม่เอาเรื่องตอนที่ฝ่าบาทเสด็จกลับมา
ได้ยินฉันไหม?
ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เซราพูด พลางดิ้นรนจะหลุดจากการจับกุมของพวกเขา
มันเจ็บ
แรงบีบของพวกมันเหมือนกำลังบดกระดูกเธอเสียมากกว่า
เธอจ้องชายพวกนั้นราวกับจะสลักใบหน้าพวกเขาไว้ในความทรงจำ
เพราะถ้าวันนี้เธอหนีรอดไปได้ เธอจะไม่มีวันปล่อยพวกมันไปแน่!
เธอแยกเขี้ยวใส่พวกมัน และพยายามกัดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ปล่อยฉันนะ ไอ้พวกเถื่อน!
ปล่อยฉัน!!!”
เมื่อเห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของเซรา อาร์เจเนียก็ยิ่งรู้สึกเพลิดเพลินมากกว่าเดิม
“เซรา น้องสาวที่รักของฉัน
ข้ามาเยี่ยมเจ้า แต่เจ้าต้อนรับข้าแบบนี้หรือ?
ดูสิ เจ้ายังไม่พูดกับน้องสาวคนนี้สักคำเลย
แบบนี้เจ้าไม่เสียมารยาทในฐานะเจ้าบ้านไปหน่อยหรือ?”
เซราจ้องอาร์เจเนียด้วยความเดือดดาลเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางน่าสงสารของอีกฝ่าย
เสียมารยาท?
เธอดูเหมือนอยู่ในอารมณ์จะต้อนรับแขกที่ไหนกัน?
ลมหายใจของเธอเริ่มถี่ขึ้น และร่างกายก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
เธอก้มหน้าลงชั่วครู่ และเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง... สีหน้าคลุ้มคลั่งบนใบหน้าของเธอก็หายไป เหลือเพียงความสงบเย็นเยียบอย่างสิ้นเชิง
เธอจะแสดงความอ่อนแอในตอนนี้ไม่ได้ จนกว่าจะได้คำตอบ
เซรามองอาร์เจเนียอย่างเย็นชา
‘เข้ามาสิ อีบ้า!’
...
อาร์เจเนียและคนของเธอมองเซราแล้วอดทึ่งไม่ได้
“สมกับที่เป็นราชินีองค์แรกแห่งอาร์คาดินา
ความสามารถของท่านในการตั้งสติในสถานการณ์แบบนี้น่าทึ่งจริง ๆ!” อาร์เจเนียกล่าวอย่างปลาบปลื้ม พลางประสานมือเข้าด้วยกัน
“ขอบใจสำหรับคำชมนะ น้องสาวคนเล็ก
แต่ในเมื่อเรากำลังพูดกันเรื่องใครกันแน่ที่เสียมารยาท
เจ้าไม่คิดหรือว่าเจ้าก็เสียมารยาทเหมือนกัน?”
“อ้อ?
หมายความว่ายังไง?”
“ก็ง่าย ๆ นี่เอง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้ายังไม่บอกด้วยซ้ำว่ามาที่นี่ทำไม
งั้นไม่ใช่ว่าเจ้าก็เสียมารยาทเหมือนกันหรอกหรือ?”
“เจ้าพูดถูก
ข้าต้องขออภัยที่ละเลยเรื่องนี้ไป
งั้นเราเลิกอ้อมค้อม แล้วเข้าเรื่องกันเลยดีไหม?”
“เห็นด้วย!
ข้าเองก็ต้องการเช่นนั้น” เซรากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ตายไม่ได้ก่อนจะรู้ว่าใครเป็นคนลักพาตัวลูกชายของเธอ และทำร้ายลูกสาวของเธอ
ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจสงบสติอารมณ์ และหลอกให้อาร์เจเนียจับเธอไว้เป็นตัวประกันไปก่อน
อย่างไรเสีย เธอกับเซราก็เป็นพี่น้องกันเพราะแต่งงานกับผู้ชายคนเดียวกัน
นอกจากนี้ พวกเธอยังอยู่ร่วมกันมาหลายสิบปีแล้ว ดังนั้นเธอจึงรู้จุดอ่อนของอาร์เจเนียทุกอย่าง
เพราะฉะนั้น เธอจำเป็นต้องหาทางเอาชีวิตรอดเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้ความตายยังไม่ใช่ทางเลือก!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.